Tag: เด็ก

  • ไม่มีอะไรหยุดความน่ารักของ 19 ภาพ “เต่าน้อย” ที่เห็นแล้วจะมีความสุขไปได้ทั้งวัน

    ไม่มีอะไรหยุดความน่ารักของ 19 ภาพ “เต่าน้อย” ที่เห็นแล้วจะมีความสุขไปได้ทั้งวัน

    วันที่ 5 ธันวาคมในปีนี้ นอกจากจะเป็นวันพ่อแห่งชาติแล้ว มันยังเป็นวัน “นินจาสากลโลก” อีกด้วย เป็นการเฉลิมฉลองเกี่ยวกับนินจา ซึ่งบ้านเราอาจจะไม่ค่อยรู้จักกันนัก วันนี้เพื่อเป็นการทำให้เข้ากับวันนินจา ถ้าพูดถึงนินจาแล้ว สัตว์ที่เราพอจะนึกถึงก็คือ “เต่า” หลายคนอาจจะงงว่าเต่ามันไปเกี่ยวอะไรกับนินจาฟระ เหมียวก็จะถามว่าเคยดูการ์ตูน “เต่านินจา” รึเปล่าาาาาา แต่วันนี้เหมียวไม่ได้มีรูปเต่านินจามาให้ดูหรอกนะ แต่จะเป็นรูปตองเจ้าเต่าตัวเล็กตัวน้อยที่จะทำให้ทุกท่านยิ้มและมีความสุขไปกับมัน ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะน่ารักได้ถึงเพียงนี้   1.   2.   3.   4.   5.   6.   7.   8.   9.   10.   11.   12.   13.   14.   15.   16.   17.  …

  • เด็กสาววัย 14 เสียชีวิตหลัง “ชะโงกหน้า” ชมวิวบนหน้าผา Horseshoe Bend รัฐแอริโซนา

    เด็กสาววัย 14 เสียชีวิตหลัง “ชะโงกหน้า” ชมวิวบนหน้าผา Horseshoe Bend รัฐแอริโซนา

    การไปเที่ยวยังสถานที่อันตราย เราอาจจะต้องระวังตัวกันเป็นพิเศษ มิฉะนั้นก็อาจเกิดเหตุไม่คาดฝันได้ เช่นอุทาหรณ์จากข่าวดังต่อไปนี้ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2018 มีรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่า เด็กหญิงวัย 14 ปีได้เสียชีวิตหลังจากการท่องเที่ยวยังหน้าผาของรัฐแอริโซนา     เจ้าหน้าที่จากสำนักงานอำเภอของเคาน์ตี Coconino ออกมาเผยว่า ได้รับการแจ้งจากพ่อแม่ว่าเด็กสาววัย 14 ปีจากแคลิฟอร์เนียนั้นหายตัวไปตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม มีคนพบเห็นเธอครั้งสุดท้ายที่หน้าผาของโค้งน้ำ Horseshoe Bend ในเมือง Page สำนักงานสาธารณภัยของแอริโซนาจึงใช้เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ตรวจตราทางอากาศ ทำให้พบร่างของเด็กสาวอยู่บริเวณใต้หน้าผาราว 213 เมตร     เจ้าหน้าที่ได้กู้ร่างของเด็กสาวไม่เผยนามมาได้ในช่วงเช้าของวันอังคารที่ 25 ธันวาคม จากนั้นก็นำส่งร่างของเธอไปยังหน่วยงานตรวจสอบทางการแพทย์ในย่าน Flagstaff ส่วนเจ้าหน้าที่ของสำนักงานนายอำเภอก็ออกมาแถลงการณ์ว่า เด็กหญิงผู้เสียชีวิตมาจาก San Jose รัฐแคลิฟอร์เนียนั้น เชื่อว่าเธอได้เข้ามาเที่ยวชมยังหน้าผาของโค้งน้ำ Horseshoe Bend แล้วพลาดท่าตกลงไปยังด้านล่าง แต่อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวยังคงอยู่ในกระบวนการตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไป   ที่มา: azdailysun, foxla และ dailymail

  • คนขับรถไถปฏิเสธ ไม่ได้เหยียบเด็ก 2 ขวบตาย พร้อมให้ตรวจสอบ DNA ที่รถและเสื้อผ้า

    คนขับรถไถปฏิเสธ ไม่ได้เหยียบเด็ก 2 ขวบตาย พร้อมให้ตรวจสอบ DNA ที่รถและเสื้อผ้า

    สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่เด็กวัย 2 ขวบหายตัวไปในไร่อ้อยอย่างไร้ร่องรอย รายงานเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2561 ก็ได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากบุคคลที่ขับรถอ้อยอยู่ในวันที่เด็กหายตัวไป จากรายงาน นายสมาน วงษ์กัณหา คนขับรถอ้อยที่อยู่ในวันเกิดเหตุนั้นออกมาเล่าว่า ในวันดังกล่าว ก่อนที่ ด.ช. ซูลุยผิว วัย 2 ขวบจะหายตัวไปนั้น เขาเองก็ได้พบเห็นเด็กทั้ง 2 คนจริง แต่ในเวลานั้นเขาเองกำลังขับรถไถดินอยู่แปลงตรงข้ามกับจุดที่พ่อแม่ของเด็กทำงานอยู่ ส่วนเด็กๆ นั้นเขาเห็นว่าอยู่บริเวณริมป่าอ้อยซึ่งไม่ได้เป็นจุดที่ตนขับรถผ่านเลย   นายสมาน วงษ์กัณหา   ถึงกระนั้น นายสมานก็ยังคงถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเด็ก เพราะเขาเป็นผู้ที่พบเห็นเด็กเป็นคนสุดท้าย แต่เจ้าตัวก็ออกมาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เขาพร้อมยืนยันความบริสุทธิ์โดยการส่งมอบรถไถและเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ในวันเกิดเหตุให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบ DNA อีกทั้งยังเสนอว่ารถไถนั้นมีเสียงดังเป็นไปได้ยากที่เด็กจะเข้าใกล้ ถ้าเข้าใกล้ก็คงจะต้องวิ่งหนีเป็นแน่ นอกจากนี้เขาเองยังเป็นคนที่ช่วยออกตามหาเด็กในยามที่เด็กหายตัวไปอีกด้วย   รถไถของนายสมาน   อย่างไรก็ตาม ฝ่ายผู้เป็นแม่ที่ได้เห็นสภาพศพของลูก ก็เกิดสงสัยในบาดแผลช่วงล่างของศพ และของเล่นเด็กที่พบก็ทราบว่าไม่ใช่ของลูกชายตนเองแน่ๆ จึงทำให้สงสัยว่าคนขับรถอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุในครั้งนี้     ที่มา: amarintv, kapook และ khaosod

  • คริสต์มาสแสนเศร้าในรัสเซีย เมื่อลุงซานต้า “เสียชีวิต” ต่อหน้าเหล่าเด็กๆ ในโรงเรียน

    คริสต์มาสแสนเศร้าในรัสเซีย เมื่อลุงซานต้า “เสียชีวิต” ต่อหน้าเหล่าเด็กๆ ในโรงเรียน

    สำหรับเด็กๆ ชาวตะวันตกแล้ว การได้เจอคุณลุงซานต้าในวันคริสต์มาส คงจะเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความสุขและสนุกสนานอย่างที่สุด แต่ล่าสุด เด็กๆ ในโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในเมืองเคเมโรโว ประเทศรัสเซีย กลับต้องประสบกับการสูญเสียอันน่าสลดใจ เมื่อซานตาคลอสของพวกเขา ล้มลงและสิ้นใจ ไปต่อหน้าต่อตา   กลายเป็นคริสต์มาสแสนเศร้า เมื่อลุงซานต้าสิ้นใจลงต่อหน้าเหล่าเด็กๆ . .   Valery Titenko นักแสดงวัย 67 ปีผู้มากประสบการณ์การแสดงละครเวทีของรัสเซีย และยังเป็นที่รักของคนในพื้นที่รวมถึงคนในวงการอย่างมากอีกด้วย โดยเมื่อทางโรงเรียนอนุบาลตั้งใจจะจัดงานฉลองคริสต์มาส จึงเชิญทีมนักแสดงของโรงละคร Kuzbass มาช่วยให้ความสนุกสนานกับเด็กๆ โดย Valery ก็เป็นหนึ่งในนักแสดงของทีม ภายหลังทราบว่า วันก่อนที่จะมีงานคริสต์มาสของโรงเรียน Valery นั้นมีอาการทางสุขภาพที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก มีอาการเจ็บหน้าอกและไม่ค่อยสบาย แต่เมื่อนึกถึงเด็กๆ แล้ว เขายินดีที่จะเข้าร่วมในบทบาทของ ซานตาคลอส   Valery Titenko วัย 67 ปี   เมื่อถึงงานฉลองคริสต์มาส ทุกคนก็แต่งตัวกันมาอย่างมีสีสัน โดย Valery นั้นเป็นซานตาคลอส ถือว่าเป็นคนสำคัญของงานเลยก็ว่าได้ บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน ก่อนที่มันจะสิ้นสุดลงพร้อมกันการสิ้นใจของ Valery…

  • ประธานาธิบดี George H. W. Bush ใช้นามแฝงแอบ ‘ชุบเลี้ยง’ เด็กคนหนึ่งมานานถึง 10 ปี

    ประธานาธิบดี George H. W. Bush ใช้นามแฝงแอบ ‘ชุบเลี้ยง’ เด็กคนหนึ่งมานานถึง 10 ปี

    ตัวแทนจากสำนักงานของ George H.W. Bush อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาเผยว่า Bush นั้นมีการส่งเงินและจดหมายติดต่อกันเด็กชายชาวฟิลิปปินส์คนหนึ่งมาตั้งแต่ปี 2002   George H.W. Bush (ซ้าย) และ Timothy (ขวา)   George H.W. Bush นั้นได้ชุบเลี้ยงเด็กชายชาวฟิลิปปินส์คนหนึ่งนามว่า Timothy เขาส่งจดหมายไปให้กับเด็กชายคนนี้ครั้งแรกในวันที่ 22 มกราคม 2002 โดยใช้นามแฝงว่า “George Walker” โดย Bush เริ่มคิดที่จะสนับสนุนเด็กชายคนนี้เพราะ เมื่อปี 2001 เขาได้พบกับองค์การไม่แสวงหากำไร Compassion International ที่ใช้โบสถ์ท้องถิ่นเพื่อช่วยเหลือเหล่าเด็กๆ ที่ใช้ชีวิตอย่างแร้นแค้น Bush จึงพบว่าเด็กที่ชื่อว่า Timothy นี้มีความน่าเป็นห่วงในเรื่องของความปลอดภัยในการใช้ชีวิต แต่ Bush ก็ไม่สามารถส่งเงินหรือของให้กับเด็กคนนี้โดยตรงได้ เขาจึงคิดนามแฝงขึ้นมาตั้งแต่นั้น     Bush ส่งของให้กับ Timothy หลายอย่าง เช่น ดินสอสี กระดาษวาดเขียน และอุปกรณ์วาดเขียน เพราะเขาเห็นว่าในข้อมูลส่วนตัว Timothy…

  • หนูน้อย 9 ขวบต้องสูญเสีย “ลูกตา” ไป เพราะได้รับอุบัติเหตุจากกระสุนปืนของเล่น

    หนูน้อย 9 ขวบต้องสูญเสีย “ลูกตา” ไป เพราะได้รับอุบัติเหตุจากกระสุนปืนของเล่น

    การเล่นของเล่นอย่างไม่ระมัดระวังก็อาจก่อให้เกิดอันตรายกับเด็กๆ จนถึงขั้นที่ต้องสูญเสียอวัยวะสำคัญไปได้ เช่น Taylor-Jay Ravicini หนูน้อยวัย 9 ขวบ ที่ต้องสูญเสียดวงตาไปเพราะถูกกระสุนจากปืนของเล่นยิงเข้ามาที่ดวงตาอย่างจังเมื่อราวๆ เดือนสิงหาคมปี 2018 นายแพทย์บอกว่านี่เป็นดวงตาของเด็กเล็ก การถูกกระทบอย่างรุนแรงนั้นก่อความเสียหายให้ดวงตาอย่างสาหัส และหากไม่ผ่าตัดลูกตาข้างดังกล่าวออก อาจทำให้ตาบอดทั้งสองข้างเลยก็เป็นได้   Taylor-Jay Ravicini   ปัจจุบัน Stacey Ravicini ผู้เป็นแม่ก็ได้ทำการระดมเงินทุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับ “ดวงตาเทียม” ให้กับลูกชายตัวน้อยของตน ก่อนหน้านี้ Taylor-Jay Ravicini หนูน้อยจากเมืองสวอนซี ประเทศเวลส์ เคยถูกลูกธนูของเล่นยิงเข้าที่ตาข้างซ้ายขณะที่เขามีอายุได้ 3 ขวบจนทำให้ตาบอดตั้งแต่นั้นมา แต่ก็ยังไม่ได้สูญเสียดวงตาไป แต่ 6 ปีจากนั้น หนูน้อยในวัย 9 ขวบได้ประสบอุบัติเหตุอีกครั้งกับตาข้างเดิมทำให้สุดท้ายแล้วเขาต้องเสีย “ลูกตา” ข้างนั้นไปแบบถาวร   Stacey Ravicini ผู้เป็นแม่   แม้ปัจจุบันเจ้าหนูจะได้รับดวงตาเทียมที่สั่งทำพิเศษให้มีขนาดพอดีกับเบ้าตาแล้วก็ตาม แต่ผู้เป็นแม่เชื่อว่ายังต้องการการตกแต่งตาเทียมให้เหมือนจริงมากที่สุด เนื่องจากพวกเด็กเกเรมักล้อเลียน Taylor-Jay ที่โรงเรียนว่า ‘Popeye‘ ซึ่งอาจต้องระดมทุนเพิ่มอีกเป็นจำนวนเงินราว 2,500 ปอนด์สเตอร์ลิง (ประมาณ 103,000…

  • Greta Thunberg หนูน้อยวัย 15 ปีกับ “วาทะเด็ดๆ” ในงานประชุมสภาพแวดล้อมโลก!

    Greta Thunberg หนูน้อยวัย 15 ปีกับ “วาทะเด็ดๆ” ในงานประชุมสภาพแวดล้อมโลก!

    กลายเป็นที่สนใจจากผู้คนทั่วโลกอย่างล้นหลาม สำหรับสาวน้อยวัย 15 ปี อย่าง Greta Thunberg ที่ขึ้นกล่าวในที่ประชุมของสหประชาชาติเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก หนูน้อย Greta เป็นนักรณรงค์และเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดน โดยใน งานประชุมการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกครั้งที่ 24 ที่จัดขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติ เธอก็ได้ขึ้นไปปราศรัยเกี่ยวกับการเพิกเฉยของผู้ใหญ่หลายคนที่มีต่อสภาพแวดล้อมปัจจุบัน งานนี้เรียกได้ว่า คำพูดของหนูน้อย Greta ที่เสียดแทงและกระตุ้นให้ผู้ใหญ่หลายคนฉุกคิด ได้เรียกความสนใจจากผู้ชมทั่วโลกอย่างมาก   Greta Thunberg ในงานประชุมการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกครั้งที่ 24   ลองมาฟังสิ่งที่หนูน้อย Greta กล่าวในงานประชุมกันดีกว่า “หลายคนบอกว่าสวีเดนเป็นประเทศเล็กๆ แต่นั่นไม่สำคัญหรอก เพราะแม้แต่การหยุดเรียนของเด็กๆ ไม่กี่คนยังกลายเป็นพาดหัวข่าวไปทั่วโลกได้ นั่นก็แปลว่าเราอยากทำอะไรเราก็ทำได้หากร่วมมือกัน พวกคุณพูดถึงเศรษฐีกิจที่ยั่งยืนก็เพราะว่ากลัวตกเทรนด์เท่านั้นเอง พวกคุณพูดเรื่องการก้าวไปข้างหน้าด้วยวิธีเดิมๆ มาหลายครั้งแล้วพวกเราก็เลยต้องประสบกับปัญหาแบบนี้ พวกคุณไม่มีวุฒิภาวะมากพอจะพูดถึงสิ่งที่มันเกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน แถมทิ้งมันให้เป็นภาระของเด็กๆ อย่างพวกเรา ฉันไม่สนใจในการเป็นคนดัง แต่ฉันสนใจเรื่องความสมดุลของสภาพอากาศและโลกที่เราอยู่อาศัย อารยธรรมของพวกเรากำลังกลายเป็นเครื่องสังเวยของกลุ่มคนเล็กๆ ที่แสวงหากำไร ชั้นบรรยากาศของโลกเรากำลังกลายเป็นเครื่องสังเวยให้กับคนร่ำรวยเพื่อให้มีชีวิตอย่างหรูหรา”     “ในปี 2078 ฉันจะมีอายุครบ 75 ปี ลูกหลานของฉันอาจจะถามถึงพวกคุณว่าทำไมพวกคุณถึงไม่ทำอะไรทั้งๆ ที่ยังมีโอกาส พวกคุณบอกว่ารักและเป็นห่วงเด็กๆ แต่ทำไมพวกคุณถึงได้ขโมยอนาคตของเด็กๆ…

  • ชาวเน็ตฮือฮา พบเด็กคนหนึ่ง “วาร์ป” เข้ามากลางคลิปรายงานข่าวสด งงกันทั้งบาง!

    ชาวเน็ตฮือฮา พบเด็กคนหนึ่ง “วาร์ป” เข้ามากลางคลิปรายงานข่าวสด งงกันทั้งบาง!

    กลายเป็นที่ฮือฮาท่ามกลางหมู่ชาวเน็ตจำนวนมากไปเลยทีเดียว เมื่อผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งสังเกตเห็นว่า ในรายงานข่าวสดของสำนักข่าวหนึ่งนั้นมีเด็กคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นเฉยๆ ราวกับว่าสามารถ “วาร์ป” ได้ทำนองนั้น ทวิตเตอร์นามว่า @realTewkesburyBC ได้โพสต์คลิปวิดีโอเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2018 เป็นภาพวิดีโอการรายงานข่าวสด ขณะที่ทำการสัมภาษณ์อยู่ เบื้องหลังกลับมีเด็กคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาเฉยๆ ลองไปชมคลิปกันเลย…   คลิปเด็ก “วาร์ป” กลางการรายงานสด WTF… does anyone else see the child teleport? pic.twitter.com/P0ju9J9cby — @realTewkesburyBC (@TewkesburyLeak) December 12, 2018   สังเกตภาพพื้นหลัง   จู่ๆ ก็มีเด็กที่ถูกจูงมืออยู่ปรากฎขึ้น   คลิปวิดีโอดังกล่าวทำให้ชาวเน็ตต่างเข้ามาคอมเมนต์กันอย่างตื่นตระหนก บ้างก็ว่าเป็นคนจากโลกอนาคต บ้างก็ว่านี่เป็นโลกจำลองแบบในภาพยนตร์ The Matrix แต่สุดท้าย ชาวเน็ตจำนวนหนึ่งก็เข้ามาอธิบายว่า เหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะมีสาเหตุมาจากการตัดต่อที่ผิดพลาดของทางทีมงาน ผู้ใช้ทวิตเตอร์คนหนึ่งคอมเมนต์ว่า… “มันเป็นการตัดต่อนะ เพื่อให้ภาพที่ออกมาดูเหมือนผู้ถูกสัมภาษณ์ดูมีความสุข” ส่วนผู้ใช้อีกรายก็ออกมาอธิบายเสริมว่า… “ใช่แล้ว ผมก็เคยทำแบบนี้มาก่อน ผู้คนที่เดินไปเดินมาด้านหลังมักหายไปหรือไม่ก็เดินถอยหลังเป็นประจำ เพราะเราเน้นแค่คนที่อยู่เบื้องหน้าน่ะ…

  • หนูน้อย 7 ขวบส่งจดหมายถึงพ่อ ‘บนสวรรค์’ และบุรุษไปรษณีย์ก็ตอบกลับมาแบบน่าร้าก!

    หนูน้อย 7 ขวบส่งจดหมายถึงพ่อ ‘บนสวรรค์’ และบุรุษไปรษณีย์ก็ตอบกลับมาแบบน่าร้าก!

    ความสัมพันธ์ระหว่างลูกและพ่อแม่นั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถแยกจากกันได้ แม้ผู้เป็นพ่อต้องจากไป ลูกน้อยก็ยังคงคิดถึงและอยากพบเจออยู่เสมอ และความสัมพันธ์อันแนบแน่นดังกล่าว มันก็มักจะนำมาซึ่งความน่ารักและอบอุ่นใจอยู่เสมอ เช่นเดียวกับเรื่องต่อไปนี้… คุณแม่ชาวอังกฤษนามว่า Teri Copland ได้โพสต์เล่าเรื่องราวน่าประทับใจลง เฟซบุ๊ก เมื่อลูกชายวัย 7 ขวบของเธอได้เขียนจดหมายฝากให้บุรุษไปรษณีย์นำส่งถึงคุณพ่อที่อยู่บนสวรรค์ และแล้วบุรุษไปรษณีย์ก็ตอบกลับมาทำเอาทั้ง Teri และหนูน้อยต่างเซอร์ไพรส์กันจนหุบยิ้มไม่ได้เลยล่ะ     Teri เล่าว่า “เมื่อสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาลูกชายของฉันเขียนการ์ดวันเกิดใบนี้และส่งไปรษณีย์ถึงพ่อของเขาบนสวรรค์ และแล้ววันนี้เจ้าตัวน้อยก็ได้รับการตอบกลับจากบุรุษไปรษณีย์ ฉันไม่อาจบอกได้เลยว่าหนูน้อยตื้นตันขนาดไหนที่เขาได้รู้ว่าคุณพ่อของเขาได้รับการ์ดใบนี้ คุณไม่จำเป็นต้องทุ่มเททำอะไรแบบนี้ก็ได้ คุณแค่มองข้ามมันไปก็ได้จริงไหม แต่นี่คือความใส่ใจที่มอบสิ่งงดงามน่ารักแบบนี้ให้กับเด็กชายที่คุณเองก็ไม่รู้จักมาก่อน ขอบคุณ Royal Mail ที่เติมเต็มความเชื่อมั่นในมนุษย์อีกครั้ง และการกระทำครั้งนี้มันกลายเป็นเหมือนโลกทั้งใบของหนูน้อยเลยล่ะ”   หน้าซองจดหมาย หนูน้อยเขียนว่า… “ถึงคุณบุรุษไปรษณีย์ กรุณาส่งการ์ดอวยพรใบนี้ไปส่งที่สวรรค์ให้กับพ่อผมในวันเกิดของท่านทีได้ไหม ขอบคุณครับ”   ทาง Royal Mail ก็ตอบกลับมาว่า “ถึงเจส… ขณะที่เรากำลังนำจดหมายของเธอไปส่ง เราก็พบหลายสิ่งที่น่ากังวล เราจึงใช้โอกาสนี้ติดต่อเธอเพื่อบอกเล่าว่าเราต้องเจออะไรบ้างกว่าจะส่งจดหมายให้พ่อเธอที่สวรรค์ได้สำเร็จ มันเป็นภารกิจที่ยาก เราต้องหลบหลีกทั้งดาวฤกษ์และวัตถุอวกาศทั้งหลายระหว่างทางไปยังสวรรค์ แต่อย่างไรก็ตาม มั่นใจได้เลยว่าจดหมายสำคัญของเธอได้ถูกส่งถึงมือของผู้เป็นพ่อแล้ว เป้าหมายหลักของ Royal Mail ก็คือพัสดุของลูกค้าจะต้องถูกส่งอย่างปลอดภัย เรารู้ว่าจดหมายของเธอสำคัญกับเธอขนาดไหน…

  • เด็กหนุ่มจีนวัย 13 ปี ทำลายสถิติโลก “กระโดดเชือก” ได้เร็วที่สุด 136 ครั้งใน 30 วินาที!!

    เด็กหนุ่มจีนวัย 13 ปี ทำลายสถิติโลก “กระโดดเชือก” ได้เร็วที่สุด 136 ครั้งใน 30 วินาที!!

    พูดถึงเรื่องของการ “กระโดดเชือก” กิจกรรมออกกำลังกายที่ไม่ยากไม่ง่าย บางคนก็ทำมันเป็นประจำแต่บางคนก็ยังทำมันไม่คล่องเพราะจังหวะกระโดดยังไม่แม่นยำ ขณะที่พวกเรายังครึ่งๆ กลางๆ อยู่กับการกระโดดเชือก เด็กหนุ่มวัย 13 ปีจากเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ได้โชว์ลีลาการกระโดดเชือกที่รวดเร็วและแม่นยำราวกับมาจากคนละโลก     Huang Junkai เด็กชายวัย 13 ปีผู้ทำลายสถิติโลกของตนเองด้วยในงาน Double Dutch งานแข่งขันระดับโลก งานดังกล่าวชื่อว่า Double Dutch Contest Shanghai Vol. 5 จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา Huang ได้ทำลายสถิติโลกของตนเองลงสำเร็จ เขากระโดดไป 136 ครั้งในเวลาเพียง 30 วินาที เฉลี่ยเขากระโดดไป 9.07 ครั้งต่อวินาที ซึ่งถือว่าเป็นการกระโดดเชือกที่เร็วมากสำหรับมนุษย์   หากอยู่รู้ว่าหนูน้อย Huang ทำได้อย่างไร ชมได้ที่คลิปด้านล่างนี้เลย    Huang กล่าวว่า… “นี่เป็นครั้งที่ 5 แล้วที่ผมเข้าแข่งขันงาน Double Dutch Contest Shanghai ผมฝึกซ้อมมันทุกๆ วันอังคารและวันศุกร์…

  • เด็กหญิงจีนวัย 10 ขวบ สอนแม่ที่ “สูญเสียความจำ” ให้กลับมาพูดและอ่านได้อีกครั้ง

    เด็กหญิงจีนวัย 10 ขวบ สอนแม่ที่ “สูญเสียความจำ” ให้กลับมาพูดและอ่านได้อีกครั้ง

    เด็กหญิงวัย 10 ขวบในเมืองอี๋ปิน มณฑลเสฉวน ประเทศจีน ได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลตัวอย่างเนื่องจากพฤติกรรมแสนกตัญญูที่เธอมีให้กับผู้เป็นแม่ Cai Chengcheng เด็กหญิงวัย 10 ขวบ ได้ช่วยสอนให้แม่ของเธอสามารถพูด อ่าน และเขียน ได้อีกครั้งหลังป่วยเป็นโรคเลือดออกในสมองเมื่อ 4 ปีก่อน     Chen Li ผู้เป็นแม่หลังจากมีอาการเลือดออกในสมองตั้งแต่ลูกสาวของเธอยังมีอายุได้เพียง 6 ขวบ เธอก็เริ่มสูญเสียความทรงจำไปเรื่อยๆ เมื่อลูกสาวตัวน้อยเห็นแม่เป็นแบบนี้ เธอก็ทนไม่ได้ที่จะช่วยเหลือแม่ของเธอให้มีอาการดีขึ้น เวลา 4 ปีที่แม่ของเธอป่วย เธอก็ช่วยสอนแม่ให้พูด อ่าน และเขียนเป็นประจำทุกวัน หนูน้อยกล่าวว่า “เมื่อก่อนแม่เป็นคนสอนหนูให้อ่านหนังสือ ตอนนี้ถึงตาหนูที่จะสอนแม่อ่านหนังสือบ้างแล้ว”     หนูน้อย Chengcheng เล่าถึงวันที่เธอเห็นแม่กลับจากโรงพยาบาลว่า “แม่นั่งรถเข็นมา ตาข้างซ้ายของแม่ดูปกติ แต่ตาข้างขวานั้นเหลือกขึ้นราวกับว่ามันมองอะไรไม่เห็นอีกแล้ว แม่จำหนูได้ แต่แม่เรียกชื่อหนูไม่ได้” จากนั้นก็มีแต่หนูน้อยที่จะสามารถดูแลแม่ของเธอได้อย่างเต็มที่ เพราะฝ่ายพ่อของเธอ Cai Yong นั้นต้องออกไปทำงานแทบทั้งวันเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับแม่ ส่วน Cai Ling พี่ชายของเธอก็เริ่มเข้าเรียนมัธยมแล้ว ทำให้มีเวลาว่างไม่มากนัก จึงมีแต่ Chengcheng…

  • หนังสือนิทาน “ซินเดอเรลลา” วาดโดยนักวาดจาก Final Fantasy วางขายแล้วในญี่ปุ่น!

    หนังสือนิทาน “ซินเดอเรลลา” วาดโดยนักวาดจาก Final Fantasy วางขายแล้วในญี่ปุ่น!

    เมื่อพูดคำว่า ซินเดอเรลลา หลายคนก็คงจะนึกถึงใบหน้าใสแบ๊วกับรองเท้าแก้วคู่ใจ ตามสไตล์และเอกลักษณ์ของการ์ตูน Disney ใช่ไหมล่ะ? แต่หลายครั้ง ตัวละครนี้ก็ถูกนำมาวาดขึ้นใหม่โดยนักวาดทั่วทั้งโลก รวมไปถึงศิลปินชาวญี่ปุ่นนามว่า Yoshitaka Amano คนนี้ด้วย โดยภาพซินเดอเรลลาฝีมือของ Yoshitaka นั้นก็ดูงดงามแต่กลับดูแตกต่างจากเวอร์ชันของ Disney เสียเหลือเกิน แถมมันยังดูคุ้นๆ ตาชอบกลอีกด้วย   ซินเดอเรลลา ฝีมือของ Yoshitaka   ที่ลายเส้นอาจจะดูคุ้นตาก็เพราะว่า Yoshitaka เป็นนักออกแบบตัวละครให้กับซีรีส์เกมสุดโด่งดังอย่าง Final Fantasy ในช่วงหกภาคแรก ทั้งนี้ Yoshitaka ก็ได้วาดภาพของซินเดอเรลลาประกอบหนังสือนิทานเล่าเรื่องสั้นๆ ออกมา ลองไปชมผลงานการวาดของเขาในหนังสือซินเดอเรลลากันเลยดีกว่า   . .   ในช่วงแรกที่หนังสือถูกตีพิมพ์ออกมา หน้ากระดาษเป็นเพียงหน้าเล็กๆ แต่พอมันถูกพิมพ์ขึ้นเป็นหน้ากระดาษแผ่นใหญ่ ผลงานของ Yoshitaka ก็กลายเป็นผลงานที่ติดตรึงใจเด็กๆ จำนวนมาก นอกจากนี้หนังสือของเขายังพิมพ์ขึ้นเป็นสองภาษา (ญี่ปุ่นและอังกฤษ) โดยภาษาที่ใช้ทั้งสองภาษานั้นมีการปรับให้เป็นประโยคที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายเหมาะสมกับเด็กๆ   .   หนังสือเล่มนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Amano Yoshitaka Meiga Monogatari Cinderella มีความยาว 30 หน้า…

  • แอร์ฯ สาวฟิลิปปินส์ อาสา “ให้นม” กับลูกน้อยของผู้โดยสาร เพราะแม่น้องนมหมด

    แอร์ฯ สาวฟิลิปปินส์ อาสา “ให้นม” กับลูกน้อยของผู้โดยสาร เพราะแม่น้องนมหมด

    สำหรับอาชีพ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน นอกจากจะทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยภายในห้องโดยสารแล้ว ยังต้องมีทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ดีอีกด้วย ไม่ว่าปัญหานั้นจะเป็นของผู้โดยสารหรือของพวกเขาเอง อย่างเช่น แอร์โฮสเตสสาวจากสายการบิน Philippine Airlines คนนี้ที่เข้าไปช่วยแก้ปัญหาของผู้โดยสารหญิงคนหนึ่งซึ่งไม่มีน้ำนมให้ทารกน้อยของเธอ แอร์โฮสเตสสาววัยจึงเข้าไปให้นมตัวเองกับทารกที่กำลังร้องไห้เสียงดังเพราะความหิว     Patrisha Organo พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสาววัย 24 ปี ได้รับหน้าที่ดูแลเที่ยวบินภายในประเทศฟิลิปปินส์ และระหว่างอยู่บนเครื่อง เธอก็ต้องพบกับเด็กทารกที่ร้องงอแงจนสร้างความรบกวนให้กับผู้โดยสารคนอื่นๆ เธอจึงเดินเข้าไปถามผู้เป็นแม่ของเด็กคนดังกล่าวว่ามีอะไรให้ช่วยหรือไม่ คำตอบที่ได้คือ คุณแม่น้ำนมหมด ขณะที่เจ้าหนูน้อยก็กำลังโหยหิวอย่างเต็มที่พอดี Patrisha ก็เลยเสนอตัวเข้าช่วยเหลือโดยการให้นมของเธอเองกับเด็กคนดังกล่าว เธอกล่าวว่า “ฉันรู้แล้วว่าฉันต้องให้นมของฉันเองกับเด็กคนนี้ เพราะฉันเองก็มีลูกและกำลังให้นมอยู่เหมือนกัน ฉะนั้น มันควรเป็นฉันนี่แหละที่จะให้ความช่วยเหลือได้”     Patrisha Organo วัย 24 ปี จากกรุงมะนิลา กับหนูน้อยบนเครื่องบิน   Patrisha ยังเล่าต่ออีกว่า “ทันทีที่เจ้าหนูน้อยเริ่มดูดนมฉัน ฉันเห็นได้ถึงความโล่งใจในดวงตาของผู้เป็นแม่ และไม่นานนักเจ้าหนูก็ผล็อยหลับไป” เธออธิบายเพิ่มเติมว่าเธอเข้าใจความรู้สึกอัดอั้นตันใจในสถานการณ์นี้ดี เพราะเธอเองก็เพิ่งมีลูกสาววัย 9 เดือนชื่อว่า Jade เช่นกัน เธอจึงรับรู้ถึงความเครียดนี้ดี   ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่น่ายกย่องอย่างมากเลยทีเดียวสำหรับความช่วยเหลือที่แอร์โฮสเตสสาวคนนี้มีให้กับผู้โดยสาร ที่มา: ladbible, metro และ mirror

  • ฮาโลวีนโหด หนูน้อยชาวอังกฤษ 2 ราย “ถูกยิง” หลังออกไป Trick-or-treat นอกบ้าน

    ฮาโลวีนโหด หนูน้อยชาวอังกฤษ 2 ราย “ถูกยิง” หลังออกไป Trick-or-treat นอกบ้าน

    คืนฮาโลวีนแสนหรรษากลับกลายเป็นความหวาดผวาสำหรับเด็กสองคนที่ ถูกยิง เพราะเดินไปเล่นในที่ลับตาคน คุณแม่คนหนึ่งปล่อยให้ลูกรักทั้งสองออกไปเล่นฮาโลวีนยามค่ำคืน ลูกสาวคนโตนามว่า Makiya Williams วัย 14 ปีจึงพาน้องชายวัย 5 ขวบนามว่า Mael Howel ออกไปขอขนมกันตามประเพณี แล้วในคืนเดียวกันนั้นเอง คุณแม่นามว่า Dominique Wise ก็ได้รับสายแจ้งว่า ลูกๆ ทั้งสองของเธอถูกลูกหลงและได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกันของผู้ครอบครองอาวุธปืน   Dominique Wise   เด็กทั้งสองคนพบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางการปะทะกันของมือปืน 2 ฝ่าย ในเวลาราว 18.20 น. ของวันดังกล่าว พวกเขาเล่าว่ามีการยิงตอบโต้กันไปมาราว 6 นัดได้ เหตุการณ์นี้ทำให้ฝ่ายผู้เป็นแม่เกิดความตื่นตกใจอย่างมาก เธอกล่าวว่า “มันไม่สมเหตุสมผลเลย ที่คุณจะปล่อยให้ลูกออกไปเล่นนอกบ้านในวันฮาโลวีนแล้วถูกยิงกลับมา”   ขณะเดียวผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งก็กล่าวว่า เขาเองก็ได้ยินเสียงดังแต่คิดว่าเป็นเสียงของ “พลุ” ที่จุดเฉลิมฉลองในเทศกาลฮาโลวีน ไม่ได้คิดว่าเป็นเสียงปืน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง พบหนูน้อย Mael บาดเจ็บพร้อมตะกร้าใส่ขนมหวานกระจายเกลื่อนพื้น เขาถูกยิงเข้าที่ขาและขณะนี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อรอการผ่าตัดนำกระสุนออก     Mael ขณะก่อนออกไปเที่ยวนอกบ้านในวันฮาโลวีน   เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุ ย่าน Olney…

  • เด็กจีนซุกซน “สไลด์” ราวบันไดเลื่อนเล่นในห้างฯ ผู้ใหญ่ไม่ห้าม…ซ้ำยังยืนเชียร์!!

    เด็กจีนซุกซน “สไลด์” ราวบันไดเลื่อนเล่นในห้างฯ ผู้ใหญ่ไม่ห้าม…ซ้ำยังยืนเชียร์!!

    การสนับสนุนเด็กๆ ในพฤติกรรมที่ดีจะทำให้เด็กมีโอกาสกระทำพฤติกรรมนั้นๆ ต่อไป แต่หากชื่นชมหรือสนับสนุนการกระทำที่ไม่เหมาะไม่ควร เด็กๆ ก็อาจเข้าใจผิดคิดว่าสิ่งที่เขาทำนั้นถูกต้องแล้ว อย่างเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศจีน คลิปวิดีโอหนึ่งถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์พบว่า เด็ก 3 คนสไลด์ลงมากับราวบันไดเลื่อนในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ขณะที่ผู้ใหญ่โดยรอบก็ชื่นชมและส่งเสียงเชียร์     ชมคลิปวิดีโอ    ในคลิปวิดีโอเผยให้เห็นถึงการละเล่นแสนอันตรายของเด็กชายทั้ง 3 คนที่ไถลตัวลงมากับราวบันไดเลื่อนความยาว 20 เมตรในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งตะวันตกเฉียงใต้ของนครฉงชิ่ง ขณะเดียวกันก็มีผู้ใหญ่จำนวนมากที่อยู่บริเวณรอบๆ ซึ่งได้เห็นภาพความอันตรายของเด็กๆ เหล่านี้ แต่กลับไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะห้ามปราม ซ้ำยังหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายวิดีโอพร้อมชื่นชม     ในคลิปจะเห็นได้ผู้ใหญ่ท่ถ่ายวิดีโออยู่ด้านล่างได้เปล่งวาจาชื่นชม โดยหญิงคนหนึ่งพูดออกมาว่า “ว้าว เก่งจังเลย!” .   หลังจากคลิปวิดีโอถูกเผยแพร่ออกมา ชาวเน็ตต่างก็ว่ากล่าวพฤติกรรมของเด็กทั้งสามคน ที่ไม่สนใจป้ายเตือนซึ่งบอกเอาไว้ว่าบันได้เลื่อนกำลังซ่อมแซม ห้ามใช้   ตัวอย่างคอมเมนต์จากชาวเน็ตในเว็บไซต์ Weibo เช่น… “พวกพ่อแม่นี่ชอบให้ท้ายเด็กจริงๆ ไม่เข้าใจเลยพวกเขาคิดอะไรกันอยู่” “พ่อแม่ก็คงเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับเด็กๆ ก่อนนั่นแหละ” “นี่ถ้าสมมติเกิดอุบัติเหตุขึ้น พวกเขาก็คงจะโทษให้เป็นความผิดของห้างฯ ใช่ไหม?”   สิ่งที่ผู้ใหญ่ควรทำก็คือเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กๆ ว่าพฤติกรรมใดคือสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสมตามกาลเทศะ ที่มา: nextshark และ 头条…

  • เจ้าหนูสองขวบ “ฉีก” ซองกระดาษจนเละ เพิ่งรู้ว่าเป็นเงินสะสมกว่า 3 หมื่นบาทของพ่อแม่…

    เจ้าหนูสองขวบ “ฉีก” ซองกระดาษจนเละ เพิ่งรู้ว่าเป็นเงินสะสมกว่า 3 หมื่นบาทของพ่อแม่…

    การเลี้ยงดูเด็กๆ บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถึงแม้ว่าการได้อยู่กับเด็กๆ แล้วโลกจะดูสดใส แต่บางทีก็มีเรื่องน่าปวดหัวเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน อย่างเช่นพ่อแม่คู่หนึ่งจากยูทาห์ที่ได้ไปพบเจอกับวีรกรรมของหนูน้อยวัย 2 ขวบอันน่าปวดหัวเข้าให้ พวกเขาพบว่าเจ้าตัวแสบได้ตัด “ธนบัตรเงินสด” ออกเป็นชิ้นเล็กๆ รวมเป็นมูลค่าถึง 1,060 ดอลลาร์สหรัฐฯ (เกือบ 35,000 บาท)     เรื่องราวเริ่มจาก Ben Belnap ผู้เป็นพ่อได้สะสมเงินเก็บเอาไว้เพื่อตอบแทนให้กับพ่อแม่ของตนหลังจากที่เขาเคยได้รับของขวัญอันล้ำค่ามาจากพวกท่าน ซึ่งก็คือตั๋วเข้าชมอเมริกันฟุตบอลนั่นเอง เขาและ Jackee ภรรยาของเขาได้ช่วยกันเก็บสะสมเงินสดไว้ในซองจดหมาย รวมๆ แล้วมีมูลค่าถึง 1,060 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 35,000 บาท) ซึ่งเพียงพอในการตอบแทนพ่อแม่ของ Ben แต่ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะนำเงินสดไปมอบให้กับพ่อแม่ของ Ben พวกเขากลับหาซองที่บรรจุเงินสะสมไว้ไม่เจอ Jackee ผู็เป็นภรรยาจึงลองคุ้ยหาในกองเศษกระดาษดู จึงพบว่าเงินสดได้กลายเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ ไปเรียบร้อยแล้ว     ละเอียดเชียว   เมื่อ Jackee บอกเรื่องนี้กับ Ben ทั้งคู่กลับหัวเราะร่าออกมา เพราะรู้ว่าฝึมือของคนที่ทำแบบนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Leo ลูกน้อยจอมแสบของเขานั่นเอง ฝ่ายแม่กล่าวว่า “ปกติแล้ว Leo…

  • เด็กสาวพยายาม ‘แกล้ง’ พ่อของตัวเอง ส่งใบสั่งมาถึงบ้าน จนเกือบจะโอนเงินจ่ายค่าปรับจริงๆ!!

    เด็กสาวพยายาม ‘แกล้ง’ พ่อของตัวเอง ส่งใบสั่งมาถึงบ้าน จนเกือบจะโอนเงินจ่ายค่าปรับจริงๆ!!

    ในวัยเด็ก หลายๆ คนอาจจะมีวิธีการ ‘ขอเงิน’ พ่อแม่ ในวิธีที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็ร้องไห้งอแง ดิ้นพล่านกับพื้นเพื่อแสดงจุดยืนอันหนักแน่นของตัวเอง บ้างก็ใช้วิธี ‘สังเกตการณ์’ ว่าพ่อแม่ชอบวางเงินไปตรงไหน แล้วแอบหยิบไปทีละเล็กนะน้อย (เลวแต่เด็กจริงๆ 555+) เอาเป็นว่าไม่ว่าคุณจะใช้วิธีแบบไหนมาก็ตาม ขอบอกเลยว่ายังไงก็สู้เด็กสาวคนนี้ไม่ได้!!     Elizabeth Kay-Devine จากเมือง Lancashire ประเทศอังกฤษ เธอเริ่มใช้แผนอันแยบยลเพื่อขอ (ขโมย) เงินพ่อของตัวเองด้วยการ ‘ทำใบสั่งปลอม’ ขึ้นมา ซึ่งในใบสั่งนั้นประกอบไปด้วยสถานที่เกิดเหตุ เลขป้ายทะเบียนรถ หรือแม้แต่ตราของหน่วยงานราชการ!? และ Elizabeth เริ่มทำแบบนี้ครั้งแรกตอนที่เธออายุได้ 6 ขวบเท่านั้นเอง Elizabeth ได้รับแรงบันดาลใจมาจากใบสั่งแบบธรรมดาๆ ที่ส่งมาให้กับพนักงานคนหนึ่งที่ทำงานในบริษัทของพ่อเธอ Helen Boardman แม่เลี้ยงวัย 43 ปีของเธอเล่าว่า Paul Kay วัย 46 ปี พ่อของเธอนั้นถูกหลอกโดยจดหมายใบสั่งที่ถูกส่งมาจากสำนักงานเทศบาล Rossendale Borough Council    …

  • หนูน้อยฟ้องครูว่า “พ่อปลูกกัญชา” พอเธอพาไปดูหลักฐาน ถึงกับขำน้องจนท้องแข็ง~

    หนูน้อยฟ้องครูว่า “พ่อปลูกกัญชา” พอเธอพาไปดูหลักฐาน ถึงกับขำน้องจนท้องแข็ง~

    เด็กๆ ที่ไร้เดียงสานั้นจะว่าน่ารักมันก็ใช่ แต่ถ้าจะว่าน่าหยิกมันก็ถูก เพราะหลายครั้งไอ้ความไร้เดียงสาของเด็กๆ นี่เองที่ทำให้เราต้องปวดหัวอย่างมาก เช่นเหตุการณ์นี้ ที่คุณพ่อของหนูน้อย Skylar Holt ได้รับโทรศัพท์จากทางโรงเรียนของเธอซึ่งไม่ใช่เรื่องผลการเรียนหรือพฤติกรรมเกเรแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับที่เขา เพาะปลูกกัญชา ไว้ที่บ้าน! หนูน้อย Skylar ได้รายงานกับคุณครูว่าที่บ้านของเธอนั้น Dax Holt ผู้เป็นพ่อได้ปลูกกัญชาเอาไว้ เมื่อคุณพ่อได้คุยกับครูเรียบร้อย เขาก็มาขอคำอธิบายและหลักฐานจากสาวน้อย Skylar และตรงนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้องของ “ความน่ารักน่าหยิก” ของเด็กน้อย ที่มีความเข้าใจ “ผิดๆ” เกี่ยวกับกัญชา เรื่องราวจะน่ารักน่าหยิกหรือน่าปวดหัวขนาดไหน ไปชมกันเลย…   พ่อ: “วันนี้ลูกบอกอะไรกับครูเหรอ?” ลูก: “กัญชาไม่ดีต่อสุขภาพนะคะพ่อ”   ลูก: “เพราะกัญชามันดูคล้ายกับหญ้า…”   ลูก: “แต่มันไม่ใช่…มันคือกัญชา”   พ่อ: “แล้วลูกได้บอกหรือเปล่าว่าบ้านเรามีกัญชาอยู่เยอะเลย?” ลูก: “บอกค่ะ”   พ่อ: “วันนี้พ่อคุยกับคุณครู ครูบอกว่าบ้านเรามีกัญชาเยอะแยะเลย ลูกอยากอธิบายอะไรหน่อยมั้ย?” ลูก: “เอ่อ…ไม่ดีกว่า”   พ่อ: “เราปลูกกัญชาไว้ที่บ้านเยอะแยะเลยเหรอ?”…

  • ศิลปินนำ ‘ภาพวาดของเด็ก’ กลับมาวาดใหม่อีกครั้ง เพื่อเติมเต็มจินตนาการ ให้ดูสมจริงยิ่งขึ้น!!

    ศิลปินนำ ‘ภาพวาดของเด็ก’ กลับมาวาดใหม่อีกครั้ง เพื่อเติมเต็มจินตนาการ ให้ดูสมจริงยิ่งขึ้น!!

    วัยเด็ก ถือเป็นวัยแห่งความคิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการที่กว้างไกล และหลายๆ ครั้ง พวกเขาก็ถ่ายทอดออกมาผ่าน ‘การวาดภาพระบายสี’ แต่ภาพที่เด็กๆ วาดมันก็มักจะเป็นลายเส้นยึกๆ ยือๆ ที่มองแล้วมองอีก ก็ยังไม่สามารถรู้ได้ว่ามันเป็นภาพของตัวอะไรกันแน่!?     และศิลปิน Aaron Zenz ก็ได้นำภาพวาดของเหล่าเด็กๆ มาวาดใหม่ แปลงโฉมให้ลายเส้นของเหล่าเด็กๆ กลายมาเป็นภาพที่สวยสดงดงาม เปลี่ยนจินตนาการของพวกเขาให้ดูราวกับมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ!! Aaron ได้ทำการนำภาพวาดของเหล่าเด็กๆ มาวาดใหม่ เป็นแนว ‘แฟนอาร์ต’ และนำมันมาทำเป็น ‘คอลเลกชัน’ ผลงาน เพื่อจัดแสดงในงาน ArtPrize 2018 ในพิพิธภัณฑ์ Children’s Museum ที่เมือง Grand Rapids รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา   และนี่คือผลงานบางส่วนที่เขาวาดขึ้นมา ลองไปชมพร้อมๆ กันได้เลยครับ…   ปิศาจแตงโม   ปิศาจกวางผู้ปกปักรักษาผืนป่า . .   ปิศาจกุหลาบ . .…

  • ภาพปัจจุบัน 5 ศิลปินเด็กที่เคยเป็นไอดอลในดวงใจวัยรุ่นยุค 90/2000 วันนี้เป็นไงกันบ้าง!!?

    ภาพปัจจุบัน 5 ศิลปินเด็กที่เคยเป็นไอดอลในดวงใจวัยรุ่นยุค 90/2000 วันนี้เป็นไงกันบ้าง!!?

    สำหรับเด็กๆ ที่เติบโตมาในช่วงปลายยุค 90s และช่วงต้นของยุค 2000s นั้นแน่นอนว่าจะต้องมีศิลปินเด็กสักคนเป็นไอดอลอย่างแน่นอน เพราะสมัยนั้นเรียกได้ว่าเป็นยุคทองของเหล่านักร้องวัยเยาว์เลยเชียวล่ะ ย้อนกลับไปในยุคนั้นไม่ว่าจะเพลงแนวสตริงหรือลูกทุ่งก็เรียกได้ว่าปั้นศิลปินเด็กมาดึงดูดผู้ฟังกันมากมายทีเดียว แต่น่าเสียดายที่ศิลปินเด็กบางคนก็จบเส้นทางศิลปินลงเพียงไม่กี่อัลบั้มและได้หายหน้าไปจากวงการ วันนี้เราจะพาทุกท่านย้อนกลับไปชม 5 ศิลปินเด็ก ผู้เคยโด่งดังสุดๆ ให้หายคิดถึงแล้วลองมาส่องดูกันหน่อยว่าปัจจุบันพวกเขาทำอะไรกันอยู่บ้าง…   1. อนัน อันวา เจ้าของผลงานเพลงดัง เช่น Ding Dong, ตะลึง และ คิกคาปู้ เป็นต้น ออกอัลบั้มแรกเมื่อปี พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999)   ปัจจุบันกลายเป็นนักกีฬาเอ็กซ์ตรีมสุดเท่ นักออกแบบเสื้อผ้า และเป็นนักเต้นอีกด้วย . ที่มา: เฟซบุ๊ก Anan Anwar   2. นาตาลี สติเบิร์ท (หรือ นาตาลี มะลึกกึ๊กกึ๋ยย์) เจ้าของผลงานเพลงดัง มะลึกกึ๊กกึ๋ยย์ และ อาคันตุกะ ที่ติดหูเด็กๆ ทั้งประเทศ ออกอัลบั้มแรกเมื่อปี พ.ศ. 2544 (ค.ศ. 2001)   ปัจจุบันนาตาลีเพิ่งกลับมาไทย เธอก็จะรับงานถ่ายแบบบ้าง…

  • โลกไม่ได้สวยงามเสมอไป…เด็กชาย ‘ดาวน์ซินโดรม’ ถูกโค้ชแบนไม่ให้เป็นเชียร์ลีดเดอร์

    โลกไม่ได้สวยงามเสมอไป…เด็กชาย ‘ดาวน์ซินโดรม’ ถูกโค้ชแบนไม่ให้เป็นเชียร์ลีดเดอร์

    บางครั้งโลกของเรามันก็ไม่ได้สวยงามเสมอไป…   เมื่อเด็กชายชั้นไฮสคูลที่ป่วยเป็นดาวน์ซินโดรม ถูกโรงเรียน ‘แบน’ ออกจากการเป็น ‘เชียร์ลีดเดอร์’ ทั้งๆ ที่เขาซ้อมกับทีมมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์!! Glenn Wilson ถูกแบนออกจากทีมเชียร์ลีดเดอร์ของโรงเรียน West High School ที่อยู่ในเมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งก่อนหน้านี้เขาร่วมกันฝึกซ้อมกับเพื่อนๆ ในทีมเชียร์ลีดเดอร์มาโดยตลอด จนสามารถขยับร่างกายตามจังหวะ และเข้ากันได้ดีกับทีมแล้ว     ทางครอบครัวเองก็ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะมันคือสิ่งที่เขาชื่นชอบ ทั้งการซื้อยูนิฟอร์ม และทำตารางการฝึกฝนให้ แต่กลับกลายเป็นว่าถูกถอดชื่อออกจากทีมซะงั้น!? ทางด้านนาย Ray Valentine วัย 47 ปี คุณลุงของ Glenn ก็เลยติดต่อไปยังโรงเรียน และอ้างว่าโค้ชของทีมได้ตัดชื่อหลานของเขาออกจากทีมด้วยเหตุผลที่ว่า “Glenn ไม่เหมาะกับ ‘ภาพลักษณ์ของทีม’ และโค้ชเองก็ไม่มีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับเด็กพิเศษ”      “หลานของผมไม่เหมาะกับ ‘ภาพลักษณ์ของทีม’ ก็เลยต้องตัดเขาออกจากทีม มันเป็นอะไรที่แย่มากๆ เลยล่ะ” คุณลุง Ray กล่าว ทางด้านคุณย่าของ Glenn คุณย่า…

  • เด็กชายเกลียดกล้อง แม่เลยซื้อชุด T-Rex ให้ใส่ เพื่อถ่าย ‘ภาพครอบครัว’ อินจัดไปแล้วน้อง

    เด็กชายเกลียดกล้อง แม่เลยซื้อชุด T-Rex ให้ใส่ เพื่อถ่าย ‘ภาพครอบครัว’ อินจัดไปแล้วน้อง

    พ่อแม่หลายคนคงจะอยากถ่ายภาพเด็กๆ เก็บเอาไว้เพื่อเป็นความทรงจำดีๆ แต่ถ้าหากว่าลูกของคุณเป็นขี้อาย ไม่กล้าเข้ากล้องล่ะ จะทำอย่างไรดี? เช่นเดียวกันกับเด็กชายคนนี้ที่ป่วยเป็นโรคออทิสซึม และเขากลัวการถ่ายภาพเอามากๆ คุณแม่ก็เลยปิ๊งไอเดีย ‘จับใส่ชุดไดโนเสาร์’ เพื่อเพิ่มความกล้าให้กับเขาเวลาถ่ายภาพ แต่กลายเป็นว่าเด็กชายกลับ ‘อินจัด’ จนกลายเป็นชุดภาพที่แสนงดงาม และสดใส คุณแม่ Samantha Lu ช่างภาพผู้ประสบปัญหากับการถ่ายภาพเจ้าหนู Levi ลูกของตัวเองที่ป่วยเป็นโรคออทิสซึม และเขาเป็นคนที่กลัวกล้องเอาซะมากๆ     ซึ่งโดยปกติแล้วเด็กที่ป่วยเป็นออทิสซึมนั้นจะมีปัญหาที่เกี่ยวกับ ‘การเข้าสังคม’ เพราะฉะนั้น การถ่ายภาพสำหรับเขาแล้วคือการท้าทายที่ใหญ่มากพอสมควรเลยทีเดียว “เขามีปัญหาเกี่ยวกับการสบตากับคนอื่น และควบคุมการยิ้มไม่ได้ เขาบอกกับฉันว่า ‘ผมไม่สามารถควบคุมใบหน้าของตัวเองได้เลย’” คุณแม่เล่า     เธอก็เลยปิ๊งไอเดียซื้อชุด T-Rex มาให้เขาสวมใส่ เพื่อช่วยลดคามเขินอายเวลาถ่ายภาพ และมันก็คุ้มค่าจริงๆ!! เธอเล่าถึงผลงานการถ่ายภาพในครั้งนี้ว่า “Levi และ Lola ชื่นชอบจูราสสิกพาร์ก มากๆ แต่ Levi นั้นเป็นออทิสซึมและเขาเกลียดการถ่ายภาพ ทุกครั้งที่จะถ่ายภาพเขามักจะพูดว่า “ผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับหน้าของผมดี ผมบังคับมันไม่ได้” ฉันก็เลยซื้อชุด T-Rex มาให้เขา เพื่อที่จะถ่าย…

  • เด็กสาว 4 ขวบ ปิ๊งไอเดีย สร้าง ‘ปุ่มกอด’ ขึ้นมา เพื่อคลาย ‘ความคิดถึงแม่’ เมื่ออยู่ห่างกัน

    เด็กสาว 4 ขวบ ปิ๊งไอเดีย สร้าง ‘ปุ่มกอด’ ขึ้นมา เพื่อคลาย ‘ความคิดถึงแม่’ เมื่ออยู่ห่างกัน

    อย่างที่รู้กันดีว่า ‘การไปโรงเรียน’ ของเด็กๆ ในช่วงแรกๆ นั้นถือเป็นเรื่องที่ยากมาๆ เพราะจากเดิมที่พวกเขาต้องอยู่ติดกับพ่อแม่ตลอดเวลา แต่พอไปโรงเรียนแล้วจะต้องแยกกันย่อมเป็นความรู้สึกที่เด็กๆ จะรับมือได้ยากเป็นธรรมดา หรือฝั่งคนเป็นพ่อเป็นแม่เองก็อาจจะหนักกว่าเสียด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้เองแต่ละครอบครัวก็จะมีวิธีการในการจัดการกับความรู้สึกเหล่านี้ที่แตกต่างกันออกไป เช่นเดียวกันกับครอบครัวนี้ ที่ใช้วิธีสุดแสนจะน่ารักเพื่อทำให้ลูกของตัวเองรู้สึกอบอุ่นหัวใจ แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน Violet Orrick เด็กหญิงวัย 4 ขวบ ที่เพิ่งจะได้เข้าโรงเรียน และได้เผชิญประสบการณ์ที่ต้องห่างจากคุณแม่ Leanne Orrick วัย 38 ปีเป็นครั้งแรก     เธอก็เลยปิ๊งไอเดีย ‘ปุ่มกอด’ ขึ้นมา เป็นการวาดปุ่มรูปหัวใจเล็กๆ ติดไว้ที่แขนของทั้งคู่ และเมื่อกดเมื่อไหร่ก็จะจินตนาการถึงอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นของกันและกัน เพื่อเยียวยาความเศร้าจากการอยู่ห่างกัน Violet กล่าวถึงปุ่มรูปหัวใจดังกล่าวว่า “หัวใจก็เปรียบเสมือนกับตัว M คือ Mummy ที่ตั้งอยู่บนตัว V คือ Violet”  และทุกครั้งที่ Violet รู้สึกเหงาที่โรงเรียน เธอก็จะกด ‘ปุ่มกอด’ นี้ทุกครั้ง เพื่อรับรู้ถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอดของคุณพ่อกับคุณแม่ ช่วยให้เธอผ่านช่วงเวลาที่อยู่โรงเรียนไปได้อย่างมีความสุข     “ทุกอย่างมันเริ่มต้นจากการที่ฉันเห็นรูปที่วาดบนแขนของลูกสาวเป็นรูปหัวใจ ฉันไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงวาดมัน…

  • 10 การ์ตูนดังตะวันตกที่ “ไม่ควรเปิดให้เด็กดู” ถึงภาพจะน่ารักแต่เนื้อหา 18+ เกิ๊นนนน!!

    10 การ์ตูนดังตะวันตกที่ “ไม่ควรเปิดให้เด็กดู” ถึงภาพจะน่ารักแต่เนื้อหา 18+ เกิ๊นนนน!!

    พอได้ยินคำว่า การ์ตูน ทีไรหลายๆ คนมักจะคิดถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็น “เด็กๆ” อยู่เสมอ พอจะหาความบันเทิงบางอย่างให้กับเด็กๆ ได้ชมผู้ใหญ่ก็มักจะเลือกเปิดการ์ตูนให้ดูเป็นประจำ หารู้ไม่ว่าการ์ตูนนั้นไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อเด็กๆ เสมอไป การ์ตูนหลายเรื่องก็มีเนื้อหาที่ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ ฉะนั้น หากจะเปิดการ์ตูนให้เด็กๆ ดูก็ควรรู้ไว้ว่าเรื่องไหนมีเนื้อหาสำหรับเด็กหรือสำหรับผู้ใหญ่ วันนี้ เราจึงรวบรวมอย่างคร่าวๆ ถึง 10 การ์ตูนตะวันตก ยอดนิยมที่ “ไม่ควรอย่างยิ่ง” ในการเปิดให้เหล่าเด็กๆ ของคุณดู เพราะถึงจะได้ชื่อว่าเป็นการ์ตูนแต่เนื้อหาของมันนั้นกลับไม่เด็กเอาเสียเลย   1. Family Guy การ์ตูนลายเส้นเรียบง่ายสบายตาดูน่ารักเรื่องนี้ ไม่ควรเปิดให้เด็กๆ ดูเพราะว่า “เนื้อหา” ของมันจะเป็นการเล่นมุกตลกที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ที่บางครั้งอาจก่อความเข้าใจผิดให้กับเด็กๆ ได้   2. South Park การ์ตูนสุดฮาเรื่องนี้ เนื้อหาเต็มไปด้วยมุกตลกที่เล่นกับความหยาบโลนและความรุนแรง มีพฤติกรรมและการใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสำหรับเด็ก เช่น การฆ่า คำหยาบ และเรื่องเซ็กส์ เป็นต้น   3. Beavis and Butthead การ์ตูนเรื่องนี้ คนวาดใช้ลายเส้นที่ไม่เหมาะสำหรับเด็กอยู่แล้ว แถมเนื้อหาภายในยังเต็มไปด้วยมุกตลกสกปรกทั้งหลาย ตัวละครที่เป็นวัยรุ่นอาจเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับเด็กๆ เนื่องจากมีพฤติกรรมห่ามและเกเร  …

  • ศิลปินสรรค์สร้างโปรเจกต์ Toy Stories เก็บภาพ ‘ของเล่น’ ของเด็กๆ ที่อยู่ทั่วโลก!!

    ศิลปินสรรค์สร้างโปรเจกต์ Toy Stories เก็บภาพ ‘ของเล่น’ ของเด็กๆ ที่อยู่ทั่วโลก!!

    หากย้อนกลับไปในวัยเด็ก ทุกคนต่างก็ต้องเคยมี ‘ของเล่น’ เป็นของตัวเอง และมันเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยคลายความเหงาได้เป็นอย่างดีในเวลาว่าง แต่เพื่อนๆ เคยสงสัยกันไหมว่า ในแต่ละประเทศทั่วโลกนั้น เหล่าเด็กๆ จะเล่นของเล่นแบบไหนกันบ้าง? จะเหมือนกับที่เราเคยเล่นเมื่อตอนยังเป็นเด็กๆ หรือไม่ หรือไม่ว่าที่ไหนก็เหมือนๆ กันไปหมด สำหรับวันนี้ #เหมียวหง่าว จะพาเพื่อนๆ ไปชมผลงานโปรเจกต์ถ่ายภาพของช่างภาพ Gabriele Galimberti จากประเทศอิตาลี ในชื่อว่า Toy Stories ซึ่งเขาจะพาทุกคนไปชมของเล่นของเหล่าเด็กๆ จากทั่วโลก!! “ผมได้ทำการบันทึกสิ่งของต่างๆ ที่สร้างความสนุกสนานให้กับเหล่าเด็กๆ ซึ่งมันสามารถบอกเล่าถึงวัฒนธรรม และเบื้องหลังชีวิตที่พวกเขาได้เติบโตมา แม้มันจะดูไม่มีค่าหรือดูแปลกอะไร แต่ก็เป็นความภาคภูมิใจ ที่มันสามารถสร้างความสนุกสนานและเป็นเพื่อนให้กับพวกเขาได้เป็นอย่างดี” Gabriele กล่าวถึงผลงานของตัวเอง เขาเดินทางไปยัง 50 ประเทศทั่วโลก เพื่อสร้างโปรเจกต์ Toy Stories ขึ้นมา และนี่คือเรื่องราวที่เขาเก็บมาได้ จะเป็นอย่างไรลองไปชมพร้อมๆ กันได้เลยจ้า…   Noel Hawthorne วัย 5 ขวบ จากเมือง South Dallas รัฐ Texas…

  • เด็กชายวัย 13 ขวบ ถูกเพื่อนแกล้งที่โรงเรียน ‘โยนชีสใส่’ จนนำไปสู่การเสียชีวิต

    เด็กชายวัย 13 ขวบ ถูกเพื่อนแกล้งที่โรงเรียน ‘โยนชีสใส่’ จนนำไปสู่การเสียชีวิต

    บางครั้งจากเหตุกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนของเด็กๆ ที่ใครหลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่อง ‘ขำๆ’ มันอาจจะบานปลายจนกลายเป็นโศกนาฏกรรมก็เป็นได้ เช่นเดียวกันกับเรื่องราวต่อไปนี้ที่เด็กชายวัย 13 ขวบ ถูกเพื่อนๆ กลั่นแกล้งโยนชีสใส่ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขา ‘แพ้’ มันอย่างรุนแรง จนนำไปสู่การเสียชีวิต!! Karanbir Cheema เด็กชายวัย 13 ปี อาศัยอยู่ในเขต Greenford กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เขามีอาการแพ้อาหารจำพวกข้าวสาลี, กลูเตน, และอาหารอื่นๆ ที่หาทานได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวันอย่างไข่ และถั่วต่างๆ     ซึ่งมันจะทำให้เขาหายใจไม่ออกและมีผื่นขึ้นตามร่างกาย หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ก็อาจจะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ แม้จะรู้อย่างนั้นแต่เพื่อนๆ ของเขาในโรงเรียนไฮสคูล William Perkin Church พยายามที่จะกลั่นแกล้งเขา โดยการโยน ‘ชีส’ ใส่ และนั่นเองทำให้เขาเกิดอาการช็อก และเกร็งหายใจไม่ออก     เจ้าหน้าที่ Kierin Oppatt ได้รับแจ้งว่ามีเหตุฉุกเฉิน มีผู้ป่วยแพ้อาหารอย่างรุนแรงที่โรงเรียน และเขาก็รีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบว่าเด็กชาย Karan กำลังนอนชักเกร็ง พยายามที่จะหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปอย่างยากลำบาก…

  • ย้อนอดีตชม 20 ภาพน่าสะเทือนใจของ “การใช้แรงงานเด็ก” ช่วงยุค 1900s ในสหรัฐฯ

    ย้อนอดีตชม 20 ภาพน่าสะเทือนใจของ “การใช้แรงงานเด็ก” ช่วงยุค 1900s ในสหรัฐฯ

    ในช่วงต้นๆ ของคริสต์ศักราช 1900 สำหรับวงการอุตสาหกรรมแล้ว แรงงานมนุษย์นั้นจำเป็นอย่างยิ่ง แม้จะเริ่มมีการใช้งานเครื่องจักร แต่ก็ไม่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ทุกอย่าง ฉะนั้น โรงงานอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการใดที่มีแรงงานมนุษย์มากก็ถือว่าได้เปรียบ ในช่วงยุคนั้นจึงนิยม การใช้แรงงานเด็ก เพื่อทำงานในบางหน้าที่ จนสุดท้ายกลายเป็นการกดขี่อันน่าเศร้าที่เด็กๆ ต้องเจอ บรรยากาศอันน่าสะเทือนใจของการใช้แรงงานเด็กในในอดีตช่วงยุค 1900s ถูกเก็บมาเป็น “ภาพ” ให้คนรุ่นหลังได้ชม วันนี้ เราจึงจะพาทุกท่านไปชมภาพเหล่านั้นกัน…   1. Giles Edmund Newsom เด็กวัย 11 ปีที่ทำงานเกี่ยวกับกังหันลม และแล้วอุบัติเหตุจากเครื่องจักรก็พรากนิ้วมือของเขาไป   2. Rosie วัย 7 ขวบกับปีที่สองของการเป็นคนงานแกะเปลือกหอย   3. เด็กส่งหนังสือพิมพ์คนหนึ่งผล็อยหลับบนขั้นบันได้พร้อมกับหนังสือพิมพ์ที่เขาต้องส่ง   4. Ferris เด็กส่งหนังสือพิมพ์วัย 7 ขวบ   5. Mary วัย 4 ขวบกับหน้าที่แกะเปลือกหอย   6. Vance วัย 15 ปีคอยเปิดปิดประตู ทำงาน 10…

  • เด็กๆ ในเยอรมนีรวมตัว “เดินขบวนประท้วง” พ่อแม่ สาเหตุที่เอาแต่สนใจโทรศัพท์มือถือ!

    เด็กๆ ในเยอรมนีรวมตัว “เดินขบวนประท้วง” พ่อแม่ สาเหตุที่เอาแต่สนใจโทรศัพท์มือถือ!

    ก็ต้องยอมรับว่าปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน นั้นจำเป็นจริงๆ บางครั้งมันเป็นสิ่งที่ที่มนุษย์หลายคนแทบจะวางมือจากมันไม่ได้เลยทีเดียว ถึงแม้ประโยชน์ของสมาร์ตโฟนจะมีมากมายแต่ มันก็ส่งผลเสียไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะในเชิงสังคมที่ผู้คนมักเลือกมีปฏิสัมพันธ์กับอิเล็กทรอนิกส์มากกว่ามนุษย์ด้วยกันเอง     งานนี้ผลร้ายจึงตกไปสู่เหล่าเด็กๆ ที่ต้องการความอบอุ่น ความรัก และความใส่ใจจากพ่อแม่ เมื่อพ่อแม่ผู้ที่ควรจะเป็นผู้ดูแลกาย จิตใจ และมิติทางสังคมของเด็ก กลับเอาแต่เล่นสมาร์ตโฟนแทนที่จะเล่นกับลูก เหล่าเด็กๆ ราว 150 ชีวิตจึงออกมา ‘เดินขบวนประท้วง‘ ในเมืองฮัมบวร์ค ประเทศเยอรมนี นำโดย Emil Rustige เด็กชายวัย 7 ขวบ ที่เดินพร้อมกับถือป้ายสโลแกนว่า “เล่นกับผมสิ ไม่ใช่เล่นกับโทรศัพท์”   Emil Rustige วัย 7 ขวบ   เรื่องราวเริ่มจากการที่ Emil Rustige ไม่พอใจที่พ่อแม่ของตนติดการใช้โทรศัพท์มือถือ เขาจึงต้องการเดินประท้วงสำหรับเรื่องนี้ “ผมอยากไปเล่นนอกบ้านกับเพื่อน แต่พ่อไม่ได้ให้ไป ผมก็เล่นอยากเล่นกับพ่อที่บ้าน แต่พ่อก็ดันเอาแต่เล่นโทรศัพท์มือถือ” Emil กล่าว เขาจึงบอกกับพ่อแม่ว่าอยากเดินขบวนประท้วงเกี่ยวกับเรื่องนี้ พ่อแม่ของเขาจึงช่วยเหลือโดยการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จัดการเรื่องของขบวนประท้วงสำหรับเด็กๆ     เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ความช่วยเหลืออย่างดีเยี่ยม มีการจัดการปิดถนนหลายเส้นเพื่อให้เด็กๆ…

  • โมเมนต์สุดประทับใจ คุณตารู้ว่า ‘มีหลานชาย’ ครั้งแรก หลังจากที่ครอบครัวมีแต่ผู้หญิง

    โมเมนต์สุดประทับใจ คุณตารู้ว่า ‘มีหลานชาย’ ครั้งแรก หลังจากที่ครอบครัวมีแต่ผู้หญิง

    โดยปกติแล้วคนเป็นพ่อเป็นแม่ ย่อมต้องมีความ ‘คาดหวัง’ อยากจะได้ลูกเพศนั้นเพศนี้กันบ้าง แต่ถึงอย่างไรก็ตามแต่เมื่อลูกเกิดมา ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นเพศอะไรก็ตาม ด้วยความเป็นพ่อเป็นแม่ พวกเขาก็ยินดีที่จะรักเราอย่างเต็มที่อยู่แล้วล่ะ เช่นเดียวกันกับเรื่องราวของคุณตามือใหม่คนนี้ ที่ตลอดชีวิตของเขามีแต่ ‘ลูกสาว’ แต่ตอนนี้เขาได้มี ‘หลานชาย’ คนแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรื่องราวความประทับใจของตุณตา James Keleman นักผจญเพลิงจากเมือง New Baden รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ชีวิตของเขาต้องอยู่กับ ‘ผู้หญิง’ มาโดยตลอด ตั้งแต่ในหมู่พี่น้องเขาก็เป็นผู้ชายเพียงคนเดียว ที่เหลือเป็นพี่สาวกับน้องสาว รวมไปถึงลูกของเขาก็มีแต่ ‘ลูกสาว’ ถึง 4 คนด้วยกัน หรือแม้แต่ก่อนหน้านี้ลูกสาวเองก็มีหลานๆ มาให้เขาอุ้มแล้วถึง 2 คน ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นผู้หญิง!?     และแล้วชีวิตของเขาก็เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยน เมื่อลูกสาวของเขา Elbe ได้ให้กำเนิดทารกน้อย ถือเป็นหลานคนที่ 3 ของคุณตา James และปรากฏว่าทารกคนนั้น ‘เป็นเพศชาย’!! จริงๆ Elbe รู้เรื่องเพศของเด็กทารกตั้งแต่ไปตรวจครรภ์ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์แล้ว แต่ตัดสินใจที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับเพื่อเซอร์ไพรส์พ่อของตัวเอง รวมไปถึงคนอื่นๆ ในครอบครัว  …

  • Ibuki หุ่นยนต์เด็ก “สุดหลอน” จากญี่ปุ่น ยิ้มได้ กะพริบตาได้ และพยักหน้าได้เอง…

    Ibuki หุ่นยนต์เด็ก “สุดหลอน” จากญี่ปุ่น ยิ้มได้ กะพริบตาได้ และพยักหน้าได้เอง…

    คงอีกไม่ไกลเกินเอื้อมที่โลกมนุษย์ของเราจะกลายเป็นโลกที่สิ่งมีชีวิตนั้น อยู่อาศัยและใช้ชีวิตร่วมกับวิทยาการสุดลึกล้ำอย่าง “หุ่นยนต์” ศาสตราจารย์ชาวญี่ปุ่นนามว่า Hiroshi Ishiguro เป็นผู้ที่สร้างหุ่นยนต์อยู่ในโอซากะ หุ่นยนต์ล่าสุดของเขามีชื่อว่า Ibuki เป็นหุ่นยนต์เด็กที่เรียกได้ว่าใครเห็นก็ต้อง “ขนลุก” ไปตามๆ กัน   Ibuki .   Ibuki เป็นหุ่นยนต์ที่มีรูปลักษณ์เป็นเด็กวัย 10 ขวบ เขาเคลื่อนที่ได้ด้วยลำตัวท่อนล่างที่เป็นล้อเลื่อน แต่ใบหน้าและมือของเขาถูกปกคลุมด้วยผิวหนังนุ่มๆ คล้ายผิวมนุษย์ แถมยังมีส่วนหลังของศีรษะเป็นผิวโปร่งใสอีกด้วย หุ่นยนต์ตัวนี้มีระบบอ่านใบหน้ามนุษย์และสามารถอ่านใบหน้าผู้คนเพื่อใช้เป็นเส้นทางการเคลื่อนที่ของตัวเองได้ด้วย Ibuki เป็นหุ่นยนต์ที่ถูกใส่ระบบอัตโนมัติเข้าไป เช่น การกะพริบตาและการพยักหน้า เป็นต้น   .   ศาสตราจารย์ Ishiguro เขียนอธิบายเอาไว้ว่า… “โครงสร้างพื้นฐานของหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์นั้นจะต้องมีระบบการตอบสนอง และเพื่อที่จะสื่อสารกับหุ่นยนต์ได้ มนุษย์จะต้องสร้างอวัจนภาษาขึ้นมาและใส่เข้าไปในหุ่นยนต์ จึงจะสมดั่งจุดประสงค์ของหุ่นยนต์ที่คงอยู่เป็นผู้ช่วยและเป็นคู่สนทนากับผู้คน วัตถุประสงค์ของเราจึงเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับโครงสร้างรุ่นใหม่โดยอิงจากพื้นฐานของคอมพิวเตอร์วิทัศน์ วิทยาการหุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์”     พบกับ Ibuki หุ่นยนต์เด็กและระบบตอบสนอง    ความก้าวหน้าและวิทยาการเป็นสิ่งที่มีประโยชน์กับมนุษย์ก็จริง แต่เจอแบบนี้มันก็น่ากลัวใช่ย่อยเลยแฮะ… ที่มา: designyoutrust และ ibuki -A child-like…

  • เด็กป่วยลูคีเมียอยากได้สติกเกอร์ Ferrari ติดที่โลงศพ เลยได้นั่งรถของจริงเติมเต็มความฝัน!!

    เด็กป่วยลูคีเมียอยากได้สติกเกอร์ Ferrari ติดที่โลงศพ เลยได้นั่งรถของจริงเติมเต็มความฝัน!!

    หลายๆ คนคงจะมีความใฝ่ฝัน หากตายไปอยากจะทำบางสิ่งบางอย่างให้สำเร็จเสียก่อน…   เช่นเดียวกันกับ Caleb Hammond เด็กชายวัย 11 ปี ที่ป่วยเป็นโรคลูคีเมีย และเขาอาจจะเหลือชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อีกไม่นาน ก่อนจะจากไปความต้องการของเขามีเพียงแค่ ได้ติดสติกเกอร์ Ferrari เอาไว้บนโลงศพของเขาเท่านั้น Caleb ถูกวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคลูคีเมีย (มะเร็งเม็ดเลือดขาว) เมื่อปีที่ผ่านมา แต่หลังจากที่เข้ารับการรักษา ร่างกายของเขากลับไม่ตอบสนองเพราะเขาป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายแล้ว ครอบครัวจึงตัดสินใจหยุดการรักษาเอาไว้และพาเขาออกไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่สุดเท่าที่จะทำได้     Caleb เป็นเด็กที่มีความหลงใหลในความเร็วเป็นอย่างมาก เขาจะเก็บสะสมสติกเกอร์รถต่างๆ และสติกเกอร์การแข่งขันรถยนต์จากทั่วโลกเอาไว้ และเขาได้บอกกับพ่อแม่ไว้ว่าอยากให้พ่อแม่ติดสติกเกอร์ Ferrari เอาไว้ที่โลงศพของเขาอีกด้วย เรื่องราวของเจ้าหนู Caleb ได้รับความสนใจจากผู้คนมากมาย รวมไปถึงเจ้าของโชว์รูม Ferrari ในเซาท์ ฟลอริดา Garrett Hayim เจ้าของโชว์รูมที่นำเข้ารถ Ferrari ในเขต Fort Lauderdale ได้ตัดสินใจที่จะมอบประสบการณ์สุดท้าทาย ด้วยการพาเด็กชายนั่งในรถแข่ง Ferrai ราคา 100 ล้านบาท เพื่อเติมเต็มความฝันของเขา     “บางทีผมอาจจะพาเขาไปพบกับทีมแข่งทั้งหมดเลยก็ได้นะ…

  • ครอบครัวแกล้งหลอกให้น้องชายเชื่อว่าตัวเอง ‘ล่องหน’ น้องเชื่อสุดใจ แถมถอดกางเกงโชว์!?

    ครอบครัวแกล้งหลอกให้น้องชายเชื่อว่าตัวเอง ‘ล่องหน’ น้องเชื่อสุดใจ แถมถอดกางเกงโชว์!?

    หลายๆ คนคงจะเคยจินตนาการกันเล่นๆ เมื่อตอนเป็นเด็ก ถึงพลังวิเศษ ที่เราสามารถ ‘ล่องหน’ โดยที่ไม่มีใครเห็นได้ แล้วจะเป็นอย่างไรเมื่อเด็กชายคนหนึ่งได้ลอง ‘ล่องหน’ ได้ โดยที่ไม่มีใครเห็นตัวของเขา ในระยะเวลาสั้นๆ เรื่องมีอยู่ว่าครอบครัวได้ทำการถ่ายคลิปวิดีโอเล่นมายากลหลอกให้เด็กชายคนหนึ่งเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองถูกเสกให้ล่องหน     คลิปดังกล่าวถูกถ่ายเกิดขึ้นในเมือง Garden City รัฐแคนซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา พี่สาวของเด็กชายเล่าถึงการถ่ายทำคลิปว่า “สามีของฉัน และเพื่อนๆ เห็นคลิปวิดีโอจาก Netflix ที่มีนักมายากลเสกให้คนล่องหนหายไปได้ และหลอกให้คนที่หายไปเชื่อว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ” “หนึ่งในเพื่อนของเราก็เลยคิดว่าน่าจะลองทำกับน้องชายคนเล็กสุดของเราดู เพราะเขาน่าจะเชื่อมากที่สุด”     “เราตั้งใจวางแผนกันเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาในห้องใต้ดิน ขณะที่น้องชายคนเล็กเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อหาอะไรกิน จากนั้นก็เริ่มถ่ายรูปก่อนเพื่อหลอกให้เขาเชื่อ” “เมื่อสามีของฉันเอาผ้าคลุมตัวของเขา เขาก็จะหายไปทุกคนจะต้องแสดงท่าทีตกใจ ก่อนจะไปหลอกให้เขาเชื่ออีกครั้งด้วยภาพที่ถ่ายไว้ก่อนหน้านี้”     “นอกจากนี้ก็ลองให้เขาถืออะไรสักอย่าง ทุกคนก็จะต้องร้องออกมาด้วยความตกใจ แบบว่ามันลอยอยู่กลางอากาศได้อย่างไร แต่ที่จริงแล้วคือทุกคนก็เห็นเขาถือมันอยู่นั่นแหละ” “หลังจากที่ให้สามีของฉันพาเขากลับมาด้วยการคลุมผ้าและเสกมนตร์อีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะโชว์คลิปวิดีโอที่ถ่ายไว้ เพื่อให้ดูว่าจริงๆ แล้วเราเห็นเขาตั้งแต่เริ่ม และเขาโดนพวกเราต้มซะเปื่อย” คลิปวิดีโอดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก มีคนเข้าชมโดยรวมแล้วกว่า 700,000 ครั้งเลยทีเดียว!!   ลองไปชมคลิปเหตุการณ์แบบเต็มๆ ที่ข้างล่างนี้ได้เลยจ้า..…

  • เรื่องเล่า “สุดสยอง” จากเด็กๆ ผู้ไร้เดียงสา บางครั้งพวกเขาก็พูดอะไรที่ชวน ‘ขนหัวลุก’ !!!

    เรื่องเล่า “สุดสยอง” จากเด็กๆ ผู้ไร้เดียงสา บางครั้งพวกเขาก็พูดอะไรที่ชวน ‘ขนหัวลุก’ !!!

    ว่ากันว่า เด็กๆ ที่ยังเล็กมักจะมีสัมผัสหรือจินตนาการแปลกๆ ที่เราคาดไม่ถึง อย่างเช่นสามารถมองเห็นภาพม้ายูนิคอร์นได้ หรืออาจจะมองเห็นลุงซานต้าที่ย่องเข้ามากลางดึกได้ เป็นต้น แน่นอนว่า ภาพเหล่านั้นล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่รู้ดีว่ามันไม่มีอยู่จริงและไม่สามารถมองเห็นได้แน่ๆ เราจึงมักคิดว่านั่นคือภาพตามจินตนาการของเด็กๆ แต่บางครั้งคำเล่าของหนูน้อยมันกลับสมจริงเกินกว่าจะเป็นเพียงจินตนาการ ลองมาชมตัวอย่าง คำพูดจากเด็กๆ ที่เล่าเรื่องแปลกๆ ออกมาจนผู้ใหญ่อย่างเราถึงกับ รู้สึกกลัว เพราะมันดูเป็นสิ่งที่เกินกว่าเด็กๆ จะจินตนาการหรือกุเรื่องขึ้นมาเล่าได้   Kelly ไงจะใครล่ะ ขณะที่ลูกสาวของผมมีอายุ 3 ขวบเธอมีเพื่อนในจินตนาการที่ชื่อว่า Kelly ซึ่งอาศัยอยู่ในตู้เสื้อผ้า เธอบอกว่า Kelly จะนั่งมาบนเก้าอี้โยกยามที่เธอนอนหลับ บางครั้งก็เล่นกับเธอ รวมถึงทำอะไรต่างๆ ร่วมกันมากมาย สองปีให้หลัง เมื่อผมและภรรยากำลังดูหนังเรื่อง Amityville (ภาคที่ Ryan Renolds แสดง) จังหวะที่ผีสาวในหนังโผล่หน้าพร้อมดวงตาสีดำไปทั้งดวง ลูกสาวของเราก็เดินมาเห็นพอดี แทนที่เธอจะกลัว เธอกลับพูดออกมาว่า “นั่นดูเหมือนกับ Kelly ไม่มีผิด” “Kelly ไหนลูก?” เราถาม เธอจึงตอบว่า “ก็ Kelly ที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าเราไงคะ”    บ้านเรามีแม่คนเดียวนะลูก… ลูกคนเล็กของฉันจู่ๆ ก็พูดกับฉันขึ้นมาว่า…

  • ความน่ารักของ “คุณพ่อ” เมื่อต้องอยู่เล่นเกมแต่งตัวกับลูกสาวตัวน้อย ฮากันตรึมล่ะทีนี้!!

    ความน่ารักของ “คุณพ่อ” เมื่อต้องอยู่เล่นเกมแต่งตัวกับลูกสาวตัวน้อย ฮากันตรึมล่ะทีนี้!!

    การปล่อยลูกน้อยให้อยู่กับพ่อนั้นเป็นสิ่งที่อาจทำให้คุณแม่หลายคนต้องปวดหัว แต่บางครั้งเมื่อลูกน้อยกับคุณพ่อตัวป่วนอยู่ด้วยกันมันก็อาจกลายเป็น “ความฮา” ได้นะเอ้อ! ถึงแม้หนุ่มๆ ที่เป็นพ่อมือใหม่จะไม่ได้อ่อนโยนหรือมีวิธีรับมือกับลูกน้อยได้เหมือนแม่ แต่พวกเขาก็มีความคิดสร้างสรรค์ในการหาวิธีเล่นกับลูกน้อยได้อย่างสุดโต่ง ลองดูตัวอย่างจากคุณพ่อ Sholom Ber Solomon ที่ต้องเล่นเกมแต่งตัวกับ Zoe ลูกสาวตัวน้อยของเขากันหน่อยดีกว่า ว่าทั้งคู่จะเล่นกันได้ฮาและน่ารักสุดโต่งขนาดไหน   แต่งกายเป็นเงือกน้อย (ปกติแล้วมันต้องให้ลูกเป็นเงือกน้อยไม่ใช่เหรอ!!?)   ชาวร็อกแบบน่ารักๆ   นักมายากลเสกกระต่ายออกมาได้น่ารักจริงๆ   คุณย่าและเจ้าเหมียว (ว่าแต่คุณย่าดูแปลกๆ ไปนะช่วงนี้)   นักอนุรักษ์สัตว์และลิงจ๋อตัวน้อย   เชฟทำซูชิกับซูชิที่น่าหม่ำที่สุด   อ๊ะ พบเจอลูกฉลามแหละ   พากันเข้าร้านเสริมสวยเก๋ๆ   แว๊ก หมีป่าอาละวาด น่ากลัวจริงๆ   เด็กน้อยและมอนสเตอร์ (น่าจะสลับบทบาทกันมากกว่านะ)   คนเลี้ยงผึ้งและผึ้งน้อยจอมดื้อ   ธีมจิบน้ำชาสวยๆ   งานแสดงดนตรีก็มา   มาเป็นวิศวกรกันเถอะ   คุณเด็กเกินกว่าที่กฎหมายอนุญาตให้ขับรถนะครับ   ยุคหิน (ทำไมหนูน้อยต้องกลายเป็นตัวประหลาดทุกทีเลยนะ ฮ่าๆ)…

  • ลุงขายไอศกรีมหัวร้อน หลังเด็กกดไอศกรีมเองแล้วทำหกเลอะเทอะ ต่อยฟันหักเลย!!

    ลุงขายไอศกรีมหัวร้อน หลังเด็กกดไอศกรีมเองแล้วทำหกเลอะเทอะ ต่อยฟันหักเลย!!

    ‘การทำงานกับเด็ก’ บางครั้งก็อาจจะพบเจอกับเรื่องหงุดหงิดได้เช่นกัน เพราะเด็กๆ มักจะไร้เดียงสาและเล่นซนจนเกิดเหตุให้ผู้ใหญ่ต้องปวดหัวอยู่บ่อยครั้ง เช่นเดียวกันกับคุณลุงขายไอศกรีม Alan Donaldson วัย 58 ปี ที่ถูกเด็กวัย 12 ขวบ รบเร้าขอกินไอศกรีมฟรี และต้องการที่จะกระโดดขึ้นไปกดไอศกรีมจากตู้กดด้วยตัวเอง คุณลุงก็บอกเตือนกับเจ้าหนูน้อยคนนั้นไปว่า ‘ถ้าหากเอ็งยังอยากโดนตบล่ะก็นะ ขึ้นมาทำเลย’ แล้วเด็กคนนั้นก็เอาจริง กระโดดขึ้นรถขายไอศกรีมมากดเครื่องด้วยตัวเองจนไอศกรีมหกเลอะเทอะเต็มไปหมด     ด้วยความโมโหคุณลุงก็เลยต่อยเจ้าเด็กซนคนนั้นจนถึงกับฟันหักเลยทีเดียว แล้วเรื่องราวก็บานปลายใหญ่โตจนต้องขึ้นศาลกันในที่สุด หลังจากที่โดนต่อยแล้วเจ้าหนูก็รีบวิ่งกลับบ้านไปฟ้องแม่ ส่วนทางด้านคุณลุง Donaldson ก็เดินทางไปยังสถานีตำรวจเพื่อมอบตัวและเล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น     “ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายเด็กจริงๆ แค่จะสั่งสอนเขาเท่านั้น” คุณลุงเล่า หลังจากที่ยอมรับสารภาพผิดในศาล คุณลุงถูกตัดสินโทษด้วยการทำงานบริการชุมชนเป็นเวลากว่า 120 ชั่วโมง แต่อย่างไรก็ตามมีผู้คนแสดงความเห็นใจกับคุณลุง ผ่านทางโซเชียลมีเดียมากมาย ทางด้านทนาย Sam McDonald ก็ได้ให้การในศาลว่า “เขาเป็นคนดีมาเสมอ และมักจะทำเรื่องดีๆ ให้กับสังคม ผู้คนในชุมชนนี้ต่างก็เคยได้รับความช่วยเหลือจากเขา” “แต่ในวันเกิดเหตุถือเป็นวันที่ค่อนข้างแย่สำหรับเขา ทั้งอากาศที่ร้อน และแอร์รถก็เสียอีกต่างหาก บวกกับเจอเด็กนิสัยไม่ดี จึงไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกที่เขาจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้ หลังจากที่ก่อเหตุแล้วเขาก็รับแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทำอย่างรวดเร็ว”     ทางด้านผู้พิพากษาเองก็รับรู้ว่า Donaldson…

  • เด็กสาวป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ใฝ่ฝันอยากรู้ตอนจบของ Avengers 4 ก่อนที่จะจากโลกนี้ไป

    เด็กสาวป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ใฝ่ฝันอยากรู้ตอนจบของ Avengers 4 ก่อนที่จะจากโลกนี้ไป

    ในชีวิตของเพื่อนๆ เคยคิดกันบ้างไหมว่าก่อนตาย อยากจะทำอะไรเป็นครั้งสุดท้าย?   สำหรับเด็กสาวที่ชื่อว่า Keira ที่รู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ความหวังก่อนตายของเธอคือการได้รู้ตอนจบของ Avengers 4 ก่อนที่จะลาจากโลกใบนี้ไป และด้วยความช่วยเหลือจากองค์กรที่มีชื่อว่า My Shining Star Children’s Cancer Society ได้ทำการโพสต์เล่าเรื่องราวของเธอเพื่อสานต่อความหวังครั้งสุดท้ายของเด็กสาวคนหนึ่งให้กลายเป็นจริง     Keira ต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งสมองมานานกว่า 4 ปีครึ่ง จนในที่สุดเธอก็พ่ายแพ้ต่อมัน และเหลือชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกราวๆ 3-4 เดือนเท่านั้น “ก่อนที่จะตายเธอต้องการที่จะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นใน Avengers ภาคต่อไป ครอบครัวของเธอพยายามที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ฝันของเธอกลายเป็นความจริง แต่มันก็ดูเหมือนจะเป็นไปได้ยาก” “อย่างที่ทุกคนรู้ เราเป็นเพียงองค์กรองค์กรหนึ่งที่สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือพวกเขา เด็กสาวคนนี้ต้องต่อสู้กับมะเร็งร้ายตั้งแต่ยังเป็นเด็ก และเธอสวมควรได้รับการเติมเต็มความฝันของตัวเอง เราต้องช่วยกัน ได้โปรด!!” My Shining Star Children’s Cancer Society กล่าว     องค์กรได้นำเรื่องราวนี้โพสต์ลงทวิตเตอร์และได้รับความสนใจจากชาวเน็ตมากมาย ตอนนี้มีคนเข้ามากดไลก์มากกว่า 32,000 ครั้ง และรีทวีตไปอีกกว่า 53,100 ครั้งแล้ว  …

  • หนูน้อยพิการต้อง “ต่อยตี” กับอีกฝ่าย ใครๆ ก็คิดว่าเขาจะแพ้ เขากลับถอดขาเทียมแล้วลุย!!

    หนูน้อยพิการต้อง “ต่อยตี” กับอีกฝ่าย ใครๆ ก็คิดว่าเขาจะแพ้ เขากลับถอดขาเทียมแล้วลุย!!

    เหตุการณ์ทะเลาะวิวาทอาจเกิดขึ้นได้ไม่ว่ากับใคร โดยเฉพาะเหล่าเด็กๆ ที่มักมีการต่อสู้เกิดขึ้นบ่อยครั้งเนื่องจากมันเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้พวกเขารู้สึกได้ถึงความพ่ายแพ้และชัยชนะ ล่าสุด การทะเลาะวิวาทต้องมาเกิดขึ้นกับเด็กหนุ่มชาวตะวันตกตัวน้อยสองคนโดยที่ฝ่ายหนึ่งเป็นเด็กที่มีความทุพพลภาพที่จำเป็นต้องสวมขาเทียมทั้งสองข้าง     ทั้งคู่ทะเลาะกันอยู่ริมถนนแห่งหนึ่งไม่ทราบประเทศ ในช่วงแรกทั้งคู่มีการเดินดูเชิงกันไปกันมา หลายคนที่พบเห็นต่างพากันคิดว่า หนูน้อยที่สวมขาเทียมต้องสู้ไม่ได้แน่ๆ เพราะเขาดูเสียเปรียบกว่าอีกฝ่ายมาก หลังจากที่ทั้งคู่ดูเชิงกันไปมา หนูน้อยที่สวมขาเทียมและใส่ชุดสีแดงก็นั่งลงและเริ่มถอดขาเทียมของเขาออก หลังจากนั้นการต่อสู้ที่แท้จริงก็เริ่มขึ้น…   ไปชมคลิปกันเลยยย    หนูน้อยกับขาเทียมเดินดูเชิงกับอีกฝ่ายที่ร่างกายดูปกติ   หลายคนคิดว่าเขาต้องสู้หนูน้อยอีกฝ่ายไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะคิดว่าความพิการของเขาจะทำให้เขาเสียเปรียบ   แต่เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่ใจ เจ้าหนูนั่งลงและถอดขาเทียมออก   หลังจากนั้นเจ้าหนูชุดแดงก็กลายเป็นฝ่ายรุกได้อย่างไม่น่าเชื่อ เขาไล่ต้อนอีกฝ่ายอย่างไม่ทันตั้งตัว   สุดท้ายเขาไล่ต้อนจนเข้าถึงตัวอีกฝ่ายได้ เขาจึงผลักให้อีกฝ่ายล้มลงไป   เสร็จล่ะ!!!   เหตุการณ์ดังกล่าวแสดงจุดยืนของผู้พิการว่าพวกเขาไม่ใช่ฝ่ายที่อ่อนแอและต้องถูกกระทำเสมอไป แต่ถึงอย่างไร ไม่ว่าจะเพศหรือวัยใด ก็ไม่สนับสนุนให้แก้ปัญหาด้วยกำลังและความรุนแรงนะ ที่มา: ck101 และ liveleak

  • เด็กสาวตัวน้อย ‘ลั่นกระดิ่งแห่งชัยชนะ’ หลังต่อสู้กับมะเร็งมานาน 2 ปี และเอาชนะมันมาได้!!

    เด็กสาวตัวน้อย ‘ลั่นกระดิ่งแห่งชัยชนะ’ หลังต่อสู้กับมะเร็งมานาน 2 ปี และเอาชนะมันมาได้!!

    หลังจากที่ต้องต่อสู้กับโรคร้ายมาอย่างยาวนาน และสามารถเอาชนะโรคร้ายได้สำเร็จ ก็ต้องมีการแสดงให้เห็นถึง ‘ความเป็นผู้ชนะ’ กันบ้างล่ะ นี่คือเรื่องราวของหญิงสาวตัวน้อยวัย 4 ขวบ ที่ต้องอดทนดิ้นรน ต่อสู้กับโรคมะเร็งร้ายมาอย่างยาวนานตลอด 2 ปี!! Holly Hughes ถูกวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ก่อนที่จะถึงวันครบรอบวันเกิดในปีที่ 2 เมื่อปี 2016     “เราเพิ่งมารู้ก่อนวันเกิดครั้งที่ 2 ของเธอ ตอนนั้นผมไม่ได้อยู่ที่อเมริกา และ Christina ภรรยาของผมก็โทรมาบอกว่า Holly เหมือนจะมีพฤติกรรมแปลกไป” คุณ Chris Hughes พ่อของ Holly เล่า “ตอนเราก็ไม่ได้คิดอะไร และเมื่อผมกลับมาก็พบว่า ลูกดูตัวซีด ก็เลยพาไปหาหมอ และพบว่าเธอกำลังป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว และหมอบอกว่าเธออาจจะมีชีวิตได้อีก 6-8 สัปดาห์เท่านั้น หากไม่ทำการรักษา” “ผมจำเหตุการณ์ตอนนั้นได้ดี มันเหมือนกับว่าโลกทั้งใบกำลังแตกสลาย ผมอยากจะหายไปเสียตอนนั้นเลย ผมทั้งโกรธและผิดหวัง” “แต่อย่างไรก็ตามเมื่อรวบรวมสติได้ผมก็ถามหมอว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะผ่านมันไปได้ จะต้องรักษาอย่างไร”     ในช่วงเวลาไม่กี่ปีมานี้ Holly ต้องผ่านเรื่องราวมากมาย…

  • หนูน้อย 7 ขวบโชว์สกิล “หมอผ่าตัด” ผ่าเจ้าหมีได้น่ารักจนกลายเป็นไวรัลในญี่ปุ่นเลยล่ะ!!

    หนูน้อย 7 ขวบโชว์สกิล “หมอผ่าตัด” ผ่าเจ้าหมีได้น่ารักจนกลายเป็นไวรัลในญี่ปุ่นเลยล่ะ!!

    บางครั้งวิธีการที่เด็กๆ เล่นของเล่นก็อาจส่อแววอนาคตของเด็กคนนั้นได้เช่นกัน อย่างเช่นเด็กหญิงวัย 7 ขวบคนนี้ที่ทำการ “ผ่าตัด” ช่วยชีวิตเจ้าตุ๊กตาหมี จนกลายเป็นคลิปไวรัลไปเลยทีเดียว     วิดีโอเด็กหญิงญี่ปุ่นวัย 7 ขวบที่แสดงบทบาทการเป็นศัลยแพทย์ที่พยายามผ่าตัดตุ๊กตาหมีของตนเอง ถูกโพสต์ลงบนทวิตเตอร์ @Kazzy_com มียอดเข้าชมปัจจุบันถึง 4.85 ล้านครั้งเลยล่ะ   เรามาดูคลิปการผ่าตัดสุดน่ารักนี้กันดีกว่า https://twitter.com/Kazzy_com/status/1028780985972740096?ref_src=twsrc%5Etfw%7Ctwcamp%5Etweetembed%7Ctwterm%5E1028780985972740096&ref_url=https%3A%2F%2Fnextshark.com%2Fjapanese-girl-bear-operation-toy%2F   ผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่ชื่อ @Kazzy_com นั้นเป็นพ่อของเด็กสาวในคลิป บอกว่ารู้สึกประทับใจและภูมิใจในตัวลูกสาวของตนมากที่มีความสนใจและใส่ใจรายละเอียดในการผ่าตัดเจ้าหมี   ลูกสาวตัวน้อยของเธอจัดแจงสร้างบรรยากาศให้เหมือนกับห้องผ่าตัดด้วยการ สร้างเสียงเครื่องวัดการเต้นของหัวใจด้วยเมโทรนอมหรือเครื่องนับจังหวะนั่นเอง   เจ้าหมีสวมหน้ากากออกซิเจนด้วยล่ะ จากนั้นจะเห็นได้ว่าหนูน้อยได้สมมติการฉีดยาชาไปที่ตัวเจ้าหมี ก่อนที่จะทำการผ่าตัดอย่างพิถีพิถัน   เครื่องไม้เครื่องมือที่เธอใช้ ถึงจะเป็นของเล่น แต่เธอก็ตั้งใจเลือกให้ใกล้เคียงของจริงเลยนะ เช่น เจ้าลูกโป่งน้ำที่เธอเลือกมาให้แสดงเป็น “ก้อนเนื้องอก” ในตัวเจ้าหมีนั่นไงล่ะ   พอชาวเน็ตได้มาชมคลิปสุดน่ารักนี้ หลายๆ คนก็อดใจไม่ไหว เข้ามาคอมเมนต์เล่นไปกับน้องด้วยซะงั้น เช่น   “เจ้าหมีเป็นไงบ้าง การผ่าตัดสำเร็จไหมเอ่ย?” ส่วนฝ่ายคุณพ่อ @Kazzy_com ก็ตอบกลับว่า “มันเป็นการผ่าตัดที่ยาก แต่เราก็นำเนื้องอกออกมาได้สำเร็จ ตอนนี้เจ้าหมีมีสุขภาพที่ดีและกำลังนอนอยู่ในห้องของลูกสาวผมอย่างสบายใจ”   นอกจากนี้แฟนชาวเน็ตคนหนึ่งก็ได้วาดภาพแฟนอาร์ตให้กับเธอ เขียนในภาพว่า…

  • เด็กชายแอบดูชายคนข้างเล่นโทรศัพท์อย่างใจจดใจจ่อ หนุ่มจับได้ เลยให้ยืมเล่นเกมซะเลย!!

    เด็กชายแอบดูชายคนข้างเล่นโทรศัพท์อย่างใจจดใจจ่อ หนุ่มจับได้ เลยให้ยืมเล่นเกมซะเลย!!

    กลายเป็นเหตุการณ์สุดประทับใจเมื่อมีชายคนหนึ่ง ยื่นโทรศัพท์ให้กับเด็กชายแปลกหน้าในรถไฟใต้ดิน เพื่อที่เขาจะได้เล่นเกมบ้างหลังจากที่เด็กคนนั้นแอบดูเขาเล่นเกมอย่างใจจดใจจ่อ เหตุการณ์ที่แสนน่ารักนี้ถูกบันทึกเอาไว้โดยชาวเน็ตที่มีชื่อว่า Kia Tatiyana Davis จากนั้นก็นำคลิปมาโพสต์ลงบนโลกโซเชียลจนกลายเป็นกระแสไวรัลที่สร้างความประทับใจให้กับชาวเน็ตจำนวนมาก จากในคลิปเหตุการณ์เกิดขึ้นในรถไฟใต้ดินที่เมืองนิวยอร์กซิตี้ มีเด็กชายคนหนึ่งแอบจ้องดูโทรศัพท์ของชายที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างใจจดใจจ่อ     แต่เมื่อชายคนนั้นเหลือบมาเห็นว่าเด็กคนนั้นกำลังแอบดูเขาเล่นเกมในโทรศัพท์อยู่ ก็เลยยื่นโทรศัพท์ให้เพื่อให้เด็กชายได้ลองเล่นบ้าง คลิปวิดีโอดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวเน็ตมากมาย จนมีคนเข้ามากดไลก์ถึง 10,000 ครั้ง และแชร์ไปอีกกว่า 29,000 ครั้งเลยทีเดียว   ลองไปชมคลิปเหตุการณ์แบบเต็มๆ ที่ข้างล่างนี้ได้เลยจ้า…   เด็กชายแอบดูโทรศัพท์ของชายหนุ่มอย่างใจจดใจจ่อ   ชายหนุ่มหันมาเห็นพอดี   ยื่นโทรศัพท์ให้เด็กชายเล่นซะเลย!!   ชาวเน็ตหลายคนต่างก็เข้ามาให้ความเห็นชื่นชมถึงความมีน้ำใจของชาวหนุ่มในคลิปวิดีโอ   บ้างก็บอกว่าเหตุการณ์นี้มันทำให้มีความสุขมากเลย “ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ฉันตื่นมาแล้วได้พบเจอกับเรื่องแบบนี้ มันทำให้ฉันรู้สึกดีมากเลยล่ะ”   บ้างก็บอกว่าอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบนโลกของเราเยอะๆ จังเลย “อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบนโลกของเรามากกว่านี้จังเลย”   บางส่วนก็บอกว่านี่แหละคือมนุษย์ที่แท้ทรู “จริงๆ แล้วมนุษย์เราควรจะเป็นแบบนี้แหละ”   บ้างก็นอกเรื่องไปชมหมวกเด็กชายคนนั้นซะงั้น!? “ฉันชอบหมวกของเด็กชายคนนั้นมากเลย คิดถึงช่วงเวลาตอนเป็นเด็กในช่วงวัยนั้นมากๆ ฉันรอไม่ไหวแล้วที่จะได้พบกับหลานของฉัน”   ที่มา : dailymail, Kia Tatiyana Davis…

  • เด็กชายป่วยเป็นมะเร็งหายาก ปลอบแม่ ‘อย่าร้องไห้นะครับ’ เพราะพวกเขาไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา

    เด็กชายป่วยเป็นมะเร็งหายาก ปลอบแม่ ‘อย่าร้องไห้นะครับ’ เพราะพวกเขาไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา

    เรื่องราวอันแสนสลดใจของครอบครัว ที่ลูกชายเกิดมาพร้อมกับโรคสุดหายาก และเขาอาจจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้อีกไม่นาน… ผู้เป็นแม่พยายามอย่างหนักเพื่อหาเงินมารักษาเขาโดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าลูกชายของตัวเองจะหายกลับมาเป็นปกติดี แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลกกับพวกเขา เมื่อเงินที่ครอบครัวเก็บสะสมมาเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาล กลับไม่พอจ่ายเสียได้… หนูน้อย Li Junyang วัย 3 ขวบ ผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งนิวโรบลาสโตมา (มะเร็งต่อมหมวกไตในเด็ก) ที่หาได้ยากสุดๆ เขาเคยผ่านการผ่าตัดเปิดหน้าอกเพื่อการรักษามาแล้ว 2 ครั้ง รวมไปถึงเข้ารับการฉายรังสี 7 ครั้ง และรับยาคีโมอีก 7 ครั้งด้วยกัน     พ่อแม่ของเขาใช้เงินเก็บที่มีทั้งหมดกว่า 22,000 ปอนด์ (934,000 บาท) มาใช้ในการรักษา แต่คุณหมอได้แจ้งว่าค่ารักษาทั้งหมดนั้นจะมีจำนวน 51,000 ปอนด์ (2.1 ล้านบาท) หรือมากกว่านั้น     ทำให้การรักษาของเจ้าหนู Li ต้องหยุดลงกลางคัน ผู้เป็นแม่ก็ได้แต่ร่ำไห้พร้อมกับกอดลูกของตน เพราะน้อยใจในโชคชะตา ทางด้านลูกก็ร้องไห้ พร้อมกับปลอบแม่ของตัวเองอย่างไร้เดียงสาว่า “แม่ครับ อย่าร้องไห้”     อย่างไรก็ตามล่าสุดมีองค์กรการกุศลยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือหนูน้อย Li แล้ว…

  • แม่สู้ขาดใจ…หลังมีชายปริศนาพยายามจะ ‘ลักพาตัว’ ลูกของตัวเองกลางวันแสกๆ!!

    แม่สู้ขาดใจ…หลังมีชายปริศนาพยายามจะ ‘ลักพาตัว’ ลูกของตัวเองกลางวันแสกๆ!!

    ความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกนั้น เป็นอะไรที่ลึกซึ้งเกินจะบรรยาย คนเป็นแม่ยอมแลกได้แม้กระทั่งชีวิตเพื่อปกป้องลูกให้พ้นจากภัยอันตราย เช่นเดียวกันกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อไปนี้… เมื่อคุณแม่ชาวไต้หวันคนหนึ่งกำลังเดินจูงมือลูกเดินไปบนทางเท้าที่อยู่ในย่าน Neihu เมืองไทเป แต่แล้วจู่ๆ ก็มีชายแปลกหน้าพยายามจะลักพาตัวลูกสาวของเธอแบบอุกอาจ!!     ชายคนดังกล่าวจับตัวลูกสาวของเธอเอาไว้แน่น และพยายามจะแย่งตัวไป แต่ด้วยความรักที่แม่มีต่อลูก เธอจึงต่อสู้ด้วยพลังทั้งหมดที่มี!! พยายามดึงตัวลูกอย่างสุดชีวิตและตะโกนขอความช่วยเหลือ     จนสุดท้ายชายแปลกหน้าก็พ่ายแพ้ และยอมเดินหนีไป เพราะมีพลเมืองดีเข้ามาให้การช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงก็สืบทราบว่าชายผู้ก่อเหตุนั้นมีชื่อว่า Zhou วัย 33 ปี เขาบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเข้าใจผิดคิดว่าแม่และเด็กสาวคนนั้นเป็นคนที่ตนรู้จัก ก็เลยอยากจะทักทายสักหน่อย     พนักงานที่ร้านอาหารที่อยู่ในบริเวณนั้นเล่าว่าเขาได้ยินเสียงตะโกนขอความช่วยเหลือจากผู้หญิง และพบว่าพนักงานคนอื่น รวมไปถึงลูกค้าต่างก็เตรียมพร้อมที่จะให้การช่วยเหลือ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งก็มาถึงสถานที่เกิดเหตุหลังจากนั้นไม่นานนัก จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ทำให้ทราบว่านาย Zhou มักจะมายืนแถวๆ นี้อยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ยังทำให้ทราบอีกว่าเขาเป็นคนที่มีอาการป่วยทางจิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมตัวเขาไปแล้ว และเตรียมนำตัวไปประเมินทางการแพทย์ต่อไป เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุทำร้ายร่างกายโดยชายคนนี้อีก     ลองไปชมคลิปวิดีโอเหตุการณ์แบบเต็มๆ ที่ข้างล่างนี้ได้เลยจ้า…   นับเป็นเหตุการณ์ที่น่ากลัวจริงๆ จู่ๆ มีใครก็ไม่รู้มาแย่งลูกสาวของเธอออกไปกลางวันแสกๆ ในที่สาธารณะแถมยังพลุกพล่านไปด้วยผู้คน โชคดีที่มีพลเมืองดีมาช่วยเหลือ ไม่อยากจะคิดภาพเลยถ้าอยู่ในที่เปลี่ยวจะเป็นอย่างไร T…

  • รู้จักกับ 10 เด็กมหัศจรรย์ ที่ถูกเลือกจาก “ธรรมชาติ” ให้มีความพิเศษ โดดเด่น และงดงาม

    รู้จักกับ 10 เด็กมหัศจรรย์ ที่ถูกเลือกจาก “ธรรมชาติ” ให้มีความพิเศษ โดดเด่น และงดงาม

    เด็กๆ นั้นเปรียบได้กับความงดงาม ความบริสุทธิ์ และความสดใสของโลก แต่เด็กๆ ทั้งหลายจะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่แบบไหน จะยอมรับตนเองและผู้อื่นหรือไม่ ก็อยู่ที่ผู้ใหญ่อย่างเราที่จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งนี้ เด็กๆ ที่เกิดมาพร้อมกับ ความผิดปกติ ที่ทำให้พวกเขาไม่เหมือนคนอื่น หลายคนอาจมองเป็นความประหลาด หรือเกิดมาพร้อมปมด้อยโดยหารู้ไม่ว่าคำพูดเหล่านี้จะทำให้เด็กรู้สึกไม่ยอมรับตนเอง ทั้งๆ ที่พวกเขาเกิดมาพร้อมกับความงามตามธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์ วันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ เด็กมหัศจรรย์ทั้ง 10 คน ที่เกิดมาพร้อมความพิเศษในตัวเอง รับรองว่าคุณต้องหลงรักพวกเขาอย่างแน่นอน…   1. Nariyana เธอเกิดพร้อม ภาวะผิวเผือก ที่ทำให้เธอมีผิวสีขาวซีด เส้นผมสีบลอนด์ขาว และดวงตาสีฟ้า ถึงแม้เธอจะอยู่ท่ามกลางแสงแดดได้ไม่นาน แต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอกลายเป็นเด็กประหลาด แถมเธอยังเหมือนกับตัวละคร Elsa จากเรื่อง Frozen อีกด้วยแน่ะ ภาพจาก lenevalena   2. Millianna Worthy เธอเกิดมาพร้อมความผิดปกติทางยีนที่น่าอัศจรรย์ เธอมีผมเข้มแต่กลับมีผมบริเวณด้านหน้าเป็นสีขาว ถึงแม้เธอจะมีความผิดปกติที่เรียกว่า Polyposis หรือภาวะขาดเมลานิน แต่มันก็ทำให้เธอมีความโดดเด่นมากกว่าอีกแน่ะ หากใครรู้จักตัวละคร Marvel ที่ชื่อว่า โร้ก จะต้องคิดเหมือนกันแน่ๆ ว่าเธอคนนี้เหมือนกับโร้กเลยนะเนี่ย ภาพจาก Hossein Miri…

  • ทำไมต้องใช้คำว่า “โลลิ” คนรักเด็กกลุ่มนี้คืออะไร แล้วเป็นคนดีหรือคนไม่ดีกันแน่นะ!!?

    ทำไมต้องใช้คำว่า “โลลิ” คนรักเด็กกลุ่มนี้คืออะไร แล้วเป็นคนดีหรือคนไม่ดีกันแน่นะ!!?

    ปัจจุบันหลายๆ คนคงเคยได้ยินคำว่า โลลิ อย่างแน่นอน เพราะคำนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลาย เช่น ใช้เรียกตัวการ์ตูนเด็กหญิงน่ารักๆ หรือคำว่า โลลิคอน ที่ใช้เรียกชายอายุมากที่ชอบหญิงอายุน้อย เป็นต้น แล้วไอ้คำว่า “โลลิ” แท้จริงแล้วมันแปลว่าอะไรกันแน่ และมันมีความหมายเชิงบวกหรือว่าลบ ไอ้เจ้า #เหมียวโลลิ มันเป็นคนไม่ดีหรือเปล่านะ? เราคงต้องลองมาเจาะลึกกันสักหน่อยแล้วล่ะวันนี้!!   เมื่อพูดคำว่า “โลลิ” หลายคนอาจนึกภาพอะไรประมาณนี้ (ซึ่งถูกแล้ว 55)   อะไรคือโลลิ? คำว่า “โลลิ” หรือ “โลลิคอน” เป็นคำที่ใช้เรียกกลุ่มคนที่มีอาการ โลลิตาคอมเพล็กซ์ (Lolita complex) กล่าวคือ ชายที่มีความรู้สึกสเน่หาและรักใคร่เด็กสาวที่มีอายุน้อยกว่าตน โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นที่จะให้ความหมายของ “โลลิคอน” ว่าเป็นชายที่มีความรู้สึกลึกซึ้งส่วนตัวกับหญิงที่มีอายุตั้งแต่ก่อน 10 ปีจนถึง 20 ปี ไม่เกินกว่านี้ ในหลายประเทศยังให้ความหมายของคำว่า “โลลิ” ว่าเป็น เด็กสาววัยกระเตาะ ที่มักทำตัวเย้ายวนและเซ็กซี่เกินวัยอีกด้วย     โลลิต่างจากโรคใคร่เด็กอย่างไร? โรคใคร่เด็ก (Pedophilia) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางจิตและทางเพศที่ทำให้ผู้ป่วยมี ความต้องการทางเพศ อย่างเฉพาะเจาะจงและสม่ำเสมอกับเด็กก่อนวัยเริ่มเจริญพันธุ์…

  • เรื่องเล่าของ Damon Cole ตำรวจหนุ่ม “ฮีโร่ตัวจริง” ของเด็กๆ ที่ป่วยโรคมะเร็ง

    เรื่องเล่าของ Damon Cole ตำรวจหนุ่ม “ฮีโร่ตัวจริง” ของเด็กๆ ที่ป่วยโรคมะเร็ง

    ฮีโร่ไม่ได้มีแต่ในหนังหรือในการ์ตูนเท่านั้น เพราะในชีวิตจริงก็มี “ฮีโร่” ให้เห็นได้มากมาย อย่างเช่นตำรวจหนุ่มจากเมืองฟอร์ตเวิร์ท ในรัฐเท็กซัสนามว่า Damon Cole คนนี้ ที่ได้ชื่อว่าเป็นซูเปอร์ฮีโร่ตัวจริงเสียงจริงเลยล่ะ เจ้าหน้าที่ Cole มักจะสวมชุดเป็นฮีโร่และออกปฏิบัติหน้าที่ บางครั้งเขาสวมเสื้อเกราะกันกระสุนที่มีโลโก้ของ ซูเปอร์แมน แล้วโชว์ให้เด็กๆ ดูพร้อมบอกว่า “จุ๊ๆ รู้แล้วอย่าบอกใครล่ะ” ปัจจุบันเขาไม่ได้ทำงานแล้ว เขาใช้เวลาไปกับการ ช่วยเหลือเด็กๆ ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ช่วยเสริมสร้างกำลังใจให้พวกเขาสามารถต่อสู้กับโรคร้ายนี้ได้อย่างถึงที่สุด เราไปฟังเรื่องราวของเจ้าหน้าที่ Cole ฮีโร่ขวัญใจเด็กๆ ให้มากขึ้นกันดีกว่า…   เมื่อปี 2012 ขณะที่ Cole ทำงานเป็นตำรวจในสถานีตำรวจดัลลัส เขาก็เริ่มแต่งกายเป็นซูเปอร์แมนเพื่อออกงานต่างๆ รวมถึงการเข้าเยี่ยมผู้ป่วยในโรงพยาบาล .   และเมื่อปี 2015 เขาในชุดซูเปอร์แมนได้ใช้เวลาวันหยุด พาเจ้าหนูอายุ 7 ขวบที่ป่วยโรคมะเร็งไปขับรถเที่ยวในรัฐอิลลินอยส์   บางครั้งเขาก็ไปเยี่ยมเด็กๆ ที่โรงเรียนด้วยชุดไอรอนแมน   ฝึมือของเจ้าหน้าที่ Cole นั้นไม่ธรรมดาเลย เขาเปลี่ยนรถของเขาให้มีลวดลายซูเปอร์ฮีโร่เท่ๆ ได้อย่างสวยงาม   อีกทั้งยังเนรมิตให้รถอีกคันกลายเป็น…

  • กลุ่มเด็กปั่นจักยานเจอ ‘กระเป๋าสตางค์ตก’ เลยเก็บไปคืน ชาวเน็ตชื่นชม ‘ทำได้ยอดมาก’

    กลุ่มเด็กปั่นจักยานเจอ ‘กระเป๋าสตางค์ตก’ เลยเก็บไปคืน ชาวเน็ตชื่นชม ‘ทำได้ยอดมาก’

    บางครั้งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถทำให้เรารู้สึกอบอุ่นหัวใจได้อย่างแปลกประหลาด…   อย่างเช่นเรื่องราวต่อไปนี้ ที่กลุ่มเด็กบังเอิญไปพบกระเป๋าเงินตกอยู่โดยบังเอิญ ซึ่งในนั้นมีเงินอยู่เป็นจำนวน 20,000 บาท เลยนำมันไปคืนให้กับเจ้าของ จนได้รับความชื่นชมจากชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก กลุ่มเด็กจากรัฐโคโลราโด  ประเทศสหรัฐอเมริกามีทั้งหมดด้วยกัน 3 คน ประกอบไปด้วยหนุ่ม Haylie Wenke วัย 13 ปี, น้องชายของเขา Reagan วัย 6 ขวบ, และเพื่อนอีกคนหนึ่ง Ashley Dayton ในวันเกิดเหตุทั้งสามคนออกไปปั่นจักรยานเล่นแถวบ้าน ก่อนที่จะบังเอิญไปพบกับกระเป๋าสตางค์ใบหนึ่งที่ตกอยู่บนพื้นถนนหน้าบ้านหลังหนึ่ง     Haylie ที่เป็นพี่ใหญ่สุด ได้หยิบกระเป๋าสตางค์ใบนั้นขึ้นมา และเดินตรงเข้ามายังหน้าประตูบ้านหลังนั้นอย่างไม่ลังเล ที่บ้านหลังดังกล่าวมีระบบตอบอัตโนมัติและกล้องวงจรปิดอยู่ด้วย ก็ได้บันทึกเหตุการณ์ทุกอย่างเอาไว้ Haylie เดินมาที่ประตูบ้านแล้วบอกว่า “เราเจอกระเป๋าสตางค์ของคุณตกอยู่ที่ข้างรถน่ะครับ เราคิดว่าอยากจะนำมันมาคืนให้คุณ” จากนั้นก็ซ่อนไว้ที่ข้างประตู “ผมจะวางมันไว้ตรงนี้นะ ผมไม่ได้เอาตังไปเลยนะ ไปละครับ ขอบคุณครับ”     พอเจ้าของบ้านได้เห็นเหตุการณ์นี้ผ่านทางวิดีโอกล้องวงจรปิดก็ได้นำคลิปดังกล่าวมาโพสต์ลงโซเชียล และมันก็ได้รับความสนใจมากมายจนกลายเป็นกระแสไวรัล   คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด  …

  • เด็กแฝดโผล่ตอนโต เกิดเป็นใบหน้าที่สอง ผลจากการพัฒนาไม่สมบูรณ์แต่กำเนิด

    เด็กแฝดโผล่ตอนโต เกิดเป็นใบหน้าที่สอง ผลจากการพัฒนาไม่สมบูรณ์แต่กำเนิด

    พัฒนาการในเด็กที่ไม่สมบูรณ์ในหลายกรณี มักจะทำให้เกิดโรคอันแปลกประหลาดที่พบเห็นได้ยาก และหากมีความไม่สมบูรณ์ตั้งแต่แรกโอกาสรอดชีวิตแทบจะไม่เหลือเลย กรณีของเด็กทารกจากประเทศอินโดนีเซียนี้ เกิดเป็นใบหน้าที่สองอันเป็นผลพวงมาจากการพัฒนาร่างของเด็กแฝดที่ไม่สามารถแยกตัวออกจากกันได้ตั้งแต่ในครรภ์มารดา     Gilang Andika ทารกวัยสองขวบจากเมืองบาตัม ประเทศอินโดนีเซียนั้น เริ่มมีพัฒนาการที่ผิดปกติสองใบหน้าและสองสมองภายในศีรษะเดียวกัน (Diprosopus) ลักษณะของศีรษะมีความผิดเพี้ยนและกระทบต่อพัฒนาการทางสมอง พร้อมทั้งประสบภาวะโพรงสมองคั่งน้ำ ส่วนอื่นของร่างกายยังคงเป็นปกติ มีสองแขนและสองขา โดยในทางเทคนิคแล้วเด็กทารกนั้นมีคู่แฝดรวมอยู่ในร่างเดียวกัน โอกาสที่จะเกิดขึ้นมีเพียง 1 ใน 250,000 เท่านั้น     ทางด้านผู้เป็นพ่อและแม่ Ernilasari กับ Mustafa พยายามที่จะรักษาชีวิตลูกชายเอาไว้ แต่แพทย์ท้องถิ่นไม่สามารถทำการผ่าตัดได้ เนื่องจากไม่มีอุปกรณ์และความเชี่ยวชาญที่มากพอ   พวกเขาไม่พบความผิดปกติในตอนตรวจครรภ์ แต่เมื่อเด็กคลอดออกมา ก็เป็นอย่างที่เห็น   ด้วยลักษณะทางกายภาพที่ผิดเพี้ยน ทำให้ไม่สามารถให้นมแม่ได้ตามปกติจนต้องให้น้ำนมผ่านทางสายยางแทน ทางแพทย์วินิจฉัยไว้ว่า เด็กไม่อาจอยู่รอดได้นานเพราะสมองจะได้รับผลกระทบในระยะยาว ส่งผลต่อการเรียนรู้ การพูด การมองเห็น ปัญหาด้านความจำ รวมไปถึงการเป็นโรคลมชัก     อย่างไรก็ตาม ทางแพทย์ได้แนะนำให้พ่อแม่นำตัวเด็กไปรับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลในกรุงจาการ์ตา เพราะมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ครบครันกว่า อย่างไรก็ตาม ทางแพทย์ก็ยังไม่สามารถลงมือผ่าตัดได้ทันที เพราะจะต้องทำการวินิจฉัยและวางแผนเพิ่มเติมเสียก่อน ซึ่งคาดว่าจะต้องทำการผ่าตัดใบหน้าและสมองที่สองทิ้งไป…

  • 10 คำตอบจากใจจริงของเด็ก โจทย์ถามมาแบบไหนก็ตอบแบบนั้น พยายามแล้วนะ!!

    10 คำตอบจากใจจริงของเด็ก โจทย์ถามมาแบบไหนก็ตอบแบบนั้น พยายามแล้วนะ!!

    ความคิดความอ่านของเด็ก เค้าว่ากันว่าคือความคิดที่ออกมาจากใจจริง ไม่มีสิ่งใดเจือปน เป็นความคิดอันบริสุทธิ์ผุดผ่องดั่งผ้าขาวที่ยังไม่เปื้อนดิน ทำให้เราได้รู้ได้ว่าในบางจังหวะชีวิตที่เราโตขึ้น เรามักจะคิดอะไรมากเกินไป ทั้งที่ความจริงแล้วมันก็ไม่น่าจะซับซ้อนอะไรขนาดนั้น อย่างเช่น 10 โจทย์คำถามง่ายๆ ของเด็ก กับคำตอบที่ง่ายพอๆ กัน ฮร่าาาา   ดูเหมือนอะไรจ๊ะ กางเกงในไงงงงง!!   นึกคำที่ขึ้นต้นด้วยตัว F = Fart (ตด) แต่ภาพประกอบนี่ขรี้แตกแล้ว   จงเติมน้อยกว่าหรือมากกว่า ไม่ใช่คำว่า or โว้ยยย   คนขับรถควรเปิดไฟจ้าตอนไหน ก็ตอนที่อยากเป็นไอ้งั่งยังไงล่ะ…   จำนวนต่างระหว่าง 180 กับ 158 คือ 22 แล้วหาคำตอบได้ยังไง ‘ก็ใช้คณิตศาสตร์สิ’   100 วันในโรงเรียนอนุบาล ผมสะสมจู๋ มันกินไม่ได้ ขนาด 68 นิ้ว น้ำหนัก 22 บล็อก มีสีน้ำตาล…   ใครคือฮีโร่:…

  • ชาวเน็ตชอบใจ ‘สาวน้อยผู้จริงจังกับการชักเย่อ’ แบบนี้ต้องไปแข่งระดับโลกแล้วล่ะ!!

    ชาวเน็ตชอบใจ ‘สาวน้อยผู้จริงจังกับการชักเย่อ’ แบบนี้ต้องไปแข่งระดับโลกแล้วล่ะ!!

    หากย้อนกลับไปช่วงวัยเด็ก กิจกรรมกีฬาสี ถือเป็นกิจกรรมที่ไม่ว่าใครต่างก็ชอบเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะมีอะไรสนุกๆ ให้เราได้ทำแล้ว ยังเป็นช่วงที่ไม่มีเรียนอีกด้วย (อิอิ) และกีฬาที่หลายๆ คนชื่นชอบก็คงจะหนีไม่พ้น ‘การชักเย่อ’ เพราะเป็นกีฬาที่เล่นง่าย แถมสนุก ได้เอาเรี่ยวแรงมาใช้เพื่อเอาชัยชนะให้กับสีของตน เช่นเดียวกันกับสาวน้อยคนนี้ ที่ทุ่มเทเป็นอย่างมากเพื่อที่จะเอาชัยชนะมาให้กับสีของตนเองในการแข่งขันชักเย่อ เรื่องราวดังกล่าวโพสต์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Kritsana Thongkaew เป็นภาพของเด็กสาวคนหนึ่งกำลังดึงชักเย่ออย่างตั้งอกตั้งใจราวกับว่าเป็นการแข่งขันระดับชิงแชมป์โลก เนื้อหาในโพสต์ระบุว่า “ชักเย่อ ชิงแชมป์โลก #ตัวเต็งสีเขียว ใส่ถุงมือไม่ถนัด สะบัดถุงมือทิ้ง 55555”     เพื่อนำชัยชนะมาสู่สีของตนแล้ว ดูเหมือนว่าเธอจะจริงจังแบบสุดๆ ไปเลยล่ะ!!   ใส่ถุงมือแล้วไม่ถนัด ถอดทิ้งมันซะเลย   ฮึบบบบ!!!   ฮึบบบบบบบบบ!!!   อะจ๊าาาาาาาาา!!!!   สู้ตายโว้ยยยย!!   ต้องแชมป์เท่านั้น!!   อ่ะลองไปชมแบบเป็นคลิปกันบ้าง   เอาไปอีกคลิปนึง   โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก มีคนเข้ามากดไลก์มากถึง 5,600 ครั้ง และกดแชร์ไปอีกกว่า 18,000 ครั้ง หลายคนต่างก็เข้ามาขำกับความน่ารักของน้อง…

  • ครูสอนเพศศึกษาระดับประถม เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ซักถาม แต่ละข้อใสๆ ทั้งนั้น!?

    ครูสอนเพศศึกษาระดับประถม เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ซักถาม แต่ละข้อใสๆ ทั้งนั้น!?

    ทุกวันนี้การให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม หากได้เรียนรู้ในสิ่งที่ถูกต้องตั้งแต่แรกก็จะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับเด็กได้อีกทางหนึ่ง เรียนรู้ถึงสาเหตุและป้องกันก่อนที่จะเกิดปัญหาในภายหลัง แต่ก็ใช่ว่าในบางเรื่องจะทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนได้ ด้วยวัยที่ยังไม่เหมาะสมเท่าไหร่ อาจจะได้ยินมาบ้างว่า คนเราจะทำอะไรกันยังไง ความรู้สึกมันเป็นแบบไหน สุดท้ายก็นึกไม่ออกอยู่ดี…   มีเพื่อนสอนเพศศึกษาอยู่โรงเรียนประถม เธอเอาคำถามของเด็กมาปริ้นท์ให้อ่านแล้วก็….   ชาวทวิตเตอร์ @kimyoogyeom ได้ออกมาแชร์เรื่องฮาๆ จากความสงสัยของเด็ก เมื่อเพื่อนผู้เป็นครูสอนเพศศึกษาในโรงเรียนประถม ได้เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องเพศ คำถามแต่ละข้อก็ช่างจะบรรเจิด เกินกว่าที่ผู้ใหญ่สงสัยจริงๆ   ถ้าคุณนอนจิ้มกันนานๆ จะทำให้เด็กคลอดออกมาตัวใหญ่มั้ย?   เมื่อจู๋เข้าไปในจิ๋มแล้ว มันสอดเข้าไปแบบเงียบๆ หรือคลิกเข้ากลอนเหมือนกุญแจเสียบมั้ย?   หนูรู้มาว่าการนอนจิ้มกันจะใช้เวลา 24 ชั่วโมง คำถามคือไม่เหนื่อยบ้างเหรอ?   ไม่มีทางอื่นที่จะมีลูกได้เลยเหรอ?   คุณมั่นใจได้ไงว่า จะมีใครสามารถเอาเด็กออกมาจากในนั้นได้?   หนูมั่นใจว่าแม่ของหนูไม่เคยไปจิ้มใคร อาจจะเป็นพ่อของหนูรึเปล่า?   จะดีกว่ามั้ยถ้าเปลี่ยนให้ผู้ชายตั้งท้องแทนผู้หญิง?   อันนี้คือสุดติ่ง เราจะมีเซ็กส์กันไปทำไม…   โอ๊ยยยยน่อ ก็เด็กมันสงสัยนี่เนาะ จะบอกยังไงดีล่ะเนี่ย คิดคำตอบเหมาะๆ กันได้มั้ย ฮร่าาา  …

  • พบกับ Chanco เด็กทารกน้อยวัย 6 เดือน ที่มาพร้อมกับผมอันฟูฟ่อง แต่น่ารักอ้ะ!!

    พบกับ Chanco เด็กทารกน้อยวัย 6 เดือน ที่มาพร้อมกับผมอันฟูฟ่อง แต่น่ารักอ้ะ!!

    อย่างที่รู้กันดีว่า ‘เด็กทารก’ ที่เกิดใหม่นั้นจะมีผมที่เบาบาง ก่อนที่จะเริ่มยาวขึ้นเรื่อยๆ ไปตามอายุในภายหลัง แต่สำหรับเด็กน้อยคนนี้แล้ว เธอเกิดมาพร้อมกับผมที่ดกดำ แถมยังฟูฟ่องราวกับแผงคอสิงโต และด้วยเหตุนี้เองทำให้หนูน้อยคนนี้ดูน่ารักโดนใจชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก ขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับ Chanco ทารกสาวน้อยวัยครึ่งขวบ เกิดเมื่อเดือนธันวาคมปี 2017 ที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ผมของเธอยาวแถมยังฟูฟ่องดูน่ารักสุดๆ ไปเลยล่ะ   ภาพของหนูน้อย Chanco ตอนอายุได้ 6 นาที   และนี่คือผมของเธอตอนอายุ 6 เดือน   หัวฟูสุดๆ แต่ดูหน้าตาของเธอซิ น่ารักอ้ะ ><   ไม่ใช่แค่ยาวอย่างเดียว แต่ผมยังดกดำ พอมองจากข้างหลังนี่นึกว่าลูกสิงโตซะอีก   เฟี้ยวสุดๆ ไปเลยครับเจ๊   เจ้าสิงโตน้อยยยยยย ><   ติดที่คาดผมซะหน่อย เดี๋ยวผมปิดหน้าหมด   มุมเซ็กซี่ก็มีนะจ๊ะ แหม่ นอนเป็นอาเจ๊เจ้าของตลาดเลย   ดูสายตาอันไร้เดียงสาคู่นั้นสิ ละลายยยยยย   ที่มา :…

  • คุณหมอตัดสินใจจบชีวิตลง…เพราะอดีตอันขมขื่น มันส่งผลมาถึงปัจจุบัน

    คุณหมอตัดสินใจจบชีวิตลง…เพราะอดีตอันขมขื่น มันส่งผลมาถึงปัจจุบัน

    บาดแผลในใจที่ถูกกระทำรุนแรงในวัยเด็ก มันสามารถส่งผลต่อใจจิตของคนแม้เวลาจะล่วงเลยมานานนับ 50 ปีแล้วก็ตาม… และนี่คือเรื่องราวของคุณหมอ Stuart Kidd ที่อุทิศทั้งชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น แต่จากประสบการณ์อันขมขื่นในวัยเด็กที่ตามหลอกหลอนเขามาโดยตลอด ก็ทำให้เขาตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลงในวัย 60 ปี ศัลยแพทย์กระดูกและข้อวัย 60 ปี ที่เพิ่งเกษียณตัวเองจากการทำงานอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นมาแล้วมากมายในเขต Blue Mountains นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เขาได้เปิดเผยเรื่องราวชีวิตอันขมขื่นในวัยเด็กในรายการ You Can’t Ask That ที่จะออกฉายทางช่อง ABC     แต่หลังจากถ่ายทำเสร็จ เพียงสองเดือนก่อนที่รายการจะนำเรื่องราวของเขามาเผยแพร่คุณหมอ Kidd ก็ได้ตัดสินใจจบชีวิตของตัวเองลงอย่างน่าเศร้า ทางด้านภรรยาของคุณหมอ คุณ Janet ได้เปิดเผยความรู้สึกของตัวเองว่า ‘คุณหมอ Kidd รู้สึกพอใจมากกับเนื้อหาในรายการดังกล่าว ซึ่งเขาได้มีโอกาสรับชมมันก่อนที่จะเสียชีวิต’     ในการถ่ายทำคุณหมอ Kidd ได้เล่าให้ฟังว่าเมื่อตอนเด็กๆ เขาถูกผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 30-40 ปี และเด็กผู้ชายที่มีอายุมากกว่าก่อเหตุทารุณกรรมทางเพศ “ผมเคยถูกข่มขืนโดยผู้ชายที่มีอายุมากกว่าผม 30-40 ปี จากนั้นก็ถูกกระทำโดยเด็กชายที่มีอายุมากกว่าที่ผมคิดว่าเป็นเพื่อน” “ผมยังเด็กอยู่มาก…

  • โมเมนต์สุดน่ารักของ ‘กอร์ดอน แรมซีย์’ ในรายการทำอาหารเด็ก กับมุมที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน!!

    โมเมนต์สุดน่ารักของ ‘กอร์ดอน แรมซีย์’ ในรายการทำอาหารเด็ก กับมุมที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน!!

    อย่างที่รู้กันดีว่าเฮีย ‘กอร์ดอน แรมซีย์’ นั้นเป็นเชฟผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่ง ที่ออกรายการอาหารทีไร ก็ต้องมีตะคอกหรือตะโกนด่าผู้เข้าแข่งขันด้วยถ้อยคำรุนแรงทุกครั้งไป รวมไปถึงในทวิตเตอร์ที่มีคนทำอาหารแล้วแท็กชื่อของพี่แกเพื่อคอมเมนต์อาหารที่ทำมา ซึ่งแต่ละคนก็ไม่เคยได้คำดีเลยแม้แต่น้อย จนทุกวันนี้เขาได้สร้างภาพกลายเป็นยอดเชฟที่ถ่อยที่สุดไปแล้วก็ว่าได้ แต่!! สำหรับวันนี้ #เหมียวหง่าว จะขอพาเพื่อนๆ ไปชมอีกมุมหนึ่งของเขากัน เป็นมุมน่ารักฟรุ้งฟริ้งที่ขอบอกเลยว่าหาชมได้ยากมากๆ จากรายแข่งทำอาหารเด็ก รับรองเลยว่าหากเพื่อนๆ ได้ชมเรื่องราวต่อไปนี้แล้ว จะต้องมองชายที่ชื่อว่า กอร์ดอน แรมซีย์ เปลี่ยนไปอย่างแน่นอน   อย่างที่รู้กันดีว่าเฮียแกไม่เคยแคร์ความรู้สึกของใครเลย “เชฟคะ เอ่ออ เชฟ” “ครับคุณผู้หญิง!?”   “คุณกำลังทำร้ายความรู้สึกของเพื่อนฉันอยู่นะ” “โอเค งั้นฝากไปบอกเธอด้วยว่าผมตั้งใจ”   แต่กับเด็กๆ แล้วเขาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยล่ะ “เธอไม่สามารถจะหวังว่าจะเป็นที่ 1 ได้ตลอดหรอกนะ เธอมาไกลแล้วล่ะในการแข่งขันนี้ และนี่ไม่ใช่จานที่ดีที่สุดของเธอ”   “มานี่มา ฉันไม่อยากให้เธอเศร้าหรอกนะ”   ด่าผู้เข้าแข่งขันแบบเทสาดเทเสียในรายการผู้ใหญ่ “นายทำให้ฉันตกใจมาก” “ขอบคุณมากครับเชฟ ผมหวังว่าคุณจะมองอย่างนั้น ผมหมายถึงว่า ผมทำทุกอย่างที่ทำได้แล้ว”   “นายทำให้ฉันแปลกใจมากว่านายมันกากมากขนาดไหน”   ตัดภาพมาที่รายการเด็ก “อย่าเศร้าไปเลย…

  • เด็กสาวป่วยเป็นโรคสมองพิการ ช่วยเหลือน้องชายให้รอดจากการจมน้ำได้อย่างปาฏิหาริย์

    เด็กสาวป่วยเป็นโรคสมองพิการ ช่วยเหลือน้องชายให้รอดจากการจมน้ำได้อย่างปาฏิหาริย์

    ใครเล่าจะคิดว่าเด็กหญิงที่ป่วยเป็นโรคสมองพิการ ต้องตัวติดกับเก้าอี้รถเข็นอยู่ตลอดเวลา จะกลายเป็นฮีโร่ที่ช่วยชีวิตน้องชายของตัวเองจากการจมน้ำ!? Lexie Comeau-Drisdelle เด็กสาววัย 9 ขวบ เธอคือผู้โชคร้ายที่เกิดมาพร้อมกับ ‘โรคสมองพิการ’ เธอไม่สามารถเดินได้ หรือแม้แต่พูดได้ แต่เธอก็หาวิธีที่สามารถช่วยเหลือน้องชายให้รอดพ้นจากการจมน้ำในสระว่ายน้ำที่บ้านได้     ในวันหนึ่งของช่วงฤดูใบไม้ผลิ ขณะที่ทุกคนในครอบครัวกำลังวุ่นอยู่กับการจัดเตรียมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้กับ Lexie Leeland น้องชายคนเล็กก็วิ่งเล่นไปตามประสาเด็กวัยกำลังซน โดยมีคุณย่าคอยดูอยู่ห่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายใดๆ แต่แล้วเมื่อคุณย่าเผลอเจ้าหนู Leeland ก็เดินตรงเข้าไปที่ประตูหลังบ้านซึ่งมีสระว่ายน้ำอยู่ และเขาเองก็ไม่เคยฝึกว่ายน้ำมาก่อนด้วย     Lexie เป็นผู้เห็นเหตุการณ์ แม้ว่าเธอจะเดินไม่ได้ หรือไม่สามารถพูดได้ เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้เธอได้ตัดสินใจที่จะช่วยชีวิตน้องชายของตัวเองด้วยการ ‘กรีดร้อง’ ออกมา จากเสียงร้องของเธอทำให้ทุกคนที่อยู่ในบ้านหยุดการกระทำที่กำลังทำอยู่ และรีบวิ่งมาหา Lexie ทันที ก่อนที่เธอจะพยายามใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดชี้ไปที่ประตูหลังบ้าน     “แม่ของฉันเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันก็เลยรีบวิ่งออกไปดูที่หน้าต่างพบว่า Leeland เดินไปอยู่ที่ขอบสระแล้ว ตอนนั้นฉันรู้สึกกลัวมากเลยวิ่งเข้าไปเอาตัวเขาออกมา” Kelly Jackson คุณแม่ของ Lexie เล่า “ในตอนนั้นฉันกลัวมาก เราคิดว่ามันคงจะจบลงไม่สวยแบบนี้ หากไม่ได้การช่วยเหลือของ…

  • เด็กน้อยกระชากผม “คุณยาย” อย่างแรง อยากซื้อของเล่น จนตำรวจต้องมาจัดการ…

    เด็กน้อยกระชากผม “คุณยาย” อย่างแรง อยากซื้อของเล่น จนตำรวจต้องมาจัดการ…

    ในประเทศจีน ตำรวจ 4 นายต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์เลยทีเดียว เมื่อเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่ง ทำร้ายร่างกายคุณยายเพื่อให้ซื้อของเล่นชิ้นใหม่ให้กับตน เหตุการณ์เกิดขึ้นบนถนนในเมืองชิงหยวน มณฑลกวางตุ้ง เจ้าหนูเริ่มจับผมของคุณยายจนแน่นแล้วดึงอย่างแรง หลังรู้ว่าคุณยายไม่สามารถซื้อของเล่นให้กับตนได้ ทำให้คุณยายอยู่ในสภาพที่ลุกขึ้นยืนไม่ไหวเลยทีเดียว   คลิปวิดีโอเหตุการณ์นี้ ล่าสุดได้กลายเป็นกระแสบนโลกอินเทอร์เน็ตเรียบร้อยแล้ว    จากคลิปวิดีโอ จะได้ยินเสียงของผู้ที่เป็นยายตะโกนออกมาว่า “ฉันเป็นยายแกนะ! แกจะมาทำอย่างนี้กับยายได้ยังไง?” “ก็ผมอยากซื้อของเล่นอะ!” เด็กน้อยตะโกนตอบพร้อมดึงผมคุณยาย กระทั่งชายคนหนึ่งเข้ามาเห็นเหตุการณ์จึงเข้าไปถามเด็กชายว่าพ่อแม่อยู่ที่ไหน แต่ถึงกระนั้นก็ไม่สามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้ ผู้คนละแวกนั้นจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยคุณยาย     เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นายมาถึง พวกเขาก็พยายามเกลี้ยกล่อมเด็กน้อยให้ปล่อยมือออกจากผมคุณยาย โดยตำรวจนายหนึ่งกล่าวว่า “มาเร็ว! ไปซื้อของเล่นกันตอนนี้เลย!” ทันทีที่เด็กน้อยปล่อยมือออกจากคุณยาย ผู้คนที่มุงดูอยู่โดยรอบก็วิจารณ์กันระงมว่าเด็กน้อยคนนี้ไม่รู้จักเคารพผู้อาวุโสเอาเสียเลย     เด็กๆ ควรได้รับการดูแลสั่งสอนไม่ให้ใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหาเช่นนี้ มิฉะนั้น นิสัยแบบนี้อาจติดตัวไปจนโตและอาจเป็นผลเสียต่อตัวของเขาเอง ที่มา: nextshark และ Netizen Watch

  • บทเรียนชีวิตแสนง่าย…จากเด็กที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรง กับ ‘สิ่งสำคัญในชีวิต’ ของพวกเขา

    บทเรียนชีวิตแสนง่าย…จากเด็กที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรง กับ ‘สิ่งสำคัญในชีวิต’ ของพวกเขา

    เด็กก็เปรียบเสมือนกับผ้าขาว หากเราแต่งแต้มอะไรลงไปพวกเขาก็จะเติบโตมาเป็นแบบนั้น….   แล้วเพื่อนๆ เคยคิดกันบ้างไหมว่าเหล่าเด็กๆ ที่เกิดมาพร้อมกับโรคร้าย และได้ใช้ชีวิตอยู่เพียงไม่นาน พวกเขาจะมีความคิดต่อโลกใบนี้อย่างไรกันบ้าง? นี่เป็นเรื่องราวที่คุณหมอ Alastair McAlpine จะมาเล่าให้พวกเราฟัง เขาได้ทำการพูดคุยกับเด็กๆ ที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรง และพวกเขาจะใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อีกไม่นาน ถึงประเด็นของสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความสุขในชีวิต และความสำคัญของสิ่งเหล่านั้น     และคำตอบของเด็กๆ กลายเป็นบทเรียนอันแสนล้ำค่า ที่สามารถสอนวิธีคิดการมองโลกแบบง่ายๆ ให้กับหลายๆ คนที่ยังมีชีวิตอยู่และเพื่อนๆ อาจจะคาดไม่ถึงเลยทีเดียว     1. ไม่มีใครที่อยากจะใช้เวลาบนโลกอินเตอร์เน็ตมากไปกว่านี้ “พวกเขาไม่ได้ต้องการที่จะดูทีวี ไม่มีใครอยากจะเล่นเฟซบุ๊ก ไม่มีใครอยากจะต่อสู้กับคนอื่นๆ และไม่มีใครที่ชอบโรงพยาบาลเลย”     2. สัตว์เลี้ยง ทำให้ชีวิตของพวกเขามีความสุข “หลายคนพูดถึงสัตว์เลี้ยงของตัวเอง : ‘ผมรักลูฟัส เสียงเห่าตลกๆ ของมันทำให้ผมหัวเราะได้’, ‘หนูชอบมากเวลาที่จินนี่มากอดหนูตอนกลางคืนและหายใจเป็นเสียงเพอร์’, ‘หนูมีความสุขมากเมื่อได้ขี่เจ้าเจคบนชายหาด’”     3. พวกเขารักพ่อแม่ของพวกเขา “หลายคนพูดถึงพ่อแม่ของตัวเอง บ้างก็แสดงออกให้เห็นถึงความเป็นห่วง : ‘หวังว่าแม่จะสบายดี ดูเหมือนว่าเธอจะเศร้ามากๆ เลย’,…

  • คุณแม่ปฏิบัติการณ์แอบอัดเสียง พบหลักฐานมัดตัวครูด่าลูก ‘ไอ้ขี้แพ้’ เพราะฝนคำตอบไม่เป็น

    คุณแม่ปฏิบัติการณ์แอบอัดเสียง พบหลักฐานมัดตัวครูด่าลูก ‘ไอ้ขี้แพ้’ เพราะฝนคำตอบไม่เป็น

    เด็กในวัยกำลังเรียนรู้ ควรได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป คุณสมบัติของคุณครูผู้สอนนั้นจะต้องมีพื้นฐานที่ดี รักเด็ก และดูแลเอาใจใส่อย่างถูกวิธี ซึ่งจะส่งผลดีทั้งตัวคุณครูและเด็กด้วย ทว่าคุณสมบัติของความเป็นครูนั้นไม่ได้มีอยู่ในตัวทุกคน แม้จะมีหน้าที่มาสอนเด็กก็ตาม หากแต่เด็กไม่รู้หรือทำตามในสิ่งที่ตัวเองต้องการไม่ได้ ก็ไม่ควรดุด่าและทำให้เด็กรู้สึกแย่ต่อหน้าเพื่อนๆ   เด็กชาย Aaron   Kandy Escotto ผู้เป็นแม่ของเด็กชาย Aaron สังเกตเห็นถึงความผิดปกติของลูกชาย หลังจากที่ผลการเรียนของเขาเริ่มตกในเทอมที่ผ่านมา และมักจะกลับมาบ่นถึงเรื่องในโรงเรียน โดยโรงเรียนที่ว่านั้นก็คือ Banyan Elementary School ในรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา คุณแม่มีความสงสัยเกี่ยวกับความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับลูกชาย แต่เนื่องจากเธอได้เข้าไปเรียนกับลูกไม่ได้ จึงได้เลือกใช้วิธี “ซ่อนเครื่องอัดเสียง” ไว้ในกระเป๋าของลูกชายแทน     และแล้วความจริงก็ปรากฏเมื่อเธอได้ลองฟังเสียงที่แอบอัดไว้ พบว่าคุณครูด่าลูกชายของเธอว่า ‘ไอ้ขี้แพ้’ จากการที่ไม่รู้วิธีการฝนกระดาษคำตอบ “ไม่ใช่! นั่นไม่ใช่การฝน เธอเข้าใจมั้ยว่าการฝนคืออะไร อะไรคือการฝนคำตอบ การตอบแบบเขียนวงกลมคืออย่างหนึ่ง การตอบอีกอย่างคือการฝน” หนึ่งในประโยคที่คุณครูพูดกับเด็กชาย Aaron     และจากคลิปเสียงนั้น พอจะเดาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับเด็กชายได้ว่า เขาถูกเรียกไปหน้าห้องเรียน และคุณครูก็ถามกับเพื่อนๆ ในห้องว่า…

  • หนูน้อยไนจีเรียวัย 11 ขวบกับผลงาน “ภาพวาด” เหมือนจริงจนชาวโลกต้องทึ่ง!!

    หนูน้อยไนจีเรียวัย 11 ขวบกับผลงาน “ภาพวาด” เหมือนจริงจนชาวโลกต้องทึ่ง!!

    วันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับเจ้าหนูวัย 11 ปีที่มีชื่อว่า Kareem Waris Olamilekan หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า Waspa เป็นเด็กชายชาวไนจีเรียที่มีฝีมือการ “วาดภาพ” ได้งดงามสมจริงจนน่าทึ่ง ขณะนี้เจ้าหนู Waspa นั้นมีชื่อเสียงอย่างมากบนโลกอินเทอร์เน็ตเนื่องจากผลงานภาพวาดของเขาถูกเผยแพร่สู่สายตาของชาวโลกอย่างกว้างขวาง และไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้เลยว่าฝีมือของเจ้าหนูนั้นเยี่ยมยอดจริงๆ ปัจจุบันจิตรกรตัวน้อยกำลังศึกษาอยู่ที่สถาบันศิลปะ Ayowole Academy of Arts ซึ่งเขาใฝ่ฝันเอาไว้ว่าสักวันหนึ่งเขาจะต้องได้เห็นผลงานตัวเองปรากฏอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่ไหนสักแห่ง   Kareem Waris Olamilekan วัย 11 ปี จากกรุงเลกอส ประเทศไนจีเรีย   ภาพที่ทั้งสมจริงและดูมีชีวิตชีวาทำให้ Waspa โด่งดังอย่างรวดเร็วบนโลกอินเทอร์เน็ต   เหลือเชื่อมากว่านี่คือผลงานของหนุ่มน้อยวัย 11 ปีเพียงเท่านั้น   Waspa ตั้งใจวาดและฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ฝันเอาไว้ว่าวันหนึ่งต้องเห็นผลงานตัวเองอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่ไหนสักแห่ง   Waspa เริ่มวาดภาพมาตั้งแต่มีอายุได้เพียง 6 ขวบ   งานภาพเสมือนจริงของเขา หลักๆ แล้วจะเป็นภาพบุคคล หรือบางครั้งอาจจะวาดสิ่งที่ลึกล้ำกว่านั้น   เขากล่าวว่า “ผมวาดเพื่อนตัวเอง…

  • รู้จักกับ Ella Gross นางแบบ 10 ขวบครึ่งเกาหลี-อเมริกัน เซ็นสัญญาดาวรุ่ง K-Pop!!

    รู้จักกับ Ella Gross นางแบบ 10 ขวบครึ่งเกาหลี-อเมริกัน เซ็นสัญญาดาวรุ่ง K-Pop!!

    นางแบบสาวน้อยครึ่งเกาหลีอเมริกันวัย 10 ขวบ Ella Gross ปัจจุบันไปทำการเซ็นสัญญากับ The Black Label ค่ายศิลปินเคป็อปอันดับต้นๆ ของเกาหลี ภายใต้การดูแลของโปรดิวเซอร์ Teddy   สวยแต่เด็กเลยนะหนูเอ๊ยยย   The Black Label เป็นบริษัทสาขาย่อยของ YG Entertainment ค่ายเพลงเคป็อบยักษ์ใหญ่ ค่ายเดียวกับวงเกิร์ลกรุ๊ปสุดดังแห่งยุคอย่างวง Blackpink นั่นเอง ทั้งนี้สัญญาการเข้าฝึกเป็นศิลปินเคป็อปสำหรับ Ella นั้นเริ่มเป็นข่าวดัง หลังจากที่เธอโพสต์ภาพหนึ่งลงบนอิสตาแกรม ภาพดังกล่าวเป็นภาพที่เธอถ่ายคู่กับสาว Jennie สมาชิกวง Blackpink นั่นเอง   Jennie Blackpink (ซ้าย) Ella Gross (ขวา)   หนูน้อย Ella เป็นสาวลูกครึ่งเกาหลี-อเมริกัน พ่อของเธอเป็นชาวอเมริกัน ส่วนแม่นั้นมีสัญชาติเกาหลี ก่อนหน้านี้ Ella เป็นนางแบบให้กับแบรนด์เสื้อผ้าดังต่างๆ เช่น GAP, Levi’s, และอื่นๆ…

  • ชาวเน็ตลงความเห็น!! น้องๆ “ทีมหมูป่า” ควรถูกสังคมด่าหรือได้รับคำชื่นชม??

    ชาวเน็ตลงความเห็น!! น้องๆ “ทีมหมูป่า” ควรถูกสังคมด่าหรือได้รับคำชื่นชม??

    หลังจากมีรายงานข่าวออกมาว่า ทีมกู้ภัยในถ้ำหลวงสามารถพบเจอน้องนักเตะและโค้ชทั้ง 13 ชีวิตอย่างปลอดภัย ล่าสุดวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 ก็มีคนมาตั้งกระทู้ในเว็บไซต์พันทิปที่เป็นประเด็นค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว กระทู้ดังกล่าวมีชื่อว่า “กรณีน้องที่ติดในถ้ำ อยากให้เดินสายกลางไม่ทั้งอวยเป็น hero หรือจะเหยียบย่ำซ้ำเติมว่าเป็นเด็กซนเกเร ครับ” ซึ่งจุดประสงค์ของเจ้าของกระทู้ก็คือ ต้องการให้ผู้คนมองเรื่องดังกล่าวให้เป็นกลาง ไม่ควรยกย่องเหล่าน้องๆ ว่าเป็นฮีโร่หรือผู้กล้า แต่ก็ไม่ควรด่าว่าน้องให้รุนแรงจนเกินไป ชาวเน็ตจะว่าอย่างไรก็คงต้องมาดูกันหน่อยแล้วล่ะ…   เนื้อหาของกระทู้ . . . .   ดูแล้วเจ้าของกระทู้ก็ค่อนข้างโจมตีผู้ที่ด่าว่าน้องๆ นักเตะกลุ่มนี้มากทีเดียว เมื่อสิ้นสุดเนื้อหาของกระทู้นี้เรียบร้อยแล้ว เราลองมาชมความคิดเห็นต่างๆ ของชาวพันทิปกันดีกว่าว่าจะอยู่ทีม ด่าน้อง ยกย่องน้อง หรือว่า เดินสายกลาง กันแน่…   ไม่ด่าแต่ก็ไม่ยกย่อง   ปีหน้าได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นแน่ๆ   คนนี้แนะนำเนื่องจากเป็นห่วงน้องๆ ยามออกสื่อ   อีกความเห็นหนึ่งเกี่ยวกับวงการสื่อ   ความเห็นนี้คิดแง่บวก ไม่อยากให้ด่าว่าน้องๆ   ความเห็นนี้เน้นที่เรื่องไม่ด่าแต่ไม่อวย ส่วนคนอื่นจะแจกรางวัลหรืออะไรก็ไม่สน   คนนี้เน้นง่ายๆ…

  • หนูน้อย 12 ขวบถูก “แจ้งจับ” เพราะรับจ้างตัดหญ้า แต่ดันตัดไปโดนสนามหญ้าบ้านข้างๆ?

    หนูน้อย 12 ขวบถูก “แจ้งจับ” เพราะรับจ้างตัดหญ้า แต่ดันตัดไปโดนสนามหญ้าบ้านข้างๆ?

    เมื่อเด็กๆ หันมาสนใจในการทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ แน่นอนว่าเด็กๆ เหล่านั้นควรได้รับคำชื่นชมและคำแนะนำที่จำเป็นให้เด็กๆ มีพฤติกรรมที่ดีอยู่เสมอ แต่เหตุการณ์นี้ หนูน้อยอายุ 12 ปี กลับต้องถูกผู้ใหญ่โทรแจ้งตำรวจเพราะเกิดข้อผิดพลาดขณะที่ทำธุรกิจรับจ้างตัดหญ้าหน้าบ้าน      เจ้าหนูน้อย Reginald Fields วัย 12 ปี ได้เปิดธุรกิจรับจ้างตัดหญ้าที่ชื่อว่า Mr. Reggie Lawn และขณะที่กำลังตัดหญ้าให้กับบ้านของ Lucille Holt ที่อยู่ในรัฐโอไฮโออยู่นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มาถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากเพื่อนบ้านของ Lucille ว่าเจ้าหนู Reggie ได้ตัดหญ้าไปถูกบางส่วนของสนามหญ้าหน้าบ้านของเขา แต่โชคดีที่ไม่มีการดำเนินคดีใดๆ กับเจ้าหนู     เมื่อพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง Lucille จึงได้บันทึกเป็นภาพวิดีโอเอาไว้และโพสต์มันลงไปบนเฟซบุ๊ก ซึ่งภายหลังมีผู้เข้าชมจำนวนมากเลยทีเดียว เมื่อเรื่องราวถึงหูของชาวเน็ต นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้กิจการของเจ้าหนู Reggie เป็นที่สนใจและโด่งดังไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ต     ในคลิปวิดีโอจะได้ยินเสียงคุณ Lucille พูดว่า “ฉันคิดว่าฉันแบ่งเส้นเอาไว้ชัดเจนนะ ว่าส่วนไหนที่เป็นสนามหญ้าของบ้านฉัน บ้านนั้นโทรแจ้งตำรวจเพียงเพราะว่า เจ้าหนูดันตัดหญ้าไปถูกสนามหญ้าบ้านของเขา” “ใครกันที่ทำแบบนี้?” เธอถาม “ฉันโมโหมากในตอนนี้…

  • เด็กสาวสองคน แกล้งโทรเรียก ‘รถพยาบาล’ พอมาถึง ขว้างปาอิฐ ข้าวของ ใส่จนเสียหาย!!

    เด็กสาวสองคน แกล้งโทรเรียก ‘รถพยาบาล’ พอมาถึง ขว้างปาอิฐ ข้าวของ ใส่จนเสียหาย!!

    บางครั้งการละเล่นของเด็กๆ มันก็เลยเถิดไปจนสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น…   เช่นเดียวกันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไปนี้…เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ Ladbible รายงานว่าเจ้าหน้าที่จากหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ได้รับสายโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากเด็กวัยรุ่นหญิง 2 คน แต่พอเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นพวกเขากลับถูกขว้างปาด้วยก้อนอิฐ จากเด็กผู้หญิงสองคนนั้นเอง!! เจ้าหน้าที่จากหน่วย South Central Ambulance Service ได้รับสายโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากเด็กสาววัย 13 ปี แต่พอไปถึงจุดเกิดเหตุที่อยู่ในเขต Eastleigh เมือง Hampshire ประเทศอังกฤษ กลับมีสายโทรเข้ามาอีกว่ารถพยาบาลที่ถูกเรียกไปก่อนหน้านี้ได้รับความเสียหาย     กลับกลายเป็นว่าสายที่โทรไปก่อนหน้านี้เป็นเพียงการกลั่นแกล้งของเด็กวัยรุ่นหญิง 2 คน ที่ทำทีเป็นเดือดร้อนโทรเรียกรถฉุกเฉิน พอเจ้าหน้าที่ไปถึงกลับโยนสิ่งของต่างๆ ทั้งก้อนอิฐ เก้าอี้ แก้วน้ำ และสิ่งของต่างๆ ออกมาจากหน้าต่างบ้าน     เจ้าหน้าที่ที่อยู่หน้างานจึงต้องโทรเรียกกำลังเสริมเพราะได้รับความเสียหายจากการกระทำของเด็กทั้งสองคน “สิ่งที่มันแย่ยิ่งกว่านั้นคือพนักงานมากมายหลายคน อุปกรณ์ต่างๆ และรถพยาบาลมากมายถูกส่งไป นั่นทำให้ผู้คนที่เจ็บป่วยจริงๆ ไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที” โฆษกจากหน่วย South Central Ambulance Service กล่าว   โชคดีที่เจ้าหน้าที่แพทย์เคลื่อนที่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด  …

  • รวมความเข้าใจผิดๆ ของเด็กๆ เกี่ยวกับ “เซ็กส์” หนู…ไปเอาความคิดนี้มาจากไหนหืม!!?

    รวมความเข้าใจผิดๆ ของเด็กๆ เกี่ยวกับ “เซ็กส์” หนู…ไปเอาความคิดนี้มาจากไหนหืม!!?

    พ่อแม่ที่ดีควรจะเป็นได้ทั้งเพื่อนและที่ปรึกษาสำหรับลูกๆ ได้ทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องของ “เซ็กส์” ก็ตาม เด็กๆ ควรเข้าใจว่ามันคืออะไร ข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบของมันคืออะไร แล้วทำอย่างไรถึงถูกต้อง แต่ถ้าหากว่าพ่อแม่ไม่ยอมให้ลูกๆ ได้แตะเรื่องเหล่านี้เลย หรือไม่กล้าคุยเรื่องเซ็กส์กับลูกๆ เด็กๆ ที่ต้องเจอสังคมเพื่อนและโรงเรียน คงหลีกหนีคำว่า “เซ็กส์” ไม่พ้น และอาจเข้าใจผิดกันไปใหญ่เลยก็เป็นได้ วันนี้เราจึงขอรวบรวมเอา ความเข้าใจผิดฮาๆ จากเด็กๆ เกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์ มาให้ชมกัน อ่านแล้วต้องบอกเลยว่า “เด็กนี่มันไร้เดียงสาจริงจริ๊งง”   1. “ไม่มีใครสนุกกับเซ็กส์หรอก สื่อลามกทำให้มันดูสนุกเท่านั้นแหละ” จาก Synthetic_Allergy   2. “ผู้ชายทุกคนต้องกินยาไวอากร้าเพื่อให้อวัยวะแข็งตัว” จาก bostonmumma   3. “ยาคุมกำเนิดนั้นต้องใส่เข้าไปทางช่องคลอด” จาก Ether165   4. “พระเจ้าต้องมีเซ็กส์กับผู้หญิงทุกคนเพื่อให้เธอตั้งครรภ์” จาก mechanicalidiot   5. “เชื้อ HIV สามารถนำไปสู่โรค Blue Waffle” (ไม่แนะนำให้เสิร์ชหาโรค Blue Waffle เอาเป็นว่ามันเป็นโรคติดต่อทางเพศชนิดหนึ่งก็แล้วกัน) จาก lost2012…

  • แม่โอด…ลูกที่เป็นเด็กพิเศษ โดนผอ. ตบบ้องหูแรงจน ‘แก้วหูทะลุ’ แถมบีบให้ย้ายโรงเรียน!!

    แม่โอด…ลูกที่เป็นเด็กพิเศษ โดนผอ. ตบบ้องหูแรงจน ‘แก้วหูทะลุ’ แถมบีบให้ย้ายโรงเรียน!!

    คนเป็นพ่อเป็นแม่ย่อมรักลูกของตัวเองเป็นธรรมดา ยิ่งถ้าหากว่ามีใครมาทำร้ายร่างกายลูกของตัวเองแล้วก็ต้องทำให้ต้องเจ็บปวดใจยิ่งนัก เช่นเดียวกันกับคุณแม่ท่านนี้ ที่ลูกของตัวเองที่เป็นเด็กพิเศษ ถูกผอ. โรงเรียนตบจนแก้วหูทะลุเลยทีเดียว อีกทั้งยังถูกบีบบังคับให้ย้ายโรงเรียนอีกด้วย!! เรื่องมีอยู่ว่าผู้ใช้เฟซบุ๊ก ณัฐกานต์ อนันต์ชัยพัทธนา ผู้เป็นแม่ได้โพสต์ข้อความเล่าเรื่องราวว่าดังกล่าวผ่านทางหน้าวอลของตัวเอง   ลองเข้าไปอ่านโพสต์เต็มๆ กันก่อนที่ข้างล่างนี้ได้เลยจ้า…   “อยากจะขอคำปรึกษา และขอความช่วยเหลือ น้องโดน ผอ. ตบจนแก้วหูทะลุ เรื่องมีอยู่ว่า น้องเป็นเด็กพิเศษค่ะ อาการคือจะมีอารมณ์โกรธและโมโหจนคุมตัวเองไม่ได้ เมื่อถูกล้อหรือโดนภาวะกดดันไปกระตุ้นอารมณ์ ต้องได้พบแพทย์อย่างต่อเนื่อง และทานยาทุกวัน แต่การใช้ชีวิตโดยทั่วไปเหมือนเด็กปกติค่ะ และเมื่อวันที่ 4 มิ.ย 61 เด็กเล่นกันแล้วเกิดการทะเลาะกันแล้วก็จับแยกแล้วให้ขอโทษกัน แล้วสืบเนื่องมาวันที่ 5 มิ.ย 61 ครูเวรได้นำเรื่องไปเล่าผ่านเครื่องกระจายเสียงของโรงเรียนและบอกให้น้องขึ้นไปพูดเล่าเรื่องเมื่อวานเพียงลำพัง ซึ่งทำให้เด็กมีภาวะอารมณ์ไม่ปกติอยู่แล้ว จึงเกิดความอับอายและโมโหจนคุมสติไม่อยู่ น้องก็วิ่งไปหาคุณครูและกรีดร้องด้วยความคุมอารมณ์ไม่ได้ ผอ.จึงนำสายนกหวีด มัดมือน้องไพล่หลังไว้และระหว่างนั้นครูประจำชั้นโทรเรียกคุณแม่มาที่โรงเรียน     พอจังหวะที่คุณแม่ไปถึงได้ เห็น ผอ.กำลังฉุดกระชากเด็กนั่งลงกับพื้นแล้วใช้มือขวาตบเข้าที่ข้างหูขวาของน้องอย่างแรง คุณแม่รีบวิ่งไปกอดน้องในสภาพที่ผวาและตัวสั่นและน้องบอกคุณแม่ว่า “หูลูกไม่ได้ยินแล้ว” คุณแม่ช็อกและตกใจกับเหตุการณ์นั้นมากจนพูดอะไรไม่ออกได้แต่กอดน้องไว้จนตัวสั่น หลังจากนั้น ผอ. ท่านก็เรียกให้คุณแม่ไปพบในห้อง แล้วบอกคุณแม่ว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปไม่ต้องพาน้องมาเรียนที่นี้แล้วให้คุณแม่เซ็นใบย้ายน้องออกไปเรียนที่อื่นโดยให้เหตุผลว่าย้ายติดตามผู้ปกครอง คุณแม่รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับน้องหลังจากนั้นคุณแม่พาน้องไปหาหมอ หมอให้ใบรับรองแพทย์มา ว่า “แก้วหูทะลุ”…

  • เด็กหนุ่มวัย 15 ปี กับฝีมือการวาดภาพ ‘สัตว์’ แบบขั้นเทพ แถมไม่ต้องดูแบบด้วย!?

    เด็กหนุ่มวัย 15 ปี กับฝีมือการวาดภาพ ‘สัตว์’ แบบขั้นเทพ แถมไม่ต้องดูแบบด้วย!?

    หากลองนึกย้อนกลับไปในวัยที่เรายังเป็นเด็กหนุ่มวัย 15 ปี เพื่อนๆ เคยลองหัดทำอะไรอย่างจริงจังกันบ้างไหม? อย่างเช่นการวาดภาพที่เป็นการนำจินตนาการมาบอกเล่าเป็นรูปร่าง และการจะวาดออกมาให้สมจริงดูสวยงาม ย่อมเป็นเรื่องที่ยากยิ่งขึ้นไปอีก แต่สำหรับเด็กหนุ่ม Dusan Krtolica วัย 15 ปี จากประเทศเซอร์เบีย แล้วต้องขอบอกเลยว่า เขามีความคลั่งไคล้ในการวาดภาพ ‘สัตว์’ แบบสุดๆ และทำออกมาได้ดีมากๆ เลยทีเดียว     Dusan เริ่มฝึกวาดภาพมาตั้งแต่ 2 ขวบ (ตอนนั้นเอาจริงๆ #เหมียวหง่าว ยังจำความไม่ได้เลย ฮร่าๆ) จนตอนนี้อายุได้ 15 ปี และมีการจัดแสดงโชว์ผลงานการวาดภาพของตัวเองไปแล้วมากกว่า 6 ครั้ง!?     Dusan เป็นคนที่ชื่นชอบโลกของสัตว์มากๆ และเขาก็นำความชอบนี้มาต่อยอดเป็นผลงานหลักของตัวเอง     เขาศึกษาเกี่ยวกับร่างกายของสัตว์ เพื่อให้งานวาดภาพของตัวเองออกมาดูสมจริงมากที่สุด ซึ่งการวาดภาพสัตว์นี้ Dusan เพิ่งจะเริ่มหัดวาดเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้เอง!!     “ผมรักในความหลากหลายของสัตว์โลก มันสามารถนำมาปรับเปลี่ยนได้ และการวาดภาพก็ถือเป็นเกมเกมหนึ่งสำหรับผม”  …

  • ‘ประธานาธิบดีฝรั่งเศส’ ถูกวัยรุ่นเรียกชื่อเล่นในงานสำคัญ เขาเลยสอนบทเรียนแสนล้ำค่า

    ‘ประธานาธิบดีฝรั่งเศส’ ถูกวัยรุ่นเรียกชื่อเล่นในงานสำคัญ เขาเลยสอนบทเรียนแสนล้ำค่า

    เมื่อมนุษย์เติบโตขึ้นมาจนกลายเป็นผู้ใหญ่ สิ่งที่จะต้องเติบโตไปด้วยก็คือ ‘วุฒิภาวะ’ หรือจะแปลง่ายๆ ก็คือ ‘ความเป็นผู้ใหญ่ทางบุคลิกภาพและพฤติกรรมทางอารมณ์’ โดยเฉพาะหากคุณมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงๆ แล้วล่ะก็เรื่องของวุฒิภาวะยิ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ สำหรับวันนี้ #เหมียวหง่าว จะขอพาเพื่อนๆ ไปชมการรับมือสถานการณ์ของท่านประธานาธิบดีของประเทศฝรั่งเศสเมื่อเขาโดนเด็กนักเรียนเรียกด้วยชื่อเล่นของเขาอย่างสนิทสนม ท่านประธานาธิบดี Emanuel Macron ได้พบปะกับเด็กๆ ในงานอีเวนต์หนึ่ง แต่มีเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งเข้ามาทักทายและเรียกชื่อของเขาอย่างสนิทสนมว่า Manu   “สบายดีมั้ย Manu” เด็กวัยรุ่นเอ่ยถามท่านประธานาธิบดี   ท่านจึงตอบกลับไปด้วยบทเรียนอันแสนสำคัญให้กับเด็กคนนั้น “ไม่นะ นายจะเรียกฉันว่าอย่างนั้นไม่ได้” เด็กชายจึงรีบขอโทษ “ขอโทษด้วยครับท่านประธานาธิบดี”     “ตอนนี้นายอยู่ในงานพิธีการอย่างเป็นทางการ และนายจะต้องประพฤติตัวให้เหมาะสม” “นายสามารถเล่นตลก ทำตัวไร้สาระได้ แต่วันนี้เป็นวันสำคัญแห่งชาติ ซึ่งเป็นวันครบรอบเหตุการณ์ Maseillaise หรือการปฏิวัติฝรั่งเศส” “ฉะนั้นนนายจะต้องเรียกฉันว่า ‘ท่านประธานาธิบดี’ หรือ ‘ท่านครับ’ เข้าใจไหม?”     “ตามนี้นะ และนายควรจะทำตามขั้นตอน หากนายต้องการที่จะเริ่มทำการปฏิวัติ นายจะต้องเรียนหนังสือก่อน เพื่อรับใบปริญญาและหาเงินเลี้ยงชีพตัวเอง เข้าใจมั้ย?” “และจากนั้นนายก็จะสามารถสั่งสอนผู้อื่นได้”    …

  • สนุกมากมั้ย? กลุ่มวัยรุ่น “วิ่งเหยียบหลังคารถ” ขอโทษ เผยเชื่อว่าทุกคนจะสนุกด้วย…

    สนุกมากมั้ย? กลุ่มวัยรุ่น “วิ่งเหยียบหลังคารถ” ขอโทษ เผยเชื่อว่าทุกคนจะสนุกด้วย…

    เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 ทางเฟซบุ๊ก Wanchalerm Permasem ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งออกไปวิ่งป่วนบ้านเมืองเพื่อความสนุกสนานและความบันเทิง มีทั้งวิ่ง กระโดด ปีนป่ายในสถานที่สาธารณะ และที่หนักที่สุดและกลายเป็นที่วิจารณ์มากที่สุดก็คือการที่งหนึ่งในเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้ วิ่งเหยียบรถหลายๆ คันที่ติดไฟแดงอยู่นั่นเอง     ต่อวันที่ 13 มิถุนายน อมรินทร์ทีวี ได้เข้าไปสัมภาษณ์ นายวันเฉลิม เปรมเกษม อายุ 19 ปี หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม Oslate (โอสเลท) กลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุดังกล่าว ถึงสาเหตุที่รวมกลุ่มกันออกมาเล่นอะไรเช่นนี้ นายวันเฉลิมเล่าว่า อยู่บ้านเฉยๆ มันทำให้รู้สึกเครียดและเศร้า จึงชักชวนเพื่อนสมัยเรียนอีก 3 คนมาหากิจกรรมทำ เขาเผยว่าขณะที่ถ่ายคลิปหลายครั้งก็มีเจ้าหน้าที่มาไล่ให้ไปเล่นที่อื่น แต่ตนก็กลับรู้สึกสนุก   .   เมื่อถามถึงประเด็นที่มีการออกไปวิ่งเหยียบรถที่ติดไฟแดงกันอยู่นั้น นายวันเฉลิมก็เผยว่าตนไม่ได้รู้จักกับเจ้าของรถ เพียงแค่เห็นตรงกันกับเพื่อนๆ ก็เลยลงมือทำทันที ตอนที่ออกไปวิ่งแบบนั้นไม่ได้รู้สึกกลัวอุบัติเหตุ รู้สึกเพียงว่าสนุกเท่านั้น คิดว่าเจ้าของรถอาจจะตกใจนิดหน่อย แต่คงจะ “รู้สึกสนุกไปด้วย” เพราะในวันที่ตนไปวิ่งเหยียบรถก็ไม่ได้มีใครออกมาว่ากล่าวหรือโวยวาย ยอมรับว่าที่ทำคลิปขึ้นมาเพราะความสนุกเท่านั้น แถมคาดว่าจะมีอีกในอนาคต     เมื่อคลิปวิดีโอการละเล่นสุดพิเรนทร์ของเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้เผยแพร่ลงอินเทอร์เน็ต…

  • ‘ยกโทษให้หนูด้วย’ หนูน้อยวัย 5 ขวบ ถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายจนเสียชีวิต เหมือนไม่มีตัวตน…

    ‘ยกโทษให้หนูด้วย’ หนูน้อยวัย 5 ขวบ ถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายจนเสียชีวิต เหมือนไม่มีตัวตน…

    ปัญหาความรุนแรงภายในสถาบันครอบครัวยังคงฝังรากลึกอยู่ในทุกประเทศ และความโหดร้ายในครั้งนี้ก็ถูกเปิดเผยออกมาจากสื่อประเทศญี่ปุ่น กับเหตุพ่อเลี้ยงกระทำลงโทษเด็กหญิง 5 ขวบจนเสียชีวิต เนื่องจากการบังคับให้อยู่ในลู่ทางที่ตนต้องการ     ยูอะจัง เด็กหญิงวัย 5 ขวบ ถูกพ่อเลี้ยงบังคับและลงโทษอย่างรุนแรง ถูกปฏิบัติอย่างไร้ตัวตนในครอบครัว หลังจากที่พ่อเลี้ยงแต่งงานกับแม่ของเด็กในปี 2016 และให้กำเนิดลูกชายอีก 1 คน พ่อเลี้ยงทำร้ายและทุบตียูอะจัง บังคับให้ทานอาหารกับน้ำซุปเพียงแค่วันละ 1 มื้อเท่านั้น เนื่องจากเขาคิดว่าเธอมีน้ำหนักมากเกินไป เธอมักจะถูกปลุกตั้งแต่ช่วง 4.00 น. เพื่อมาชั่งน้ำหนักทุกๆ วัน และถูกจับแยกให้นอนคนเดียว ซึ่งในบางครั้งถูกบังคับให้นอนบริเวณระเบียงด้านนอกในช่วงอากาศหนาวด้วย     ช่วงก่อนเกิดเหตุสลด เพื่อนบ้านสังเกตเห็นเด็กมีเลือดออกตามใบหน้า และถูกบังคับให้มายืนข้างนอกโดยไม่สวมถุงเท้าและรองเท้าใดๆ จนกระทั่งเธอถูกนำตัวส่งไปยังสถานสงเคราะห์เป็นการชั่วคราว  แต่สุดท้ายพ่อเลี้ยงและแม่ก็กลับมารับ โดยก่อนกลับไปบ้าน เด็กเคยบอกให้รับรู้ว่าอยากจะไปอยู่กับคุณย่ามากกว่า     ระยะสุดท้ายในช่วงเดือนมกราคม ครอบครัวนี้ได้ย้ายมาอยู่ในกรุงโตเกียว แต่ทว่าเพื่อนบ้านสังเกตถึงความผิดปกติ ทั้งที่มีลูก 2 คน แต่กลับปรากฏตัวเพียงแค่เด็กชายคนเดียว จนมารู้ทีหลังว่าน้องยูอะจังนั้นถูกขังลืมเอาไว้ภายในบ้าน ในที่สุดแล้ว น้องยูอะจัง ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาล เรื่องจากสภาพร่างกายที่ถูกทำร้ายอย่างหนัก ร่างกายซีดขาว…

  • ปัญหาจริงจัง!! พ่อบ้านกับการโดนลูกทำร้าย ‘กล่องข้าวน้อย’ สู่กางเกงในกันกระแทกไข่!!

    ปัญหาจริงจัง!! พ่อบ้านกับการโดนลูกทำร้าย ‘กล่องข้าวน้อย’ สู่กางเกงในกันกระแทกไข่!!

    การถูกกระแทก ‘กล่องข้าวน้อย’ จากการละเล่นของลูกๆ ถือเป็นปัญหาคาราคาซังที่เหล่าพ่อบ้านทั้งหลายต้องประสบพบเจอมาเป็นระยะเวลายาวนาน   บางครั้งเด็กๆ อาจจะไม่ได้ตั้งใจ แต่โชคชะตามันช่างเป็นใจ ราวกับว่าเป็นจุดดึงดูด   อู้วววววววช์   แต่ที่เจ๋งยิ่งไปกว่านั้นคือมีบริษัทที่เล็งเห็นถึงปัญหานี้ ว่ามันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายจริงๆ นะ!! แล้วก็ผลิตสินค้าออกมาเพื่อป้องกันกล่องข้าวน้อยของพ่อบ้านทั้งหลาย เป็นกางเกงในที่มีชื่อว่า “FridaBalls” เป็นผลงานของบริษัท Fridababy ที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องไข่ของคุณพ่อจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการละเล่นของเด็กๆ     Chelsea Hirschhorn ผู้ก่อตั้งบริษัทกล่าถึงไอเดียว่ามาจากประสบการณ์ตรงของตัวเอง ที่สามีของเธอมักจะถูกลูกๆ โจมตีกล่องข้าวน้อยโดยไม่ได้ตั้งใจอยู่บ่อยๆ “ตอนแรกฉันไม่ได้คิดว่ามันจะจริงจังขนาดนี้นะ แต่หลังจากที่สามีของฉันต้องพบเจอกับปัญหานี้ ฉันก็เริ่มศึกษาและตรวจสอบดู ก็พบว่ามีคลิปวิดีโอของคุณพ่อที่ถูกลูกๆ ทำร้ายกล่องข้าวน้อยในยูทูบมากกว่า 3 ล้านคลิป มันคือปัญหาที่จริงจังและต้องได้รับการแก้ไข” จากคำบอกเล่าของคุณ Chelsea เจ้ากางเกงในนี้สวมใส่สบาย “เราได้รับแรงบันดาลใจมาจากกางเกงในสำหรับเล่นกีฬา และออกแบบเพิ่มเติมเพื่อให้สวมใส่สบายมากยิ่งขึ้นไปอีก” “น้องจากนี้ยังมีการใช้เทคโนโลยีเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับ ‘ห้องเก็บไข่’ เพื่อปกป้องมันจากแรงกระแทกได้อย่างดีอีกด้วย!!”     เจ้ากางเกงใน Fridaballs นี้มีขายในเว็บไซต์ Fridababy ในราคา 27.99 เหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 890 บาท   เพื่อนๆ สามารถเข้าไปชมคลิปวิดีโอโฆษณาที่ข้างล่างนี้ได้เลยจ้า……

  • มาดูกันว่า… นักเรียนของโรงเรียนรัฐฯ ยากจน ประเทศฝรั่งเศส จะได้ทานอะไรเป็นมื้อกลางวัน?

    มาดูกันว่า… นักเรียนของโรงเรียนรัฐฯ ยากจน ประเทศฝรั่งเศส จะได้ทานอะไรเป็นมื้อกลางวัน?

    ในขณะที่เมืองไทยกำลังถกเถียงเกี่ยวกับประเด็นอาหารกลางวัน ของเด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาล ต่างก็ต้องได้รับการแก้ไขกันให้ตรงจุดต่อไป แต่ด้วยสภาพอาหารกลางวันของเด็กๆ นั้นก็ทำให้รู้สึกแย่ได้ไม่น้อย หากมองออกไปข้างนอก ณ ต่างแดน คุณเคยสงสัยบ้างมั้ยว่า ถ้าหากเป็นโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล มีความขัดสนทางด้านการเงินบ้าง เด็กนักเรียนภายใต้การดูแลจะได้รับอาหารการกินเป็นอย่างไร เหมือนหรือแย่กว่าเด็กไทยรึเปล่า?     ในช่วงหนึ่งของภาพยนตร์สารคดี Where to Invade Next บุกให้แหลก แหกตาดูโลก ที่ออกฉายไปเมื่อปี 2015 นั้น มีฉากที่เกี่ยวกับเรื่องของ ‘อาหารกลางวันของเด็กๆ’ ด้วย โดยที่โรงเรียนดังกล่าวเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ตั้งอยู่ในย่านเศรษฐกิจอันย่ำแย่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศฝรั่งเศส   ในวันที่ไปนั้น เด็กๆ ได้กินแกะย่างกับไก่ราดคูสคูส   Michael Moore ผู้กำกับและผู้ดำเนินสารคดี ได้พาไปดูสภาพของโรงอาหารในโรงเรียนเล็กๆ แห่งหนึ่งของฝรั่งเศส ซึ่งจะเห็นได้ว่า อาหารการกินนั้นดูดีมากๆ โดยที่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเบื้องหลังของอาหารเหล่านี้ ยิ่งทำให้รู้สึกแปลกใจมากกว่าเดิม     โรงเรียนรัฐบาลแห่งนี้ไม่ได้ตั้งอยู่ในย่านของคนรวย มีเงินใช้เหลือเฟือ นั่นหมายความว่าจะเป็นกลุ่มของประชาชนที่ยากจนเสียส่วนใหญ่ ที่ส่งลูกมาเรียน ถึงแม้จะเป็นโรงเรียนที่ยากจนที่สุด ตั้งอยู่ในเมืองยากจนที่สุดของประเทศฝรั่งเศส เชฟผู้รับผิดชอบมื้ออาหารกลาววันก็ยังใช้เงินซื้อวัตถุดิบน้อยกว่าโรงเรียนในสหรัฐฯ เสียอีก…

  • ภาพสุดท้ายเด็กหญิง 10 ขวบกับคนร้าย เดินจูงมือกันก่อนถูกฆ่าข่มขืน พบเป็นคนใกล้ตัวพ่อ

    ภาพสุดท้ายเด็กหญิง 10 ขวบกับคนร้าย เดินจูงมือกันก่อนถูกฆ่าข่มขืน พบเป็นคนใกล้ตัวพ่อ

    ในสังคมปัจจุบัน ความไว้เนื้อเชื่อใจกันถูกสั่นคลอนอยู่เสมอ แม้ว่าจะเคยรู้จักหน้าคร่าตากันมาก่อนก็ตาม เพราะสถานะความใกล้ชิดเหล่านี้นำไปสู่เหตุการณ์ร้ายแรงได้อย่างไม่น่าเชื่อ ภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นภาพของเด็กหญิง ผู้เป็นลูกสาวของเจ้าของร้านขนมหวานในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย กำลังเดินจูงมืออยู่กับอดีตคนงานร้านชื่อ Bholu วัย 24 ปี     นาย Bholu นั้นเคยทำงานให้กับครอบครัวดังกล่าวมานานถึง 9 ปี ก่อนที่จะลงมือกระทำการข่มขืนเด็กหญิงอันเป็นลูกสาวของเจ้านายเก่าตัวเอง และภาพเดินจูงมือกันสองต่อสองคือภาพสุดท้ายที่เด็กหญิงยังมีชีวิต… หลังจากที่หายตัวไป เขาได้ลงมือข่มขืนเด็กหญิงและซ่อนศพเอาไว้ในถังภายในบ้านที่เขาอยู่ร่วมกับแม่ ก่อนจะเดินทางกลับมาทำงานตามปกติ     ในช่วงเย็นวันเดียวกัน พ่อแม่ของเด็กรับรู้ถึงความผิดปกติของลูกสาว เหล่าอาสาสมัครพากันออกตามหาพร้อมกับนาย Bholu ที่แสร้งช่วยค้นหาด้วย จนกระทั่งได้รับเบาะแสจากเพื่อนบ้านของนาย Bholu ที่เห็นว่าอยู่กับเด็กเป็นรายสุดท้าย และความจริงอันโหดร้ายก็ปรากฎออกมาจากปากของเขาและแม่ของนาย Bholu…     จากการชันสูตรศพของเด็กหญิง เจ้าหน้าที่ยืนยันแล้วว่าถูกข่มขืนก่อนถูกฆาตกรรม และทางตำรวจทำการจับกุมนายและสอบสวน Bholu ในข้อหาข้อความผิดทางเพศและกฎหมายเกี่ยวกับเด็ก   พร้อมหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและพยานผู้เห็นเหตุการณ์ในช่วงเวลาก่อนลงมือ…   ที่มา: dailymail, metro, ndtv

  • คลิปเด็กโดนบีบคอ-ผลักล้ม ดราม่าทั่วเน็ต แท้จริงแล้วเป็น “เด็กแสบ” แถมคดีพลิก!!

    คลิปเด็กโดนบีบคอ-ผลักล้ม ดราม่าทั่วเน็ต แท้จริงแล้วเป็น “เด็กแสบ” แถมคดีพลิก!!

    บางครั้งเด็กก็ไม่ได้น่ารักสมวัยเสมอไป…ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการได้รับการอบรมสั่งสอนและสภาพแวดล้อมที่เติบโตมาด้วย เฉกเช่นเดียวกันกับเรื่องราวที่ #เหมียวหง่าว จะนำมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังต่อไปนี้ เรื่องมีอยู่ว่าชายคนหนึ่งถูกถ่ายคลิปวิดีโอขณะผลักเด็กชายคนหนึ่งล้มจนร้องไห้จ้าละหวั่น   คลิปตอนแรกเป็นคลิปสั้นๆ แสดงฉากของเด็กโดนบีบคอและผลักล้ม โดยไม่มีคำอธิบาย   ทำให้คลิปนี้เป็นไวรัล ชาวเน็ตมากมายหลายคนต่างก็คอมเม้นต์ตำหนิการกระทำของเขาไปต่างๆ นาๆ ว่าสิ่งที่เขาทำนั้นมันไม่ถูกต้อง เพราะเป็นผู้ใหญ่จะไปรังแกเด็กตัวเล็กๆ ได้อย่างไร แต่ไม่นานคลิปก็ถูกลบไปเพราะเป็นการแสดงความรุนแรงต่อเด็ก   แต่แล้วเกมก็พลิกเมื่อมีอีกคลิปวิดีโอหนึ่ง ที่ถ่ายมาให้เห็นเหตุการณ์ก่อนหน้าที่จะเกิดการใช้กำลัง   คลิปวิดีโอดังกล่าวถูกโพสต์โดยเฟซบุ๊กชื่อว่า Martha Kelly พร้อมแคปชั่นเล่าเหตุการณ์ว่า “นี่เป็นวิดีโอของเด็กที่ทำลายรถที่จอดอยู่ทุกคัน Sean (ชายที่ผลักเด็ก) พยายามจะหยุดเขา และโทรหาแม่ของเขาเพื่อให้มารับตัวกลับบ้านไป แต่กลับกลายเป็นว่ามีแต่คนอัปคลิปเหตุการณ์ตอนที่เขาผลักเด็กอย่างเดียว”     จากคลิปจะเห็นว่าเจ้าหนูที่โดนผลักนั้นจริงๆ เป็นไอ้ตัวแสบสุดๆ พยายามหาเรื่อง Sean เดินเอาตัวชน จนถึงลงมือทำร้ายร่างกายเขาก่อนด้วย!!     อีกทั้งยังมีการใช้คำพูดที่รุนแรง ทั้งด่าทอผู้หญิงที่อยู่ในเหตุการณ์ว่าเป็น ‘ก*หรี่’ รวมไปถึงคำสบถหยาบคายมากมาย     คลิปวิดีโอดังกล่าวมีความรุนแรง ไม่สามารถ Embed มาลงได้ ใครที่จะชมสามารถคลิกที่ภาพ หรือลิงก์นี้ได้เลยครับ…   หลังจากที่ได้ชมคลิปเหตุการณ์นี้แล้วชาวเน็ตหลายคนต่างก็ให้ความเห็นกันไปต่างๆ นาๆ…

  • มีความโลลิ~ สาวน้อยชาวญี่ปุ่นโตเร็วเกิ๊น อยู่ชั้นประถมแต่มีส่วนสูงถึง 175 ซม.!!

    มีความโลลิ~ สาวน้อยชาวญี่ปุ่นโตเร็วเกิ๊น อยู่ชั้นประถมแต่มีส่วนสูงถึง 175 ซม.!!

    งงใจ ทำไมเด็กสมัยนี้โตไวจังเลยหืมมม!? เรื่องราวที่เราอยากเล่าให้ฟังในวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ เด็กสาวชั้นประถม อ๊ะ อย่าเพิ่งคิดอะไรไม่ดี ไม่ได้จะชวนกันหื่นกามหรอกนะวันนี้ เพียงแต่น้องคนนี้ดูโตเกินวัยมากไปก็เท่านั้นเอง   ลองดูภาพนี้สิ ทั้งคู่เป็นเด็กวัยเดียวกัน…   ชื่อของสาวน้อยตัวสูงคนนี้ก็คือ Rino Natsume ภาพด้านบนเป็นภาพที่เธอถ่ายเอาไว้เมื่อตอนมีอายุเพียง 6 ขวบ!! ซึ่งตอนนั้นความสูงของเธอก็ปาเข้าไป 174 ซม. แล้ว ว่ากันว่าในช่วงวัยเด็กนั้น เด็กผู้หญิงจะมีพัฒนาการเติบโตเร็วกว่าเด็กผู้ชายมาก แต่นี่มันเร็วเกินไปแล้ว…   สูงยาวเข่าดีเฟร่อ~ .   บางคนอาจหลงลืมไปเลยว่านี่หรือคือเด็ก “ชั้นประถม”   ปัจจุบันสาวโลลิขายาวคนนี้ (ไม่เผยอายุ) ได้กลายเป็นนางแบบให้นิตยสาร ニコ☆プチ ของญี่ปุ่นไปแล้วด้วย นั่นทำให้เธอยิ่งเป็นที่รู้จักในโลกอินเทอร์เน็ตมากขึ้น และทำเอาชาวเน็ตญี่ปุ่นต่างช็อกกับหน้าใบหน้าเด็กประถมของเธอแต่มีส่วนสูงระดับเด็กมหาวิทยาลัย…     อย่าลืมว่าเธอยังอยู่ในช่วงพัฒนาการของร่างกาย พูดง่ายๆ ก็คือ เธอยังสูงได้อีก!! ป่านนี้สาวน้อยคนนี้อาจจะสูงเกิน 175 ไปแล้วก็เป็นไปได้ ซึ่งเด็กในวัยเดียวกับเธอนั้นเรียกได้ว่า ไม่มีใครสูงเท่าเธอแล้วล่ะ อย่าว่าแต่เด็กวัยเดียวกันเลย Rino Natstume นั้นสูงกว่า ความสูงเฉลี่ยของผู้ใหญ่เพศชายชาวญี่ปุ่น อีกแน่ะ…

  • สาวน้อยหัวใจใหญ่ ช่วยสุนัขให้มีบ้าน แล้วช่วยหาเงินบริจาคให้ศูนย์พักพิงสัตว์ต่อด้วย

    สาวน้อยหัวใจใหญ่ ช่วยสุนัขให้มีบ้าน แล้วช่วยหาเงินบริจาคให้ศูนย์พักพิงสัตว์ต่อด้วย

    แม้จะเป็นเพียงแค่เด็กหญิงอายุ 12 ปี เธอก็ไม่ปล่อยให้อายุมาเป็นตัวกำหนดการกระทำของตัวเอง เธอเลือกช่วยสุนัขจรจัดตั้งแต่ตอนนี้ เพราะถ้ารอจนโตมันคงไม่ทันใจเธอ Molly Wogan มีโอกาสได้มาช่วยงานในศูนย์พักพิง Cape Ann Animal Aid ในรัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะว่าพ่อแม่ของเธอก็เป็นอาสาสมัครที่ช่วยงานอยู่ที่นี่     การมาที่นี่ทำให้เธอได้เจอกับ Mama Grace สุนัขสีดำตัวหนึ่งที่นั่งหงอยอยู่ในกรง ด้วยความที่อาสาสมัครเห็นเธอสนใจมัน ก็เลยลองบอกให้พามันออกไปวิ่งเล่นดูเผื่อจะชอบแล้วอยากรับมันไปเลี้ยง เมื่อได้ออกมาข้างนอก เจ้าหมาก็มีท่าทีแตกต่างจากตอนอยู่ในกรงลิบลับเลย มันขี้เล่นและซุกซน แต่ในขณะเดียวกันก็อ่อนโยนและเชื่อฟังคน ทำให้ทั้งเด็กหญิงกับพ่อแม่ของเธอเอ็นดูมัน ก็เลยอาสาจะพามันไปดูแลที่บ้านสัก 2-3 วันเพื่อให้มันได้ออกจากกรงบ้าง     ปะ ไปอยู่บ้านด้วยกันก่อนนะ   อย่างไรก็ตามการพามันมาอยู่บ้านด้วยก็ยิ่งทำให้พวกเรารู้สึกถูกชะตากับมันยิ่งขึ้น มันเข้ากับทุกคนได้ดี แม้แต่หมาอีกตัวหนึ่งที่เลี้ยงไว้ก็ยังสนิทกับมันเลย มันทำให้บรรยากาศในบ้านมีความสุขมากยิ่งขึ้น เมื่อเห็นแบบนั้นแทนที่จะพามันมาอยู่แค่ไม่กี่วัน พวกเธอก็เลยเปลี่ยนใจเลือกรับเลี้ยงมันไว้แทน …     ยินดีด้วยนะเจ้าหมา ได้มีครอบครัวแล้ว   เมื่อพวกเขาตัดสินใจรับเลี้ยงมัน ทางศูนย์พักพิงกเลยเล่าที่มาที่ไปของมันให้ฟัง เพื่อให้ครอบครัวเข้าใจมันมากขึ้น … Mama Grace เป็นหมาจรจัดท้องโตมาก่อน มันป่วยเป็นโรคปอดบวมแต่ก็ยังพยายามจะเอาชีวิตรอดให้ได้ มันฝืนตัวเองจนคลอดลูกออกมาอย่างปลอดภัย จากนั้นก็เลี้ยงพวกมันจนโตเป็นลูกหมาที่น่ารักและมีคนรับไปเลี้ยงหมดทุกตัวเลย…

  • เหมาะสมหรือไม่!? พ่อชาวซาอุฯ บังคับลูกน้อย “สูบบุหรี่” แล้วถ่ายคลิปเอาไว้…

    เหมาะสมหรือไม่!? พ่อชาวซาอุฯ บังคับลูกน้อย “สูบบุหรี่” แล้วถ่ายคลิปเอาไว้…

    บุหรี่ ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งที่ให้โทษแก่ร่างกายอย่างมาก ผู้ใหญ่หลายต่อหลายคนต้องทุกข์ทรมานกับโรคต่างๆ ที่เกิดจากสารพิษในบุหรี่ แล้วยิ่งถ้าเป็น “เด็กเล็ก” ยิ่งไม่สมควรกับการสูบบุหรี่อย่างยิ่ง เรื่องราวในวันนี้ ขอเสนอเพื่อเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น พ่อ ที่มีการยื่นบุหรี่ที่ตนสูบ ไปให้ลูกน้อยของตนสูบ และถ่ายคลิปเอาไว้   ในคลิปเป็นพ่อชาวซาอุดิอาระเบีย บังคับให้ลูกน้อยสูบบุหรี่ แล้วตนก็ถ่ายคลิปเอาไว้    ในคลิป เสียงของชายผู้เป็นพ่อได้เอ่ยบอกให้ลูกน้อยของตนนั้น “สูบบุหรี่” จากนั้นก็เห็นได้ชัดเจนว่าหนูน้อย (คาดว่า ไม่น่าเกิน 3 ขวบ) ก็ยื่นปากมาคาบบุหรี่แล้วสูบเข้าไปตามที่พ่อบอก     เท่าที่เห็น คาดว่าหนูน้อยน่าจะสูบควันบุหรี่เข้าไปเต็มๆ โดยไม่พ่นออกมาเลยแม้แต่น้อย และจากนั้น เสียงของชายคนดังกล่าวก็เอ่ยถามหนูน้อยอีกว่า “อยากสูบอีกไหม?” และหนูน้อยก็พยักหน้าตอบรับ จากนั้น ฝ่ายพ่อก็ยื่นบุหรี่ให้หนูน้อยสูบเป็นครั้งที่สอง ทั้งนี้เองก็ยังไม่ทราบว่าทั้งหนูน้อยและชายคนที่คาดว่าน่าจะเป็นพ่อนั้น คือใครกันแน่ และคนที่ถ่ายคลิปก็ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร แต่คาดว่าน่าจะเป็นพ่อที่ถ่ายเอง     ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมชายคนดังกล่าวได้แล้ว ส่วนตัวผู้ต้องหาเองคาดว่าจะถูกดำเนินคดีในเรื่องของการฝ่าฝืนและบกพร่องในการปฏิบัติตามกฎของการเป็นพ่อแม่และการรักษาสังคมที่ดีงาม   แล้วท่านผู้อ่านคิดว่า เหตุการณ์นี้เหมาะสมแล้วหรือไม่ ที่ให้เด็กตัวน้อยอายุไม่ถึง 3 ขวบมาสูบบุหรี่แบบนี้?   ที่มา: metro

  • มหากาพย์คุณพ่อหรรษากับทริปทัศนศึกษานรก อาสาคุมเด็ก 60 คน บอกเลยเอาไม่อยู่!!

    มหากาพย์คุณพ่อหรรษากับทริปทัศนศึกษานรก อาสาคุมเด็ก 60 คน บอกเลยเอาไม่อยู่!!

    ในวัยเรียนสมัยละอ่อนน้อย สิ่งที่ปรารถนาที่สุดสำหรับเด็กๆ ก็คือการได้ออกไปทัศนศึกษานอกโรงเรียน เหมือนกับการได้ไปเที่ยวที่ใหม่ๆ พร้อมกับเพื่อนเสียมากกว่าการไปหาความรู้นอกสถานที่ ฮร่าาาา และเป็นที่รู้กันดีว่าเด็กน้อยที่ได้ออกมาข้างนอก มักจะลุกลี้ลุกลนซนยิ่งกว่าลิงค่าง ซึ่งชะตากรรมของคุณพ่อ Simon Smith รายนี้ ที่ดันตกปากรับอาสามาช่วยคุมลูกและเด็กๆ อีก 59 ชีวิตไปทัศนศึกษาครั้งนี้ คงเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิต     ในช่วงก่อนที่จะเดินทาง คุณพ่อ Simon นั้นอาสาอยากจะช่วยคุมลูกสาวออกไปศึกษาหาความรู้ ณ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ และจะต้องช่วยคุณครูคุมเด็กอีก 59 คน รวมทั้งห้องเป็น 60 คน เขาถึงกับต้องรายงานสดผ่านทวิตเตอร์ว่าสภาพอันทุลักทุเลตลอดทริปเป็นอย่างไร กว่าจะรอดชีวิตในวันนั้นมาได้ ถึงกับกราบใจคุณครูเลยทีเดียว…   เริ่มต้นการรายงาน 8.40 น. ได้งานเสี่ยงตายมาแล้ว ห้ามถ่ายรูป และเรากำลังจะไปพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์!!   8.47 น. เด็กๆ กำลังไปเข้าห้องน้ำ ทั้งๆ ที่ดูแล้วไม่มีใครอยากเข้าเลย…   กลับมารวมตัวแยกกลุ่ม โอเคมีเด็ก 6 คนที่ต้องรับผิดชอบ หนึ่งในนั้นเรียกผมว่า “Bruv”…

  • “น้องโต๋” เด็ก ป.4 สู้ชีวิต เลิกเรียนปั่นจักรยาน 10 กิโล ขายน้ำช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่

    “น้องโต๋” เด็ก ป.4 สู้ชีวิต เลิกเรียนปั่นจักรยาน 10 กิโล ขายน้ำช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่

    วัยเด็กเป็นวัยที่ต้องเรียนหนังสือเพื่อหาความรู้ใส่ตัว แต่ยังมีอีกหลายคนที่ขาดโอกาสในการเรียนรู้ ฉะนั้นพวกเขาจะต้องมีความพยายามมากกว่าคนอื่นหลายเท่าตัวนัก เช่นเดียวกันกับเรื่องราวของเด็กชายที่เรียนอยู่ชั้น ป.4 คนนี้ เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Montree Thammakit ได้แชร์เรื่องราวของ ‘น้องโต๋’ เด็กชายที่เรียนอยู่ชั้น ป.4 ในโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต     แต่ชีวิตของน้องโต๋นั้นไม่ได้สบายเหมือนกับคนอื่น เพราะหลังเลิกเรียนน้องจะต้องปั่นจักรยานขายน้ำเป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ น้องบอกว่าขายก่อนหนึ่งรอบแล้วก็ปั่นกลับไปพักที่บ้าน พอตกตอนค่ำก็ค่อยขายใหม่อีกรอบ     นอกจากนี้เจ้าของโพสต์ก็ได้เชิญชวนให้ชาวภูเก็ตที่ขับรถผ่าน หากเจอน้องก็ให้ช่วยอุดหนุนด้วย เรื่องราวดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวเน็ตมากมาย จนมีคนเข้ามากดไลก์ 6,800 ครั้ง และแชร์ไปอีกกว่า 9,150 ครั้งเลยทีเดียว   ชาวเน็ตทั้งหลายพอได้เห็นเรื่องราวของน้องโต๋แล้วต่างก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันไปต่างๆ นาๆ บ้างก็ชื่นชม แต่ก็แสดงเป็นห่วง “เก่งมากน้องโต๋..ระวังรถนะคะ” บางคนก็ชื่นชมในความสุภาพของน้อง “เก่งมากเลย พูดจาก็สุภาพ หน้าตาน่าเอ็นดู ระวังอุบัติเหตุด้วยนะครับ หาไฟมาติดท้ายจักรยานจะดีมากๆเลย” บางคนก็เสนอให้มีการแก้ปัญหาด้วยต้นเหตุคือฐานะพื้นฐาน เพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กๆ ดีกว่านี้ “อยากให้ ฐานะพื้นฐานคนไทยเราดีกว่านี้ เด็กจะอยู่แบบเด็กๆ ที่ควรเป็น…

  • สิ่งที่สะท้อนผ่าน “ของเล่นเด็ก” เหล่านี้ คือคุณภาพชีวิตของแต่ละบ้านที่ฐานะแตกต่างกัน

    สิ่งที่สะท้อนผ่าน “ของเล่นเด็ก” เหล่านี้ คือคุณภาพชีวิตของแต่ละบ้านที่ฐานะแตกต่างกัน

    Anna Rosling Rönnlund ริเริ่มก่อตั้งทีมนักถ่ายภาพให้ออกไปถ่ายภาพของ 264 ครัวเรือนจำนวน 50 ประเทศ โดยในแต่ละบ้านที่พวกเขาเข้าไปถ่ายนั้นจะใช้เวลาเกือบทั้งวัน พวกเขาต้องถ่ายสิ่งของราว 135 ชิ้นในบ้านนั้นๆ เช่น รองเท้า แปรงสีฟัน หรือแม้แต่ของเล่นที่พวกเขามีให้กับลูกๆ สิ่งของเหล่านี้จะแสดงให้เห็นถึง สภาพความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิต และรายได้ของแต่ละครอบครัว สิ่งที่เราจะนำมาให้ทุกท่านได้พินิจพิจารณากันในวันนี้ก็คือ ภาพของเล่นเด็ก ในแต่ละบ้าน ที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างทางสังคม บางครอบครัวที่มีรายได้หลักแสนต่อเดือน ของเล่นลูกๆ ก็จะเป็นแบบหนึ่ง ส่วนครอบครัวที่มีรายได้ต่อเดือนหลักพัน ก็จะมีของเล่นให้กับลูกๆ อีกแบบที่ต่างกันไป ลองไปชมภาพเหล่านั้นกันเลยดีกว่า…   ครอบครัวในประเทศบูร์กินาฟาโซ รายได้ 931 บาท ต่อผู้ใหญ่ 1 คน/เดือน ของเล่นที่ดีที่สุดของหนูก็คือ ยางรถเก่าๆ   ครอบครัวในประเทศบุรุนดี รายได้ 931 บาท ต่อผู้ใหญ่ 1 คน/เดือน ของเล่นแสนสนุกของผมคือ หัวปลี   ครอบครัวในประเทศอินเดีย รายได้ 995 บาท ต่อผู้ใหญ่ 1…

  • เมื่อเหล่า “เด็กน้อย” ได้สัมผัสสนามหญ้าเป็นครั้งแรก เขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไรกันบ้างนะ!?

    เมื่อเหล่า “เด็กน้อย” ได้สัมผัสสนามหญ้าเป็นครั้งแรก เขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไรกันบ้างนะ!?

    สำหรับเหล่าเด็กทารกนั้นอะไรๆ ก็ดูใหม่สำหรับพวกเขาไปเสียหมด แน่นอนล่ะก็พวกเขายังไม่เคยมีประสบการณ์การใช้ชีวิตบนโลกใบนี้นี่นา ยกตัวอย่างเช่น การลงเล่นน้ำ การขี่จักรยาน หรือการทานอาหารรสจัดๆ ก็กลายเป็นความบันเทิงได้ เพราะว่าเหล่าหนูน้อยมักแสดงความตื่นเต้นออกมาจนน่าหัวเราะเลยทีเดียว ไม่เว้นแม้กระทั่งยามที่พวกเขาได้สัมผัสกับ “สนามหญ้า” เป็นครั้งแรก สนามหญ้าอันเป็นพื้นเด็กเล่นแสนสนุก เราลองมาดูกันซิว่าเหล่าหนูน้อยจะมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้างเมื่อต้องสัมผัสสนามหญ้าที่พวกเขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน…   อะไรจะเกร็งขนาดนั้น ฉีกขาเป็นยิมนาสติกเล้ยย!!   จั๊กจี๋เท้าล่ะสิ หนูน้อย   นี่คณะกายกรรมเปียงยางหรือเปล่าเนี่ย!!?   ชะอุ่ย มันทิ่มเท้าหนูอะป้อออ!   นั่งบนหญ้านี่มันจั๊กจี๋ดีจังเลยน้อ   ดูท่าจะนั่งลำบากนะเนี่ย สงสารรร ฮ่าๆ   ไอ้หนูคนนี้คงได้ ประสบการณ์การสัมผัสสนามหญ้า มากกว่าใครเพื่อนเลยล่ะ   ช่วยด้วย พื้นมันเปลี่ยนไป หนูเดินไม่ได้อะ ฮรือออ   นี่มันคืออะไร หนูนั่งไม่ถนัดเลยแม่จ๋า…   โอ้โห แต่เจ้าหนูคนนี้คลานบนสนามหญ้าอย่างช่ำชองเลยแฮะ สงสัยจะชอบนะเนี่ย   เด็กๆ นี่จะทำอะไรก็ดูน่ารักน่าชังไปหมดเลยเนอะ แต่อย่างไรก็ดี พ่อแม่ที่มีลูกน้อยก็พยายามให้ลูกอยู่ในการดูแลของตัวเองด้วยล่ะ ถ้าไปรบกวนคนอื่น เดี๋ยวเขาจะบอกว่า “ลูกคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน”…

  • เด็กชายรักสุนัข ทำบันทึกถ่ายรูปกับหมาทุกตัวที่ได้เล่นด้วยกว่า 300 ตัวแล้ว

    เด็กชายรักสุนัข ทำบันทึกถ่ายรูปกับหมาทุกตัวที่ได้เล่นด้วยกว่า 300 ตัวแล้ว

    คุณคิดว่าตัวเองเป็นคนที่รักสุนัขมากแค่ไหน? ถ้าคุณคิดว่าคุณรักสุนัขมากจนไม่มีใครเทียบได้ ลองมาดูเรื่องราวของหนุ่มน้อย Gideon ก่อน คุณอาจจะแพ้ให้กับเขาก็ได้ Gideon เป็นเด็กหนุ่มอายุ 9 ขวบที่คลั่งไคล้สุนัขมาก ที่บ้านของเขาเองก็เลี้ยงหมาไว้ตัวหนึ่งเหมือนกัน แต่เขาอยากเห็นสุนัขมากกว่านั้น เขาอยากรู้จักกับสุนัขทุกสายพันธุ์ และอยากเล่นกับพวกมันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาเริ่มทำบันทึกการเล่นกับสุนัขด้วยการถ่ายรูป แล้วอัปโหลดมันลงบนเว็บไซต์ของตัวเอง โดยเขาเริ่มทำเว็บไซต์ครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน 2016 จนถึงตอนนี้เขาเล่นกับสุนัขมามากกว่า 300 ตัวเชียวนะ!!   นี่คือเจ้าหมาขนปุย Snickers   Izzy หมาพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ผสมพิตบูล   น้อง Abigail กับ Louis สุดน่ารัก   Jax น้องหมาขี้เล่นและซุกซน   เจ้า Bertha ที่เขารู้จักมาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้โตแล้ว   Chubby หมาขี้เห่า แต่พอเล่นด้วยแล้วเชื่องเฉยเลย   Nala เจ้าหมาผู้ชื่นชอบเนยถั่ว   เจ้า Sable จริงๆ แล้วมันขี้กลัวนะ แต่วันนี้มันยอมเล่นด้วย   น้องหมา…

  • ตูบรอต้อนรับนายน้อยกลับจากโรงเรียนทุกวัน ทำให้ชีวิตบนรถเข็นของเด็กชายสดใส

    ตูบรอต้อนรับนายน้อยกลับจากโรงเรียนทุกวัน ทำให้ชีวิตบนรถเข็นของเด็กชายสดใส

    ชีวิตของเด็กที่ต้องพึ่งพารถเข็นในการเคลื่อนที่ ย่อมมีอุปสรรคในการใช้ชีวิตมากกว่าคนทั่วไป เพราะเคลื่อนที่ได้ลำบากเลยอาจทำให้ออกไปเล่นข้างนอกไม่ค่อยได้ ก็เลยพลอยทำให้เหงาไปด้วย ทว่าสำหรับ Henrique Muraro หนุ่มน้อยวัย 6 ขวบแล้ว เขามีความสุขทุกวันเพราะรู้ว่ามีคนที่รักเขารอเจออยู่ที่บ้าน นั่นก็คือเจ้าหมา Pipo     Henrique อาศัยอยู่ในประเทศบราซิล เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพเขาก็เลยต้องใช้รถเข็นช่วยในการเคลื่อนที่ แพทย์เห็นว่าเด็กชายไม่ค่อยออกไปไหน แล้วก็ยังใช้รถเข็นไม่คล่อง เขาก็เลยแนะนำให้ลองเอาสุนัขมาเลี้ยงดู เผื่อว่าเด็กชายจะออกไปเล่นข้างนอกมากขึ้น ตอนนั้นเองเจ้าหมาน้อย Pipo ก็ได้เข้ามาอยู่กับเขา เด็กชายกับเจ้าหมาดูจะเข้ากันได้ดี พอพวกเขาสนิทกันแล้วก็จะเห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลาเลย     แต่ก็มีช่วงเวลาหนึ่งที่พวกเขาต้องแยกจากกัน ซึ่งก็คือเวลาที่ Henrique ต้องไปโรงเรียนนั่นเอง ทำให้หนุ่มน้อยต้องแยกจากเพื่อนรักของเขาไป อย่างไรก็ตาม เจ้าหมาก็รู้วิธีที่จะทำให้เด็กหนุ่มร่าเริงได้ นั่นก็คือการออกไปต้อนรับหนุ่มน้อยตอนรถโรงเรียนมาส่งที่บ้านทุกวันนี่เอง คนในครอบครัวเล่าว่า “Pipo เริ่มทำแบบนี้เอง มันชอบตามแม่ของฉันไป ตอนที่เธอไปส่ง Henrique ขึ้นรถไปโรงเรียน แล้ววันหนึ่งมันก็เริ่มโดดขึ้นไปต้อนรับเขาบนรถบัส จากนั้นมามันก็ขึ้นไปต้อนรับเขาทุกวันเลย”     การต้อนรับของเจ้าหมาทำให้เด็กชายมีความสุขที่รู้ว่ามีเพื่อนที่รักเขารออยู่ ถึงแม้ Pipo จะไม่ใช่สุนัขที่ถูกฝึกมาเพื่อบริการเด็กพิการ แต่มันก็ทำหน้าที่ให้กำลังใจนายน้อยของมันได้ไม่ขาดตกบกพร่องเลย นอกจากนี้ครอบครัวของเขายังบอกว่ามันช่วยให้ Henrique ใช้รถเข็นได้คล่องแคล่วขึ้นจริงๆ ด้วยนะ ทั้งหมดต้องขอบคุณเจ้าตูบน้อยตัวนี้นี่แหละ ที่มา:…

  • น้องเป่าเปา ‘โดนหยิก’ ขณะไปออกอีเว้นต์ ร้องไห้จ้าละหวั่น กลายเป็นดราม่าคอมเม้นต์เดือด!!

    น้องเป่าเปา ‘โดนหยิก’ ขณะไปออกอีเว้นต์ ร้องไห้จ้าละหวั่น กลายเป็นดราม่าคอมเม้นต์เดือด!!

    กลายเป็นประเด็นที่กำลังถูกพูดถึงไปทั่วโลกโซเชียลบ้านเรา ณ ขณะนี้ กับการที่น้องเป่าเปา ถูกหยิก จนถึงกับร้องไห้จ้าละหวั่นในงานอีเว้นต์ที่จัดขึ้นในห้างแห่งหนึ่ง เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2561 ที่ผานมา แฟนเพจเฟซบุ๊ก  Paopao and the big family เจ๊เปาบางพลีและครอบครัว ได้ทำการโพสต์ภาพและคลิปวิดีโอเหตุการณ์ พร้อมกับเล่าเล่าว่าน้อง เป่าเปา ลูกสาวของบี้ KPN และกุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ได้ไปออกงานอีเว้นต์ที่ห้างแห่งหนึ่ง แต่ถูกแฟนคลับหยิกจนถึงกับร้องไห้ ในโพสต์แคปชั่นว่า “วันนี้มีเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นกับเป่าเปาของเรา ฟังคลิปเสียงที่นางเล่าให้แม่นางฟังที่เพิ่งลงไปนะคะ”     “และนี่คือสีหน้าเปาตอนมีคนมาข้างหลังเปาและนางก็ร้องจ๊ากขึ้นมาทันที ปกติเปาจะเป็นเด็กที่อึดมาก ไม่เจ็บ ไม่ร้อง รักเปาต้องช่วยกันถนอม อย่าทำนางเจ็บ ครอบครัวเราไม่เคยทำกับหลานแบบนี้ แล้วคุณเป็นใคร!!! ใครอยากดูคลิปหาเอาในไอจีค่ะ”   คลิปน้องเป่าเปาเล่าเหตุการณ์ https://www.instagram.com/p/Bi7WFP1F8lf/ หากใครไม่เห็นคลิป คลิกเข้าไปชมได้ที่นี่   ในคลิปจะเห็นได้ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งแอบเดินมาข้างหลัง แล้วก็หยิกไปที่ข้างหลังของน้องเป่าเปา จนทำให้น้องร้องไห้ด้วยความเจ็บ     คลิปเหตุการณ์ตอนน้องเป่าเปาโดนหยิก https://www.instagram.com/p/Bi7NlLejUAi หากใครไม่เห็นคลิป คลิกเข้าไปชมได้ที่นี่   เรื่องราวนี้กลายเป็นกระแสที่ชาวเน็ตมากมายให้ความสนใจ จนมีคนเข้ามากดไลก์ที่โพสต์มากถึง…

  • คุณพ่อห้ามใจตัวเองไม่อยู่ กัดลูกชาย 4 ขวบเสียชีวิต อ้างเพราะ ‘หมั่นเขี้ยว’ อย่างรุนแรง…

    คุณพ่อห้ามใจตัวเองไม่อยู่ กัดลูกชาย 4 ขวบเสียชีวิต อ้างเพราะ ‘หมั่นเขี้ยว’ อย่างรุนแรง…

    เวลาที่เราเห็นอะไรแล้วรู้สึกถูกใจในความน่ารัก มันจะมีอาการแบบว่าขัดฟัน มีความงุ้ยๆ แล่นเข้ามาในหัวอย่างพรั่งพรูแทบจะหยุดไม่ไหว ต้องพุ่งเข้าไปเล่นด้วยทุกที…แบบว่าน่ารักปานจะกลืนกินได้ แต่ทว่าเหตุของ ‘ความหมั่นเขี้ยว’ กลายมาเป็นบ่อเกิดแห่งความสูญเสียได้อย่างไม่น่าเชื่อ เนื่องจากการที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ของคุณพ่อรายหนึ่งในประเทศอินโดนีเซีย     ชายวัย 28 ปี ผู้เป็นพ่อของเด็กชายวัย 4 ขวบ ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม จากการกัดลูกชายของตนเองเพื่อแสดงความรัก ในระหว่างออกมาเที่ยวบริเวณชายหาด Losari เมืองมาคัซซาร์ ประเทศอินโดนีเซีย ทางสื่อท้องถิ่นเปิดเผยว่าเขาทำการกัด (ขบ) ตัวเด็ก เพราะกลัวว่าลูกจะไม่สนใจในตัวเขา และเขาก็ไม่สามารถหักห้ามใจตัวเอง จากความน่ารักและความหมั่นเขี้ยวที่มี จนต้องกัดตามตัวลูกชายได้รับบาดเจ็บสาหัส     ภายหลังเพียงไม่นานนัก เด็กชายถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลในบริเวณใกล้เคียงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวนเบื้องต้น ผู้เป็นพ่อให้การว่าประสบอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ ตำรวจไม่ยอมปักใจเชื่อ เพราะดูท่าทางจากผู้เป็นพ่อแล้วเขากำลังโกหก จนผลชันสูตรศพของเด็กก็เผยความจริงออกมา… “เราได้ทำการชันสูตรศพแล้วพบว่า มีบาดแผลหลายแห่งบนร่างกาย และร่องรอยบาดแผลเหล่านี้ ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างแน่นอน” โฆษกตำรวจกล่าว ท้ายที่สุดแล้ว ผู้เป็นพ่อจึงยอมรับสารภาพว่าเขาเป็นคนกัดลูกชายหลายต่อหลายครั้ง จนเป็นเหตุทำให้ลูกชายเสียชีวิต..     กรณีดังกล่าวนั้นเกิดจาก ‘ความหมั่นเขี้ยว’ (Gemes ในภาษาอินโดนีเซีย) เป็นอาการที่อยากจะเข้าไปขบ หยิก บีบ…

  • เด็กน้อยสุดจะกลั้น ถอดกางเกงชิ้งฉ่องตอนพ่อแม่กำลังขอแต่ง หมดกันความโรแมนติก

    เด็กน้อยสุดจะกลั้น ถอดกางเกงชิ้งฉ่องตอนพ่อแม่กำลังขอแต่ง หมดกันความโรแมนติก

    ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของเหล่าคู่รักและควรค่าที่จะได้รับการจดจำมากที่สุดนั่นก็คือ ช่วงเวลาของการขอแต่งงาน เมื่อความรักของแต่ละฝ่ายมาถึงจุดที่สุกงอมจนคิดว่าน่าจะมาลองเริ่มต้นการใช้ชีวิตด้วยกัน การขอแต่งงานเป็นจุดเริ่มต้นของการเริ่มชีวิตคู่ อย่างเช่นคู่รักจากเมืองเบย์ซิตี้ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา Kevin Przytula กับ Allyssa Anter ที่ได้คบหาดูใจกันมาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทั้งสองต่างก็มีลูกติด 1 คน Kevin มีลูกสาว อายุ 11 ปี ชื่อว่า Kayleigh และ Allyssa มีลูกชายอายุ 3 ปี ชื่อน้อง Owen   และช่วงเวลาดีๆ ของคู่รักคู่นี้ก็มาถึง เมื่อ Kavin ตัดสินใจจะขอ Allyssa แต่งงาน เขาได้วางแผนกับลูกสาวไว้ และให้เธอถ่ายคลิปวิดีโอเก็บเอาไว้ด้วย ทั้งคู่เดินมาและหยุดที่หน้าน้ำพุ โดยมีลูกชายตัวน้อยยืนเล่นอยู่ข้างหลัง ช่วงเวลาสุดโรแมนติกก็เกิดขึ้นเมื่อ Kevin คุกเข่าลงและขอแต่งงาน     เหมือนโลกทั้งใบเหลือเพียงแค่เขาและเธอสองคน หลังจากที่เขาขอเธอแต่งงาน ทั้งคู่ก็มองตากันอย่างหวานซึ้ง ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะตอบตกลงแบบไม่ลังเลใดๆ     แต่ทั้งคู่ลืมไปว่า มีลูกชายเดินเล่นอยู่ข้างหลัง…

  • นักออกแบบนำ ‘ภาพวาดของเด็ก’ ทำเป็นเกมเล่นได้จริง ครูแอโรบิคชวนหัวร้อนจะรอดมั้ยหว่า!?

    นักออกแบบนำ ‘ภาพวาดของเด็ก’ ทำเป็นเกมเล่นได้จริง ครูแอโรบิคชวนหัวร้อนจะรอดมั้ยหว่า!?

    กาลเวลาที่แปรเปลี่ยนเวียนผัน อุตสาหกรรมต่างๆ ก็พัฒนาก้าวหน้าไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็มีบ่อยครั้งที่มักจะนำเรื่องราวในอดีตมาปัดฝุ่นเกลาให้ทันสมัยเข้ากับยุคเช่นกัน… ยกตัวอย่างจากนิตยสารสายเกม Velikiy Drakon จากประเทศรัสเซีย (ปิดตัวไปแล้วในปี 2003) ที่จะมีคอลัมน์เปิดโอกาสให้แฟนคลับได้ส่งแฟนอาร์ทเข้ามา   ภาพวาดต้นฉบับจากปี 1995   ซึ่งในช่วงปี 1995 นั้นมีเด็กคนหนึ่งส่งภาพวาดด่าน 3 ชั้นในเกมในจินตนาการของตัวเองเข้ามา ลักษณะเหมือนคุกใต้ดินที่ผู้กล้าจะต้องหาทางออกไปยังด่านต่อไป แทบจะถอดแบบมาจากเกมแส้ Castlevania ไม่มีผิด มีทั้งค้างคาว ใยแมงมุม โลงศพใส่ผี…   อะต้าาาาาาา!!   Ilya Chentsov นักออกแบบสายอินดี้ จึงได้หยิบยกภาพดังกล่าวที่มีอายุมากถึง 23 ปี นำมาชุบชีวิตให้กับมันอีกครั้งทำออกมาเป็นเกมที่เล่นได้จริง มาในชื่อรัสเซียยาวเหยียด ‘Возвращение в замок злого колдуна’ (ชื่อย่อ BB33K) แปลเป็นไทยได้ประมาณ ‘หวนคืนสู่ปราสาทพ่อมดผู้ชั่วร้าย’   ภัยอันตรายแฝงมาทุกย่างก้าว   หนึ่งในความท้าทายของงานนี้ ต้องทำให้แน่ใจว่าทุกชิ้นส่วนในงานต้นฉบับจะต้องขยับได้ ไร้การเสริมเติมแต่งใดๆ และผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็ดูน่าทึ่งไม่น้อยเลย… อย่างเช่นหยดน้ำที่ตกลงมาจะกลายเป็นแอ่งน้ำได้…

  • คุณแม่คิดว่าลูกสาวไม่สามารถพูดได้มาตลอด 5 ปี แต่ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นเมื่อเธอพูดคำแรก

    คุณแม่คิดว่าลูกสาวไม่สามารถพูดได้มาตลอด 5 ปี แต่ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นเมื่อเธอพูดคำแรก

    เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องสุดประทับใจของผู้ที่เป็นแม่ที่ชื่อว่า Briana Blankenship ชาวรัฐแอละบามา ประเทศสหรัฐอเมริกา กับ Taylor ลูกสาวตัวน้อยวัย 5 ขวบ ลูกสาวของเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติก คุณหมอบอกว่าเธออาจจะไม่สามารถพูดได้ แต่คนเป็นแม่ก็ยังคงมีความหวังลึกๆ ว่าสักวันจะได้ยินเสียงน้อยๆ ของลูกสาวให้ชื่นใจสักครั้ง     เนื่องจากว่าลูกสาวของเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติกและมีความผิดปกติทางด้านการประมวลผลทางประสาทสัมผัส วิธีการสื่อสารของแม่ลูกจึงต้องใช้ภาษามือและท่าทางที่สามารถเข้าใจได้ง่าย ผู้เป็นแม่ได้หาวิธีการรักษาลูกสาวด้วยวิธีการบำบัดแบบต่างๆ ทั้งการใช้โปรแกรมใน iPads ช่วยในเรื่องของการสื่อสาร ถึงแม้ว่าจะเป็นออทิสติกแต่หนูน้อยก็มีความสามารถพิเศษคือสามารถสะกดคำต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้คุณแม่ยังเลือกใช้กีฬายิมนาสติกมาเป็นตัวช่วยอีกด้วย     และแล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นจริงในขณะที่คุณแม่กำลังจะพาเธอไปเรียนยิมนาสติกเพื่อพัฒนาเรื่องกล้ามเนื้อและประสาทสัมผัส คุณแม่บอกกับเธอว่ากำลังจะพาลูกไปเข้าคลาสสายจึงต้องซื้ออาหารจานด่วนจากร้านไดรฟ์ทรูกินกันก่อน ลูกสาวตัวน้อยของเธอก็หัวเราะคิกคักและยิ้มออกมาเพราะเธอรู้ว่าเธอจะได้ทานมันฝรั่งทอด เมนูโปรดของเธอนั่นเอง     ทันใดนั้นเธอก็พูดออกมาหนึ่งคำ “Momma” (แม่)  Briana แทบไม่เชื่อหูตัวเอง เธอถามว่า “เมื่อกี๊หนูพูดว่า Momma เหรอ?” แล้วหนูน้อยพูดอีกครั้งว่า “Momma” เธอจึงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือมาบันทึกวิดีโอทันที   เสียงน้อยๆ เปล่งตามออกมา “Momma” พร้อมกับหัวเราะคิกคัก   คงไม่ต้องบอกว่าคุณแม่นั้นดีใจมากแค่ไหน พอเธอบันทึกวิดีโอเสร็จแล้ว น้ำตาก็ไหลออกมาเต็มหน้าจนพนักงานร้านฟาสต์ฟู้ดงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น พอเธอได้รับอาหารแล้วก็โทรเล่าให้สามีและคุณแม่ของเธอฟัง ก่อนจะโพสต์คลิปวิดีโอลงในเฟซบุ๊กของเธอพร้อมกับแท็กสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ด้วย  …

  • เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าช่วยเหลือเจ้าหนูน้อยวัย 3 เดือนที่หยุดหายใจในรถได้ทันเวลา…

    เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าช่วยเหลือเจ้าหนูน้อยวัย 3 เดือนที่หยุดหายใจในรถได้ทันเวลา…

    เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทางเว็บไซต์ DailyMail ได้รายงานเหตุการณ์อันแสนน่าประทับใจที่เกิดขึ้นในรัฐฟลอริดา หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าช่วยเหลือเด็กทารกที่หมดสติในรถได้ทันเวลา คลิปเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโลกอินเตอร์เน็ต และได้เผยให้เห็นวินาทีแห่งชีวิตของเจ้าหนูน้อย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2018 ที่ผ่านมา บนถนนสาย 17 เมือง Ocala     นาง Nechole Crowell ได้เปิดไฟฉุกเฉินของเธอ ก่อนที่จะนำรถเข้าจอดที่ข้างทาง และโชคดีที่รถของเจ้าหน้าที่ Jeremie Nix อยู่ตรงนั้นพอดี จึงทำให้นายตำรวจหนุ่มของเราเข้าทำ CPR และช่วยเหลือเจ้าหนูน้อยวัย 3 เดือนได้ทันก่อนที่จะนำตัวเขาส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา “เจ้าหน้าที่ Nix ได้ทำการปฐมพยาบาลเด็ก ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาล ตอนนี้เจ้าหนูน้อยอยู่ในการดูแลของแพทย์และได้รับการรักษาอย่างเต็มที่” รายงานจากทางสถานีตำรวจ     นอกจากนี้ทางสถานีตำรวจยังได้เผยอีกว่า เพราะการปฐมพยาบาลเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวช่วยให้เจ้าหนูมีชีวิตรอดได้ ส่วนทางด้านนาง Crowell แม่ของเจ้าหนูน้อยก็ได้ออกมากล่าวขอบคุณการทำงานของทางเจ้าหน้าที่ผ่านเฟซบุ๊กของเธอว่า “เมื่อวานนี้ลูกของฉันเกิดหยุดหายใจ ฉันกับพี่สาวสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่จอดรถอยู่ที่ตรงริมถนน เราจึงได้ขอให้เขาช่วย และด้วยความคิดอันแสนรวดเร็วของคุณตำรวจที่ช่วยลูกชายฉันเอาไว้ เขาพูดกับฉันว่า ไม่ต้องกังวล เขาจะไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าลูกชายของฉันจะปลอดภัย”     ไปชมวินาทีการช่วยชีวิตเจ้าหนูน้อยได้ที่คลิปวิดีโอด้านล่างนี้เลย…   เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าจดจำสำหรับหญิงสาวอย่างมาก ซึ่งตัวเธอเองรู้สึกขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างมากเลยทีเดียว “ฉันอยากให้โลกรู้ว่ายังมีตำรวจดีๆ อยู่…

  • พ่อแม่ขอแอบเม้าท์ 25 เหตุผลแปลกๆ ที่ลูกร้องไห้ แบบว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจวัยรุ่นเล๊ยยย

    พ่อแม่ขอแอบเม้าท์ 25 เหตุผลแปลกๆ ที่ลูกร้องไห้ แบบว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจวัยรุ่นเล๊ยยย

    ในการเลี้ยงลูกสักคนให้เติบโตขึ้นได้ พ่อแม่หลายๆ คนคงจะรู้ดีว่ามันเป็นเรื่องที่ยากลำบากแค่ไหนกว่าที่จะคอยสอนสิ่งต่างๆ ให้กับพวกเขาเพื่อให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ได้ แต่ทว่าบางทีการสอนลูกมันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ในเมื่อเด็กนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการและความไร้เดียงสามากเกินกว่าที่คนเป็นพ่อเป็นแม่จะเข้าใจ ด้วยตรรกะแบบเด็กๆ กับความคิดของผู้ใหญ่ไม่ตรงกันจึงเกิดอาการแบบว่า ขัดใจ จนทำให้ฝ่ายเด็กน้อยนั้นต้องเสียน้ำตาไปตามระเบียบ และนี่เป็น 25 เหตุผลแบบแปลกๆ ที่คนเป็นพ่อเป็นแม่แอบเอามาแชร์ผ่าน #ReasonsMyKidIsCrying เหตุผลที่ลูกของฉันร้องไห้   1. เมื่อพ่อแม่เอาเค้กวันเกิดมาให้ มันซึ้งขนาดนั้นเลยเหรอลูก   2. เด็กชาย Cohen ร้องไห้เกือบ 20 นาทีเพราะตอนแรกเขาอยากได้รถบัสสีชมพู แต่ 2 นาทีต่อมากลับบอกว่า “ป๋มไม่ชอบสีชมพูง่าาาา”   3. เจ้าหนูคนนี้ร้องไห้เพราะเค้กผลไม้ของเขานั้นหายไป ก็หนูกินไปแล้วมันก็หมดสิลูก   4. แม่แค่ชิมขนมนิดเดียว ร้องไห้ซะบ้านแตกเลย   5. ทำไมแม่ไม่ให้ดื่มซอสเผ็ดก่อนนอน ทำไมมมมม   6. เมื่อแม่ห้ามไม่ให้เจ้าหนูคนนี้เคี้ยวผ้าอนามัยที่แอบเจอในกระเป๋า   7. “พ่อที่ดีที่สุดในโลก” ไม่ให้หนูกินรีโมท   8. แค่ไม่ให้จุ่มแปรงสีฟันในแก้วไวน์เองค่ะลูก ใจเย็นนะ  …

  • สาวน้อยมะกัน สอบติดมหาวิทยาลัยกว่า 113 แห่ง แถมได้ทุนการศึกษาอีก 143 ล้านบาท

    สาวน้อยมะกัน สอบติดมหาวิทยาลัยกว่า 113 แห่ง แถมได้ทุนการศึกษาอีก 143 ล้านบาท

    นี่เป็นเรื่องราวของ Jasmine Harrison วัยรุ่นสาววัย 17 ที่มีความสามารถในการสอบทำคะแนน จนสอบติดมหาวิทยาลัยกว่า 113 แห่งได้พร้อมๆ กัน!? ตามการรายงานจากเว็บไซต์ Dailymail บอกว่า Jasmine จบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมในรัฐนอร์ธแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา ด้วยคะแนนเฉลี่ย 4.00 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2018 และทำการยื่นใบสมัครไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆ     เธอแทบไม่ต้องกังวลกับอนาคตของเธอเลย เพราะเธอได้รับข้อเสนอจากมหาวิทยาลัยต่างๆ มากมายและยังได้ทุนการศึกษาจากเงินบริจาครวมๆ มูลค่าแล้วกว่า 4.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราวๆ 143 ล้านบาท) Jasmine ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “เมื่อตอนที่ฉันได้รับอีเมล 2-3 อันแรก ฉันก็แบบ ‘โอเค นี่มันเกิดขึ้นจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย’ ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้นะเนี่ย”     แต่สิ่งที่เหลือเชื่อก็คืออีเมลตอบรับเข้ามหาลัยที่เธอได้รับนั้นไม่ได้มีแค่ 2-3 ฉบับ แต่มากถึง 113 ฉบับ จนทำให้เธอแทบจะอ่านมันไม่หมดเลยทีเดียว เธอบอกว่าจากคำแนะนำและเทคนิคของคุณครูที่โรงเรียน ทำให้เธอสามารถส่งใบสมัครไปยังมหาลัยต่างๆ กว่า…

  • “เนสตี้ สไปร์ทซี่” ลูกสาวของขุ่นแม่ ที่ชาวเน็ตจำนวนมาก พากันดันให้เธอเป็นเน็ตไอดอล

    “เนสตี้ สไปร์ทซี่” ลูกสาวของขุ่นแม่ ที่ชาวเน็ตจำนวนมาก พากันดันให้เธอเป็นเน็ตไอดอล

    หลายๆ คนอาจเคยได้ยินชื่อของ น้องเนส หรือ น้องเนสตี้ สไปร์ทซี่ เด็กชาย… เอ๊ย!! เด็กหญิงวัยประถมที่มาพร้อมกับความน่ารักสดใส โด่งดังไปทั่วโลกโซเชียลด้วยสายตาจิกกัดสไตล์ลูกสาวขุ่นแม่   น้องเนสตี้ ลูกสาวกับท่าโพสต์มั่นๆ สายตาจิกๆ   ผลงานที่ทำให้หลายๆ คนจดจำเธอได้ น้องเนสได้ฝากผลงานเอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการโชว์เดินแบบ การโพสต์ท่าถ่ายภาพ ท่าเต้นฮาๆ หรือแม้แต่ไลฟ์สดสอนแต่งหน้าก็มี   คลิปท่าเต้นฮาๆ ก็เพราะอากาศมันร้อน   คลิปสอนแต่งหน้าแบบเก๋ๆ   อีกทั้งเธอยังเคยได้ไปออกรายการ ดันดารา เมื่อช่วงเดือนมกราคม 2017 จึงทำให้หลายๆ คนเริ่มเข้ามากดติดตามเธอในเฟซบุ๊ก ปัจจุบันมีผู้ติดตามสูงกว่า 49,500 คน   ความน่ารักแก่นแก้ว ในตอนที่เธอได้ไปออกรายการ ดันดารา    ทำไมชาวเน็ตถึงพยายามดันให้เธอเป็นเน็ตไอดอล แน่นอนว่าจุดเด่นของเด็กคนนี้คือความกล้าแสดงออก มีความสดใสสมวัย บวกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ตัวเองสนใจอยู่เสมอ (การแต่งหน้า ทำผม ทำอาหาร เดินแบบ เป็นต้น) จึงทำให้มีแฟนคลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนั้นกระแสตอบรับส่วนใหญ่ก็มีแต่ที่ไปในทิศทางดี…

  • ตัวอย่างอันเลวร้าย.. เมื่อคุณแม่ประเคนบาทา เพราะเด็กสาวไม่ยอมให้ลูกของเธอแซงคิว

    ตัวอย่างอันเลวร้าย.. เมื่อคุณแม่ประเคนบาทา เพราะเด็กสาวไม่ยอมให้ลูกของเธอแซงคิว

    พ่อแม่และผู้ปกครองคือบุคคลสำคัญในการเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กๆ แต่ในบางครั้งมันก็อาจไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป เมื่อคุณแม่ชาวจีนคนหนึ่งได้แสดงกิริยาที่ไม่อาจรับได้ต่อหน้าลูกของเธอ คลิปวิดีโอเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นที่เมือง Changsha ประเทศจีน ได้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทขึ้นขณะที่โรงเรียนแห่งหนึ่งพาเด็กจำนวนมากไปเข้าต่อคิวเล่นสไลเดอร์ (กระดานลื่น)     หลังจากนั้นคุณแม่สวมหมวกแดงคนหนึ่งก็พาลูกชายมา หวังจะให้ลูกของเธอเข้าไปแทรกกลางระหว่างแถวหรือก็คือพยายามให้ลูกของเธอได้แซงคิวนั่นเอง แต่ว่าเด็กหญิงที่ยืนต่อคิวอยู่ปฏิเสธไม่ให้ลูกชายของคุณแม่คนดังกล่าวเข้ามาแซงได้ เด็กหญิงคนนั้นจึงตอบคุณแม่หมวกแดงไปว่า “อย่าแซงคิวสิคะ ทุกๆ คนเขาก็ต่อคิวรอกันทั้งนั้น”     ประโยคนั้นสร้างความไม่พอใจต่อคุณแม่คนดังกล่าวเป็นอย่างมาก ตอนแรกเธอทำเหมือนกับว่าเดินจากไปเฉยๆ แต่จู่ๆ ก็หันกลับมาพุ่งถีบเด็กผู้หญิงจนล้มลงไป พร้อมกับเตะซ้ำอย่างแรง   คุณแม่หมวกแดงทั้งถีบ ทั้งเตะซ้ำ   หลังจากเหตุการณ์นั้นถึงทราบว่า เด็กผู้หญิงที่โดนถีบอย่างแรงมีชื่อว่า Meng Meng วัย 9 ขวบ ซึ่งตอนนี้ต้องเผชิญกับฝันร้ายเพราะไม่สามารถลืมเหตุการณ์ในวันนั้นได้ แม่ของ Meng Meng ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวท้องถิ่นว่า เธอต้องการให้ผู้หญิงหมวกแดงคนนั้นแสดงตัวออกมา และเข้ามาขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป   คลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น    ภายหลังทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 19 เมษายน 2018 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องของการดำเนินคดี แต่นี่ถือว่าเป็นการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างมาก…

  • หนุ่มน้อยวัย 6 ขวบ สวมชุดฮีโร่ตามดูแลแมวจรจัดทุกตัวที่เจอ ใจใหญ่เหมือนฮีโร่จริงๆ

    หนุ่มน้อยวัย 6 ขวบ สวมชุดฮีโร่ตามดูแลแมวจรจัดทุกตัวที่เจอ ใจใหญ่เหมือนฮีโร่จริงๆ

    ซูเปอร์ฮีโร่ในภาพยนต์ที่ต่อสู้กับเหล่าร้ายเพื่อกอบกู้โลก เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมายได้ออกมาทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อให้โลกของเราน่าอยู่มากขึ้น หนุ่มน้อย Shon Griffin ก็อยากเป็นซูเปอร์ฮีโร่เหมือนกัน และทุกวันนี้เขาก็เป็นซูเปอร์ฮีโร่ตัวจริงไปแล้ว ถึงจะไม่ได้สู้กับผู้ร้ายที่ไหนเลย แต่เขาก็เป็นเด็กที่ได้ช่วยแมวจรจัดมากมายไม่ให้อดตาย   Shon Griffin ซูเปอร์ฮีโร่วัย 6 ขวบของแมวจรจัด   Shon Griffin เป็นเด็กที่อาศัยอยู่ในประเทศฟิลาเดลเฟีย เขาเริ่มต้นช่วยเหลือแมวจรจัดตั้งแต่ยังอายุได้ 3 ขวบ คนที่มอบแรงบันดาลใจในการช่วยเหลือแมวก็คือป้าของเขา Kris และ Kia ผู้เป็นป้าของหนุ่ม Shon เป็นคนดูแลกลุ่มช่วยเหลือแมว Kolony Kats ที่ตระเวนให้อาหารแมวจรจัดในชุมชนกว่า 50 ตัว แล้วก็ช่วยทำหมันพวกมันเพื่อควบคุมประชากรแมวจรจัดด้วย   เขาเริ่มช่วยเหลือแมวจรจัดตั้งแต่ 3 ขวบ   ถึง Shon จะเป็นคนที่รักแมวอยู่แล้ว แต่ตอนแรกป้าทั้ง 2 ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะชวนเขาไปช่วยแมวด้วยดีรึเปล่า เพราะแมวจรจัดบางตัวก็ไม่เป็นมิตร พวกมันอาจจะทำให้หนุ่มน้อยขี้กลัวมีความรู้สึกที่ไม่ดีกับแมว ทว่าเมื่อเด็กหนุ่มได้เข้ามาช่วยทำงานครั้งแรก Kris และ Kia ก็เห็นเลยว่าเขามีความรักให้พวกแมวอย่างเปี่ยมล้น เขาไม่กลัวแมวจรจัดเลย ยิ่งไปกว่านั้นแมวจรจัดก็ดูจะเข้าหาเด็กหนุ่มมากเป็นพิเศษด้วย เขาเข้าไปเล่นกับเจ้าแมวที่ชื่อ Bug ได้ตั้งแต่ครั้งแรก มันเข้ามาเล่นกับหนุ่มน้อยเองเลย…

  • เด็กชายชาวญี่ปุ่นขู่จะแทงพนักงานในโรงเรียน เพราะบังคับให้ใส่ชุดนักเรียนราคาแพง

    เด็กชายชาวญี่ปุ่นขู่จะแทงพนักงานในโรงเรียน เพราะบังคับให้ใส่ชุดนักเรียนราคาแพง

    ดูเหมือนว่าการแต่งกายไปโรงเรียนนั้น จะเป็นปัญหาในหลายๆ ประเทศมากกว่าที่คิด ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งจะมีข่าว เด็ก 7 ขวบโดนทำโทษเพราะ “ทรงผมไม่เหมาะสม” จากครูที่ “ย้อมผมสีชมพู” กันไป คราวนี้ก็มีข่าว เด็กชายชาวญี่ปุ่นขู่จะแทงพนักงานในโรงเรียน เพราะโดนบังคับให้ใส่ชุดนักเรียนราคาแพงอีก     เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อโรงเรียนประถมศึกษา Taimei ซึ่งตั้งอยู่ในย่านชอปปิงสุดหรูของ Ginza ได้ออกนโยบายให้นักเรียนทุกคนในโรงเรียนต้องแต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบนักเรียนที่ผลิตโดยแบรนด์แฟชั่นชั้นนำของอิตาลี Giorgio Armani เดิมทีแล้วราคาชุดนักเรียนของญี่ปุ่นนั้นก็ค่อนข้างที่จะสูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โดยหากจะซื้อชุดนักเรียนครบทุกฤดูในโรงเรียนปกติ ผู้ปกครองบางครั้งอาจมีค่าใช้จ่ายมากถึง 100,000 เยน (ราวๆ 30,000 บาท) เลยทีเดียว     ดังนั้นการตัดสินใจของโรงเรียน Taimei จึงไม่ค่อยจะเป็นที่พอใจของชาวญี่ปุ่นสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะกับเด็กชายวัย 14 ปีผู้กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมต้นในจังหวัด Tochigi จากการเปิดเผยข้อมูลของตำรวจ เด็กหนุ่มได้ทำการเขียนข้อความขู่ลงบนอินเตอร์เน็ตว่า “(โรงเรียนประถมศึกษา Taimei) ควรปล่อยให้นักเรียนแต่งตัวมาเรียนตามปกติ ถ้าพวกมันไม่ทำผมจะออกไปจะแทงพวกมันด้วยมีดเอง”     แม้จะดูเหมือนข้อความล้อเล่น แต่ด้วยความเป็นห่วงในความปลอดภัยของคนในโรงเรียน อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน Taimei จึงตัดสินใจแจ้งเรื่องนี้กับทางตำรวจ ซึ่งต่อมาสามารถสืบสาวกลับไปยังเด็กหนุ่มผู้เป็นคนเขียนข้อความได้ เด็กหนุ่มให้การรับสารภาพโดยบอกว่าทำไปเพราะเขาคิดว่า “มันเป็นเรื่องที่ผิดที่จะสั่งให้เด็กสวมเครื่องแบบที่มีราคาแพงทั้งๆ ที่พวกเขาเป็นเพียงเด็กประถมเท่านั้น” ดูเหมือนว่าทางโรงเรียนจะมีการยื่นฟ้องต่อนักเรียนหนุ่มที่กระทำผิดในข้อหาเกี่ยวกับการคุกคาม แต่ในขณะนี้ดูเหมือนว่าคดีจะปิดลงไปด้วยดีแล้ว   อย่างไรก็ตามจากกระแสที่เกิดขึ้นนั้น คาดว่าโรงเรียนประถม Taimei อาจจะต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเรื่องนโยบายการแต่งกายเป็นแน่ โดยเฉพาะจากชาวอินเตอร์เน็ตของญี่ปุ่น…

  • นักศึกษาเขียนหัวข้อรายงานเล่นๆ ว่า “ชีวิตแม่มบัดซบ” แต่ดันลืมเปลี่ยนและส่งไปทั้งแบบนั้น

    นักศึกษาเขียนหัวข้อรายงานเล่นๆ ว่า “ชีวิตแม่มบัดซบ” แต่ดันลืมเปลี่ยนและส่งไปทั้งแบบนั้น

    หลายคนที่เคยผ่านประสบการณ์การเรียนในช่วงมหาลัยกันมาแล้ว น่าจะรู้ซึ่้งดีว่าการจะเขียนรายงานสักเล่มมันต้องใช้เวลาและพลังสมองแค่ไหน ยิ่งหากคุณทำแบบหามรุ่งหามค่ำก็อาจจะมีกันบ้างที่เบลอๆ เผลอเขียนอะไรผิดๆ ลงไปในรายงาน เรื่องที่เราไปเจอมานี้เป็นเรื่องราวสุดเปิ่นของหญิงสาวรายหนึ่งในโลกทวิตเตอร์ที่ใช้ชื่อว่า @morgs216 เธอได้โพสต์ภาพรายงานของเธอที่ส่งให้กับอาจารย์เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา แต่ดันเขียนหัวข้อแบบส่งๆ ว่า “Fuck my life” หรือแปลได้ว่า “ชีวิตแม่มโคตรบัดซบ” แต่ดันลืมเปลี่ยนก่อนที่จะส่งให้อาจารย์   “ฉันส่งรายงานให้กับศาสตราจารย์ของฉันเมื่อคืนที่ผ่านมา และในตอนเช้าฉันก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองลืมเปลี่ยนหัวเรื่อง วันนี้ของพวกคุณเป็นไงกันมั่งล่ะ?”   ในเวลาไม่นานรูปนี้ก็กลายเป็นภาพไวรัลและมีคนกดรีทวีตไปกว่า 8 หมื่นครั้ง พร้อมกับข้อความฮาๆ อีกมากมาย   “เพื่อนเอ๋ย นี่ล่ะชีวิตบัดซบของจริง ฉันอยากจะนอนขดตัวเป็นก้อนแล้วร้องไห้”   “สัปดาห์นี้มันช่างหนักหนาเหลือเกิน เอื้อออ”   หลังจากนั้นก็มีคนแชร์ประสบการณ์กับเธอว่าเขาเธอเองก็เคยเขียนอะไรแบบนี้ส่งให้อาจารย์เหมือนกัน   อย่างผู้ใช้ทวิตเตอร์ @mai_foringer11 ได้โพสต์ภาพรายงานของเธอ ที่มีบทคัดย่อว่า “ฉันเกลียดโปรเจกต์ห่านนี่ และฉันก็เกลียด Google Docs ด้วย”   ผู้ใช้ @JeffriesHalee ได้เข้ามาถามว่าศาสตราจารย์ของเธอนั้นมีทีท่าอย่างไรกลับมาบ้าง? เธอจึงบอกว่า “555+ เขาพูดว่า ‘ขอบคุณที่ส่งรายงานนะ’”  …

  • สรุปการตายของน้อง Alfie เมื่อโรงบาลชนะคดี ถอดเครื่องช่วยหายใจ พ่อแม่ได้แต่ยืนหลั่งน้ำตา

    สรุปการตายของน้อง Alfie เมื่อโรงบาลชนะคดี ถอดเครื่องช่วยหายใจ พ่อแม่ได้แต่ยืนหลั่งน้ำตา

    นี่เป็นโศกนาฏกรรมของเด็กชายวัย 23 เดือนที่เสียชีวิตหลังจากใช้เวลากว่าหนึ่งปีในโรงพยาบาล และได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งผู้คนและสื่อมวลชน เด็กคนนี้มีชื่อว่า Alfie Evans เกิดมาในฐานะบุตรชายของ Tom Evans และ Kate James จาก Bootle ใน Merseyside เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2016     เด็กชายถูกส่งเข้าโรงพยาบาลเด็ก Alder Hey ในลิเวอร์พูลเมื่อเดือนธันวาคมปี 2016 หลังจากมีอาการชัก และต้องนอนเป็นรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แพทย์ที่วินิจฉัยอาการบอกว่าเขามีอาการระบบประสาทเสื่อมสภาพ แต่ก็ไม่สามารถระบุอาการอย่างชัดเจนได้   พ่อแม่ของ Alfie และโรงพยาบาลมีการโต้เถียงกันเกี่ยวกับอาการของเด็กน้อยเป็นเวลานานกว่าหนึ่งปี จนมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น ทางพ่อแม่ของเด็กนั้นต้องการที่จะนำตัวลูกชายไปรักษาที่กรุงโรมในอิตาลี เพราะโรงพยาบาลอิตาเลียนซึ่งเชื่อมโยงกับวาติกันได้แนะนำการดำเนินการเพื่อช่วยให้ Alfie หายใจและทำให้เขามีชีวิตอยู่ได้ในอีก “ช่วงเวลาหนึ่ง”     ส่วนทางโรงพยาบาลบอกว่า การรักษา Alfie ต่อในอิตาลีนั้น ไม่ได้เป็นการรักษาทางวิทยาศาสตร์ มีเรื่องของความเชื่อและสิ่งศักด์สิทธิ์มาเกี่ยวข้อง ไม่ใช่เรื่องที่ดี พวกเขาให้เหตุผลว่ามันทั้ง “ไร้ประโยชน์”  “โหดร้าย” และยัง “ไร้มนุษยธรรม” จึงห้ามไม่ให้มีการย้ายโรงพยาบาลเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์…

  • ชายผู้ติดอยู่ในร่างเด็ก อาการผิดปกติที่ทำให้เขาหยุดเจริญเติบโต แม้จะมีอายุ 23 ปีแล้วก็ตาม…

    ชายผู้ติดอยู่ในร่างเด็ก อาการผิดปกติที่ทำให้เขาหยุดเจริญเติบโต แม้จะมีอายุ 23 ปีแล้วก็ตาม…

    โดยธรรมชาติแล้ว ทุกชีวิตเมื่อเกิดมาจนผ่านไปจนถึงระยะเวลาหนึ่ง ร่างกายก็จะเจริญเติบโตขึ้นตามอายุด้วย แต่สำหรับชายชาวอินเดียผู้นี้แล้ว หากใครเห็นเขาเป็นครั้งแรก ก็คงจะคิดว่าเป็นเด็กในช่วงแรกเกิด ซึ่งในความเป็นจริงเขามีอายุ 23 ปีแล้ว…     Manpreet Singh วัย 23 ปี จากทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ประสบกับอาการผิดปกติที่ทำให้เขาต้องติดอยู่ในร่างกายแบบเด็ก มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ราวๆ 5 กิโลกรัมเท่านั้น แม้จะมีอายุถึงหลัก 20 แล้วก็ตาม อย่างไรก็ตาม เขามีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์พร้อมในช่วงแรกเกิดปี 1995 และหยุดการเจริญเติบโตก่อนที่เขาจะหัดเดินและหัดพูดได้ และปัจจุบันเขาก็ต้องได้รับการดูแลเหมือนเด็กน้อยอยู่ตลอด โดยที่มีคุณลุงและคุณป้าคอยพาไปทุกที่     ด้านนักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า Manpreet อาจจะเป็นโรคกลุ่ม Laron Syndrome อาการผิดปกติหายาก แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ เนื่องจากทางครอบครัวยังไม่มีเงินมากพอที่จ่ายเพื่อเข้ารับการตรวจร่างกาย ซึ่งอาจจะมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 220,000 บาท     สำหรับผู้เป็นโรคกลุ่ม Laron นั้นจะขาดฮอร์โมนที่ชื่อว่า Insulin-like Growth Factor 1 (IGF-1) ที่ทำหน้าที่กระตุ้นเซลล์ให้เจริญเติบโตและแบ่งตัวออกเป็นเซลล์ใหม่ Manpreet…

  • เหมาะสมหรือไม่ ความเห็นของชาวต่างประเทศต่อหนังสือเพศศึกษาเด็กที่มีภาพสมจริง

    เหมาะสมหรือไม่ ความเห็นของชาวต่างประเทศต่อหนังสือเพศศึกษาเด็กที่มีภาพสมจริง

    The Amazing True Story of How Babies Are Made (เรื่องจริงที่น่าทึ่งของการให้กำเนิดเด็ก) เป็นหนังสือภาพผลงานของ Fiona Katauskas นักวาดการ์ตูนชาวออสเตรเลีย ซึ่งได้รับการวางขายอยู่ใน Kmart ในฐานะหนังสือ “สำหรับเด็ก”     หนังสือภาพเล่มที่ว่านั้นได้กลายเป็นกระแสใหญ่โตในโลกอินเตอร์เน็ต หลังจากที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Auburn 2144 ได้ออกมาให้ความเห็นว่าหนังสือเล่มที่ว่านั้นไม่เหมาะสมสำหรับการขายในฐานะหนังสือสำหรับเด็กเป็นอย่างมาก เนื่องจากภาพที่มีความสมจริงเป็นอย่างมาก และการใช้คำของหนังสือ   Auburn 2144 กล่าวว่า “โอเคคค… ใครก็ได้บอกทีว่าทำไมหนังสือแบบนี้ถึงไปขายอยู่ใน Kmart ออสเตรเลีย ในฐานะหนังสือเด็กได้ ดูที่ภาพกับการใช้คำสิ”   ในหนังสือนั้น มีการวาดภาพการร่วมเพศของหนุ่มสาวอย่างชัดเจน และมีการบรรยายด้วยการใช้คำที่ค่อนข้างจะตรง แม้ไม่มีการใช้คำหยาบ แต่ก็ใกล้เคียงกับความเป็นหนังสือสำหรับการเรียนการสอนเสียมากกว่าการเป็นหนังสือภาพอยู่มาก   การใช้คำในหนังสือนั้นมีทั้งการใช้คำว่า “เซ็กส์” “Penis” (องคชาต) “Vagina” (ช่องคลอด) อีกทั้งยังมีการบรรยายการร่วมเพศอย่างชัดเจนทั้งการแข็งตัว และการเปียกแฉะ   ชาวเน็ตที่ต่างประเทศนั้นให้ความเห็นกับหนังสือเล่มนี้ แยกออกเป็นสองรูปแบบใหญ่ๆ คือเหล่าคนที่สนับสนุนหนังสือที่มีเนื้อหาตรงตัวและถูกต้องตามความเป็นจริง แม้เป็นหนังสือเด็กก็ตาม และฝั่งที่คิดว่าหนังสือเล่มที่ว่านี้ อาจจะเร็วเกินไปสำหรับเด็กๆ…

  • 19 คำถามสุดแปลกที่เด็กๆ ถามในวิชาเพศศึกษา ก็เพราะแบบนี้ไงวิชาเพศศึกษาถึงได้สำคัญ

    19 คำถามสุดแปลกที่เด็กๆ ถามในวิชาเพศศึกษา ก็เพราะแบบนี้ไงวิชาเพศศึกษาถึงได้สำคัญ

    เพศศึกษานั้นสำคัญไฉน… การสอนเด็กๆ เกี่ยวกับเรื่องเพศนั้นเป็นเรื่องที่ลำบากและจำเป็นต้องมีการควบคุมที่ดี ความรู้ที่เด็กได้รับนั้นควรที่จะชัดเจน และครบถ้วน แต่ก็ไม่ควรมากจนนำไปสู่การชักจูงให้มีเซ็กส์ก่อนวัยอันควรเช่นกัน อย่างไรก็ตามเพศศึกษามักจะถูกมองว่าเป็นเรื่องที่เร็วเกินไปสำหรับเด็กๆ พ่อแม่หลายๆ คนมักจะบอกปัดลูกด้วยคำว่าโตไปก็รู้เองหรือให้ความรู้ที่ไม่ถูกต้องอย่างเด็กเกิดมาจากไม้ไผ่ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เมื่อถึงเวลาเรียน เพศศึกษาเข้าจริงๆ ครูผู้สอนจึงได้พบกับคำถามแปลกๆ มากมายจากเด็กๆ เป็นคำถามที่เกิดจากความไม่รู้ในสิ่งที่ควรรู้อย่างแท้จริง เหมือนอย่างคำถามต่อไปนี้   ฉันจำได้ว่า ตอนที่สอนเพศศึกษา มีเด็กถามว่า “ตอนมีเซ็กส์ฉี่ได้ไหม” I remember during sex ed a kid asked if you could pee while having sex — MOM-E (@saylurmoon) October 17, 2012   ครั้งหนึ่งในวิชาเพศศึกษา มีเด็กผู้ชายถามว่าหน้าอกหลุดได้ไหม และจู๋หักได้ไหม มันหักได้นะ ประมาณว่ากล้ามเนื้อฉีกขาดอ่ะ   ในตอนเรียนเพศศึกษา มีหนุ่มคนหนึ่งถามว่าถ้าผู้หญิงกินทาโก้ เธอจะรสเหมือนทาโก้ไหม? ท่าทางจะอร่อยแปลกๆ I remember in sex…

  • จิตแพทย์เตือนพ่อแม่ทุกวันนี้ “ผลักดันลูกมากเกินไปไหม!?” ปล่อยให้พวกเขาได้เล่นบ้าง…

    จิตแพทย์เตือนพ่อแม่ทุกวันนี้ “ผลักดันลูกมากเกินไปไหม!?” ปล่อยให้พวกเขาได้เล่นบ้าง…

    ตื่นเช้ามืด – แต่งตัว – ออกจากบ้าน – เรียน – เลิกเรียน – ไปเรียนพิเศษ – กลับบ้าน – ตื่นเช้า…   ถ้าข้อความข้างบนทำให้คุณรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นตัวเองล่ะก็ คุณคือเด็กไทยอย่างแน่นอน เพราะเราอยู่ในประเทศที่มีการแข่งขันสูง การสอบวัดผลและคะแนนมีผลต่อชีวิตของเรามาก (หากเราและทางบ้านให้ค่ากับมัน) นั่นทำให้เด็กกว่าครึ่งค่อนประเทศต้องเรียนอย่างหนัก ซ้ำยังต้องออกไปหาสถานที่เรียนพิเศษนอกโรงเรียนด้วย       แม้ลึกๆ เราจะรู้สึกอิจฉาในประเทศต่างๆ ที่ไม่ต้องมาเรียนหนักๆ แบบบ้านเรา และยังมีเวลาเอาไปทำกิจกรรมอย่างอื่น แต่พวกเขาก็ต้องเจอกับปัญหาที่แตกต่างกันไป เพราะอย่างใน “ออสเตรเลีย” เองกำลังประสบกับปัญหาที่เหล่าพ่อแม่ผลักดันเด็กๆ ให้ไปทำกิจกรรมอื่นๆ นอกห้องเรียนมากเกินไป จนอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของเด็กๆ เอง     ก่อนหน้านี้เคยมีงานวิจัยหลายๆ ชิ้นที่บ่งชี้ว่าการสนับสนุนให้เด็กๆ (ตั้งแต่ 4 ขวบเป็นต้นไป) ทำกิจกรรมต่างๆ นอกห้องเรียน จะช่วยให้พวกเขาทำกิจกรรมในห้องเรียนได้ดีขึ้นไปด้วย เช่นการว่ายน้ำ การเต้นรำ การปั้นเครื่องปั้นดินเผา การทำสวน เล่นดนตรี หรือวิชาคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้การทำกิจกรรมนอกห้องยังช่วยให้เด็กๆ พัฒนาตัวเองในด้านต่างๆ…

  • เมื่อเด็กชายออทิสติก นำเครื่องอัดเสียงใส่กระเป๋าไปโรงเรียน ทำให้ครูถูกไล่ออกถึง 2 คน!!

    เมื่อเด็กชายออทิสติก นำเครื่องอัดเสียงใส่กระเป๋าไปโรงเรียน ทำให้ครูถูกไล่ออกถึง 2 คน!!

    เรื่องราวของเด็กชาย Camden Davis วัย 12 ปี จากรัฐลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา ผู้เข้าเรียนในโรงเรียน Hope Academy ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยสถานศึกษาแห่งนี้เป็นสถานที่สำหรับสอนนักเรียนผู้ที่มีความต้องการเป็นพิเศษ จากคำโปรโมทหน้าเว็บไซต์ของโรงเรียนกล่าวถึง “การให้กำลังใจ ความสัมพันธ์เชิงบวก และจดจำความสำเร็จของนักเรียน”   Camden Davis วัย 12 ปี   โรงเรียนสำหรับเด็กพิเศษ Hope Academy   Camden เป็นเด็กที่ป่วยเป็นโรคออทิสติกอย่างหนัก และ Milissa ผู้เป็นแม่ของเขาก็ได้พาเข้าเรียนที่ Hope Academy แห่งนี้โดยหวังว่าทางโรงเรียนจะช่วยสนับสนุนและเข้าใจสิ่งแวดล้อม ที่จะผลักดันให้ลูกชายสามารถเรียนรู้ในทางของตัวเองได้ อย่างไรก็ตาม คุณแม่เริ่มสังเกตเห็นสัญญาแห่งความเครียดในตัว Camden หลังจากที่กลับมาจากโรงเรียน และนั่นทำให้เธอรู้ได้ว่าจะต้องมีอะไรผิดปกติแล้วแน่ๆ     โดยปกติแล้วลูกชายจะมีความสุขและสดใสอยู่เสมอ จนช่วงหลังลูกชายเริ่มมีความฉุนเฉียวและปัสสาวะบนเตียงอยู่บ่อยครั้ง   คุณแม่พยายามติดต่อไปยังทางผู้บริหารของโรงเรียน แต่กลับไร้วี่แววใดๆ   ในวันหนึ่ง คุณแม่ตัดสินใจที่จะแอบใส่เครื่องบันทึกเสียงไว้ในกระเป๋าของลูกชาย เพื่อที่จะค้นหาต้นเหตุที่ทำให้ลูกชายรู้สึกไม่สบายใจ อย่างที่เขาไม่สามารถระบายออกมาเองได้ แล้วก็ได้พบกับความจริงที่ว่า…

  • หนูน้อย ป.5 ร่ำไห้ หมดสิทธิ์เรียนต่อ เพราะแม่ไม่แจ้งเกิด ไหนจะต้องดูแลยายพิการอีก!!

    หนูน้อย ป.5 ร่ำไห้ หมดสิทธิ์เรียนต่อ เพราะแม่ไม่แจ้งเกิด ไหนจะต้องดูแลยายพิการอีก!!

    อีกหนึ่งเรื่องราวสุดเศร้าที่ต้องการความช่วยเหลือ เมื่อมีชาวเน็ตนามว่าคุณ Yuwatida Thomrongnisakron ได้ออกมาโพสต์ภาพพร้อมข้อความถึงเด็กหญิง 11 ขวบที่ตอนนี้อาศัยอยู่กับย่าที่พิการ กำลังร่ำไห้พร้อมขอความช่วยเหลือ ภาพดังกล่าวนั้นถูกโพสต์ลงบนโซเชียลเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งข้อความของคุณ Yuwatida ก็ได้ระบุว่า “หนูอยากเรียนต่อค่ะ…. เด็กคนนี้ไม่มีใบเกิดไม่สามารถจะเรียนหนังสือต่อได้”     หนูน้อยคนดังกล่าวนั้นกำลังศึกษาอยู่ชั้นป.5 แต่ว่าเธอนั้นไม่สามารถที่จะเรียนต่อได้ เพราะว่าเธอเป็นเด็กที่เกิดมาแล้วไม่ได้รับการแจ้งเกิดโดยมารดาของเธอ ทำให้หนูน้อยคนนี้จึงไม่มีเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักที่ทางโรงเรียนต้องการเพื่อใช้ในการเรียนต่อ ด้านคุณ Yuwatida จึงขออาสาเป็นกระบอกเสียงเพื่อช่วยเหลือหนูน้อยคนดังกล่าว โดยเธอได้ร้องขอคำแนะนำจากชาวเน็ตเกี่ยวกับวิธีการแก้ไขปัญหาให้แก่น้องคนนี้ เพราะเธอไม่ต้องการให้หนูน้อยที่แสนกตัญญูต้องหมดโอกาสเพียงเพราะเธอเกิดมาโดยผู้ปกครองที่ไม่รับผิดชอบ หนูน้อยคนดังกล่าวนั้นอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 12/2 ม.2 ต.เนินเพิ่ม ต.นครไทย จ.พิษณุโลก ซึ่งเธออยู่กับย่าที่พิการเพียงแค่สองคน และผลการเรียนก็ไม่ได้แย่เลย ออกจะเป็นคนขยันเสียด้วยซ้ำ เพราะล่าสุดเธอมีผลการเรียนอยู่ในอันดับที่ 6 ของห้องเลยทีเดียว     อย่างไรก็ตาม ด้วยความช่วยเหลือและคำแนะนำมากมายจากชาวเน็ต คุณ Yuwatida ก็ได้ออกมาอัปเดตเพิ่มเติมแล้วว่า หนูน้อยนั้นสามารถเรียนต่อและเข้าสอบ Onet ได้ตามปกติด้วยการใช้รหัส G ซึ่งเป็นรหัสที่สามารถสุ่มตัวเลข 13 หลักขึ้นมาเพื่อการศึกษาได้…

  • สุนัขถูกทิ้ง พยายามหาความอบอุ่นจากกล่องกระดาษ ได้เจอเด็กน้อยที่ช่วยเยียวยาหัวใจ

    สุนัขถูกทิ้ง พยายามหาความอบอุ่นจากกล่องกระดาษ ได้เจอเด็กน้อยที่ช่วยเยียวยาหัวใจ

    ย้อนกลับไปเมื่อวันคริสต์มาสอีฟ 2017 ที่ผ่านมา ในวันที่คนมากมายเฉลิมฉลองอย่างมีความสุข Janine Guido กลับพบหมาตัวหนึ่งนอนขดตัวเพื่อหาความอบอุ่นอยู่ในกล่องกระดาษ ดูแล้วช่างน่าสงสารเหลือเกิน หญิงสาวพบเจ้าหมาตัวนี้อยู่ในรัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เหมือนตลกร้ายที่เจ้าหมาต้องมานอนขดตัวหลบลมหนาวในกล่องของบริษัทของเล่นสุนัขที่เคยใส่ความสุขของน้องหมาเอาไว้แบบนี้ เธอตั้งชื่อมันว่า Noel และตั้งใจว่าจะช่วยมันหาบ้านให้ได้     โชคดีที่ Guido เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มช่วยเหลือสัตว์ Speranza Animal Rescue เธอเลยสามารถช่วยหาบ้านให้มันได้ แต่ก่อนอื่นต้องทำให้มันไว้ใจเสียก่อน มันจะได้ยอมกลับไปกับเธอ ใช้เวลาไม่นานเจ้า Noel ก็ไว้ใจหญิงสาวแล้ว อาจจะเป็นเพราะมันโหยหาความอบอุ่นจากใครสักคนอยู่แล้วก็ได้ มันก็เลยยอมให้เธอเข้าหาอย่างง่ายดาย     ตอนที่มันขึ้นรถกลับไปกับ Guido เธอเห็นชัดเลยว่ามันรู้สึกอ่อนเพลียมาก มันคงผ่านความยากลำบากมานานแล้ว พอได้อยู่ในที่ที่ปลอดภัยก็เลยอยากพักผ่อนแบบนี้ เธอคิดว่ามันน่าจะเคยเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านมาก่อน แต่ถูกทิ้งมาด้วยสาเหตุบางอย่างทำให้มันต้องเร่ร่อนอย่างที่เห็น แต่ต่อไปนี้มันจะไม่ต้องลำบากแบบนั้นอีก     เมื่อเดือนมีนาคม 2018 เธอพามันไปเจอครอบครัว Bloch พวกเขาเคยติดต่อมาขอเลี้ยงหมาตัวอื่นเอาไว้ แต่ Guido เห็นว่าเจ้า Noel มันน่าจะเข้ากับครอบครัวนี้ได้ดีก็เลยลองเสนอให้พวกเขาพิจารณาเลี้ยงมันดู ครอบครัว Bloch ก็เลยลองพามันมาที่บ้านเพื่อเจอ Oliver ลูกน้อยของพวกเขา แล้วก็เห็นว่าเจ้าหมามันอ่อนโยนและเข้ากับเด็กได้ดีมากอย่างที่…

  • 12 ความแสบ ความซ่า ความฮาของเด็กๆ ที่จะมาเรียกรอยยิ้มให้วันนี้เป็นวันที่สดใส

    12 ความแสบ ความซ่า ความฮาของเด็กๆ ที่จะมาเรียกรอยยิ้มให้วันนี้เป็นวันที่สดใส

    ว่ากันว่าเด็กๆ นั้นมักจะทำอะไรด้วยความบริสุทธิ์ใจอยู่เสมอ ดังนั้นผู้ใหญ่หลายๆ คนจึงเลือกที่จะให้อภัยเด็กๆ เวลาที่พวกเขาทำผิดได้ง่ายๆ เพราะเรื่องที่พวกเขาทำนั้น แม้ว่าจะเป็นความแสบซ่าขนาดไหน แต่มันก็มักที่จะแอบมีความฮาแฝงเอาไว้อยู่เสมอๆ ขอเพียงเราเปลี่ยนมุมมองดูก็เท่านั้น ภาพ 12 ภาพต่อไปนี้ก็เช่นกัน เพราะนอกจากจะแสดงให้เห็นถึง ความแสบ ความซ่าของเด็กๆ แล้ว มันยังทำให้เราหัวเราะท้องแข็ง กับความฮาเรียกรอยยิ้มของพวกเขาด้วย   หลานของผมจู่ๆ ก็ตัดสินใจแอบกระโดดเข้าไปถ่ายรูปร่วมกับครอบครัวใครก็ไม่รู้ กลายเป็นลูกนอกสมรสไปเลย   คุณพ่อได้เจ้านี่จากลูก ดูเหมือนว่าคุณลูกจะทำมันในวิชางานประดิษฐ์ ปล. คุณพ่อถือกลับด้านเลยกลายเป็นอะไรที่โหดสาสอย่างที่เห็น   เจ้าลูกชายสามขวบของฉัน ทำทิชชู่หลุดออกมาทั้งม้วน “โดยบังเอิญ” และไม่ต้องห่วงนะ เพราะเขา “ซ่อม” มันแล้ว   จำไว้นะหนุ่มๆ ทำอย่างไรให้ชีวิตแต่งงานเป็นไปได้ด้วยดี: จงบอกภรรยาว่าเธอสวย ต่อให้เธอจะหน้าตาอย่างกับรถบรรทุกก็ตาม – Ricky 10 ขวบ   ลูกสาววัยสามขวบของฉันบอกว่าเธออยากเป็นนักบินอวกาศ ฉันเลยบอกเธอว่าถ้างั้นเธอต้องเรียนให้มากๆ เข้ามหาวิทยาลัย เรียนวิทย์เยอะๆ แล้วก็เข้าทดสอบสมรรถภาพทางกายนะ… เธอยักไหล่และตอบว่า “ก็แค่ 4 อย่างเองนิ”  ลูกของฉันนี่ช่างเป็นนักพูดให้กำลังใจที่ดีจริงๆ  …

  • นายแบบน้อยวัย 4 ขวบ มาอย่างมืออาชีพ แม้จะโดนดักล้มอยู่กลางเวที ต้องฉีกยิ้มแล้วเดินต่อ!!

    นายแบบน้อยวัย 4 ขวบ มาอย่างมืออาชีพ แม้จะโดนดักล้มอยู่กลางเวที ต้องฉีกยิ้มแล้วเดินต่อ!!

    ความเป็นมืออาชีพนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่น้อยคนนักจะมีอยู่ เนื่องจากจะต้องมีประสบการณ์และความชำนาญการทางด้านอาชีพของตนสูง เพื่อพร้อมจะรับทุกปัญหาและทุกสถานการณ์ให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี ในวงการนางแบบนายแบบก็เช่นเดียวกัน หากเกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างการเดินแบบกลางเวที ที่มักจะเกิดเหตุบ่อยๆ อย่างเช่น เดินหกล้มหรือเดินสะดุด ทำให้สูญเสียความมั่นใจกลางเวที วิธีที่ดีที่สุดก็คือยืนหยัดเดินต่อจนจบคิวของตน…   นายแบบตัวน้อย Zhang Yaoyang วัย 4 ขวบ   ซึ่งจากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ก็เกิดขึ้นกับหนูน้อยนายแบบ Zhang Yaoyang วัย 4 ขวบคนนี้ ในระหว่างงานเดินแฟชั่นโชว์ของเด็กในเมืองเซี่ยงไฮ้ และเหตุการณ์นี้ก็ถูกบันทึกไว้ได้และกลายเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์จีนอย่างรวดเร็ว     ในช่วงที่น้อง Zhang จะต้องเดินออกไปกลางเวทีตามทางที่กำหนดไว้ กลับมีเพื่อนายแบบน้อยอีก 2 คนที่กุมมือกันแน่นไม่ยอมปล่อยมาขวางทางเข้าให้ เพราะถูกกำชับมาไว้แบบนั้นว่าห้ามปล่อยมือกันเด็ดขาด   . .   ด้วยความซื่อของน้องๆ ก็เดินชนกันเข้าอย่างจัง ฝ่ายนั้นก็ไม่ยอมปล่อยมือกัน ส่วนอีกฝ่ายก็ดึงดันจะเดินข้ามไปให้ได้ ท้ายที่สุดแล้ว ก็ลงไปนอนเทกระจาดกันกลางเวทีเลยทีเดียว   .   แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่ใช่เสียงร้องไห้ แต่เป็นรอยยิ้มอันสดใสของเด็กๆ ที่พร้อมจะเดินแบบต่ออย่างมืออาชีพ แม้จะมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย แต่น้องก็ไม่แสดงให้เห็นออกมาเลย…  …

  • เด็กชายวัย 12 ปี กับความสามารถในการ ‘แฮ็กขั้นเทพ’ จนรัฐบาลเนเธอร์แลนด์อยากได้ไปทำงาน!!

    เด็กชายวัย 12 ปี กับความสามารถในการ ‘แฮ็กขั้นเทพ’ จนรัฐบาลเนเธอร์แลนด์อยากได้ไปทำงาน!!

    ขอแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับเด็กชายวัย 12 ปี ที่ไม่ธรรมดา เพราะเขาคือ ‘แฮ็กเกอร์’ รุ่นจิ๋ว ที่สามารถรู้รหัสในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ของคุณได้อย่างง่ายดาย!! Reuben Paul เรียนอยู่ชั้นเกรด 6 (หรือเทียบเท่ากับ ป.6 ของบ้านเรา) ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ขอบอกไว้เลยความสามารถของเขาไม่ได้แค่แฮ็กเล่นแบบเด็กๆ ธรรมดาเท่านั้น แต่สามารถแฮ็กข้อมูลยูสเซอร์เนม และพาสเวิร์ด Twitter ของนักข่าว CBS ที่ไปสัมภาษณ์ได้เลยทีเดียว     Paul มีชื่อในวงการอีกชื่อว่า “Cyber Ninja” เขาถูกเชิญไปพูดตามงานต่างๆ ทั่วโลก ทั้งสิงคโปร์, เนเธอร์แลนด์ และที่เท็กซัส “มันเป็นเรื่องสำคัญมากที่เราจะต้องสร้างระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ขึ้นมาใหม่ เพราะมันชัดเจนมากๆ ว่าสิ่งที่เราทำมาตลอดนั้นมันไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย” นี่คือสิ่งที่ Paul พูดในงานประชุมเทคโนโลยีที่ไปร่วมล่าสุดในเท็กซัส     เขาบอกว่า บลูทูธ และการเชื่อมต่อไวไฟ ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้มันง่ายต่อการแฮ็กเป็นอย่างมาก “ผมจะไม่ยอมต่อไวไฟสาธารณะที่ผมไม่รู้จักอย่างแน่นอน เพราะอาจมีบางคนแฮ็กเข้าไปและวางยาพิษเอาไว้” เขากล่าวในการสัมภาษณ์กับนักข่าว CBS “ขนาดเด็ก 12 ขวบอย่างผมยังทำได้…

  • ‘ก็น้องดูเหมือนอายุ 13 แล้ว’ ข้ออ้างของชายวัย 40 หลังถูกจับกุม เล่นจ้ำจี้เด็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์

    ‘ก็น้องดูเหมือนอายุ 13 แล้ว’ ข้ออ้างของชายวัย 40 หลังถูกจับกุม เล่นจ้ำจี้เด็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์

    รสนิยมความชื่นชอบเป็นสิ่งที่ห้ามกันไม่ได้ ซึ่งในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น เรื่องของความชอบ ‘เด็ก’ ก็ยังคงมีอยู่ในสังคม แต่เพื่อไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงต่อเยาวชน กฎหมายคุ้มครองเด็กจึงต้องมีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก ทั้งนี้กฎหมายในแต่ละประเทศจะกำหนดช่วงอายุที่แตกต่างกันไป แต่ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม หากผู้ถูกกระทำยังคงเป็นเด็ก ก็ถือว่ามีความผิดโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น     เว็บไซต์ Yahoo ประเทศญี่ปุ่น ได้เปิดเผยเรื่องราวคดีฉาวของชายวัย 46 ปี ชาวเมืองนาโงย่า จังหวัดไอชิ หลังถูกจับกุมตัวในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังทำการสอบสวน ก็พบว่าภายในโทรศัพท์ของเขานั้นมีภาพโป๊ของเด็กหญิงอยู่จำนวนหนึ่ง จากการตรวจสอบพบว่าเป็นภาพของเด็กหญิงวัย 12 ปี กำลังเรียนในระดับชั้นประถม 6 ซึ่งเขานั้นได้พบกับเด็กคนดังกล่าวผ่านบริการอัปโหลดวิดีโอในโลกออนไลน์ โดยในช่วงเดือนมกราคม เขาได้เดินทางไปยังจังหวัดเอฮิเมะ เพื่อไปหาเด็กหญิงและมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอภายในโรงแรม…   นายว่า… น้องอายุ 13 แล้วงั้นรึ!?   เจ้าตัวยอมรับข้อกล่าวหาทั้งหมด แต่สำหรับตัวเขาเองนั้นไม่รู้เลยว่าเธอยังเป็นเด็กอยู่ ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเธอมีอายุเท่าไหร่ และให้การกับนักสืบไว้ว่า “ผมมีเพศสัมพันธ์กับเธอ และคิดว่าเธอน่าจะอายุ 13 แล้ว” สำหรับในประเทศญี่ปุ่น อายุที่ยอมให้ร่วมประเวณีได้ก็คือ 13 ปี ทั้งเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประมวลกฎหมายอาญาของแต่ละจังหวัดด้วย อย่างเช่นห้ามมีเพศสัมพันธ์หรือกระทำลามก…

  • 22 ภาพฮาๆ ปนน่ารัก ของผู้ใหญ่ที่เล่นอะไรแบบ “เด็กๆ” ก็คนมันยังไม่อยากโตนี่นา…

    22 ภาพฮาๆ ปนน่ารัก ของผู้ใหญ่ที่เล่นอะไรแบบ “เด็กๆ” ก็คนมันยังไม่อยากโตนี่นา…

    จากเดือนผ่านไปเป็นปี จากปีก็ผ่านไปเป็น 10 ปี เวลานั้นเดินไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง จากที่เราเคยเป็นเด็กวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ก็กลับกลายเป็นผู้ใหญ่วัยทำงานอย่างรวดเร็วแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อเป็นเช่นนั้น หลายๆ คนจึง “ขอพื้นที่เล็กๆ ให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้มั้ย” ถึงตัวจะโต แต่ขอทำอะไรเด็กๆ หน่อยเถอะ ก็คนมันไม่อยากโตนี่นา ผลสุดท้ายเมื่อผู้ใหญ่ไม่ยอมโต มันก็เลยกลายมาเป็นภาพสุดฮาผสมน่ารัก ซึ่งวันนี้เราจะรวบรวมมาให้ทุกท่านได้ชมกัน เอาล่ะ ไปรับชมภาพความฮาของ ผู้ใหญ่ไม่อยากโตขอออกมาทำตัวเด็กๆ สักหน่อยเถ๊อะะะ…   1. ก็เพราะพวกเราโตแล้วไง เราถึงได้รู้ว่าไอ้ของแบบนี้มันมีไว้เล่น!!   2. “ฉันได้ยินเสียงสามีจากในครัว สั่งเจ้าตูบให้นั่งอยู่นิ่งๆ พอฉันเข้าไปดู ฉันก็เจอเจ้านี่…”   3. “ฉันได้ยินเสียงพ่อหัวเราะร่าอยู่คนเดียว พอฉันไปดูว่าพ่อขำอะไร ฉันก็เจอภาพนี้…”   4. “ฉันซื้อเตียงน้อยๆ ให้หนูแฮมสเตอร์ของฉัน และตอนนี้เราก็สามารถทำสิ่งต่างๆ ด้วยกันได้แล้ว”   5. “แฟนของฉันหยิบไม้เทนนิสของฉันออกแล้วใส่กระทะเข้ามาแทน มันไม่ตลกเลยนะว้อยย”   6. “พ่อของฉันถ่ายรูปเซลฟี่กับนกพิราบ”   7. เมื่อฉันยังเป็นเด็ก มีหลายครั้งเหลือเกินที่ผู้คนจะโทรเข้ามาที่บ้าน…

  • 18 ของที่บอกว่าเป็นเล่นเด็ก แต่ดูยังไงก็หลอนเกินกว่าที่จะให้เด็กเล่น ไม่รู้คนทำคิดอะไรอยู่

    18 ของที่บอกว่าเป็นเล่นเด็ก แต่ดูยังไงก็หลอนเกินกว่าที่จะให้เด็กเล่น ไม่รู้คนทำคิดอะไรอยู่

    เอาเข้าจริงๆ ของเล่นเด็กส่วนใหญ่นั้นมักจะมีความหลอนอยู่ในตัวเองเป็นธรรมดาอยู่แล้ว… ลองดูอย่างของเล่นในบ้านเด็กที่ชื่อ Sid ใน Toy Story ภาคแรกดูสิ นั่นล่ะตัวอย่างของความผิดพลาดอันยิ่งใหญ่จากความคิดสร้างสรรค์เลยล่ะ แต่เชื่อไหมล่ะว่าบางครั้ง ของเล่นก็ไม่จำเป็นต้องถูกแยกส่วนออกและประกอบใหม่เพื่อความหลอนเลย ในเมื่อของเล่นบางชิ้น แค่แกะกล่องออกมามันก็หลอนสุดๆ แล้ว อย่างเช่นของเล่นต่อไปนี้   น่ากลัวเกินนนน เอาเสียไม่กล้าแตะเลย ว่าแต่เขาเรียกไอ้นี่ว่าอะไรนะ? เปียโนเด็ก? คีย์บอร์ดของเล่น?   ตุ๊กตาเด็กใส่ชุดสัตว์มันก็อาจจะน่ารักอยู่หรอก แต่ไม่ใช่เด็กครึ่งคนครึ่งสัตว์แบบนี้!!   เท้าปลอม? เท้ายาง? จะอะไรมันก็ไม่ใช่อ่ะ ของเด็กเล่นนะ ไม่ใช่หมอนวดฝ่าเท้า   ทำไมต้องอมด้วย ต้องการจะสื่ออะไรเหรอ   ตุ๊กตาที่เปิดท้องได้ แถมยังมีเด็กอยู่ข้างในด้วย จะไม่หลอนยังไงไหว   ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่ไอ้พวกของที่ตัวเป็นสัตว์หัวเป็นคน มักจะดูหลอนๆ เสมอเลยนะ ปลาหน้าคนเอย หมาหน้าคนเอย คราวนี้เล่นม้าหน้าคนเลยเรอะ   หมี? มันหมีตรงไหน!! นี่มันหมูผีชัดๆ   ที่เป่าฟองมันไม่ผิดหรอก มันผิดที่ขวดใส่น้ำสบู่ต่างหาก… ใครมันออกแบบเนี่ย   ใครมันคิดว่าการให้เด็กๆ อุ้มตุ๊กตาเฒ่าทารกมันเป็นความคิดที่ดีเหรอ?  …

  • ชายโสดผู้เป็นเกย์ได้รางวัล “ยอดคุณพ่อ” หลังจากที่รับเลี้ยงเด็กพิการ 4 คน

    ชายโสดผู้เป็นเกย์ได้รางวัล “ยอดคุณพ่อ” หลังจากที่รับเลี้ยงเด็กพิการ 4 คน

    Benjamin Carpente คือชายวัย 33 ปี ผู้เป็นหนุ่มโสดรักร่วมเพศอาศัยอยู่ในเมือง Shepley ที่ West Yorkshire ประเทศอังกฤษ เขาได้กลายเป็นบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนอังกฤษจำนวนมาก หลังจากที่เขาได้ รับเลี้ยงเด็กพิการ 4 คน     เมื่อ 10 ปีก่อนเมื่อเขาได้รับลูกคนโตของเขา Jack เด็กชายผู้เป็นโรคออทิสติกและโรคย้ำคิดย้ำทำ ซึ่งนั่นหมายความว่าทั้งครอบครัวควรปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของ Jack “บ่อยครั้งที่เด็กที่มีความต้องการเพิ่มเติมจะถูกมองข้ามจากผู้อุปการะ” Benjamin กล่าว   Jack ลูกชายคนโตของครอบครัว   “อย่างไรก็ตามผมเข้าใจว่า ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถดูแลเด็กที่มีความจำเป็นเพิ่มเติมได้”  แม้ว่าจะพูดแบบนั้นแต่ Benjamin ก็รับเลี้ยง Ruby ผู้มีปัญหาในการเคลื่อนไหว และความพิการทางร่างกาย กับ Lilly น้องสาวของเธอที่หูหนวกและมีความบกพร่องอย่างรุนแรง ทำให้คนทั้งบ้านต้องเรียนภาษามือเพื่อให้สื่อสารกับเธอได้ และ Joseph สมาชิกคนสุดท้องของครอบครัววัย 2 ปีที่มีอาการดาวน์ซินโดรม และมีความต้องการที่ซับซ้อนหลายอย่าง   Ruby ที่มีความพิการทางร่างกาย   Lilly น้องสาวของ Ruby ที่หูหนวกและมีความบกพร่องอย่างรุนแรง   Joseph สมาชิกคนสุดท้องที่มีอาการดาวน์ซินโดรม   Benjamin บอกว่าเขาต้องใช้เวลาถึง 3 ปีในการโน้มน้าวให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเขาจริงจังกับการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม…

  • เหมาะสมหรือไม่!? แม่เชียร์ให้ลูกสาววัย 2 ขวบ “ดื่มเบียร์” บอกพ่อห้ามเข้ามายุ่ง…

    เหมาะสมหรือไม่!? แม่เชียร์ให้ลูกสาววัย 2 ขวบ “ดื่มเบียร์” บอกพ่อห้ามเข้ามายุ่ง…

    การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลอาจจะทำให้ใครหลายๆ คนรู้สึกสนุกสนานก็จริง แต่หากว่าเป็นช่วงเวลาที่คุณมี ลูกน้อย ล่ะ คุณจะยอมให้เขามาเกี่ยวข้องกับของมึนเมาแบบนี้หรือเปล่า? วันนี้ เราอยากให้ท่านผู้ชมช่วยกันวิเคราะห์ว่ามันเหมาะสมหรือไม่ที่ แม่ปล่อยให้ลูกน้อยวัย 2 ขวบของตนเอง “ดื่มเบียร์” ขณะที่ตนกำลังมึนเมาและสนุกสนาน     เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่จากผู้ใช้ทวิตเตอร์คนหนึ่งที่เผยว่าอดีตคู่รักของตนได้ปล่อยให้ลูกน้อยของตนดื่มเบียร์ Carling lager จากกระป๋อง บนทวิตดังกล่าวเขาเขียนข้อความว่า “ดูสิ่งที่เธอทำกับลูกผมสิ เอาของมึนเมาให้ลูกกิน แถมห้ามไม่ให้ผมเข้าไปยุ่งอีกต่างหาก ช่วยกันแชร์หน่อยนะครับ ส่งเสริมลูกในทางที่ผิดแบบนี้ต้องประจาน”   คลิปวิดีโอ เหตุการณ์ที่คุณแม่เชียร์ให้ลูกน้อยของตนดื่มเบียร์    หลังจากที่คลิปวิดีโอนี้ถูกเผยแพร่ลงบนอินเทอร์เน็ตผู้ใช้ทวิตเตอร์ต่างก็เข้ามาแสดงความคิดเห็น เช่น คนหนึ่งบอกว่า “ฉันใจสลายมากๆ ฉันรู้สึกเสียใจมากกับสิ่งที่หนูน้อยได้รับ” อีกคนกล่าวว่า “ใจสลายจริงๆ เด็กน้อยผู้น่าสงสาร แม่แบบนี้ไม่ควรมีลูกอีก ทำหมันไปเลย!” อย่างไรก็ตามผู้คนพยายามผลักดันให้ฝ่ายผู้เป็นพ่อต่อสู้เพื่อที่จะได้เข้าไปดูแลลูกน้อยของตน โดยผู้ใช้อินเทอร์เน็ตท่านหนึ่งกว่าว่า “คุณต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับกฎหมายของสตรี แล้วก็ใช้วิดีโอทั้งหมดที่เกี่ยวกับการกระทำของฝ่ายผู้เป็นแม่มาใช้เป็นหลักฐาน เผื่อว่าพวกเขาไม่เห็นด้วยกับคุณ ฉันรู้สึกแย่และใจหายมากเมื่อดูวิดีโอของคุณ คุณต้องรีบนำหนูน้อยออกมาจากแม่ที่ชั่วร้ายโดยเร็วเลยนะ”     หนูน้อยยกกระป๋องดื่ม   ขณะนี้ เรื่องดังกล่าวได้มีรายงานถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เองก็ได้เข้าพูดคุยกับฝ่ายผู้เป็นแม่เรียบร้อยแล้วและยืนกรานว่าจะสืบหาข้อเท็จจริงและข้อสรุปสำหรับเรื่องนี้ให้ได้   แล้วท่านผู้ชมคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้กันบ้าง? คิดว่าเหมาะสมหรือเปล่าที่ให้เด็กน้อยวัยเพียง…

  • เปิดตัวคู่หูสองนักล่าจากญี่ปุ่น เจ้าสิงห์น้อยและเสือจ้อย บุกทะลวงเข้าหลอมละลายหัวใจมนุษย์

    เปิดตัวคู่หูสองนักล่าจากญี่ปุ่น เจ้าสิงห์น้อยและเสือจ้อย บุกทะลวงเข้าหลอมละลายหัวใจมนุษย์

    ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นสองนักล่ามาอยู่ด้วยกันแบบนี้ มันเป็นช่วงเวลาที่ว่าเมื่อมาเจอกัน ไม่ข้าก็เอ็งก็จะต้องไป ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่ง จะอยู่ด้วยกันไม่ได้อะไรประมาณนี้ แต่สำหรับกรณีนี้ถือว่ายกเว้น เพราะมันยังเป็นเบบี๋กันอยู่เลยไม่รู้เรื่องอะไรมากมาย รู้เพียงแค่ว่าความน่ารักมาแบบคูณสองเลย!! เมื่อทาง African Safari ซาฟารีสัตว์จากจังหวัดโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น ได้ทำการต้อนรับสมาชิกใหม่เข้ามาในซาฟารี นั่นก็คือเจ้าสิงห์น้อยและเจ้าเสือจ้อย พร้อมทั้งเปิดตัวให้ชาวเน็ตได้ชมกันผ่านทวิตเตอร์ @africansafari1 แสดงให้เห็นว่าทั้งสองนั้นเป็นเพื่อนสนิทกันแบบสุดๆ ทั้งหยอกล้อและเล่นด้วยกัน ให้ความรู้สึกเหมือนแมวไม่มีผิดเพี้ยนเลยแฮะ   แฮร่!!   เหนื่อยแย้วววว แบกกลับหน่อย   มีความละมุนและมุ้งมิ้งขั้นสุดยอด!! .   เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากมากๆ ที่จะเห็นทั้งสองสายพันธุ์อยู่ด้วยกันได้แบบนี้ เพราะทั้งคู่ต่างเป็นสัตว์นักล่า แต่กลับกลายมาเป็นเพื่อนกันได้   แผล่บๆ .   รู้สึกว่าเจ้าเสือจะอ้อนเจ้าสิงห์บ่อยนะ   นอกจากนี้ก็ยังไปแอบผูกมิตรกับกระต่ายด้วยนะจ๊ะ .   แต่ถึงอย่างไรก็ตามทั้งสองก็ต้องแยกกันอยู่เมื่อพวกมันเริ่มโตขึ้น เพื่อปรับสภาพที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับสายพันธุ์ของตัวเอง เพราะฉะนั้นแล้วจึงมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกไม่นาน พอหลังจากแยกกันแล้วหวังว่าทั้งสองยังคงจำกันได้ว่าเป็นเพื่อนกันมาก่อนนะ     หูยยยยยยย น่ารักอ๊ะ หัวใจถูกหลอมละลายไปเรียบร้อยแล้วววววว ที่มา : rocketnews24, @africansafari1, itmedia

  • 2 เรื่องเล่าชวนขนลุกของเพื่อนในจินตนาการ เพื่อนเล่นในวัยเด็กที่ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริง

    2 เรื่องเล่าชวนขนลุกของเพื่อนในจินตนาการ เพื่อนเล่นในวัยเด็กที่ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริง

    เคยได้ยินเรื่องเพื่อนในจินตนาการไหม? ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าประเทศของเรามีเรื่องพวกนี้อยู่มากไหม แต่สำหรับชาวต่างประเทศแล้ว การมีเพื่อนในจินตนาการนั้นเกิดขึ้นกับเด็กๆ จำนวนมากจนดูจะเป็นเรื่องปกติกันเลยทีเดียว เพื่อนในจินตนาการนั้นเกิดมาจากจินตนาการของเด็กๆ สมกับชื่อ บางครั้งก็จะออกมาในรูปแบบของมนุษย์ที่มีนิสัยแปลกๆ หรือบางครั้งก็ไม่ใช่มนุษย์เสียด้วยซ้ำ ทำให้มีเรื่องเล่าน่ากลัวๆ ของเพื่อนที่ว่านี้ออกมาให้เห็นกันอยู่เรื่อยไป เหมือนดังเรื่องเล่าทั้งสองเรื่องที่เพื่อนๆ จะได้อ่านต่อไปนี้   Jenny เมื่อตอนที่ฉันอายุได้สี่ขวบ ฉันกับแม่ได้มีโอกาสย้ายไปอยู่ในบ้านหลังใหญ่ ที่สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงอย่างนั้นก็ตาม ดูเหมือนว่าคุณแม่ของฉันจะรู้สึกไม่ค่อยดีกับบ้านหลังนี้สักเท่าไหร่นัก เพราะมันมีส่วนหนึ่งของอิฐในชั้นใต้ดินของบ้าน ซึ่งดูจะไม่กลมกลืนกับส่วนอื่นๆ     คุณแม่บอกกับฉันว่าทันทีที่ฉันเข้าไปอยู่ในบ้าน ฉันก็เริ่มที่จะมีเพื่อนในจินตนาการขึ้นมาทันที โดยฉันบอกกับแม่ว่า เพื่อนคนนั้นมีชื่อว่า Jenny ในตอนนั้นคุณแม่คิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กๆ จะเริ่มมีเพื่อนในจินตนาการเลยไม่ได้สนใจอะไรมากนัก จนกระทั่งวันหนึ่งฉันบอกกับแม่ว่า Jenny อยากเล่นกับแมว และขอให้ฉันปล่อยแมวลงไปเล่นกับเธอที่ชั้นใต้ดิน พอคุณแม่ได้ฟังแบบนั้นเธอก็อนุญาต ฉันจึงปล่อยแมวที่เราเลี้ยงไว้ลงไปเพื่อเล่นกับเธอ… แต่มันก็ไม่กลับมาหาเราอีกเลย     เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นทำให้คุณแม่รู้สึกไม่ดีเอามากๆ ดังนั้นไม่กี่วันต่อมาในตอนที่ฉันบอกเธอว่าฉันขอลงไปเล่นกับ Jenny ที่ชั้นใต้ดินคุณแม่จึงไม่อนุญาต และไล่ให้ฉันไปนอนแทน เช้าวันต่อมาฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับแผลข่วนลึกที่แผ่นหลัง และขาทั้งสองข้าง ส่วนคุณแม่ที่กลัวเรื่องที่เกิดขึ้นมากก็ลองสืบประวัติของบ้านในทันที เธอเจอรูปเก่าๆ รูปหนึ่งซึ่งเป็นรูปของเด็กเจ็ดคน ที่มีชื่อของแต่ละคนเขียนไว้ที่ด้านหลังของรูป คุณแม่เอารูปที่ว่ามาให้ฉันดู และถามฉันว่ารู้จักใครในรูปนี้ไหม? ฉันชี้ไปที่ผู้หญิงในรูปหนึ่งคนโดยไม่ลังเล และบอกว่านี่ล่ะคือ Jenny ซึ่งมันเป็นคนเดียวกับที่ชื่อด้านหลังเขียนว่า Jenny จริงๆ…

  • มารู้จักเด็กๆ ให้มากขึ้นดีกว่ากับ 8 ทฤษฎีที่น่าสนใจของความแตกต่างระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่

    มารู้จักเด็กๆ ให้มากขึ้นดีกว่ากับ 8 ทฤษฎีที่น่าสนใจของความแตกต่างระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่

    ว่ากันว่าเด็กๆ นั้นมองโลกต่างกับผู้ใหญ่ พวกเขานั้นทำอะไรลงไปโดยที่ยังคิดว่าตัวเองนั้นเป็นศูนย์กลางของจักรวาล และทุกๆ คนเป็นเหมือนดั่งดวงดาวที่หมุนรอบตัวของพวกเขาอยู่ แต่เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมเด็กๆ ถึงเป็นเช่นนั้น นี่คือ 8 ทฤษฎีที่น่าสนใจของความแตกต่างระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ ที่จะมาตอบคำถามมากมายที่อยู่ในหัวเราเกี่ยวกับเด็กๆ ตั้งแต่การจินตนาการไร้ขอบเขตของพวกเขา เรื่อยไปจนทำไมบางครั้งพวกเขาก็พูดอะไรแปลกๆ ออกมา   จินตนาการของเด็กๆ จนกว่าจะโตในระดับหนึ่ง เด็กเล็กจะไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างจินตนาการกับความเป็นจริงได้ นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขามั่นใจว่าสิ่งที่พวกเขาแต่งขึ้นมาเองในหัวมีอยู่จริง อย่างไรก็ตามหากเด็กได้ยินเรื่องที่ไม่น่าเชื่อจากบุคคลอื่นพวกเขาก็จะไม่เชื่อมันเท่าไหร่นักคล้ายๆ กับผู้ใหญ่ การทดลองแสดงให้เห็นว่าเส้นแบ่งระหว่างความคิดและความเป็นจริงในการรับรู้ของเด็กน้อยนั้น มีอยู่ค่อนข้างน้อย เพราะพวกเขายังไม่เข้าใจว่าความรู้ใดเป็นความจริงนั่นเอง   ขาดความคิดเชิงนามธรรม มีเรื่องที่ว่าเด็กที่อายุน้อยกว่า 11 ปีจะสามารถคิดโดยอิงถึงความเป็นจริงในปัจจุบันเท่านั้น และไม่สามารถคิดแบบนามธรรมได้ นักจิตวิทยา Rudolph Schaffer ได้ทำการทดลอง โดยถามเด็กสองกลุ่มว่าจะวางตาที่สามบนส่วนไหนของร่างกายดี เด็กทั้งหมดในกลุ่มที่อายุ 9 ปี จะชี้ไปที่หน้าผาก เพราะมีสองตาอยู่ที่บริเวณใกล้ๆ ส่วนกลุ่มที่สองที่ประกอบด้วยเด็กที่อายุ 11 ปีซึ่งสามารถคิดได้แบบนามธรรมได้แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มเสนอทางเลือกที่แตกต่างกันไป เช่นการวางตาบนฝ่ามือเพราะจะทำให้พวกเขาสามารถมองเห็นด้านหลังได้   การเรียนภาษา เด็กๆ จะสามารถเรียนรู้ภาษาได้ง่าย นักภาษาศาสตร์ Noam Chomsky อธิบายว่ามีสิ่งที่คล้ายๆ กล่องเครื่องมือในสมองของมนุษย์ซึ่งเชื่อมต่อกฎไวยากรณ์ของภาษาทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีเซลล์สมองนับล้านที่รับผิดชอบต่อการรับรู้ของเด็กและการทำซ้ำคำพูดที่ก่อให้เกิดระบบการดำเนินการที่ซับซ้อน…

  • 24 ภาพที่จะมายืนยันกับคุณว่า การไม่มี ‘ลูก’ เป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ นะเธอ

    24 ภาพที่จะมายืนยันกับคุณว่า การไม่มี ‘ลูก’ เป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ นะเธอ

    รู้สึกเหมือน #เหมียวศรัทธา จะเคยพูดว่าเด็กๆ นั้น บริสุทธิ์เสมอๆ สินะ… ไม่รู้ทำไมเหมือนกันแต่พอดูเรื่องรูปในครั้งนี้แล้ว ชักจะรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองคิดมันไม่ถูกต้องยังไงก็ไม่รู้สิ สงสัยเพราะเด็กต่อไปนี้ช่วงอายุมันมากกว่าที่จะเป็นผ้าขาวบริสุทธิ์แล้วล่ะมั้ง หรือไม่เราก็คงจะคิดมากเกินไป เอาเป็นว่านี่คือ 24 ภาพที่จะมายืนยันกับคุณว่า การมีลูกนั้นบางครั้งก็ทำใจลำบากเหลือเกิน ไม่แน่นะว่าการไม่มีลูกอาจจะเป็นลาภอันประเสริฐมากกว่าก็ได้นะ   น้องสาวของฉันวาดภาพนี้ตอนที่เธอทะเลาะกับพ่อ ในภาพ: นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพ่อ   หนูเกลียดพ่อ ไอ้คราบสีแดงๆ นั่นอะไร   ถ้าอ่านแค่ครึ่งเดียวมันก็โอเคอ่ะนะ ถึงลุง Bryan หนูหวังว่าคุณลุงจะมีความสุขกับวันเกิดนะคะ หนูรักลุงมากเลย ตอนนี้ลุงเป็นยังไงบ้าง? ได้ยินเรื่องเกี่ยวกับซาตานไหม? ได้ยินมาว่าเขาจะทำให้ลุงเป็นคนเลว ด้วยรัก Rebekkah   ให้รางวัลกับความซื่อตรงจริงๆ ถึงแม่ ผมโดนบังคับให้เขียนจดหมายนี้ถ้าผมอยากกินข้าว ด้วยรัก Josn   รู้จัก Kagome Kagome ไหม? เกมนี้เป็นเกมที่เด็กตรงกลางยืนหลับตา และคนรอบๆ จะร้องเพลงพลางพยายามทำให้เด็กตรงกลางกลัว ว่ากันว่าใบหน้าของเด็กๆ ที่ล้อมวงอยู่จะมีหน้าตาที่บิดเบี้ยวผิดมนุษย์ไปเรื่อยๆ   ของเล่นอันนี้ห่วยมาก   ดูดจากสมอง ซูดๆ   จะแปลว่าอะไรดี…

  • โรงเรียนในฟลอริดาบังคับเด็กใช้กระเป๋าใส เพื่อให้เห็นว่าพวกเขาพกอะไรมาโรงเรียนบ้าง?

    โรงเรียนในฟลอริดาบังคับเด็กใช้กระเป๋าใส เพื่อให้เห็นว่าพวกเขาพกอะไรมาโรงเรียนบ้าง?

    เมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2018 ที่ผ่านมา พวกเราน่าจะได้เห็นข่าวการกราดยิงภายในโรงเรียน Marjory Stoneman Douglas High School ที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 17 คน จากเหตุการณ์นั้นเองทำให้หน่วยงานรักษาความปลอดภัยภายในโรงเรียนต้องหาวิธีป้องกันและยับยั้งไม่ให้เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก ทางเจ้าหน้าที่จึงแก้ปัญหาด้วยการออกกฎให้นักเรียนทุกคนสะพายกระเป๋าแบบใส เพื่อให้ง่ายต่อการมองเห็นว่าภายในนั้นใส่อะไรไว้บ้าง   .   แต่เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลมากเกินไป ทำให้เหล่าเด็กๆ มองว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องนัก นักเรียนหลายคนจึงทวีตภาพและข้อความลงในทวิตเตอร์เพื่อระบายความรู้สึกของพวกเขา ว่านี่คือเป็นการแก้ปัญหาที่ “ปลายเหตุ” เอามากๆ     Cameron Kasky หนึ่งในนักเรียนของที่นี่ได้ทวีตว่า “เว้นแต่ว่าพวกเขา (นักเรียน) จะมีเสื้อกันกระสุน ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่าปลอดภัยมากนักนะ” Emma Gonzalez “คนที่มีพลังในการเปลี่ยนแปลงดันเอาแต่เปลี่ยนสิ่งผิดๆ” Jack Macleod หนึ่งในชาวทวิตเตอร์บอกว่าเขาเชื่อว่าโรงเรียนมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี แต่ตัวกระเป๋าดูจะทำไว้เพื่อความสวยงามมากกว่าการใช้งานจริงๆ     นอกจากนี้เด็กๆ หลายคนยังมองว่ากระเป๋าแบบใหม่นี้ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลย เพราะมันทำให้พวกเขารู้สึกหวาดระแวงและเต็มไปด้วยความไม่ปกติตลอดเวเลา ในขณะที่ Lauren Hogg นักเรียนและนักกิจกรรมออกมาแสดงความเห็นว่ากระเป๋าใบนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องและควรทำมาก “กระเป๋าใหม่ของฉันเกือบจะโปร่งใส ฉันรู้สึกปลอดภัยมากเท่าๆ กับที่ฉันรู้สึกขอบคุณความพยายามที่ประเทศของเราให้ความสำคัญกับปัญหาที่แท้จริง มากกว่าเปลี่ยนให้โรงเรียนของเรากลายเป็นเรือนจำ”    …

  • แบบทดสอบจิตวิทยา ‘คิดว่าเด็กคนไหนเป็นผู้หญิง?’ บ่งบอกบุคลิกภาพตัวคุณเอง

    แบบทดสอบจิตวิทยา ‘คิดว่าเด็กคนไหนเป็นผู้หญิง?’ บ่งบอกบุคลิกภาพตัวคุณเอง

    กลับมาอีกครั้ง!! กับแบบทดสอบทางจิตวิทยาที่จะสามารถบ่งบอกได้ว่าคุณมีลักษณะบุคลิกภาพไปในทิศทางใด โดยในครั้งนี้ใช้เพียงโจทย์ที่ง่ายแสนง่าย นั่นก็คือ ตามความคิดของตัวเอง คิดว่าเด็กคนไหนเป็นผู้หญิง?! ถ้าพร้อมแล้วเราเลื่อนไปดูโฉมหน้าของหนูน้อยทั้ง 4 คนกันเลย   คิดว่าใครเป็นเด็กผู้หญิง?   เมื่อได้คำตอบเอาไว้ในใจแล้วก็ลองไปดูผลลัพธ์กันเลยว่า คำตอบของเราสามารถอธิบายบุคลิกภาพความเป็นตัวเราไว้ว่าอย่างไรบ้าง มันตรงกับเรามากน้อยแค่ไหน เลื่อนไปดูกันตามหมายเลขได้เลยจ้า   ถ้าคุณเลือกหมายเลข 1   คุณมีลักษณะเป็นคนที่มีเหตุผล เชื่อในหลักการต่างๆ และมีแนวโน้มที่จะทำตามกฎระเบียบที่มีอยู่ คุณจะวิเคราะห์ก่อนที่จะทำการตัดสินใจ พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ได้แนวทางการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ในขณะเดียวกันก็จะพยายามไม่ทำร้ายความรู้สึกของผู้อื่น ในการตัดสินใจคุณจะทำมันอย่างชาญฉลาดและมีความเป็นธรรม หลีกเลี่ยงการโต้แย้งและผลักดันความสนใจของผู้อื่นก่อนเป็นอันดับแรก แม้ว่าบางครั้งคุณไม่สมควรที่จะสละเวลาหรือความพยายามไปให้กับคนเหล่านั้นก็ตาม ถึงอย่างนั้นก็ควรที่จะหยุดสนใจผู้อื่นมากจนเกินไป แล้วหันมาหาความสุขให้กับตัวเองบ้างได้แล้ว   ถ้าคุณเลือกหมายเลข 2   คุณคือผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์สูง มีไอเดียคิดค้นสิ่งใหม่ๆ เจ๋งๆ อยู่เสมอ กระตือรือร้นและยอมรับกับความท้าทายใหม่ๆ ไม่พลาดโอกาสในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ไม่กลัวการเปลี่ยนแปลงเพราะเชื่อว่าทุกสิ่งจะเป็นไปในหนทางที่ดีที่สุดของมันเอง ใช้ชีวิตเหมือนว่าทุกวันคือวันสุดท้าย แต่แม้คุณจะเปิดรับทุกคนทว่ากลับแทบไม่สนิทกับใครเลย สิ่งสำคัญคือต้องรู้จักเรียนรู้วิธีรับมือกับความผิดหวัง ถึงแม้ว่าบางคนอาจเข้ามาเพียงแค่ต้องการผลประโยชน์ แต่ก็ไม่ควรที่จะปฏิเสธทุกคน เพราะยังมีบางคนที่ต้องการจะรู้จักคุณจริงๆ ลองให้โอกาสเขาดูก่อนจะได้รู้ว่าชีวิตเราต้องการคนคนนั้นมั้ย   ถ้าคุณเลือกหมายเลข 3   คุณคือคนของสังคมอย่างแท้จริง สิ่งที่มีอยู่ในตัวทำให้สามารถเข้ากับคนรอบข้างได้…

  • 8 เรื่องเล่าสั้นๆ ว่าด้วยการโกหกของเด็กๆ ที่น่ารักน่าชัง นำมาซึ่งเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี

    8 เรื่องเล่าสั้นๆ ว่าด้วยการโกหกของเด็กๆ ที่น่ารักน่าชัง นำมาซึ่งเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี

    ดูเหมือนว่า #เหมียวศรัทธา จะเคยบอกว่าเด็กๆ นั้นพูดความจริงอยู่เสมอๆ สินะ แต่พอได้ฟังเรื่องเล่าข้างล่างนี้แล้ว…ชักจะไม่แน่ใจแล้วสิว่าเด็กๆ จะพูดแต่ความจริงไหม… เอาเป็นว่าที่เคยบอกว่าเด็กๆ มักจะบริสุทธิ์อยู่เสมอมันยังไม่เปลี่ยนแปลงก็แล้วกัน เพราะเด็กๆ นั้น บริสุทธิ์แม้แต่เวลาโกหกจริงๆ ไม่เชื่อก็ลองไปอ่านกันดูได้ นี่คือ 8 เรื่องราวสั้นๆ ของการโกหกของเด็กๆ ที่ทั้งน่ารักน่าชัง แถมยังนำมาซึ่งเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดีอีกด้วย   1. สถานที่ที่ลูกอยู่ ที่โรงเรียนโทรมาบอกฉันว่าลูกสาวของฉันไม่ได้ไปโรงเรียน ด้วยความสงสัยฉันจึงโทรไปที่เบอร์ๆ หนึ่งเพื่อยืนยันอะไรบางอย่าง… หลังจากที่รอสายอยู่ราวๆ สิบวินาที ก็มีคนมารับสาย มันเป็นเสียงเล็กๆ ของลูกสาวของฉัน ฉัน: ลูกรู้นี่ว่าลูกไม่ควรอยู่ที่บ้านในตอนนี้ ไม่มีใครอยู่บ้านกับลูกเลยนะ ลูกสาว: แต่หนูไม่ได้อยู่ที่บ้านนะแม่!! ฉัน: จะไม่ได้อยู่ได้ยังไง!! ในเมื่อลูกกำลังคุยกับแม่ผ่านโทรศัพท์บ้านอยู่เนี่ย   2. ผมไม่ได้ทำ ลูกชายวัยสามขวบของฉันอึราดกางเกง… เอาเข้าจริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรมาก แต่ฉันก็ถามเขาดูว่าทำไมเขาถึงไม่ใช้กระโถน เขาบอกฉันว่า เขาไม่ได้เป็นคนทำ เขากำลังเล่น LEGO กับน้องชายของเขาอยู่ และน้องชายของเขาจู่ๆ ก็เดินมาอึใส่กางเกงของเขา เขาบอกว่าเขาพยายามหยุดน้องแล้วแต่น้องก็ไม่ฟังแถมยังอึในกางเกงเขาต่อไปอีกด้วย   3.…

  • 16 คำถามอันแสนบริสุทธิ์จากเด็กๆ ที่ทำให้เราฉุกคิด ขำ หรือเสียวสันหลังได้โดยไม่รู้ตัว

    16 คำถามอันแสนบริสุทธิ์จากเด็กๆ ที่ทำให้เราฉุกคิด ขำ หรือเสียวสันหลังได้โดยไม่รู้ตัว

    อยากที่พูดกันมาหลายต่อหลายรุ่นแล้วว่า เด็กๆ นั้นเป็นผู้ที่บริสุทธิ์อยู่เสมอ ดังนั้นจึงมีหลายๆ ครั้งที่คำพูดของพวกเขาต้องทำให้เราเจ็บปวดกันมาบ้าง ไม่ว่าจะตรงจนเกินไป หรือว่าชัดเจนอย่างไร้ความปรานี แต่ถ้าเป็นคำถามล่ะ เคยได้ยินคำถามจากเด็กๆ แล้วรู้สึกประมาณว่า “มันก็จริงนะ” กันบ้างไหม? สิ่งที่จะได้เห็นต่อไปนี่คือคำถาม 16 คำถามอันแสนบริสุทธิ์จากเด็กๆ ที่ทำให้เรา ฉุกคิด หัวเราะ หรือเสียวสันหลังได้โดยไม่รู้ตัว แต่มันจะเป็นอย่างไรนั้น คงต้องไปชมกันเอาเองเลย   ถ้านางเงือกบาดเจ็บ ต้องพาไปหาหมอคนหรือหมอสัตว์ดี?   หลานของฉันนอนไม่หลับเพราะเธอสงสัยว่า ถ้าเราขายผมไปแล้วคนที่ต่อผมของเราไปฆ่าคนโดยทิ้งผมไว้เป็นหลักฐาน เวลาตำรวจตรวจ DNA มันจะเป็น DNA ของเราไหม อืม… ตอนนี้ฉันนอนไม่หลับด้วยอีกคนแล้ว   ลูกชายของฉันดูรูปขาวดำสมัยก่อน แล้วถามว่า “แม่ๆ เมื่อก่อนโลกเราเป็นสีขาวดำเหรอ?”   เมื่อฉันบอกลูกว่าห้ามพูดคำหยาบ เขาก็ถามกลับมาว่า “ทำไมคำหยาบถึงเป็นคำหยาบได้ ถ้าเราห้ามพูดมันอ่ะ”   “พ่อ… พ่อรู้สึกยังไงในวันสุดท้ายที่เป็นเด็กเหรอ?” อืม… นั่นสินะ   “เด็กผู้ชายก็เกิดจากท้องแม่เหมือนกันเหรอครับ? งั้นเราจะมีพ่อไว้ทำไมอ่ะ?”   ฉันกับลูกชายไปซื้อยาคุมที่ร้านยาด้วยกัน ลูกชายฉันถามว่ายาคุมใช้ทำอะไร ฉันก็เลยตอบได้ตามตรงว่า…

  • เด็กนักเรียนวัย 14 เรียนเก่งท็อปของชั้น จบชีวิตลงเพราะรู้สึกว่าตัวเองถูกเพื่อนเมิน

    เด็กนักเรียนวัย 14 เรียนเก่งท็อปของชั้น จบชีวิตลงเพราะรู้สึกว่าตัวเองถูกเพื่อนเมิน

    บางครั้งการเรียนเก่งหรือการโดดเด่นเกินกว่าคนอื่นก็สร้างความลำบากให้คนๆ หนึ่งเช่นกัน อย่างเช่นหนูน้อย Elena Mondal วัย 14 ปีคนนี้ที่ตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเองจากเหตุเพราะเธอถูกเพื่อนที่โรงเรียนเมิน หนูน้อย Elena Mondal จากโรงเรียน The Henrietta Barnett School ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษนั้นเป็นเด็กที่มีความสามารถการเรียนระดับสูง เรียกว่าเป็นระดับท็อปของชั้นเลยก็ว่าได้ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นหลังอาจารย์ไปบังเอิญเจอร่างของเธอที่กำลังแขวนตัวอยู่บริเวณสวนของโรงเรียน เจ้าหน้าที่รีบพาร่างของหนูน้อย Elena ไปส่งที่โรงพยาบาลทันที แต่น่าเสียดายที่ไม่นานนักเธอก็เสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อไป ซึ่งครอบครัวของเธอนั้นกลัวว่าการกลั่นแกล้งที่โรงเรียนจะเป็นสาเหตุการฆ่าตัวตายของเธอ     ซึ่งหลังจากการตายของเธอ เจ้าหน้าที่ก็ได้ออกตรวจหาสาเหตุการฆ่าตัวตายของเธอทันที อย่างแรกคือโทรศัพท์รุ่นเก่าของเธอที่จัดการลบข้อความออกไปจนหมดทำให้ตำรวจไม่สามารถหาเบาะแสอะไรได้จากจุดนั้นได้เลย ต่อมาก็คือคนในโรงเรียนของเธอ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของโรงเรียนได้บอกว่า Elena นั้นมักจะเข้ามาร้องเรียนและระบายเสมอๆ ว่าเธอมักจะถูกเมินจากเพื่อน ซึ่งเธอนั้นไม่ได้รับความสนใจอะไรเลยแม้แต่ในกลุ่มแชทของเพื่อนๆ เธอก็ไม่ได้รับสิทธิ์ให้อยู่ในนั้น แต่ใครต่างคิดว่าเด็กเก่งแบบเธอคงไม่คิดฆ่าตัวตายแน่ๆ     นั่นทำให้เจ้าหน้าที่คาดว่าความเครียดสะสมของเธอเป็นแรงผลักดันให้เธอทำร้ายตัวเอง เพราะว่าก่อนหน้าการตายเธอเคยพยายามทำร้ายตัวเองหลายต่อหลายครั้งแล้วแต่มีคนไปพบก่อนเสมอ เจ้าหน้าที่จึงคาดว่าเธอกลัวการถูกเมินและอยากเรียกร้องความสนใจ เธอจึงพยายามทำร้ายตัวเองบ่อยๆ เพื่อหวังว่าใครจะมาสนใจและเจอเธอ แต่ว่าครั้งสุดท้ายมันกลับมากเกินไปและไม่มีใครมาเจอทัน ทำให้สุดท้ายจุดจบของเธอก็คือการเสียชีวิตนั่นเอง…   ที่มา dailymail, thesun

  • คุณครูฉาว มีความสัมพันธ์เกินเลยกับศิษย์วัย 13 สำเร็จความใคร่ให้ทั้งในและนอกโรงเรียน…

    คุณครูฉาว มีความสัมพันธ์เกินเลยกับศิษย์วัย 13 สำเร็จความใคร่ให้ทั้งในและนอกโรงเรียน…

    ข่าวคราวฉาวภายในแวดวงการศึกษาของต่างประเทศ มักจะเกิดขึ้นให้เห็นอยู่บ่อยๆ อย่างกรณีที่คุณครูล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียน โดยทั่วไปจะมองว่าต้องเป็นคุณครูผู้ชาย แต่เดี๋ยวนี้กลับกลายเป็นคุณครูผู้หญิงแทน… โดยที่ผู้ก่อเหตุก็คือนาง Brittany Zamora วัย 27 ปี คุณครูสอนชั้นประถม 6 ของโรงเรียน Las Brisas Academy ในเมือง Goodyear รัฐแอริโซนา ถูกกล่าวหาและจำนนด้วยหลักฐานข้อความในโทรศัพท์ระหว่างคุณครูและนักเรียนชายวัย 13 ปี     ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ผู้ปกครองของเด็กพบข้อความตอบโต้ระหว่างสองฝ่ายในโทรศัพท์ของลูกชาย และนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่เกินเลยระหว่างครูและศิษย์ และเธอก็ถูกจับกุมในวันที่ 22 มีนาคม 2018 และต้องให้การเพื่อต่อสู้ในชั้นศาล   Brittany Zamora วัย 27 ปี   เธอยอมรับสารภาพว่า ใช้ปากสำเร็จความใคร่ให้ลูกศิษย์ทั้งในและนอกสถานศึกษา นั่นก็คือในห้องเรียนและในรถยนต์ส่วนตัวมาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2018 และเคยมีเพศสัมพันธ์ทั้งหมด 3 ครั้งด้วยกัน นอกเหนือจากการส่งข้อความในเชิงชู้สาวระหว่างสองฝ่าย Zamora ได้ทำการส่งรูปภาพเปลือยและภาพสวมชุดลายลูกไม้ไปให้ลูกศิษย์รายนี้ ซึ่งทางด้านลูกศิษย์ได้เปิดเผยว่านี่คือจุดเริ่มต้นที่เธอเริ่มคุกคาม แต่ทว่าเขาก็ยอมรับว่าส่งภาพเปลือยของตัวเองเพื่อตอบกลับเช่นกัน  …

  • เฮีย Robert สลัดเกราะทิ้ง ออกไปพบกับเด็กชายป่วยหนัก สานฝันน้องให้เป็นจริง…

    เฮีย Robert สลัดเกราะทิ้ง ออกไปพบกับเด็กชายป่วยหนัก สานฝันน้องให้เป็นจริง…

    การจะได้พบกับผู้มีชื่อเสียงระดับโลกไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเท่าไหร่นัก การที่แฟนคลับจะได้เจอดาราแต่ละที จะต้องฝ่าฝูงชนแฟนคลับด้วยกันเองไม่พอ พอเข้าใกล้ก็จะถูกการ์ดหรือพนักงานรักษาความปลอดภัยขวางทางอีก แต่ใครเล่าจะรู้ว่าเฮีย Robert Downey Jr. ที่ประสบความสำเร็จจากบท Iron Man อย่างท่วมท้น มีบุคลิกกวนโอ้ยดูเท่สมตัวตนแล้ว เฮียแกก็ยังให้ความใส่ใจแฟนคลับทุกระดับ แม้ว่าการกระทำเหล่านั้นจะเป็นเพียงสิ่งที่เล็กน้อยก็ตาม…     เมื่อเด็กชาย Aaron Hunter ผู้ประสบกับอาการ ROHHAD (Rapid-Onset Obesity with Hypothalamic Dysfunction) ความผิดปกติหายากที่จะเกิดในอัตราเพียง 100 คนบนโลก อันก่อให้เกิดปัญหาทางด้านน้ำหนักและส่งผลกระทบต่อการหายใจ และยังไม่มีหนทางในการรักษาให้หายขาดได้ และความชื่นชอบในตัว Iron Man ทำให้เขาอยากจะเจอกับตัวจริงสักครั้งในชีวิต ด้วยการสร้างแคมเปญ #AaronNeedsIronMan ผ่านทวิตเตอร์ ด้วยใจความเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ที่ว่า ‘อยากจะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ดั่งเช่น Robert’     หลังจากที่กระแสถูกกระพือปีกสยายไปตามสายลม ในปี 2017 ทีมอเวนเจอร์ก็ได้เข้าถึงตัวน้องและให้กำลังใจผ่าน FaceTime ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับเฮีย Robert กลับให้น้องมากกว่าที่ทั้งทีมอเวนเจอร์เคยให้ โดยเมื่อวันที่…

  • 7 เรื่องสั้นๆ ของเด็กๆ เรื่องตลกจิกกัดหัวใจที่ไม่แน่ใจว่าควรจะหัวเราะหรือเจ็บใจก่อนดี

    7 เรื่องสั้นๆ ของเด็กๆ เรื่องตลกจิกกัดหัวใจที่ไม่แน่ใจว่าควรจะหัวเราะหรือเจ็บใจก่อนดี

    เรื่องตลกกับเด็กๆ นั้นเป็นของคู่กัน เพราะเด็กๆ มักจะอารมณ์ดีกว่าผู้ใหญ่ พวกเขามักจะรักในอิสระ และมักจะทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการเสมอ สิ่งเหล่านั้นทำให้เด็กๆ มักจะสามารถสร้างความทรงจำที่น่าสนใจออกมาเรื่อยๆ และพวกเขาก็มักจะทำให้พวกเราได้รับความทรงจำตลกที่ว่านั้นไปด้วย บางครั้งเรื่องที่เด็กๆ ทำให้พวกเราต้องเจอนั้นอาจจะเป็นเรื่องตลกก็จริงอยู่ แต่อย่าลืมนะว่าบางครั้งมันก็มีสิ่งที่เรียกว่าตลกร้ายอยู่เหมือนกัน มันทั้งขำทั้งจิกกัดหัวใจ เหมือนกับเรื่องต่อไปนี้   ลูกสาวของฉันเคยพูดว่า “Mary อายุสามขวบ ส่วนหนูอายุสี่ขวบแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ฉันก็เลยตอบไปว่า “ส่วนแม่อายุ 30 ฮ่า ฮ่า ฮ่า” แล้วเธอก็ตอบกลับมาว่า “แม่.. อายุ 30 มันไม่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า แล้ว.. ต้องเป็น โอ้ โอ้ โอ้ ต่างหาก” ทำไมรู้สึกเจ็บอย่างบอกไม่ถูก   โฆษณาแชมพู: แชมพูของคุณแก้ปัญหาได้เพียง 1 อย่าง แต่ของฉันแก้ปัญหาได้ถึง 5 อย่าง! เจน (อายุ 9 ขวบ) ตอบทีวี: แสดงว่าคุณมีปัญหามากกว่าพวกเราสินะ  …

  • เด็กนักเรียนป.3 ถูกจับ หลังสร้างไวรัสคอมพิวเตอร์ และแจกจ่ายให้ดาวน์โหลดออนไลน์

    เด็กนักเรียนป.3 ถูกจับ หลังสร้างไวรัสคอมพิวเตอร์ และแจกจ่ายให้ดาวน์โหลดออนไลน์

    ชีวิตในวัยเด็กของหลายๆ คนนั้นอาจจะมีเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาอยู่มากมาย เราอาจจะเคยทำอะไรผิด และเราอาจจะเคยทำอะไรที่ไม่ดีให้คนอื่นๆ โมโห แต่ไม่ว่าจะแบบไหน ความเป็นเด็กนั้นก็ราวกับเป็นไม้อ่อน ที่ยังสามารถดัดให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้เสมอ และหวังว่าเด็กในข่าวต่อไปนี้ก็จะเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน     เมื่อวันพุธที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ตำรวจของจังหวัดคะนะงะวะ ได้ส่งตัวเด็กชายวัยเก้าขวบ ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนประถมศึกษาปีที่สามจากจังหวัดโอซะกะ ไปยังศูนย์ให้คำปรึกษาเด็ก และเยาวชน จากข้อกล่าวหาที่ว่าเด็กชายคนนี้ ได้สร้างไวรัสคอมพิวเตอร์ และแจกจ่ายออนไลน์ให้ดาวน์โหลดฟรี เด็กชายคนนี้บอกกับทางตำรวจว่า เขาได้เรียนรู้วิธีการสร้างไวรัส ด้วยการใช้วิดีโอออนไลน์เป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิง และคอมพิวเตอร์ที่ได้รับไวรัสนี้จะแสดงหน้าจอหลักอันใหม่เรื่อยๆ ติดต่อกันจนทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ เขายังสารภาพว่าเขานั้น ตระหนักดีว่าสิ่งที่เขาทำมันผิด และมีเหตุจูงใจในการสร้างไวรัส เพียงเพื่อการทำให้เพื่อนของเขาประหลาดใจเท่านั้น     ในบรรดาคนที่ได้ทำการดาวน์โหลดไวรัสของเด็กหนุ่มคนนี้ไปใช้นั้น ตามรายงานของทางตำรวจกล่าวมามีเด็กประถมสี่จากโตเกียวหนึ่งคน และเด็กประถมห้าจากจังหวัดยะมะนะชิอีกหนึ่งคน โดยที่ทางตำรวจได้พาทั้งสองคนไปยังศูนย์ให้คำปรึกษาเด็ก และเยาวชน แล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตามผู้ใช้อินเตอร์เน็ตของญี่ปุ่นมีการตอบรับ กับข่าวในครั้งนี้ อย่างไม่น่าเชื่อ พวกเขาส่วนมากให้ความคิดเห็นว่า อยากให้มีการฝึกอบรมและควบคุมทักษะของเด็กคนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เขากลายเป็นคนเลวในภายหลัง และสามารถใช้ความสามารถของเขาในการทำประโยชน์ได้ “นี่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามารถตามธรรมชาติของเขา ฉันหวังว่าจะมีผู้ใหญ่ที่ดีมา ช่วยพัฒนาทักษะ และความรับผิดชอบของเขานะ” “อนาคตของเขายังคงดูดีอยู่ ฉันแน่ใจว่าทักษะของเขาจะช่วยเหลือสังคมได้สักวัน! “ “อืม… จะไม่มีใครจะพูดถึงความจริงที่ว่ามี…

  • น้องหมาผู้มีเสียงร้องเหมือนเด็ก… นี่แกเป็นเด็กน้อยในคราบน้องหมาใช่ไหม!?

    น้องหมาผู้มีเสียงร้องเหมือนเด็ก… นี่แกเป็นเด็กน้อยในคราบน้องหมาใช่ไหม!?

    โดยทั่วไปแล้วเรามักจะเข้าใจว่าเจ้าสุนัขร้องโฮ่งโฮ่ง หรือบ็อกบ็อก เพราะมันมีเสียงโดยทั่วไปที่คล้ายกัน อาจจะมีแปลกจากนี้ไปบ้างแต่ก็ยังเป็นเสียงร้องของสุนัขอยู่ คงไม่มีใครคิดหรอกว่าจะมีสุนัขที่สามารถร้อง ‘อุแว้ อุแว้’ ได้เหมือนเสียงของเด็กทารกไม่มีผิด แต่ที่เกาหลีมันมีหมาแบบนี้อยู่จริงๆ นะ นอกจากเจ้าของแล้ว คนรอบตัวที่ได้ยินมันร้องต่างก็พากันตะลึงในความแปลกของเสียงร้องนี้กันทั้งนั้น   ณ บ้านแห่งหนึ่งในประเทศเกาหลี   มักจะมีเสียงร้องของเด็กทารกดัง ‘อุแว้ อุแว้’ เป็นประจำ   พอหญิงที่เป็นเจ้าของบ้านได้ยินเธอก็จะรีบไปหาต้นเสียงทันที   เธอรู้ดีว่าลูกรักของเธอจะหยุดร้องเมื่อเธออุ้มเท่านั้น   ทว่าลูกรักของเธอกลับไม่ใช่ทารกแบบที่หลายคนคิด มันดันเป็นน้องหมาซะงั้น!?   และเจ้าของเสียงร้องเหมือนเด็กทารกนี้ก็คือเจ้าหมา Jjanga   ปกติแล้วหมาตัวอื่นจะเห่าเป็นเสียง ‘บ๊อกบ๊อก’ หรือไม่ก็ ‘โฮ่งโฮ่ง’ ใช่ไหมล่ะ   แต่เจ้า Jjanga มันร้องเรียกแม่ก็ร้อง ‘อุแว้ อุแว้’ ตลอดเลย   เมื่อคนอื่นได้ยินแล้วรู้ทีหลังว่าเสียงเด็กร้องนั้นเป็นเสียงร้องของสุนัข ต่างรู้สึกประหลาดใจไปตามๆกัน   พอรู้ว่าเป็นเสียงสุนัขแล้วขนลุกซู่เลยค่ะ ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้   เพราะถ้าเอาเสียงมาเทียบกันแล้วล่ะก็ เหมือนกันไม่มีผิดจริงๆ   เจ้าหมามักจะไปไหนมาไหนกับเจ้าของตลอด เสียงร้องของมันเลยทำให้คนรอบข้างแปลกใจอยู่เสมอ…

  • สาวที่เคยถูก ‘ทารุณทางเพศ’ ตัดสินใจใช้ชีวิตแบบเด็ก เพื่อทวงคืนชีวิตในวัยเด็กที่เสียไป

    สาวที่เคยถูก ‘ทารุณทางเพศ’ ตัดสินใจใช้ชีวิตแบบเด็ก เพื่อทวงคืนชีวิตในวัยเด็กที่เสียไป

    Tori Hart สาววัย 18 ปี ที่อาศัยอยู่ในรัฐโอเรกอนประเทศสหรัฐอเมริกา ตัดสินใจใช้ชีวิตแบบเด็ก ทั้งดื่มน้ำจากขวดนมที่มีจุก สวมใส่เสื้อผ้าเด็ก ใส่ผ้าอ้อม หรือแม้แต่ใช้วิธีการพูดแบบเด็ก อาจจะดูเป็นเรื่องที่แปลกแต่จริงๆ แล้วเรื่องนี้มีเบื้องหลังที่น่าเศร้าอยู่ ย้อนกลับไปในวัยเด็ก Tori เคยถูกทารุณกรรมทางเพศมาก่อน นั่นทำให้ชีวิตในวัยเด็กของเธอไม่เหมือนกับคนอื่นๆ เธอจึงตัดสินใจหันมาลองใช้ชีวิตแบบเด็กตอนที่โตแล้วเพราะต้องการที่จะเรียกคืนชีวิตอันแสนสุขในวัยเด็กที่เสียไปกลับคืนมา     Tori ใช้ชีวิตแบบเด็กๆ และอัปรูปภาพและคลิปวิดีโอ อัปเดตไลฟ์สไตล์ของเธอในทุกๆ วันผ่านอินสตาแกรม @little_tori_baby ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 2,000 คน เลยทีเดียว     จากการถูกทารุณกรรมทางเพศเมื่อครั้งยังเป็นเด็กทำให้เธอประสบกับปัญหาทางด้านจิตใจมากมาย ทั้งป่วยเป็นโรคซึมเศร้า โรคเครียด และโรคเกี่ยวกับพฤติกรรมการกิน และในที่สุดเธอก็ค้นพบวิธีที่จะช่วยให้เธอเอาชีวิตวัยเด็กที่สูญเสียไปกลับคืนมานั่นก็คือการใช้ชีวิตแบบเด็กนั่นเอง ซึ่งเธอจะใช้ชีวิตแบบเด็กตั้งแต่ 3 ขวบจนถึง 10 ขวบ ส่วนจะเป็นแบบไหนในช่วงวัยก็ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของเธออีกทีหนึ่ง     “มันทำให้ฉันเรียกคืนชีวิตวัยเด็กกลับคืนมาได้ ฉันสามารถเอาแต่ใจ พูดคุยด้วยเสียงแบบเด็ก พอผิดหวังก็แค่ร้องไห้” “ในทุกวันหลังเลิกงานฉันก็จะมาใช้ชีวิตแบบเด็กๆ ฉันจะแต่งตัวแบบนี้ แล้วก็นั่งดูทีวี ดื่มน้ำด้วยขวดนมมีจุก กินนักเก็ตรูปไดโนเสาร์ แล้วก็ถ่ายรูปอัปลงอินสตาแกรม” Tori เล่า  …

  • คำพูดสุดสยองจากปากของเหล่าเด็กๆ ที่จะทำให้คุณขนลุก หวีดหวิว นอนไม่หลับ

    คำพูดสุดสยองจากปากของเหล่าเด็กๆ ที่จะทำให้คุณขนลุก หวีดหวิว นอนไม่หลับ

    ว่ากันว่า สัตว์เลี้ยงและเด็กๆ นั้น มักจะสามารถมองเห็นในสิ่งที่พวกเราไม่รู้จักได้ ดังนั้นพวกเขาจึงชอบมองไปในที่ที่ไม่มีอะไรอยู่ หรือว่าพูดอะไรที่น่ากลัวออกมา แน่นอนว่าคนส่วนมากก็มักจะมองเรื่องเหล่านี้ว่ามันเป็นเพียงเรื่องไร้สาระ แต่ก็ไม่แน่เหมือนกันนะ ว่าเบื้องหลังสิ่งที่พวกเขาพูดนั้น มันอาจจะมีอะไรซ่อนอยู่ก็เป็นได้   ลูกชายของผมเมื่อตอนห้าขวบพูดว่า ลูกชาย: พ่อๆ ผมจะกินพ่อล่ะนะ ผม: หืมมมมม ลูก: ช่าย ผมจะหั่นพ่อเป็นชิ้นๆ ผม: ….   วันหนึ่งลูกสาวฝาแฝดของฉันพูดขึ้นพร้อมๆ กันว่า “เราเห็นทุกสิ่งที่แม่ทำเลยนะ… เห็น… ทุก… สิ่ง…” โอ้… โอเค…   เมื่อตอนหลานสาวของฉันอายุได้ 7 ขวบ เธอถามพวกเราว่าทำไมเราต้องเก็บพวกคุณย่าคุณยายที่ตายไปแล้วไว้บนห้องใต้หลังคา แล้วก็หัวเราะ….   ฉันเคยถามลูกชายของเพื่อนว่าเขากำลังขุดอะไรอยู่ เขาตอบมาว่า “ศพไง… ทำไม…? คุณไม่เคยเห็นร่างคนตายเหรอ”   ระหว่างที่เรากำลังปิกนิกกันที่สวน ตอนนั้นเองลูกชายของฉันก็จับมือฉันไว้แน่น แน่นมากๆ แล้วบอกฉันด้วยรอยยิ้มว่า “แม่ครับ พอแม่ตายผมจะทำตุ๊กตาของคุณแม่ขึ้นมา เราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป… นั่นสินะ ตุ๊กตาจะทำจากหนังของคุณแม่ แล้วก็ตาด้วย แต่คงไม่เอาเครื่องใน” …

  • เด็กญี่ปุ่นตอบกลับคำถาม “ปัญหาความรัก” ในนิตยสาร ด้วยความจริงอันโหดร้าย!!

    เด็กญี่ปุ่นตอบกลับคำถาม “ปัญหาความรัก” ในนิตยสาร ด้วยความจริงอันโหดร้าย!!

    ใครบางคนเคยพูดไว้ว่า เด็กนั้นก็คือเด็ก พวกเขาจะพูดในสิ่งที่คิด และบอกเราในสิ่งที่อยู่ในหัวพวกเขาจริงๆ โดยที่ไม่มีอะไรแอบแฝงทั้งนั้น จนบางครั้งก็ดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าผู้ใหญ่จริงๆ เสียอีก คำพูดในครั้งนี้คงเป็นคำอธิบายที่ดีของเหตุการณ์ในครั้งนี้เลยก็เป็นได้ เพื่อที่จะกระตุ้นพฤติกรรมการอ่านหนังสือที่ดีในเด็ก นิตยสารเด็กญี่ปุ่นรายหนึ่งจึงได้จัดทำมุม ตอบคำถามรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจขึ้น โดยคำถามที่ส่งเขามายังนิตยสารนี้นั้น จะได้รับการตอบโดยเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษานั่นเอง ตามที่ผู้ใช้ Twitter ชาวญี่ปุ่น นำมาแชร์นั้น ประเด็นในครั้งนี้เกิดขึ้นกับผู้ใหญ่คนหนึ่ง ที่ถามทางนิตยสารนี้ ถึงวิธีการที่จะเป็นที่นิยมกับผู้หญิง   คำถาม: “ผมเป็นชายโสดอายุ 45 ปีแล้ว ตอนนี้ผมกำลังกังวลเรื่องการหาแฟน และแต่งงาน ได้โปรดบอกผมทีว่า ผมจะเป็นที่นิยมกับผู้หญิงได้ยังไง“   คำตอบ: พวกเราก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมกับผู้หญิงพูดอะไรมากไม่ได้ แต่คนที่เป็นที่นิยมจริงๆ กลับทำให้เรารู้สึกรำคาญมากกว่า บางครั้งเรายังตะโกนว่า “คนที่มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบมันมีแต่พวกบ้าๆ เท่านั้นล่ะ” แต่ถึงทำอย่างนั้น เราก็จะไม่สามารถเป็นที่รักของทุกคนได้อยู่ดี เอาเป็นว่า เราได้ยินมาว่าคนแบบ 7K กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิงอยู่ในตอนนี้ คนแบบที่เท่ (Kakkoi) ไม่สกปรก (Kitanakunai) ไม่มีกลิ่นตัว (Kusakunai) ฉลาด (Kashikoi) ปากหวาน  (Kuchi Ga Umai) เอาใจใส่ (Kuki Yomeru) และไม่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น (Kurabenai) อะไรทำนองนั้น…

  • นักจิตวิทยาร่วมกันแบ่งปันกฎ 9 ข้อที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตที่ดีร่วมกับบุตรหลานของคุณได้

    นักจิตวิทยาร่วมกันแบ่งปันกฎ 9 ข้อที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตที่ดีร่วมกับบุตรหลานของคุณได้

    ความขัดแย้งกับเด็กย่อมเกิดขึ้นในทุกครอบครัวอยู่แล้ว นักจิตวิทยากล่าวว่าสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของความขัดแย้งดังกล่าวคือ “การละเมิดความเป็นส่วนตัวของเด็ก” นั่นเอง เด็กๆ จะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองโดนก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวที่ว่านี่เมื่ออายุราวๆ 3 ขวบเป็นต้นไป และจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ และเปลี่ยนแปลงได้ยากมาก ทางเดียวที่ผู้ใหญ่จะทำได้นั้นคือการปรับวิธีการเลี้ยงดูลูกให้เป็นไปตามการพัฒนาการของพวกเขา ดังนั้นนักจิตวิทยาจึงออกมาแบ่งปัน กฎระเบียบ 9 ข้อ สำหรับผู้ใหญ่ที่สามารถช่วยคุณใช้ชีวิตที่ดีร่วมกับบุตรหลานของคุณได้ ซึ่งมีเนื้อหา ดังต่อไปนี้   1. แทนที่จะด่า ให้ค้นหาข้อดีให้ลูกๆ แล้วสอนไปพร้อมๆ กับการชมเด็กๆ ไม่มีใครชอบที่จะโดนด่า หรือวิจารณ์ แม้แต่คนที่นำเอาคำวิจารณ์ไปปรับปรุงการทำงานเอง ก็ใช่ว่าจะชอบที่ตัวเองต้องถูกวิจารณ์สักเท่าไหร่ และแน่นอนว่าเด็กๆ เองก็ไม่ชอบที่จะโดนวิจารณ์เรื่องแย่ๆ เสียทุกครั้ง ประสบการณ์น่าโมโหเหล่านั้น อาจจะทำให้เด็กๆ ไม่สามารถติดต่อพูดคุยกับผู้คนตามปกติ หรือปิดกั้นตัวเองจนไม่ยอมเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ไม่ดีไปเลย คุณควรที่จะลดการวิจารณ์ของคุณลง แม้ว่าบางครั้งจะดูเป็นเรื่องยากมาก ลองใช้การวิจารณ์บวกกับการพูดชม จะทำให้คุณได้รับผลที่ดีกว่าเดิมอย่างสิ้นเชิง! ตัวอย่างจากภาพ: ลูกร้องเพลงได้เพราะมากเลยนะ ไว้ทานข้าวเสร็จแล้วช่วยมาร้องให้แม่ฟังหน่อยสิ เพราะนักแสดงตัวจริง เขาไม่ทานข้าวไป ร้องเพลงไปกันหรอกนะ 2. ให้ทางเลือกแก่ลูก การทำตามคำสั่งหรือการทำหน้าที่ของครอบครัวเป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็เพราะมันจำเป็นนั่นเองที่ทำให้เด็กๆ หลายๆ คนไม่ต้องการที่จะทำมัน โดยเฉพาะเมื่อสิ่งที่ต้องทำที่ว่า มาพร้อมกับเสียงดุด่าแล้วด้วย ดังนั้นแทนที่จะบังคับให้เด็กทำอะไร สู้มอบทางเลือกให้แก่พวกเขาจะดีกว่า…

  • แม่โวย…พาลูกแฝดสองคนไป ‘ดูดเสลด’ พอไปรับ เบ้าตาช้ำ เส้นเลือดในตาแตก

    แม่โวย…พาลูกแฝดสองคนไป ‘ดูดเสลด’ พอไปรับ เบ้าตาช้ำ เส้นเลือดในตาแตก

    กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่กำลังเดือดในโลกโซเชียลเลยทีเดียว เมื่อคุณแม่ท่านหนึ่งโพสต์เล่าเรื่องราวการพาลูกแฝดสองคนไปดูดเสลดเพราะป่วยเป็นโรคตติดเชื้อไวรัสลงลำคอ แต่กลายเป็นว่าพอกลับมารับหน้าตาของลูกทั้งสองคนบอบช้ำไปหมด แถมเส้นเลือดฝอยในตาก็แตกจนตากลายเป็นสีแดง เท่านั้นยังไม่พอ ทั้งคู่ยังได้รับบาดแผลในจิตใจ เวลาที่บอกว่าจะพาไปดูดเสลดเมื่อไหร่ ก็จะร้องไห้ แสดงอาการให้เห็นว่ากลัวอย่างเห็นได้ชัด     เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2018 ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Hhow Angkana ได้โพสต์เล่าเรื่องราวดังกล่าว พร้อมแคปชั่นดังนี้ “กรูควรจะทำยังไงกับอิหมอที่ดูดเสลดลูกเมิฟดี! นี่แค่ดูดเสลดนะยั่งกะโดนซ้อมกลับมา ลูกเมิฟแฝดเป็นไวรัสลงหลอดลมและกล่องเสียง มีนักกายภาพมาดูดเสลดให้ 2 คน คนแรกเป็นคนดูมีอายุดูใจดีพูดจาดี เด็กอ้วกก็คือหยุดทำก่อน คือรู้ว่าเด็กรับได้แค่ไหน ดูดเสลดให้ลูกเมิฟมา 2-3 รอบแล้ว คนที่สองเป็นสาววัยรุ่น นางคนนี้แหละที่ทำให้ลูกเมิฟหน้าตาแหกขนาดนี้ คือถ้าเด็กมันร้องหรือเกร็งมาก ก็ควรจะผ่อนหนักผ่อนเบารึป่าวคะ คุณจะจับล็อคแล้วดูดเสลด จนหมดไส้หมดพุงเลยรึไง     นี่เด็กแค่ 3 ขวบเอง ทำไมถึงโหดร้ายขนาดนี้ ตัวแม่โดนไล่ออกจากห้อง  ยิ่งอยู่เด็กจะยิ่งไม่ยอม แม่เข้าใจค่ะ เลยไปยืนหน้าห้องแทน ยืนหน้าห้องก็ไม่ได้อีก โดนไล่กลับให้ไปรอในห้องพัก คือพูดจาหมาไม่แดกด้วยคะ พอดูดคนแรกเสร็จเอาคิระมาส่ง เราก็ตกใจแล้วนะ คิระตาขวาแตกเป็นห้อเลือด เราก็ยังคิดบวกนะว่าวันนี้ลูกคงดิ้นมาก แต่ทำไมถึงร้องไห้ตาแตกขนาดนี้…

  • ใครจะคิดเล่าว่าแค่ดูคลิป…จะทำให้เด็กหนุ่มวัย 16 ปี สร้างโครงการช่วย ‘คนไร้บ้าน’ นับพัน!!

    ใครจะคิดเล่าว่าแค่ดูคลิป…จะทำให้เด็กหนุ่มวัย 16 ปี สร้างโครงการช่วย ‘คนไร้บ้าน’ นับพัน!!

    ใครจะคิดเล่าว่า…เพียงแค่การรับชมวิดีโอสร้างแรงบันดาลใจจาก TED Talk จะทำให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งจุดประกายความคิดดีๆ เพื่อช่วยเหลือเหล่าคนไร้บ้านมากมาย Kevin Barber เด็กหนุ่มวัย 16 ปี นั่งชมคลิปวิดีโอจาก TED Talk ที่เกี่ยวกับการพูดถึงองค์กรการกุศลในเมืองแอลบูเคอร์คี รัฐนิวเม็กซิโก ที่พวกเขาจ่ายเงินจ้างเหล่าคนไร้บ้านแลกกับการทำความสะอาดเมือง และนี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจในการทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และมันสามารถช่วยเหลือชีวิตของผู้คนได้นับพันคนในภายหลัง     หลังจากได้รับชมวิดีโอดังกล่าว Kevin ก็ตั้งใจที่จะทำบางสิ่งบางอย่างกับบ้านเกิดเมืองนอนของเขา ในเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย “มันดูเหมือนง่ายมากๆ และสถิติต่างๆ มันก็ไม่แน่ไม่นอนเช่นกัน” เขากล่าว เมืองซานดิเอโก บ้านเกิดของ Kevin นั้น ถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีคนไร้บ้านอาศัยอยู่มากที่สุดเป็นอันดับที่สี่ของประเทศสหรัฐอเมริกาเลยทัเดียว คุณแม่ของเขา ดอกเตอร์ Carolyn Barber ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ประจำห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ซึ่งเธอมักจะพูดคุยกับโฮมเลสอยู่เป็นประจำ และสิ่งที่ Kevin กำลังวางแผนที่จะทำเธอเองก็พร้อมที่จะสนับสนุนเต็มที่ “ฉันรู้จักกับพวกเขามากมาย ซึ่งพวกเขาไม่มีโอกาสในการใช้ชีวิตเลย” คุณแม่ Carolyn เล่า     Kevin และคุณแม่ ดอกเตอร์ Barber ติดต่อไปยังเทศบาลเมือง เสนอโครงการที่ชื่อว่า…

  • เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า 19 คำพูดของเด็ก ที่ทำให้พ่อแม่ทนไม่ไหวหลุดขำต้องมาแชร์

    เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า 19 คำพูดของเด็ก ที่ทำให้พ่อแม่ทนไม่ไหวหลุดขำต้องมาแชร์

    เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า ไม่ว่าจะกี่ยุคสมัยเรื่องราวที่เด็กพูดนั้นก็มักจะมีอะไรให้เอามาเล่ากันได้เสมอๆ ทั้งฮา ทั้งแสบสัน ทั้งตลก จนหลายๆครั้งก็ทำให้พ่อแม่ถึงกับทนไม่ไหวต้องเอามาแชร์กันอย่างในครั้งนี้ แต่ไม่ได้ทนไม่ไหวเพราะว่าโกรธนะ ก็แค่ฮามากเกินไปก็เท่านั้นเอง   งานของผู้หญิง ลูกชายวัยหกขวบของฉันบอกว่าการล้างจานมันเป็นงานของผู้หญิง ฉันก็เลยให้เขากับพ่อล้างทุกอย่างในห้องครัวซะเลย   พูดผิดไปนิดหน่อยเอง ลูกน้อยอายุ 6 ขวบ: อยากได้โสเภณี (hooker) เยอะกว่านี้ ฉัน: โสเภณี? ลูก: ใช่ฮะ ผมอยากได้มาแขวนเสื้อ ฉัน: อ๋อ “ไม้แขวนเสื้อ” จ้ะลูก (hanger)   การไปโรงเรียน ผม: ไปเรียนสนุกไหมลูก ลูก 6 ขวบ: ถ้าสนุกมันก็ไม่ใช่โรงเรียนแล้ว   ประโยชน์ของเลขในชีวิตประจำวัน ลููกวัยหกขวบของฉัน ตะโกนว่าเขาโกรธฉัน 24% อืม… การเรียนเลขมันได้ใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ   เรื่องเล่า 3 ชั่วโมงของปิกาจู ถ้าคุณมีเวลาว่างไม่รู้จะทำอะไรดีสัก 3 ชั่วโมง แนะนำให้มาหาลูกของฉัน เขาจะพล่ามเรื่องปิกาจูให้คุณฟังเอง  …

  • คุณแม่เผชิญกับคนที่เป็น “โรคชอบเด็ก” ที่กำลังล่อลวงลูกชายเธอในเกมออนไลน์

    คุณแม่เผชิญกับคนที่เป็น “โรคชอบเด็ก” ที่กำลังล่อลวงลูกชายเธอในเกมออนไลน์

    ทุกวันนี้เกมออนไลน์สามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย เด็กเล็กๆ ก็สามารถดาวน์โหลดเกมมาเล่นเองได้โดยไม่ต้องให้ผู้ใหญ่สอน และผู้ใหญ่บางคนก็คิดว่าเกมที่ลูกเล่นคนไม่มีพิษภัยอะไรมากมาย แต่มันขึ้นชื่อว่าเป็นเกมออนไลน์ ก็ต้องเจอกับผู้คนทั่วโลกเป็นธรรมดา บางครั้งเราก็ไม่อาจทราบได้ว่าคนที่เข้ามาจะมาดีหรือมาร้าย เหมือนอย่างกรณีที่คุณแม่คนนี้เจอ ถือว่าเป็นบทเรียนของเธออีกบทหนึ่งเลยก็ว่าได้ คุณแม่ไม่ประสงค์ออกนามจากเมือง Merseyside ในประเทศอังกฤษ เธอเล่าว่าเธอรู้สึกมวนท้องหลังได้ฟังคนแก่ในเกมออนไลน์ที่ชื่อว่า Fortnite: Battle Royale พูดจาไม่ค่อยดีกับลูกชายวัย 12 ปีของเธอ     โดยในเหตุการณ์นั้น ฝ่ายชายแก่พยายามที่จะพูดโน้มน้าวและยื่นข้อเสนอจะมอบเงินให้เด็กชาย เพื่อที่จะให้ทำอะไรที่ผิดกฎหมายให้ ซึ่งคุณแม่ได้บันทึกการสนทนาด้วยเสียงนั้นไว้ในมือถือเป็นที่เรียบร้อย สำนักข่าว Liverpool Echo ยังรายงานอีกว่าชายแก่คนนี้ขอให้เด็กชายส่งรูปภาพตัวเองตอนเปลือยให้เขา และพูดกับเด็กชายว่าเขาจะ “ตายอย่างช้าๆ” อีกด้วย คุณแม่ได้บอกกับนักข่าวว่าในตอนนั้นเธออยู่ในห้องถัดไปตอนที่ได้ยินเสียงอันน่าขนลุกที่ขอให้ลูกชายเธอทำอะไรต่างๆ เธอก็เลยรีบวิ่งไปที่ห้องลูกชายทันที     “ฉันวิ่งไปที่ห้องลูกชายแล้วบอกกับเขา (คนในเกม) ว่าลูกชายของเธออายุแค่ 12 ปีนะ และถามว่าที่เขาทำมันไม่น่ารังเกียจเหรอ ที่คุยกับเด็กอายุ 12 ปีแบบนี้ และเขาก็ตอบมาว่า ไม่ เขาไม่สนใจ นั่นทำให้ฉันแแทบบ้าเลยล่ะ หัวฉันร้อนไปหมดและบอกกับลูกให้ออกเกมมาซะ พร้อมกับโทรหาตำรวจ” คุณแม่เล่า     คุณแม่ยังเล่าอีกว่าลูกชายเธอไม่รู้ว่าเป็นเพื่อน(ในเกม)กับชายแก่คนนี้ตอนไหน แต่เขาก็ยังขอรูปเปลือย เธอก็เลยบันทึกการสนทนาไว้ส่งให้กับตำรวจ ทำให้ตอนนี้คุณแม่รู้สึกกังวลกับการเล่นเกมของลูกมากขึ้น เพราะเมื่อก่อนลูกชอบพูดคุยกับเพื่อนๆ…

  • คุณแม่ใจสลายหน้าโลงศพลูกชาย ที่จบชีวิตตัวเองเพราะถูกล้อเป็นไบเซ็กชวล

    คุณแม่ใจสลายหน้าโลงศพลูกชาย ที่จบชีวิตตัวเองเพราะถูกล้อเป็นไบเซ็กชวล

    ในช่วงชีวิตของเด็กวัยกำลังเติบโต ต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวมากมาย แต่การไม่เปิดใจยอมรับรวมไปถึงก้าวก่ายชีวิตของผู้อื่นด้วยวาจาและการกระทำ อาจส่งผลขั้นร้ายแรงต่อจิตใจจนนำไปสู่ความตาย… เรื่องราวของเด็กชาย Andrew Michael Leach วัย 12 ปี จากรัฐมิสซิสซิปปี ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้เลือกจบชีวิตของตนเอง จากความทุกข์ทรมานที่ถูกล้อเลียนจากรสนิยมทางเพศของเขา และผู้เป็นแม่ไม่อาจทำใจยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นได้   ภาพโลงศพของเด็กชาย Andrew Michael Leach เหยื่อของการถูกกลั่นแกล้ง สู่การจบชีวิตตนเอง   Cheryl Hudson ผู้เป็นแม่ได้ทำการโพสต์รูปภาพโลงศพของลูกชาย เพื่อให้ผู้อื่นได้รับรู้ว่าผลของการกลั่นแกล้ง ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อชีวิตผู้อื่นมากแค่ไหน… ข้อความจากจดหมายลาตายเผยให้รู้ได้ว่า Andrew เลือกที่จะจบชีวิตตัวเอง หลังจากถูกล้อเลียนในโรงเรียน Southaven Middle School ต้องเจอความทุกข์ทุกวันและต้องคอยหลบซ่อนอยู่ในห้องน้ำ จนไม่กล้าออกไปเรียน   Andrew และคุณแม่ Cheryl Hudson   ทางด้าน Matt Leach ผู้เป็นพ่อเผยว่า เพื่อนร่วมห้องได้ทำการทรมานจิตใจเขาทางวาจา เมื่อรู้ว่าลูกชายของเขาเป็นไบเซ็กชวล (รักร่วมสองเพศ) “เขาพยายามดิ้นรนค้นหาเกี่ยวกับการปรับตัวทางเพศในตัวเอง จนกระทั่งรับรู้ได้ว่าตัวเองเป็นไบเซ็กชวลจากข้อมูลในโรงเรียน ผมคิดว่านั่นคือสาเหตุที่ทำให้เกิดการถูกล้อและกลั่นแกล้ง”…

  • โตแล้วก็ยังขำได้ ชาวทวิตเตอร์ร่วมกันแชร์ ประสบการณ์เรื่องเข้าใจผิดในสมัยที่ยังเด็ก

    โตแล้วก็ยังขำได้ ชาวทวิตเตอร์ร่วมกันแชร์ ประสบการณ์เรื่องเข้าใจผิดในสมัยที่ยังเด็ก

    วัยเด็กนั้นเป็นวัยที่มีเรื่องเล่ามากมายเต็มไปหมด ด้วยความที่ตัวเราที่ยังเป็นเด็กนั้น ความคิดความอ่านยังช่างบริสุทธิ์ และยากที่จะสงสัยในสิ่งที่ผู้ใหญ่บอกเรามา ดังนั้นในตอนเด็กเราจึงมีเรื่องให้เข้าใจผิดอยู่มากมายเต็มไปหมด เรื่องราวในคราวนี้เริ่มต้นจากคำถามของผู้ใช้ทวิตเตอร์ Jennifer Wright ที่ออกมาถามชาวเน็ตว่า   อะไรคือสิ่งที่ประหลาดที่สุดที่พวกคุณเคยเข้าใจผิดในสมัยที่ยังเด็ก สำหรับฉันแล้วฉันนึกว่า Adultery (การผิดประเวณี) แปลว่า การทำตัวเป็นผู้ใหญ่   ฉันยังเคยคิดว่าตัวตลกเกิดมาก็เป็นแบบนั้นเลยด้วย ด้วยความที่ถูกสอนมาไม่ให้ล้อเล่นกับคนที่เกิดมาแตกต่างกันคนอื่น เวลามีตัวตลกเข้ามาแสดงในงานวันเกิดที่โรงเรียนอนุบาล ฉันจะมองพวกเขาด้วยความเคารพสุดๆ แบบราชีณี Victoria   หลังจากข้อความเหล่านั้น ก็มีชาวทวิตเตอร์จำนวนมากเข้ามาร่วมกันแชร์ประสบการณ์เรื่องเข้าใจผิดในสมัยที่ยังเด็กของพวกเขา ซึ่งจะตลกขนาดไหนนั้น เชิญชมกันได้ที่ข้างล่างนี้เลย   ฉันเคยคิดว่า ออรัลเซ็กส์นั้นเป็นการพูดเรื่องเซ็กซี่ดังๆ   ผมเคยคิดว่าคอทเทจชีส (คอจเทจแปลว่ากระท่อม) นั้นเหมือนกับชีสธรรมดาๆ แต่ผลิตที่กระท่อมในต่างจังหวัด   ของผมคล้ายๆ กับคนข้างบนเลย แต่ผมคิดว่าชีสกระท่อม (Cottage Cheese) มันเรียกว่าชีสมหาลัย (College Cheese) และทำโดยคนฉลาดๆ   ฉันนึกว่าคำว่า Incognito (ไม่ระบุนาม) เป็นสถานที่ชื่อ Cognito อะไรประมาณว่า ถ้ามีคนพูดว่า “I am staying…

  • เจ้าเหมียวน้อยงอแงไม่ยอมหยุด ใครก็ปลอบไม่ได้ จนหนุ่มน้อย 10 ขวบเข้ามาดูแล

    เจ้าเหมียวน้อยงอแงไม่ยอมหยุด ใครก็ปลอบไม่ได้ จนหนุ่มน้อย 10 ขวบเข้ามาดูแล

    แมวแต่ละตัวมีความชอบไม่เหมือนกัน การเอาอกเอาใจให้พวกมันพอใจได้ทุกตัวเลยไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นหากมีใครสักคนที่เจ้าเหมียวตัวไหนได้อยู่ใกล้ก็สบายใจ เขาอาจจะมีพรสวรรค์ในการดูแลเจ้าเหมียวก็ได้ Zack Gross หนุ่มน้อยวัย 10 ขวบและพี่สาวของเขา Kelli Gross เป็นพี่น้องที่มีนิสัยรักสัตว์ พวกเขาอาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา วันหนึ่งพวกเขารู้ข่าวว่าศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ MeoowzResQ มีเจ้าเหมียวน้อย Ariel ที่โดนแม้ทิ้งอยู่ที่นั่น แต่ยังไม่มีใครอาสารับดูแลมันเลย พี่น้องคู่นี้ก็เลยอาสารับมันมาไว้ที่บ้านเพราะพวกเขามีแม่แมวอยู่ด้วย     แต่ตอนที่พวกเขาไปรับแมวที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ เจ้าแมวน้อยก็ร้องงอแงเสียงดังไม่ยอมหยุดเลย ไม่ว่าใครจะปลอบยังไงมันก็ไม่หยุดร้องสักที จน Zack เข้าไปอุ้มมันไว้ในอ้อมกอดมันถึงยอมสงบลง เด็กชายค่อยๆ กอด จูบมันเบาๆ มันและกระซิบบอกมันว่า ‘แกปลอดภัยแล้ว ไม่เป็นไรหรอก’ เจ้าเหมียวก็เลยหยุดงอแงแล้วดูอุ่นใจมากขึ้น จนในที่สุดมันก็หลับไปในอ้อมกอดของเด็กชายตลอดทางกลับบ้านเลย   เจ้าเหมียวร้องเสียงดังมากตอนที่พวกเขาไปรับมันออกมา   มีแต่ Zack คนเดียวที่ปลอบให้มันสงบได้   พอสบายใจแล้วเจ้ามิ้วก็หลับไปในอ้อมกอดของเขาอย่างน่าเอ็นดู   พอถึงที่บ้านแล้ว Kelli ก็พาเจ้า Ariel ไปหาแม่แมว Twilight ที่อาศัยอยู่ในบ้านของเธอ เพื่อให้มันช่วยดูแลแมวน้อยให้ได้สัมผัสความรักจากแม่ ทว่าเจ้ามิ้วกลับขยับตัวหนีทุกครั้งที่แม่แมวพยายามจะเลียขนและกอดมัน เนื่องจากมันไม่คุ้นชินกับการดูแลของแม่แมว เพราะก่อนหน้านี้มันถูกดูแลโดยมนุษย์มาตลอดก็เลยยังปรับตัวไม่ได้  …

  • 22 ภาพชวนพิสูจน์ ‘ผู้ชายเป็นเด็กที่ไม่มีวันโต’ แม้เวลาผ่านนานแค่ไหน ก็เป็นเด็กชายวันยังค่ำ!!

    22 ภาพชวนพิสูจน์ ‘ผู้ชายเป็นเด็กที่ไม่มีวันโต’ แม้เวลาผ่านนานแค่ไหน ก็เป็นเด็กชายวันยังค่ำ!!

    ประโยคที่ว่า “ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ผู้ชายก็มีความเป็นเด็กอยู่ในตัวเสมอ” ประโยคๆ นี้อาจจะได้รับการพิสูจน์ให้เห็นว่า มันเป็นความจริงของจิตใจผู้ชาย ที่ดูภายนอกเหมือนจะแข็งแกร่ง แต่ภายในนั้นก็แฝงไปด้วยความน่ารัก น่าเอ็นดูติดตัวของเขาตลอดเวลา การเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ที่ต้องมีความรับผิดชอบกับสิ่งต่างๆ ในชีวิต ทำให้ผู้ชายทั้งหลายอาจจะหลงลืมไปว่าพวกเขาเคยมีความสุขกับสิ่งไหนในตอนที่เป็นเด็ก… แต่เมื่อมาได้รับการกระตุ้นความทรงจำอย่างของเล่นเด็ก เพื่อน การ์ตูน ความสุขในวัยเด็กเหล่านั้นก็กลับมาให้พวกเขายิ้มได้อีกครั้ง ทำให้เกิดคำที่บ่งบอกได้ว่า ‘ผู้ชายมีความเป็นเด็กอยู่ในตัวเสมอ’ และ 22 ภาพต่อไปนี้ ก็อาจจะช่วยอธิบายประโยคเหล่านี้ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ…   อย่าปล่อยให้ลูกอยู่กับพ่อ ว่างมากจนเอาขนมเรียงไว้บนหัวลูกซะเลย   ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ก็ยังตื่นเต้นกับดอกไม้ไฟเสมอ   เมื่อคุณแม่เผลอไปเดินห้างเพียงแค่แป๊บเดียว กลับมาคุณลูกก็มีสภาพนี้แล้ว   เมื่อชายคนนี้อยากจะลงไปดำน้ำกับเต่าสุดรักของเค้า   เมื่อคุณพ่ออยากจะจำลองจันทรุปราคาด้วยศีรษะของเขา   เจ้าตูบก็ให้ความร่วมมือกับเค้าด้วย หรือว่าโดนบังคับให้เล่นแปลงร่างเป็นปีศาจกันนะ   เพื่อนร่วมงานของคุณพ่อ สั่งทำหุ่นพรีเดเตอร์มาจากประเทศไทย เท่สุดๆ   ถ้าเป็นเรื่องเกม ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน ผู้ชายก็จะเล่นแบบจัดเต็มไว้ก่อน   เห็นกล่องใหญ่ๆ เป็นไม่ได้ ต้องเอาตัวเข้าไปยัดแล้วเล่นเป็นคนขับรถ   แก๊งพ่อบ้านใจกล้า มีเตารีดผ้าเป็นอาวุธ!!  …

  • 12 เรื่องที่บ่งบอกพวกเราให้รู้ว่า บางเวลาของเด็กๆ ก็มักทำอะไรฮาๆ ชวนขำเหลือเกิน…

    12 เรื่องที่บ่งบอกพวกเราให้รู้ว่า บางเวลาของเด็กๆ ก็มักทำอะไรฮาๆ ชวนขำเหลือเกิน…

    ด้วยความที่เด็กๆ นั้นมักจะพูดในสิ่งที่คิด และทำในสิ่งที่อยากทำเสมอๆ จึงไม่แปลกที่เราจะได้ยินเรื่องขำๆ จากเด็กๆ อยู่บ่อยๆ… ไม่ว่าจะกรณีที่พูดไม่ชัด การกระทำที่หาเหตุผลไม่ได้ เรื่อยเปื่อยไปยันระบบความคิด ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ และปากที่ตรงกับใจสุดๆ จนผู้ใหญ่บางคนก็รู้สึกกลัว เรื่องขำๆ ของเด็กๆ นั้นมีอยู่มากมายดังเช่น เรื่องต่อไปนี้ที่บอกพวกเราว่า เด็กๆ นั้นมักจะทำอะไรฮาๆ ชวนขำอยู่เสมอแหละ   แบบนี้เขาเรียกว่าสาริกาลิ้นทอง ลูก: แม่สวยมากเลย ฉัน: อ๋าา ลูก: แค่ตื่นมา แม่ก็สวยมากแล้ว ฉัน: หว่าาาา ลูก: ผมขอขนมเป็นข้าวกลางวันได้ไหม? ฉัน: อ่ะนั่นไง ลูกอ้อนมาแล้ว…   ก็คนมันไม่ชอบง่ะ พวกเราสอนภาษามือให้ลูกชายของเรา และนี่คือภาษามือที่แปลว่า “ช่วยด้วย”   ชีวิตแบบนกๆ Audrey (3 ขวบ): จิ๊บๆ ผม: หืม เป็นนกเหรอเรา Audrey: ใช่แล้ว ฉันเป็นแม่นก ผม: แล้วลูกนกอยู่ไหนล่ะ? Audrey:…

  • แม่พาลูกเข้านอน แต่สักพักได้ยินเสียงหัวเราะคิกคัก เข้าไปดู เป็นเจ้าเหมียวนี่เอง

    แม่พาลูกเข้านอน แต่สักพักได้ยินเสียงหัวเราะคิกคัก เข้าไปดู เป็นเจ้าเหมียวนี่เอง

    บ้านไหนที่มีลูกเล็กเด็กน้อยคงเข้าใจดีว่าการดูแลเขาให้ดีนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ผู้ใช้ Reddit ชื่อ fortheloveoftatas ซึ่งเป็นคุณแม่ก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน เธอก็เลยลงทุนติดกล้องวงจรปิดไว้ในห้องนอนของลูก เผื่อว่าเกิดอะไรขึ้นจะได้รู้ทันท่วงที วันหนึ่งหลังจากที่เธอเพิ่งพาลูกเข้าไปพักผ่อนในห้องนอน เธอก็ได้ยินเสียงหัวเราะของลูกดังขึ้นจากกล้องวงจรปิด ปกติแล้วลูกเธอไม่น่าจะหัวเราะขึ้นมาคนเดียว จึงสรุปได้ว่ามันต้องมีอะไรเกิดขึ้นในห้องนอนลูกแน่ๆ เมื่อเธอตรวจดูจากภาพวงจรปิด ก็เห็นได้ว่ามีอะไรบางอย่างนอนอยู่กับลูกของเธอบนเตียง ดูๆ แล้วอาจจะเป็นเจ้าแมวก็ได้ แต่เธอก็ยังไม่แน่ใจเลยเดินไปดูที่ห้องนอนลูกด้วยตัวเอง   ภาพจากกล้องวงจรปิด   เมื่อเธอเดินมาถึงห้องนอน ก็เจอตัวคนร้ายที่รบกวนการนอนหลับของลูกจนได้ ที่แท้ก็เป็นเจ้าเหมียวของเธอนี่เอง มันคงจะเดินตามเข้ามาหาเด็กน้อยตอนที่เธอกลับไปที่ห้องของตัวเองแล้ว แล้วมาออดอ้อนให้ทารกน้อยเล่นกับมัน   ปล่อยให้น้องนอนก่อนก็ไม่ได้ เจ้าเหมียวนี่ขี้อ้อนจริงๆ เลย   คลิปวิดีโอ    ที่มันเข้าไปหาหนูน้อยถึงในห้องเอง น่าจะเป็นเพราะเจ้าเหมียวและเด็กน้อยมีความสนิทสนมและรักใคร่กันมาก ก็ดูเจ้าเหมียวสิ นอนให้หนูน้อยลูบอย่างสบายอกสบายใจเชียว หนูน้อยพอเจอเจ้าแมวก็ยิ้มร่าไม่ยอมนอนเลย ช่างเป็นภาพที่สร้างรอยยิ้มให้กับคนที่เห็นได้ดีจริงๆ นอกจากนี้ยังมีคลิปวิดีโออีกอันหนึ่งที่คุณแม่แชร์มาพร้อมกัน เป็นคลิปวิดีโอที่หนูน้อยกำลังอยู่ในมุมของเล่นของตัวเองแล้วเจ้าเหมียวก็โดดเข้าไปหา มันแสดงให้เห็นเลยว่าหนูน้อยกับเจ้าเหมียวซี้กันมากๆ   ตอนแรกหนูน้อยก็เล่นของเล่นอยู่นี่แหละ   พอเจ้าเหมียวโดดเข้าไปหาเท่านั้น หนูน้อยก็ปล่อยมือจากของเล่นทุกชิ้น แล้วเข้าไปกอดกับแมวเหมียวทันที น่าร๊ากกก   คลิปวิดีโอ    น่าอิจฉาหนูน้อยคนนี้จังเลยที่มีเพื่อนสนิทที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกันตั้งแต่ตอนเด็กแบบนี้ คิดแล้วก็ทำให้อยากเห็นภาคต่อเลยว่าพอหนูน้อยโตมาแล้วจะรักแมวเหมียวมากขนาดไหน   เห็นน้องเล่นกับแมวแล้วก็ฟินไปกับความมุ้งมิ้ง…

  • อย่างเฟี้ยว!! ยูทูบเบอร์หนุ่มประกอบเครื่องดนตรี “เลโก้” แถมเล่นเป็นเพลงได้อีกด้วย…

    อย่างเฟี้ยว!! ยูทูบเบอร์หนุ่มประกอบเครื่องดนตรี “เลโก้” แถมเล่นเป็นเพลงได้อีกด้วย…

    ตัวต่อเลโก้ (Lego) เป็นของเล่นเสริมสร้างจินตนการและความคิดสร้างสรรค์ ไม่เพียงแต่เฉพาะเด็กๆ เท่านั้น วัยรุ่น หรือวัยผู้ใหญ่เองก็สามารถ ปลอดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง ผ่านการต่อชิ้นส่วนเลโก้ได้เช่นกัน หลายครั้งเราจะเห็นการต่อตัวต่อออกเป็นสิ่งต่างๆ เช่น คน สถาปัตยกรรมต่างๆ หรืออาจจะเป็นเมืองทั้งเมืองเลยก็ได้ แต่ครั้งนี้ ตัวต่อเลโก้ถูกนำมาต่อและประกอบเข้ากันเป็นเครื่องดนตรี แถมยังสามารถเล่นเป็นเพลงจริงๆ ได้อีกด้วย     ยูทูบเบอร์หนุ่มนามว่า Andrew Huang ผู้ซึ่งมีความสามารถทางดนตรีที่ไม่ธรรมดา ได้ผุดไอเดียเจ๋ง ประกอบกีตาร์ขึ้นมาจากตัวต่อเลโก้ แต่เท่านั้นยังไม่เพียงพอ เพราะเพลงจะสมบูรณ์ไม่ได้หากไร้เสียงกลอง เขาจึงต่อตัวต่อเลโก้ให้เป็นกลองใหญ่ กลองสแนร์ และมาราคัส จากนั้นเขาก็เล่นออกมาเป็นบทเพลงที่เขาแต่งขึ้น ซึ่งมีชื่อว่า “Lego Groove” (มีคลิปด้านล่างท้ายบทความ)   Andrew Huang   ใช้กีต้าร์ธรรมดาเป็นอุปกรณ์ตั้งต้น   ผ่าม! กลายเป็นกีต้าร์เลโก้แล้ว   ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ จะมีชิ้นส่วนเลโก้เข้ามาประกอบด้วยเสมอ แบบนี้…   แบบนี้…   และแบบนี้…   ต่อมาเขาพยายามต่อให้มันเป็นกลอง  …

  • ใครบอกตุ๊กตาบาร์บี้ตัวละไม่กี่บาท!!? มาดูบาร์บี้ที่มีขายในปัจจุบัน แต่ราคากลับ ‘แพง’ จนน่าตกใจ!!

    ใครบอกตุ๊กตาบาร์บี้ตัวละไม่กี่บาท!!? มาดูบาร์บี้ที่มีขายในปัจจุบัน แต่ราคากลับ ‘แพง’ จนน่าตกใจ!!

    ความทรงจำของหญิงสาวหลายๆ คนเกี่ยวกับของเล่นในวัยเด็กก็คงจะหนีไม่พ้นตุ๊กตา “บาร์บี้” สุดน่ารักและแสนมหัศจรรย์นี้แน่นอน เพราะตุ๊กตาบาร์บี้ทำให้เด็กสาวได้ถ่ายทอดจินตนาการและความใฝ่ฝันของตนเองลงไปในตัวบาร์บี้ ที่เปรียบเสมือนชีวิตจำลองของเด็กๆ ตุ๊กตาบาร์บี้เปิดตัวครั้งแรกอย่างเป็นทางการเมื่อปี 1959 สมัยนั้นราคาของตุ๊กตาแต่ละตัวจะอยู่ราวๆ 100 บาทหากคิดเป็นเงินไทย แต่ปัจจุบันนี้ ราคาตุ๊กตาบาร์บี้รุ่นใหม่ๆ จะอยู่ที่ราวๆ 300 บาทเป็นอย่างต่ำ ส่วนตุ๊กตาบาร์บี้รุ่นเก่าๆ มูลค่าของมันก็จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป อย่างเช่น บาร์บี้รุ่นแรกอย่าง Millicent Roberts ที่มีราคากว่า 180,000 บาท หรือ Ruby Lane ที่มีราคา 140,000 บาท เป็นต้น แต่นี่อาจจะแพงเกินไปที่จะซื้อหามาเล่นกัน วันนี้เราจึงขอเสนอ ตุ๊กตาบาร์บี้ 7 รุ่นปัจจุบันที่มีราคาแพงแบบน่าตกใจ   1. บาร์บี้ผมยาว   บาร์บี้ผมยาวเปิดตัวขึ้นในปี 1992 เธอมีผมยาวจนเกือบถึงเท้า ตุ๊กตารุ่นนี้เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุด ซึ่งมียอดขายมากกว่า 10 ล้านตัว สำหรับปัจจุบัน ราคาโดยเฉลี่ยของรุ่นผมยาวนี้ก็ก็อยู่ที่ประมาณ 1,500 บาท   2. บาร์บี้งอได้สไตล์วินเทจ…

  • คำพูดอันโหดร้ายจากเด็กๆ ใสซื่อ ที่บางครั้งก็ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของเราแหลกสลาย

    คำพูดอันโหดร้ายจากเด็กๆ ใสซื่อ ที่บางครั้งก็ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของเราแหลกสลาย

    ว่ากันว่าคนที่จะพูดความจริงเสมอนั่นคือ “เด็กเล็ก” และ “คนเมา” โดยเฉพาะเด็กเล็ก ด้วยความที่พวกเขาใสซื่อมากจนบางครั้งก็พูดตรงเป็นไม้บรรทัด ไม่ต้องไปหวังเลยว่าเด็กน้อยๆ เหล่านั้นจะรู้จักคำว่าถนอมน้ำใจ โอเค ถ้ามันเป็นการชมก็อาจจะน่าภูมิใจอยู่หรอก แต่บางครั้งมันก็ไม่ใช่คำชมนี่สิ โดยเฉพาะสิ่งที่ผู้คนต่อไปนี้ต้องพบเจอ ฟังไปแล้วก็น้ำตาแทบไหล   Berlyn พูดกับคุณพ่อ “พ่อจ๋า ผมคุณพ่อมันงอกผิดด้านอ่ะ มันงอกเข้าไปในหัวพ่อแทนที่จะงอกออกมาเฉยเลย” เจ็บนะเนี่ย   น้ำนี้ห่วยมาก   เด็กสี่ขวบบอกฉันว่า “คุณเป็นคนที่สวยที่สุดที่ผมเคยเห็น…แค่ในวันนี้นะ”   ถึงคุณ Mcmahon คุณเป็นครูที่ดี แต่ไม่ใช่ครูที่ฉันชอบที่สุด   พ่อ พวกเราไม่ได้หัวเราะกับพ่อหรอกนะ พวกเราหัวเราะใส่พ่ออยู่ต่างหาก   ก็เด็กเขาไม่รู้ ญาติตัวน้อย: ไม่ใช่ว่าคุณเพิ่งจะมีลูกไปเหรอ ฉัน: ใช่แล้ว ญาติตัวน้อย: งั้นทำไมคุณยังท้องโตอยู่ล่ะ ฉัน: ….(ปล่อยให้ฉันอ้วนอย่างสงบเถอะ)   ฉันล่ะชอบงานพี่เลี้ยงจริงๆ เด็ก: คุณแต่งหน้าไหม ฉัน: ฉันไม่ได้แต่ง ทำไมเหรอ เด็ก: คุณควรจะแต่งหน้านะ   เด็ก 4…

  • ผู้เชี่ยวชาญออกเตือน ‘เด็กๆ จับปากกาเขียนผิดวิธี’ จะส่งผลเสียต่อความแม่นยำในการเขียน…

    ผู้เชี่ยวชาญออกเตือน ‘เด็กๆ จับปากกาเขียนผิดวิธี’ จะส่งผลเสียต่อความแม่นยำในการเขียน…

    การจับปากกาหรือดินสอนั้นดูเหมือนจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แต่ถ้าหากมองลงไปลึกๆ แล้ว จะพบว่าเด็กในยุคปัจจุบันที่เติบโตท่ามกลางอุปกรณ์ทัชสกรีน และใช้เวลาส่วนมากไปกับสิ่งเหล่านี้ จะไม่มีความสามารถในการเขียนหนังสือได้ดีเท่าที่ควร จากรายงานล่าสุดของ NHS Trust ได้กล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ ชาวอังกฤษ ที่ไม่สามารถจับปากกาหรือดินสอ เขียนได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนกับเด็กๆ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา     “เด็กๆ ส่วนมากไม่มีความแข็งแรงและความแม่นยำของมือ เมื่อเทียบกับเด็กๆ ในช่วง 10 ปีที่แล้ว” Sally Payne กุมารเวชศาสตร์บำบัดผู้เป็นหัวหน้าทีมวิจัยกล่าว “จะเห็นได้ชัดว่าจำนวนของเด็กที่ไม่สามารถจับดินสอเขียนได้อย่างมั่นคง มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะพวกเขาไม่มีทักษะการเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐานเลย” เธอกล่าวเสริม   ลักษณะการจับเครื่องเขียนที่ถูกต้องแบบ Dynamic Tripod นิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง ประสานร่วมกัน สามารถเคลื่อนไหวสะบัดได้เล็กน้อยตามต้องการ   ทักษะการเขียนนั้นจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อมือ ซึ่งแตกต่างจากการปัดหรือการแตะหน้าจอ ที่ถูกใช้งานในการอ่านและเขียนข้อความบนโลกออนไลน์ในปัจจุบัน เมื่อการเขียนถูกนำมาใช้บนแผ่นกระดาษ การจับดินสอหรือปากกาที่ถูกต้องนั้นกลายเป็นเรื่องโบราณไปในทันที และตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว การจับเครื่องเขียนที่ถูกต้องนั้นก็มีมากกว่า 1 วิธี     อ้างอิงจากงานวิจัยในปี 1996 ทำการสรุปผลการศึกษาอีกหลายชิ้นในช่วงยุค…

  • Thabata Hissnauer สาวน้อยอายุแค่ 12 ขวบ แต่หน้ากับหุ่นนี่เป๊ะปังอย่างกับนางแบบ

    Thabata Hissnauer สาวน้อยอายุแค่ 12 ขวบ แต่หน้ากับหุ่นนี่เป๊ะปังอย่างกับนางแบบ

    ว่ากันว่าเด็กสมัยนี้ช่างโตไวกันเหลือเกิน จากเด็กน้อยที่เราเห็นไม่กี่ปีก่อน เจออีกทีก็เป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะปัจจัยสิ่งแวดล้อมรอบตัวต่างๆ ที่ทำให้เด็กสมัยนี้เข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเร็ว (นี่ฉันกำลังบ่นเหมือนคนแก่อยู่หรือนี่) เด็กวัยรุ่นโตเร็วที่เราเห็นได้แบบชัดๆ เลยก็เป็นเหล่าวัยรุ่นต่างประเทศ ที่อายุ 10 ต้นๆ ก็เริ่มมีเค้าความสวย ความเซ็กซี่ หรือความหล่อจนทำให้ป้าๆ ลุงๆ แถวนี้ใจคอไม่ค่อยดี ช่วงนี้มีการแห่แชร์รูปภาพของสาวน้อยคนหนึ่งที่ชื่อว่า Thabata Hissnauer สาวน้อยชาวบราซิลอายุเพียงแค่ 12 ปี ที่มาเผยความสวย เซ็กซี่ อีกทั้งยังอวดหุ่นเป๊ะ ราวกับนางแบบของเธอให้ได้รับชมกันผ่านทางอินสตาแกรม tha_hissnauer จนกลายเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์   นางเงือกน้อย ใสๆ น่ารักสมวัย   เผยความเซ็กซี่เล็กๆ ในแบบของสาวน้อย .   รอยยิ้มของเธอช่างสดใสเหลือเกิน   เมคอัพเล็กๆ ทำให้เธอดูโตขึ้น   นี่อายุแค่ 12 ปียังหุ่นเป๊ะขนาดนี้ มาเป็นสัดส่วนเลย   สาวบราซิลนี่สวยอันดับต้นๆ ของโลกเลยนะ   กราบ ยอมหุ่นทั้งสองคน เคยกินหมูกระทะไหม อร่อยนะ   เซ็กซี่สุดๆ ไปเลย (ก้มดูของตัวเองแล้วคิดว่าเมื่อไหร่จะโตนะ)  …

  • สื่อญี่ปุ่นรายงาน ‘โนบุฮิโระ’ ผู้วาดซามูไรพเนจร ถูกสั่งปรับ 60,000 บาท ฐานครองสื่อลามกเด็ก

    สื่อญี่ปุ่นรายงาน ‘โนบุฮิโระ’ ผู้วาดซามูไรพเนจร ถูกสั่งปรับ 60,000 บาท ฐานครองสื่อลามกเด็ก

    เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2017 ทางสื่อญี่ปุ่นได้รายงานว่า โนบุฮิโระ วาสึกิ อาจารย์ผู้วาดการ์ตูน ‘ซามูไรพเนจร’ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกรุงโตเกียวเข้าจับกุมตัว เนื่องจากครอบครองภาพยนตร์เนื้อหาลามกเกี่ยวกับเด็ก (อ่านข่าวเก่าได้ที่นี่) ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2018 ตามเวลาท้องถิ่น สื่อประเทศญี่ปุ่น Nikkan Sports ได้รายงานว่าอาจารย์โนบุฮิโระ ในวัย 47 ปี ถูกสั่งปรับเป็นเงินจำนวน 200,000 เยน (ประมาณ 60,000 บาท) ในข้อหาละเมิดกฎหมายสื่อลามกเด็กในประเทศ   อาจารย์ โนบุฮิโระ วาสึกิ ผู้วาดการ์ตูน ‘ซามูไรพเนจร’   สำหรับประเทศญี่ปุ่นนั้น การครอบครองสื่อลามกเกี่ยวกับเด็กมีโทษสูงสุดคือจำคุก 1 ปี หรือถูกสั่งปรับเป็นเงินจำนวน 1,000,000 เยน อันเป็นข้อกฎหมายที่ถูกบัญญัติขึ้นครั้งล่าสุดในปี 2014     หลักฐานในการเข้าจับกุมนั้น ถูกพบอยู่ภายในบ้านและออฟฟิศที่ทำงานของอาจารย์โนบุฮิระ เป็นแผ่นดีวีดีจำนวนหนึ่ง โดยมีภาพของเด็กหญิงขึ้นปก และคาดว่าน่าจะมีอายุต่ำกว่า 15 ปี นอกเหนือจากนี้ ตามรายงานยังกล่าวอีกว่าอาจารย์โนบุฮิระได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังถูกจับกุมว่า…

  • ผู้นำตุรกี หอมแก้มปลอบเด็กหญิงชุดทหารที่กำลังร้องไห้ และพูดให้เด็กพร้อมรบในซีเรีย…

    ผู้นำตุรกี หอมแก้มปลอบเด็กหญิงชุดทหารที่กำลังร้องไห้ และพูดให้เด็กพร้อมรบในซีเรีย…

    เมื่อวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2018 ระหว่างการขึ้นปราศรัยของนาย Recep Tayyip Erdogan ได้มีภาพวิดีโอที่ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก… หลังจากที่ผู้นำของตรุกีได้เข้าปลอบประโลมเด็กหญิงรายหนึ่งในชุดทหาร พร้อมกับบอกว่าเธอจะได้รับเกียรติอย่างมากถ้าหากเสียสละชีวิตในสงคราม   นาย Recep Tayyip Erdogan และเด็กหญิงในชุดของกองกำลังพิเศษตุรกี   จากรายงานเผยว่าสาวน้อยรายดังกล่าวคือ Amine Tiras อายุ 5 ขวบ เธอถูกประธานาธิบดีเรียกตัวขึ้นไปบนเวทีพร้อมกับหอมแก้มทั้งสองข้างของเธอและพูดว่า… “เธอเห็นอะไรบ้างสาวน้อย เธอมาทำอะไรที่นี่หรือ ตอนนี้เธอกำลังสวมหมวกเบเรต์สีแดงเลือดหมูอยู่ และผู้ที่สวมหมวกใบนี้ไม่เคยร้องไห้นะ”     “เธอมีธงชาติติดอยู่ที่กระเป๋าเสื้อ ถ้าหากเธอเสียชีวิตในสนามรบ เราจะคลุมร่างของเธอด้วยธงชาติ” คำกล่าวของประธานาธิบดีแห่งตุรกี ในระหว่างการถ่ายทอดสดของโทรทัศน์ของพรรค AK และสุดท้ายนาย Erdogan ก็ได้ถามเด็กหญิงวัย 5 ขวบว่าเธอพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อชาติใช่หรือไม่ ก่อนที่สาวน้อยจะพยักพร้อมกับตอบว่า “ใช่”      การกระทำดังกล่าวได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายตรงข้ามรวมถึงชาวเน็ตที่รับชมการถ่ายทอดสดอย่างมาก บางคนรู้สึกเสียใจอย่างมาก ที่ได้เห็นภาพดังกล่าวออกมาจากการกระทำของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำประเทศ พร้อมกับบอกว่าเขาทำผิดอย่างรุนแรงที่กล่าววาจาว่าพระเจ้าจะยินดีกับการตายของเด็ก… ตุรกีได้ทำการส่งทหารเข้าร่วมปราบกองกำลังชาวเคิร์ดในภูมิภาค Afrin ของซีเรียตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2018 ที่ผ่านมา และนาย Erdogan ก็ได้กล่าวว่าจะทำการย้ายทหารไปยังภูมิภาค Manbij ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายๆ คนคาดว่าการย้ายกองกำลังในครั้งนี้จะทำให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้นกว่าเดิม     ที่มา buzzfeed, dailymail

  • ภาพสุดสะเทือนใจ เหล่าเด็กๆ ที่ตกเป็นเหยื่อถูกแก๊สพิษเล่นงาน หลังกองถูกกองกำลัง Assad บุกโจมตี

    ภาพสุดสะเทือนใจ เหล่าเด็กๆ ที่ตกเป็นเหยื่อถูกแก๊สพิษเล่นงาน หลังกองถูกกองกำลัง Assad บุกโจมตี

    [บทความนี้อาจมีภาพหรือเนื้อหาที่มีความรุนแรงโปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม] เหตุการณ์ความรุนแรงในประเทศซีเรียนั้น ดูเหมือนว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง โดยในสถาณการณ์ล่าสุดนี้ ได้มีการโจมตีด้วยแก๊สพิษในตำบล al-Shifuniyah ที่เชื่อกันว่าเป็นพื้นที่กบดานของกลุ่มกบฎ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมือง Ghouta ในเบื้องต้นนั้นเชื่อว่านี่เป็นหนึ่งในผลงานการจู่โจมจากรัฐบาลซีเรีย   ภาพที่น่าสยดสยองที่เกิดขึ้น จะเห็นว่าเป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจำนวนมากนั้นเป็นเพียงเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ   ทางทีมแพทย์ในพื้นที่นั้นกล่าวว่า มีเด็กที่ได้รับพิษถึงตายในการโจมตีด้วยแก๊สครั้งนี้เป็นจำนวนมาก ทำให้สมาคมแพทย์อเมริกันแห่งซีเรีย ซึ่งทำการสนับสนุนโรงพยาบาลในพื้นที่ปิดล้อม ได้ออกมาทำการโพสต์ภาพของเด็กตัวเล็กๆ ที่ใช้เครื่องช่วยหายใจบน Twitter เพื่อแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงจากความขัดแย้งในครั้งนี้ “เราสามารถยืนยันตัวผู้ป่วย 16 คน หนึ่งในนั้นเป็นเด็ก 6 คน และผู้หญิง 4 คน พวกเขามีอาการที่แสดงให้เห็นถึงการสัมผัสกับสารเคมี และกำลังเข้ารับการรักษา” สมาคมแพทย์อเมริกันกล่าว     เรื่องราวเหล่านั้นทำให้เลขาธิการสหประชาชาตินาย Antonio Guterres ต้องออกมากล่าวว่า “ถึงเวลาแล้วที่จะหยุดยั้งนรกบนดินแห่งนี้” และมีการเรียกร้องให้มีการใช้แผนหยุดยิง 30 วัน และเมื่อไม่นานมานี้เอง คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติก็ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ ในการเห็นชอบให้มีการใช้แผนหยุดยิง 30 วัน ในทั่วทั้งประเทศซีเรีย     รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซีย Sergei Shoigu กล่าวว่าประธานาธิบดี Vladimir Putin ได้สั่งให้มีการหยุดการโจมตีเพื่อทำการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมในพื้นที่กบฏ…

  • เด็กน้อยเล่นพิเรนทร์ฉี่รดในลิฟต์ ก่อนกรรมตามสนอง ไฟช็อต ลิฟต์ค้าง ออกไม่ได้…

    เด็กน้อยเล่นพิเรนทร์ฉี่รดในลิฟต์ ก่อนกรรมตามสนอง ไฟช็อต ลิฟต์ค้าง ออกไม่ได้…

    ช่วงเวลาของการขึ้นลิฟต์อาจมาพร้อมกับอาการปวดฉี่ที่เข้าจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว จนบางครั้งเราอาจเกิดความคิดว่า “หรือจะฉี่ในลิฟต์ไปเลยดีหว่า?” แต่เหตุการณ์นี้จะเป็นสิ่งที่บอกทุกคนว่าคุณไม่ควรทำอย่างนั้น นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลิฟต์แห่งหนึ่ง ตอนกลางคืนของวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2018 ในเทศบาลนครฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน กล้องวงจรปิดภายในลิฟต์ดังกล่าวสามารถจับภาพของเด็กหนุ่มไม่ทราบชื่อยืนฉี่ใส่ปุ่มกดภายในลิฟต์ด้วยท่าทางสบายใจและดูสนุกสนาน ก่อนที่จะสะบัดให้แห้งแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น   ภาพจากกล้องวงจรปิดทำให้เห็นว่ามีเด็กคนหนึ่งยืนฉี่ใส่ปุ่มกดภายในลิฟต์   แต่แล้วก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เพราะลิฟต์ไม่ยอมเปิดออกในตอนถึงชั้นที่เขาจะลง ปุ่มกดภายในลิฟต์เรืองแสงสลับไปมาราวกับเครื่องจักรที่กำลังรวน เด็กหนุ่มพยายามกดปุ่มให้ประตูลิฟต์เปิดออกแต่ก็ไม่เป็นผล แล้วจู่ๆ ไฟในลิฟต์ก็ดันมากระพริบแบบถี่ๆ จนกระทั่งดับไปในที่สุด ชัดเลยว่าเด็กคนนี้ดันทำพลาดจนตัวเองต้องติดอยู่ในลิฟต์ไปเสียแล้ว ไม่มีการรายงานว่าเขาติดอยู่ในนั้นนานเท่าไหร่ แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็สามารถช่วยเขาออกมาได้อย่างปลอดภัย โดยที่น่าจะแอบเหม็นกลิ่นฉี่หน่อยๆ นะ   คลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนที่เด็กคนนี้ยืนฉี่และผลที่ตามมา   นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ย้อนกลับไปปี 2015 มีวัยรุ่นคนหนึ่งในเมืองฉางชา ฉี่ใส่ลิฟต์จนทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ลิฟต์ใช้การไม่ได้ไปนาน 2 วันเลยทีเดียว เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คราวหน้าคราวหลังเวลาปวดฉี่อย่าขึ้นลิฟต์ ให้ขึ้นบันไดแทน ตอนฉี่ระหว่างทางจะได้ไม่เกิดอาการไฟฟ้าลัดวงจรแล้วต้องมาติดอยู่ในลิฟต์เหมือนเด็กคนนี้   ที่มา: medium

  • The Untouchables ผลงานศิลปะที่สื่อให้เห็นถึงสิ่งที่เด็กๆ จากทั่วโลกตกเป็นผู้ถูกกระทำ

    The Untouchables ผลงานศิลปะที่สื่อให้เห็นถึงสิ่งที่เด็กๆ จากทั่วโลกตกเป็นผู้ถูกกระทำ

    รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเหล่าเด็กๆ นั้นเปรียบเหมือนกับสิ่งที่ช่วยให้โลกใบนี้ดูมีสดใสมากขึ้น แต่ในบางครั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเหล่านั้นกลับหายไปเพราะน้ำมือของผู้ใหญ่แบบเรา ภาพผลงานของคุณ Erik Ravelo ศิลปินชาวคิวบาผู้นี้ก็คงจะเป็นอีกหนึ่งเสียงที่กำลังจะบอกพวกเราว่า เด็กๆ จากทั่วทุกมุมโลกนั้นกำลังเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่น่ากลัวไม่น้อยเลยทีเดียว “มีบางคนเขียนถึงงานของผม และในขณะที่บางคนถึงขั้นขู่ผมเลยทีเดียว ในตอนแรกผมเริ่มต้นโปรเจกต์ด้วยความสนุก แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สามารถควบคุมได้” ช่างภาพชาวคิวบาให้สัมภาษณ์   ภาพของเด็กและมือปืน ที่สื่อถึงกฎหมายอาวุธปืนและการกราดยิงในสหรัฐอเมริกา   ผลงานภาพถ่ายชุดนี้ใช้ชื่อว่า Los Intocables หรือแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า The Untouchables ซึ่งได้นำภาพของเด็กๆ มาติดไว้กับตัวของผู้ใหญ่ซึ่งเปรียบเหมือนกับปัญหาที่เกิดในสถานที่ต่างๆ รอบโลก ไม่ว่าจะเป็นการล่วงละเมิดทางเพศ สงคราม การค้ามนุษย์ อาวุธนิวเคลียร์ หรือแม้แต่อาหารฟาสต์ฟู้ดเองก็ตาม น่าเสียดายที่ผลงานของช่างภาพชาวคิวบาผู้นี้ต้องเซ็นเซอร์หน้าของเด็กๆ ซึ่งทำให้ตัวเขาเองไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ พร้อมกับบอกว่าผลงานของเขามันคือการสื่อสารกับผู้คน   ภาพที่สื่อให้เห็นถึงการล่วงละเมิดทางเพศเด็กในวาติกัน   ภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงการค้าอวัยวะเด็ก ในประเทศโลกที่ 3   การล่วงละเมิดทางเพศเด็กของนักท่องเที่ยวในประเทศไทย   เด็กๆ กับสงครามในประเทศซีเรีย   พลังงานนิวเคลียร์และเด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบในประเทศญี่ปุ่น   ภาวะโรคอ้วนในเด็ก จากอาหารฟาสต์ฟู้ด   ผลงานดังกล่าวได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก มีผู้กดไลก์มากถึง 18,000 ครั้งหลังจากที่เผยแพร่เพียงไม่กี่วัน แต่น่าเสียดายที่ผลงานของคุณ Erik กลับถูกทางเฟซบุ๊กแบนหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน “ผมรู้สึกตกใจมากหลังจากที่รู้ว่าผลงานโดนแบน ตอนนี้ผมยังไม่ได้คิดที่จะเรียกร้องอะไร…

  • คุณตำหนวดกลายเป็นฮีโร่ หลังใช้มือเปล่ารับเด็กที่ตกลงมาจากตึก แถมไม่เป็นอะไร

    คุณตำหนวดกลายเป็นฮีโร่ หลังใช้มือเปล่ารับเด็กที่ตกลงมาจากตึก แถมไม่เป็นอะไร

    ภาพอันน่าหวาดเสียวนี้เกิดขึ้นที่เมือง Assiut ประเทศอียิปต์ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2018 หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยชีวิตเด็กชายวัย 5 ขวบที่หล่นลงมาจากระเบียงชั้นสามของตึกเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นผู้คนที่กำลังมุงดูเด็กชายตัวน้อยที่กำลังทรงตัวอยู่บนตึก และขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 ก็กำลังวิ่งวุ่นเพื่อหาวิธีที่ดีที่สุดเพื่อช่วยเจ้าหนูน้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำพรมผืนหนึ่งมารอรับเด็กชายที่กำลังร่วงลงมา โชคร้ายที่พรมผืนดังกล่าวกลับใช้ไม่ได้ผล แต่เจ้าหน้าที่นายหนึ่งสามารถใช้แขนของเขาคว้าร่างของเจ้าหนูในระหว่างที่เขากำลังร่วงลงมาได้สำเร็จ     และนี่คือวินาทีที่เจ้าหนูกำลังร่วงลงมา    วินาทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถคว้าร่างของเด็กน้อยไว้ได้ทันก่อนที่เขาจะร่วงลงพื้น   อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเปิดเผยถึงสาเหตุการกระโดดจากระเบียงชั้นสามของหนูน้อยรายนี้ แต่จากรายงานระบุว่าหลังจากที่ผ่านเหตุการณ์อันน่าสะเทือนขวัญมาได้ หนูน้อยรายดังกล่าวไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด และต้องขอบคุณความกล้าหาญของคุณตำรวจที่สามารถช่วยชีวิตของเขาไว้ได้ทัน ก่อนที่จะนำตัวเด็กน้อยส่งโรงพยาบาลต่อไป วีรกรรมของเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ได้รับการยกย่องจากผู้ว่าราชการจังหวัด นาย Yasser El-Desouky พร้อมกับได้รับเงินตอบแทนสำหรับการช่วยชีวิตเด็กชายคนดังกล่าวอีกด้วย     นับว่าเป็นโชคดีของเจ้าหนูน้อยรายนี้จริงๆ เลยนะเนี่ย ที่ได้คุณตำรวจช่วยเอาไว้ได้ทัน   ที่มา dailymail

  • แบรนด์อังกฤษ เลือกผู้ป่วยเด็กร่วมถ่ายโฆษณาเสื้อผ้า เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเท่าเทียม

    แบรนด์อังกฤษ เลือกผู้ป่วยเด็กร่วมถ่ายโฆษณาเสื้อผ้า เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเท่าเทียม

    “ป้ายกำกับมีไว้ใช้สำหรับสินค้าเท่านั้น ไม่ได้ใช้กับผู้คน” ข้อความจากบริษัท River Island แบรนด์เสื้อผ้าจากเมืองผู้ดีที่กล่าวถึงเคมเปญล่าสุดที่ให้โอกาสเด็กน้อยทั้ง 6 ที่มีอาการป่วยในการร่วมโฆษณาเสื้อผ้าเด็กของพวกเขาในโครงการ Labels Are For Clothes Cora Bishop สาวน้อยวัย 6 ขวบผู้ป่วยด้วยอาการดาวน์ซินโดรม เป็นหนึ่งในเด็กน้อยที่ได้ร่วมโครงการนี้ คุณ Sheryl Bishop แม่ของเด็กน้อยให้สัมภาษณ์ว่าลูกสาวของเธอมีความสุขมากที่ได้เข้าร่วมแคมเปญ     “Cora เป็นเด็กที่น่ารักมาก สิ่งที่เธอเป็นทำให้คนอื่นๆ สนใจและสร้างเสียงหัวเราะให้กับพวกเขา พวกเขาให้เธอร่วมถ่ายโฆษณานั้น และเธอก็แค่ออกไปเล่นสนุกเหมือนปรกติ โดยที่พวกเขาไม่ได้กำหนดให้เธอทำอะไรเลย ฉันรู้สึกภูมิใจในทีมงานอย่างมากที่ช่วยให้ลูกสาวของฉันมีความเชื่อว่าเธอสามารถประสบความสำเร็จในสิ่งที่เธออยากทำได้” คุณ Sheryl แม่ของเด็กน้อยวัย 6 ขวบให้สัมภาษณ์   Cora Bishop สาวน้อยวัย 6 ขวบ หนึ่งในผู้ร่วมโครงการของแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังจากอังกฤษ   สาวน้อย Cora ชื่นชอบการเป็นนางแบบเด็กของเธอมาก เด็กหญิงวัย 6 ขวบได้รับการคัดเลือกจากแบรนด์ หลังจากที่ทาง Zebedee Management บริษัทที่ทำงานร่วมกับผู้ป่วยได้แนะนำเธอให้กับพวกเขา นอกจากสาวน้อยแล้ว Gabriel Sohota เด็กชายวัย 4 ขวบที่มีอาการป่วยเช่นเดียวกับ Cora เองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมโครงการนี้ด้วยเช่นกัน และก็เหมือนกับเด็กทั่วๆ ไป Gabriel เองก็มีความสุขและเขาเองแทบไม่หยุดโพสต์ท่าเลยทีเดียว ในขณะที่ได้เป็นนายแบบตัวน้อยให้กับ River Island   Gabriel…

  • คุณแม่ถามลูกชาย เหตุใดถึงต้องเป็น ‘แนวหน้ากันกราดยิง’ คำตอบก็คือ ‘ยังดีกว่าให้ทุกคนโดนยิง’

    คุณแม่ถามลูกชาย เหตุใดถึงต้องเป็น ‘แนวหน้ากันกราดยิง’ คำตอบก็คือ ‘ยังดีกว่าให้ทุกคนโดนยิง’

    หลังจากที่เกิดเหตุกราดยิงในเมือง Parkland รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา พ่อแม่จำนวนมากได้ทำการพูดคุยกับลูกถึงวิธีการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หากว่าจะมีเหตุการณ์กราดยิงเกิดขึ้นอีกครั้งในสักวัน Tanai Bernard คุณครูจากเท็กซัสก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอพูดคุยกับ Dezmond ลูกชายวัย 10 ขวบของเธอ เกี่ยวกับการเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันในโรงเรียนที่เขาเรียนอยู่ เธอต้องการให้ลูกชายของเธอตอบคำถามเพื่อให้รู้ว่า ลูกชายของเธอซ้อมรับมืออย่างอย่างจริงจังไม่ใช่ทำเล่นๆ และการพูดคุยในครั้งนี้ก็เป็นไปอย่างจริงจังตามที่เธอหวัง อย่างไรก็ตามคำตอบของลูกชายเธอนั้น กลับผิดคาดจากที่เธอคิด จนเธอต้องโพสต์บทสนทนาในช่วงนั้นลงไปในเฟซบุ๊ก โดยโพสต์ของเธอนั้นได้รับการกดไลก์กว่า 310,000 ครั้ง และแชร์อีกกว่า 150,000 ครั้ง   Dezmond เด็กป. 5 เจ้าของบทสนทนา   โพสต์ของคุณแม่   “ฉันกับลูกชายคุยกันตอนกำลังเดินไปโรงเรียนเมื่อเช้านี้ ในฐานะของคนเป็นครู ฉันอยากรู้ว่าลูกชายของฉันกับเพื่อนๆ เข้ารับการฝึกซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉินของโรงเรียนอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ไปพูดคุยกันเล่นๆ “     “ฉัน: ลูกๆ ได้เข้าฝึกการเตรียมรับสถานการณ์อันตรายไหม? Dezmond: แม่หมายถึงการฝึกรับมือเหตุการณ์กราดยิงใช่ไหม? ฉัน: ใช่ Dezmond: อืม พวกเราเข้าฝึกแล้ว”     “ฉัน: โอเค งั้นบอกมา ว่าต้องทำอะไรบ้าง…

  • การส่งเด็กวัย 13 ไปทดลองซื้อปืนในอเมริกา เผยให้เห็นว่าปืนนั้นซื้อง่ายกว่าเหล้าและบุหรี่เสียอีก!?

    การส่งเด็กวัย 13 ไปทดลองซื้อปืนในอเมริกา เผยให้เห็นว่าปืนนั้นซื้อง่ายกว่าเหล้าและบุหรี่เสียอีก!?

    เชื่อหรือไม่ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นอาวุธปืนกลายเป็นของที่หาซื้อได้ง่ายแสนง่าย ยิ่งกว่าเหล้า บุหรี่ หรือหวยขูดเสียอีก หลายคนอาจรู้สึกว่าไม่จริง หรือเป็นไปไม่ได้ แต่คำตอบคือมันคือเรื่องจริง ดูได้จากการทดลองเชิงสังคมที่เรานำมาให้ชมในวันนี้     การทดลองดังกล่าวถูกเผยแพร่ลงบนเฟซบุ๊กของ Jason Simpson วัย 13 ปี ในคลิปวิดีโอจะเป็นการทดลองให้นักแสดงหนุ่มน้อยอายุ 13 ปีชื่อว่า Jack จากเวอร์จิเนีย เข้าไปขอซื้อสิ่งของต่างๆ เช่น เบียร์ บุหรี่ นิตยสารโป๊ หวยขูด และสุดท้ายก็คือปืนนั่นเอง Jack จะถูกบอกให้เดินทางไปยังร้านขายของต่างๆ รอบเมือง ซึ่งแม่ของเขาต้องมาเป็นคนขับรถพาไปส่ง เนื่องจากเขายังไม่ถึงวัยที่ได้รับอนุญาตให้ขับรถได้     สถานที่แรกที่เขาต้องแวะเข้าไปก็คือร้านสะดวกซื้อ Jack ต้องเข้าไปขอซื้อ “เบียร์” กับพนักงาน แน่นอนว่าพนักงานปฏิเสธที่จะขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็กที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์อย่างแน่นอน “ไม่ ขายให้ไม่ได้แน่นอน เขาดูเหมือนเด็กอายุ 12 ปีด้วยซ้ำ” พนักงานคิดเงินกล่าว   .   ร้านขายของถัดไป Jack จะต้องเข้าไปขอซื้อ “บุหรี่” และผลลัพธ์ก็ออกมาเช่นเคย พนักงานขายบอกว่าไม่สามารถขายบุหรี่ให้…

  • ไอซ์แลนด์อาจกลายเป็นประเทศแรกในยุโรปที่สั่งห้ามไม่ให้ทำการ ‘ขลิบอวัยวะเพศชาย’

    ไอซ์แลนด์อาจกลายเป็นประเทศแรกในยุโรปที่สั่งห้ามไม่ให้ทำการ ‘ขลิบอวัยวะเพศชาย’

    การขลิบอวัยวะเพศชาย คือหนึ่งในวัฒนธรรมของชาวอิสลาม ชาวยิว และอีกหลายชนชาติเชื่อว่าเป็นการรักษาความสะอาดของอวัยวะเพศ แต่สำหรับประเทศไอซ์แลนด์นั้น คนส่วนมากไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับเรื่องนี้ซักเท่าไหร่ จึงทำให้เกิดร่างกฎหมายที่เป็นข้อพิพาทกันของคนจากสองฝ่าย ประเทศไอซ์แลนด์อาจจะกลายเป็นประเทศแรกในทวีปยุโรปที่จะสั่งห้ามไม่ให้มีการขลิบ เพราะตอนนี้ได้มีการยื่นร่างกฎหมายใหม่ที่บอกว่า หากใครที่ทำการขลิบโดยไม่ใช่วัตถุประสงค์ทางการแพทย์จะต้องถูกจำคุก 6 ปี     ร่างกฎหมายดังกล่าวเกิดขึ้นมาเพราะพวกเขามองว่า การขลิบอวัยวะเพศชายก็ไม่ต่างกับการขลิบอวัยวะเพศหญิง (FGM) ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในหลายๆ ประเทศของยุโรป รวมถึงไอซ์แลนด์ที่แบนสิ่งนี้มาตั้งแต่ปี 2005 สิ่งนี้ได้รับความสนใจและแรงสนับสนุนจากหลายๆ ฝ่าย มีการพูดถึงว่าการขลิบคือการละเมิดสิทธิของเด็ก ซึ่งสอดคล้องกับบทบัญญัติข้อที่ 12 ของสหประชาชาติ (UN) อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของเด็กที่จะมีผลต่อการใช้ชีวิต อีกทั้งยังมีการพูดถึงเรื่องสุขภาพเอาไว้จากผู้ที่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายนี้ว่า “การขลิบอวัยวะเพศชายมักจะทำขึ้นที่บ้าน ซึ่งมันไม่ได้ปลอดเชื้อโรค และไม่ได้ทำโดยหมอแต่เป็นฝีมือของผู้นำศาสนา จึงมีความเสี่ยงอย่างมากที่เด็กอาจจะติดเชื้อหลายๆ อย่าง จนอาจเสียชีวิตได้เลย” ในโลกโซเชียลก็มีหลายๆ คนที่รู้สึกเห็นด้วยกับเรื่องนี้   “สิทธิของเด็กควรอยู่เหนือเสรีภาพทางศาสนาเสมอ”   “ผมคิดว่าก่อนหน้านี้มีสิทธิมนุษยชนบางอย่างที่อยู่เหนือสิทธิทางด้านศาสนา ความเป็นมนุษย์คือสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับแรก การคงอยู่ของศาสนาสำหรับคนที่นับถือศาสนาใดศาสนาหนึ่งคือสิ่งที่ตามมาเป็นอันดับสอง”   “ผมเห็นด้วยกับเรื่องนี้จริงๆ ถ้าคุณเลือกจะทำสิ่งนี้ตอนที่โตแล้ว คุณก็ไปทำเถอะ แต่ไม่ใช่การมาตัดมันออกไปโดยไม่ได้เกิดจากความยินยอม”   อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งชาวมุสลิมและชาวยิวรู้สึกว่านี่อาจเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงการต่อต้านพวกเขา ทำให้ชีวิตของพวกเขาที่อาศัยอยู่ในไอซ์แลนด์ต้องเปลี่ยนไปอย่างมาก อีกทั้งยังมีการโต้เถียงเกี่ยวกับเรื่องของเสรีภาพทางศาสนา กลุ่มการประชุมผู้นำศาสนายิวในยุโรป…

  • ครอบครัวตั้งกล้อง แอบถ่ายพี่เลี้ยงเด็กที่ทำร้ายลูกของเขาด้วยการทุบตีและบีบจมูก

    ครอบครัวตั้งกล้อง แอบถ่ายพี่เลี้ยงเด็กที่ทำร้ายลูกของเขาด้วยการทุบตีและบีบจมูก

    ปัจจุบันหลายครอบครัวนิยมจ้างพี่เลี้ยงเด็กให้มาดูแลลูกของตัวเอง เพราะตนเองไม่ว่างและไม่อยากปล่อยให้เด็กอยู่ในบ้านตามลำพัง แต่ก่อนจะรับพี่เลี้ยงเด็กมาควรจะตรวจสอบประวัติและพฤติกรรมของเธอให้ดี ไม่เช่นนั้นลูกของคุณอาจจะลำบากเพราะการเลี้ยงดูที่ไม่ดีของพี่เลี้ยงเด็กเอาได้เหมือนกับครอบครัวนี้ Elena Levendeeva เป็นคุณแม่อายุ 26 ปี เธออาศัยอยู่ในเมือง Nefteyugansk ประเทศรัสเซีย เมื่อไม่นานมานี้เธอเพิ่งจ้าง Anastasia Zhelyabova หญิงอายุ 31 ปี มาเป็นพี่เลี้ยงคนใหม่ให้กับลูกชายอายุ 8 เดือนของเธอ   Elena Levendeeva และลูกชายของเธอ   แต่พอพี่เลี้ยงมาดูแลลูกได้ไม่นาน เธอก็สังเกตเห็นว่าลูกของเธอร้องไห้งอแงทุกครั้งเมื่อพี่เลี้ยงคนนี้มาทำงาน เธอจึงเอะใจว่าบางทีพี่เลี้ยงคนนี้อาจจะเลี้ยงลูกของเธอได้ไม่ดีก็ได้ เธอจึงลองติดกล้องวงจรปิดไว้ในบ้านเพื่อสังเกตพฤติกรรมของพี่เลี้ยงดู หลังจากติดกล้องวงจรปิดได้วันเดียวเท่านั้น สิ่งที่กล้องบันทึกภาพได้ก็ทำให้เธอโมโหมาก เพราะ Zhelyabova ใช้ความรุนแรงกับลูกของเธอหลากหลายรูปแบบเลยทีเดียว   ในตอนต้นของคลิป ในขณะที่เธอกำลังให้นมหนุ่มน้อยอยู่ เขาคงขัดขืนจนทำให้เธอโมโหเธอก็เลยใช้มือตบก้นและหน้าของเขา   เท่านั้นยังไม่พอตอนที่เธอป้อนนมหนุ่มน้อยอยู่ เธอก็ใช้มือบีบจมูกของเขาเอาไว้ด้วย เพื่อบังคับให้เขาดื่มนมเข้าไป   หลังจากเธอป้อนนมเขาเสร็จเธอก็จับมือของเด็กชายไว้และลากเขาไปตามทาง แล้วเธอก็โยนเด็กน้อยไปบนพื้นข้างๆ กันด้วย   พอดูคลิปวิดีโอที่เธอแอบถ่ายเอาไว้จบ เธอก็ตัดสินใจนำคลิปวิดีโอส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้พวกเขาดำเนินคดีกับ Zhelyabova ทันที นอกจากนี้เธอยังอัปโหลดคลิปวิดีโอลงในโซเชียลมีเดีย เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้กับครอบครัวอื่นที่คิดจะจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลลูกของตัวเองด้วย โดยเธอโพสต์ว่า “เนื่องจากลูกของฉันร้องไห้บ่อยมาก ฉันก็เลยลองติดกล้องวงจรปิดดู…

  • คุณแม่ออกความเห็น เด็กใช้ปืนสร้างความรุนแรงไม่ควรโทษพ่อแม่ มันมีอะไรลึกซึ้งกว่านั้น…

    คุณแม่ออกความเห็น เด็กใช้ปืนสร้างความรุนแรงไม่ควรโทษพ่อแม่ มันมีอะไรลึกซึ้งกว่านั้น…

    ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2018 ที่ผ่านมา เกิดเหตุยิงปืนในโรงเรียนของประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นจำนวนมาก ล่าสุดในรัฐฟลอริด้าก็เพิ่งมีอดีตนักเรียนได้ก่อเหตุกราดยิงภายในโรงเรียน จนมีผู้เสียชีวิตถึง 17 ราย (ตามอ่านข่าวได้ ที่นี่) ทางด้านเพจเฟสบุ๊ก Everytown for Gun Safety ซึ่งเป็นกลุ่มต่อต้านการใช้ความรุนแรงด้วยปืนกล่าวว่าเหตุการณ์นี้เป็นการยิงกันครั้งที่ 18 ตั้งแต่เริ่มต้นคริสตศักราช 2018 อีกทั้งสำนักข่าว FOX 26 Houston ก็ชี้ข้อมูลมาในทางเดียวกันด้วย   แผนที่แสดงจุดที่มีการใช้ปืนยิงบริเวณใกล้เคียงกับโรงเรียนตั้งแต่ต้นปี 2018 จนถึงปัจจุบัน   เมื่อชาวเน็ตได้เห็นข้อมูลดังกล่าวแล้วก็รู้สึกเช่นกัน ว่าเกิดเหตุความรุนแรงจากการใช้ปืนเป็นจำนวนมากในระยะเวลาเพียงแค่เดือนกว่าๆ เอง ชาวเน็ตส่วนหนึ่งนั้นเห็นว่าต้นเหตุน่าจะมาจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ที่ล้มเหลว โดยพวกเขาพูดไว้แบบนี้   Eric Smith บอกว่า “ถ้าเราเอาเด็กๆ ออกจากโรงเรียนรัฐ แล้วเลี้ยงดูพวกเขาเองอย่างดีก็คงจะไม่เกิดปัญหาพวกนี้ขึ้น แต่ก่อนถึงเราจะมีปืินแต่ไม่มีโรงเรียนก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย”   Todd Benzkofer บอกว่า “มีการอนุญาตให้คนทั่วไปใช้ปืนมาตั้งหลายปีแล้ว ดังนั้นมันจึงไม่ใช่สาเหตุของการยิงกันเหล่านี้ แต่คนที่ยิงปืนต่างหากที่เป็นปัญหา อะไรบางอย่างในสังคมของเราเปลี่ยนเด็กเล็กให้กลายเป็นเศษสวะ บางทีอาจจะเป็นสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดูของพ่อแม่ที่เป็นปัญหาก็ได้”   Gwen Papillion เองก็บอกว่ามันเป็นความผิดของพ่อแม่นั่นแหละที่ปล่อยปละละเลยให้เด็กมีอาวุธในครอบครองได้แบบนั้น พ่อแม่ควรจะใส่ใจลูกให้มากกว่านี้เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น  …

  • โรงเรียนที่อเมริกาพยายามให้เด็กเลิกใช้คำว่า “เพื่อนสนิท” เพื่อให้เด็กๆ รักกันมากขึ้น

    โรงเรียนที่อเมริกาพยายามให้เด็กเลิกใช้คำว่า “เพื่อนสนิท” เพื่อให้เด็กๆ รักกันมากขึ้น

    กฎการแบนคำว่า ‘เพื่อนสนิท’ นั้นถือกฎที่มีการใช้กันมาสักพักแล้วในประเทศอังกฤษ จนตอนนี้การแบนคำดังกล่าวเริ่มขยายอิทธิพลมายังประเทศอเมริกาบ้างแล้ว หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องมาแบนการมีเพื่อนสนิทด้วย ใจเย็นๆ แล้วลองฟังเหตุผลจากทาง Dr. Barbara Greenberg นักจิตวิทยามากฝีมือที่เธอได้อธิบายกับทาง CBS ดูก่อน เธอได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “การทดลองการมีเพื่อนสนิทนั้นถือเป็นเรื่องทดสอบที่น่าสนใจมากๆ แน่นอนว่าเราไม่สามารถแบนให้ใครสักคนไม่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดได้ ซึ่งนั่นก็รวมถึงการมีเพื่อนสนิทที่สุดด้วย แต่กลับกันแล้ว เราอยากให้ในโรงเรียนของเด็กๆ แบนการมีเพื่อนสนิทมากกว่าสังคมใหญ่ๆ เพราะว่าการที่เด็กมีเพื่อนสนิทแค่คนเดียวแล้ววันหนึ่งเพื่อนคนนั้นต้องย้ายไป เด็กคนดังกล่าวก็จะโดดเดี่ยวและมีปัญหา ฉะนั้นเราก็เลยอยากให้พวกเขามีเพื่อนที่ดีมากว่าหนึ่งคน”     Dr. Barbara ยังบอกเสริมอีกว่าตอนนี้เธอได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มคนมากมายในอเมริกา ทั้งนักจิตวิทยา ครูและคนที่ได้ทำงานร่วมกับเด็ก ซึ่งพวกเขาเห็นพ้องต้องกันว่าควรให้เด็กมีเพื่อนในกลุ่มมากกว่าคนเดียว   Dr. Barbara Greenberg  (ทางซ้าย) , Jay Jacobs (ทางขวา)   Jay Jacobs เจ้าหน้าที่จาก Timber Lake Camp ในนิวยอร์กที่เห็นด้วยก็ออกมาตอกย้ำว่า “ผมไม่เห็นด้วยการที่เด็กๆ มีเพื่อนแค่คนเดียวเพราะมันเหมือนกับหลุมกับดัก เพราะถ้าเกิดเด็กคนนั้นต้องเสียเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวไปเด็กคนนั้นก็จะติดอยู่ในหลุมนั้นไปอีกนาน” เขายังเสริมปิดท้ายอีกว่าการมีเพื่อนที่ดีเยอะๆ ตั้งแต่ยังเด็กจะช่วยให้เด็กคนนั้นประสบความสำเร็จในชีวิตได้อีกด้วย    …

  • ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ‘วัยรุ่น’ คือความเยาว์ที่แตกต่างแต่เหมือนกัน ไร้สัญชาติและไร้พรมแดน…

    ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ‘วัยรุ่น’ คือความเยาว์ที่แตกต่างแต่เหมือนกัน ไร้สัญชาติและไร้พรมแดน…

    ผลงานภาพถ่ายของช่างภาพจากบรุกลิน สหรัฐอเมริกาที่ถ่ายทอดเรื่องราวของวัยรุ่นจากสถานที่ต่างๆ ทั่วทุกมุมโลกชุดนี้ ได้เผยให้เห็นถึงสิ่งหนึ่งที่สะท้อนออกมาจากแววตาของพวกเขา คุณ Amy Touchette ช่างภาพสาวของเราได้ออกเดินทางไปยังนิวยอร์ก ฮาวาย และโตเกียว เพื่อพบกับเหล่าวัยรุ่นที่มีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องของวัฒนธรรม ครอบครัว และสังคม เธอได้บันทึกภาพของพวกเขาและเรียนรู้เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างความสัมพันธ์ของพวกเขากับเพื่อนและคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นความสนุกในการใช้ชีวิต และการดูแลเอาใจใส่จากผู้ปกครอง ซึ่งสิ่งที่เธอสัมผัสได้ก็คือรอยยิ้มอันสดใสของพวกเขานั้นเอง     กลุ่มเป้าหมายของ Touchette คือวัยรุ่นอายุระหว่าง 13-19 ปี ซึ่งเธอจะขอความยินยอมจากพวกเขาก่อนที่จะเริ่มทำการบันทึกภาพ “หลังจากที่สังเกตความหลากหลายของภาพถ่าย ฉันอยากจะจับคู่ภาพที่มีลักษณะคล้ายกันไว้ด้วยกัน ภาพของผู้คนที่มีลักษณะคล้ายกันในสถานที่ที่แตกต่างกันคงจะถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้ดีไม่น้อยเลยทีเดียว” ช่างภาพสาวให้สัมภาษณ์   ภาพของกลุ่มวัยรุ่นหญิงจากนิวยอร์ก (ซ้าย) และกลุ่มวัยรุ่นจากเกาะโอวาฮู ฮาวาย (ขวา)   ช่างภาพสาวเล่าว่า ภาพถ่ายของวัยรุ่นจากสถานที่ต่างๆ เหล่านี้ทำให้เธอเข้าใจถึงวิถีชีวิตและสิ่งที่เป็นภัยคุกคามกับพวกเขา ซ้าย: กลุ่มเด็กชายจากญี่ปุ่นที่กำลังเดินทางกลับบ้าน ขวา: กลุ่มวัยรุ่นจากนิวยอร์ก   ภาพของเด็กสาวจากเกาะโอวาฮู ฮาวาย (ซ้าย) และภาพของเด็กสาวจากนิวยอร์ก (ขวา)   “วัยรุ่นก็คือผู้ใหญ่ที่ยังไม่ได้ถูกขัดเกลา พวกเขากำลังสัมผัสกับชีวิตแบบผู้ใหญ่ แต่กลับมีประสบการณ์ที่ไม่มากเท่าไหร่ ฉันพยายามจะแสดงให้เห็นถึงความเป็นธรรมชาติที่หลากหลายของพวกเขาให้มากที่สุด แต่ฉันทำได้เพียงแค่บันทึกภาพในช่วงเวลาสั้นๆ ของชีวิตพวกเขาเท่านั้น” Touchette ให้สัมภาษณ์  …

  • เด็กๆ ถูกสั่งห้าม ‘ไฮไฟว์’ กับคุณตาผู้พาข้ามถนน หวั่นอาจทำให้เกิดปัญหาจราจรตามมา…

    เด็กๆ ถูกสั่งห้าม ‘ไฮไฟว์’ กับคุณตาผู้พาข้ามถนน หวั่นอาจทำให้เกิดปัญหาจราจรตามมา…

    การ ‘ไฮไฟว์’ หรือก็คือการแปะมือกันของคนสองคน เป็นสิ่งที่ผู้ดูแลความปลอดภัยบนท้องถนนหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งทำกับเด็กๆ มานานแล้ว แต่ล่าสุดหัวหน้าของเขาก็มีคำสั่งห้ามให้เด็กๆ ทำแบบนี้ ก็เพื่อความปลอดภัยของเด็กเองและคุณตาด้วย จึงเป็นเหตุทำให้ผู้ปกครองและเด็กๆ ทักท้วงกันใหญ่เลย… Colin Spencer ชายวัย 83 ปี ทำหน้าที่เป็นคนดูแลให้เด็กๆ มา 14 ปีแล้ว เขาทำงานให้โรงเรียน St. George’s CE Primary ในชุมชน Heaviley ของเมือง Stokeport ประเทศอังกฤษ โดยปกติแล้วเขาจะไฮไฟว์กับเด็กๆ เพื่อเป็นการทักทายและให้กำลังใจพวกเขานั่นเอง   Colin Spencer คุณลุงใจดีของเด็กๆ ผู้มีฉายาว่า ‘Lolly’   ทว่าเมื่อไม่นานมานี้หัวหน้าของเขามีคำขอร้องไม่ให้เด็กๆ และผู้ปกครองทำไฮไฟว์กับคุณตาอีกเด็ดขาด เนื่องจากเกรงว่ามันจะทำให้คุณตาและเด็กๆ ไม่สนใจท้องถนนจนอาจเกิดอุบัติเหตุได้ คุณตาเล่าว่า “ผมบอกกับผู้จัดการว่าผมทำแบบนี้มาตั้ง 14 ปีแล้ว แล้วเด็กๆ ก็ชอบมันมากด้วย แต่เธอบอกว่าผมควรจะหยุดทำแบบนั้นเพราะมันเป็นการก่อกวนสมาธิของผมและเด็กๆ เวลาข้ามถนน”   เขามีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้เด็กๆ เวลาข้ามถนน   เมื่อผู้ปกครองได้ทราบข่าวนี้พวกเขาก็รู้สึกไม่พอใจเช่นกัน…

  • เด็กหญิงวัย 11 ให้กำเนิดลูกของพี่ชายวัย 14 ไม่ผิดกฎหมายสเปนเพราะยังไม่บรรลุนิติภาวะ

    เด็กหญิงวัย 11 ให้กำเนิดลูกของพี่ชายวัย 14 ไม่ผิดกฎหมายสเปนเพราะยังไม่บรรลุนิติภาวะ

    เป็นเรื่องราวที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากเมื่อเด็กหญิงวัย 11 ปี ให้กำเนิดบุตรชาย ที่มีพ่อเป็นพี่ชายวัย 14 ปีของเธอเอง ณ เมืองมูร์เซียทางตะวันออกเฉียงใต้ของสเปน เด็กหญิงคนหนึ่งได้เข้าไปยังโรงพยาบาล Virgen de la Arrixaca เพื่อขอให้รักษาอาการ “ปวดท้อง” ของเธอ แต่สุดท้ายผลปรากฏว่าเธอกลับคลอดเด็กชายออกมา     ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการสืบสวนข้อเท็จจริงและพบว่า พ่อของเด็กก็คือพี่ชายของเธอเอง โดยมารดาของทั้งคู่นั้นเป็นชาวโบลิเวียที่อพยพเข้ามานั่นเอง ข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเผยออกมาว่า ฝ่ายพี่ชายนั้นมีอายุเพียง 13 ปีขณะที่ เธอตั้งครรภ์ ฉะนั้น ทั้งคู่จึง “ไม่ถูกดำเนินคดีใดๆ” เนื่องจากมีอายุต่ำกว่าที่กฎหมายของสเปนครอบคลุม ส่วนคุณแม่วัย 11 ปี กับบุตรชายของเธอถือว่ามีอาการปกติดี     รายงานท้องถิ่นกล่าวว่า ขณะที่เด็กหญิงและพ่อแม่ตัดสินใจไปโรงพยาบาลนั้นพวกเขาไม่ได้คิดถึงเรื่องการตั้งครรภ์เลย คิดเพียงแค่ว่าน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ที่ทำให้ปวดท้องมากเท่านั้น ซึ่งในขณะนี้ผลการตรวจ DNA ก็ได้ยืนยันคำกล่าวของครอบครัวที่ว่าพ่อของเด็กก็คือฝ่ายพี่ชายวัย 14 ปี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว     ทั้งนี้ Manuel Villegas หัวหน้าเจ้าหน้าที่งานสุขภาพของภูมิภาคได้ออกมาอธิบายว่า “เรื่องนี้เป็นคดีที่พิเศษ พวกเราทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น เมื่อการสืบสวนทำให้สิ่งต่างๆ กระจ่างขึ้นเราถึงจะรู้ว่ามีปัญหาอะไรบ้าง และควรช่วยเหลืออย่างไร”…

  • ‘หนูอยากตาย’ คุณแม่หัวใจสลาย เมื่อพบกับโน้ตใต้เตียงลูกสาว เพราะถูกรังแกบ่อยครั้ง

    ‘หนูอยากตาย’ คุณแม่หัวใจสลาย เมื่อพบกับโน้ตใต้เตียงลูกสาว เพราะถูกรังแกบ่อยครั้ง

    Naomi O’Neill คุณแม่วัย 28 ปี จากเมืองลิเวอร์พูลประเทศอังกฤษ แทบใจสลายเมื่อวันหนึ่งเธอพบเจอกระดาษโน้ตของลูกสาววัย 8 ปี Millie ที่เขียนว่า “หนูอยากตาย” Naomi กล่าวว่าขณะที่เธอเข้าไปเก็บที่นอนให้ลูกสาว เธอก็พบกระดาษโน้ตใบหนึ่งที่ปลายเตียง ในกระดาษเขียนด้วยลายมือที่เร่งรีบเหมือนตื่นตระหนก น่าจะเป็นเพราะว่า Millie ไม่อยากไปโรงเรียนอีก Naomi พบว่าลูกสาวของตนเองถูกรังแกมาร่วมสัปดาห์ และทราบอีกว่ามีนักเรียนคนหนึ่งขู่ Millie ว่าจะ “ฆ่าทิ้งทั้งครอบครัว” ของเธอ     Naomi ต้องการให้ Millie ย้ายโรงเรียน เพราะเธอมีอาการหวาดกลัวการไปโรงเรียน อีกทั้งยังพยายามทำร้ายตัวเองหากไม่ยอมให้เธออยู่บ้าน นอกจากนี้ Millie ยังไม่ยอมทานข้าว ไม่ยอมแต่งตัวแบบที่เคยแต่ง เพราะอยากเปลี่ยนรูปลักษณ์ของตนเอง     ในกระดาษโน้ตที่ Millie เขียน มีใจความว่า “หนูเสียใจเพราะว่ามันไม่ยุติธรรมเลยที่พวกเขาเอาแต่แกล้งหนูแบบนี้ ไม่ควรมีเด็กคนไหนควรถูกกลั่นแกล้งจนรู้สึกแบบนี้ มันทำให้หนูเสียใจ และไม่เหมือนเดิม ไม่สำคัญ โมโห โง่ และก็เจ็บปวด” “มีอีกหลายอย่างที่พวกเขาทำ แต่หนูไม่อยากเขียนออกมา” ส่วนอีกด้านหนึ่งของกระดาษเขียนว่า…

  • ชายผู้ถูกยกย่องเป็นฮีโร่ หลังพลีชีพร่วมกับเด็กชาวยิวเกือบ 200 คนในห้องรมแก๊ส

    ชายผู้ถูกยกย่องเป็นฮีโร่ หลังพลีชีพร่วมกับเด็กชาวยิวเกือบ 200 คนในห้องรมแก๊ส

    ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี 1940 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นพวกนาซีได้ทำการกวาดล้วงชาวยิวที่อาศัยอยู่ในแถบประเทศโปแลนด์และประเทศเยอรมันด้วย ทำให้โลกของเราต้องสูญเสียประชากรไปหลายแสนคนเลยทีเดียว นับเป็นเรื่องน่าเศร้าสลดใจอย่างยิ่ง ทว่าในเหตุการณ์ที่ดูสิ้นหวังนั้นก็ยังมีแสงสว่างส่องประกายเจิดจ้าอยู่ เขาคือ Janusz Korczak ผู้อุทิศชีวิตให้กับเด็กๆ  แม้ว่าเขาจะช่วยชีวิตเด็กจากการกวาดล้างของนาซีไม่ได้ แต่เขาก็ยอมสละชีวิตของตัวเองเพื่อให้เด็กเหล่านั้นรู้สึกสบายใจจนวาระสุดท้ายของชีวิต     Henry Goldszmit เกิดที่กรุงวอร์ซอว์ในสาธารณรัฐโปแลนด์ ตัวเขาเป็นชาวโปแลนด์ที่มีเชื้อสายชาวยิว แต่ว่าเป็นที่รู้จักมากกว่าในชื่อ Janusz Korczak เขาเป็นทั้งแพทย์ คุณครู นักเขียน และนายทหารอีกด้วย แต่เขาโดดเด่นมากในฐานะนักกิจกรรมสังคม เนื่องจากเขาเป็นคนที่รักเด็กมากเขาจึงใช้เวลาส่วนมากในชีวิตอุทิศให้กับเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นการสอนหนังสือหรือการเรียกร้องสิทธิต่างๆ ให้กับเด็กด้วย เขาเคยกล่าวว่า “พวกเด็กๆ เองก็มีสิทธิที่จะได้รับความเคารพและความอ่อนโยนจากผู้ใหญ่ เพราะพวกเขาเองก็เป็นมนุษย์เช่นเดียวกับผู้ใหญ่อย่างเรา”     นอกจากนี้ในปี 1912 เขาก็ได้ร่วมก่อตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าในกรุงวอร์ซอวร์เพื่อช่วยเหลือเด็กชาวยิวที่ไม่มีที่พึ่งอีกด้วย เขาทั้งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งที่นี่และยังเป็นคนดูแลเด็กๆ เองอีกต่างหาก ทว่าในปี 1939 บ้านเด็กกำพร้าชาวยิวของเขาก็ได้รับผลกระทบจากการกวาดล้างชาวยิวของนาซี โดยทหารได้สั่งให้เด็กที่อาศัยอยู่ที่นั่นทั้งหมดจำนวน 192 คนย้ายเข้าไปอยู่ในค่ายมรณะในเมือง Treblinka ประเทศเยอรมันด้วยอำนาจเผด็จการ แม้ว่า Korczak จะไม่มีความจำเป็นต้องไปอยู่ในค่ายมรณะด้วย แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจจะทิ้งเด็กที่อยู่ในความดูแลให้ไปลำบากกันเองได้ เขาจึงอาสาจะไปอาศัยอยู่ที่นั่นกับเด็กๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้พวกเขา    …

  • 30 ภาพสุดเกรียนของเด็กน้อยไร้เดียงสา กับพฤติกรรมสุดป่วงที่จะทำให้พ่อแม่ไม่เหงา

    30 ภาพสุดเกรียนของเด็กน้อยไร้เดียงสา กับพฤติกรรมสุดป่วงที่จะทำให้พ่อแม่ไม่เหงา

    สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่คงจะรู้ดีว่าการเลี้ยงลูกน้อยนั้นไม่ใช่เร่ื่องง่าย เพราะเด็กมักจะใช้เหตุผลแบบเด็ก ที่บางทีผู้ใหญ่ไม่เข้าใจแต่ก็ต้องพยายามทำความเข้าใจ เจอแบบนี้ทุกวันคงมีปวดหัวกันบ้างแหละ แต่ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องปวดหัวซะที่ไหนล่ะ เพราะเด็กๆ มักจะทำให้พ่อแม่หัวเราะได้เสมอ ด้วยพฤติกรรมอันไร้เดียงสาแบบเด็กน้อย จนทำให้พ่อแม่รู้สึกว่าลูกๆ นี่แหละคือกำไรชีวิตของพวกเขา   1. “ลูกชายของฉันใส่เสื้อกันฝนแบทแมนแล้วไปยังฟาร์มแถวบ้าน นกยูงเจ้าถิ่นเหมือนจะอยากไฝว้กับเสื้อตัวนี้นะ”   2. “นี่คือการไปดิิสนีย์ครั้งแรกของลูกสาวตัวน้อยของฉัน แล้วดูหน้าสามีฉันกับลูกสิ ตกลงพาใครมาเที่ยวกันแน่เนี่ย”   3. กำลังยืนถ่ายรูปอยู่ดีๆ คุณป้าก็แหย่หลานชายว่ารูปปั้นกำลังจะล้มมาทับเขา ภาพเลยออกมาเป็นแบบนี้แหละ   4. พ่อแม่อนุญาตให้เด็กๆ ไม่ต้องเข้านอนก็ได้ สุดท้ายก็เล่นกันจนหลับไปเอง   5. เมื่อบอกให้ลูกชายออกไปเล่นนอกบ้าน…   6. การ์ดวันเกิดที่ลูกสาวทำให้พ่อ   7. ตกลงใครเป็นฮีโร่ของหนูกันแน่จ๊ะ?   8. เมื่อเด็กน้อยว่ารู้ว่าการจะปั่นจักรยานได้นั้นต้องผ่านการฝึกก่อน   9. “ลูกชายของฉันเอาขนมปลาทองให้ตุ๊กตาหมากิน ทั้งๆ ที่หมาตัวจริงนั่งมองเขาอยู่ข้างนอก”   10. ลูกสาวหาว่าแม่โกหก เมื่อแม่บอกเธอว่านี่คือโทรศัพท์   11. เมื่อครอบครัวซื้อเตียงขนาดใหญ่ให้น้องหมา และคิดว่าตกดึกเจ้าเหมียวต้องแอบมาขโมยนอนแน่ๆ ที่ไหนได้ ลูกเราเองนี่หว่า…

  • คุณแม่เคลม ลูกสาวหายจาก ‘โรคลมชัก’ เพราะทานอโวคาโดมากกว่า 1,000 ลูก!?

    คุณแม่เคลม ลูกสาวหายจาก ‘โรคลมชัก’ เพราะทานอโวคาโดมากกว่า 1,000 ลูก!?

    อาการชักเป็นอาการที่พบได้ทั่วไปในกลุ่มเด็กทารก เมื่อโตมาเด็กส่วนใหญ่ก็จะหายจากอาการนี้ไปตามปกติ แต่ถ้าเด็กคนไหนเกิดอาการชักบ่อยผิดปกติแม้ว่าจะโตมาแล้วก็ยังเป็นอยู่ ก็เป็นไปได้ว่าพวกเขาน่าจะเป็นโรคลมชัก เด็กสาว Leafy Liu จากประเทศอังกฤษก็เป็นหนึ่งในเด็กที่เป็นโรคลมชักเช่นกัน แต่อาการของเธอนั้นแย่มากจนเห็นได้ชัด เธอเคยเป็นลมชักบ่อยถึงวันละ 60 ครั้งเลยทีเดียว และพวกเขาก็ไม่อยากพึ่งยาจากหมอด้วย เพราะกลัวว่าจะทำให้เธอมีอาการข้างเคียง แต่โชคดีที่พ่อแม่ของเธอค้นพบวิธีรักษาเธอแบบใหม่ได้ทัน โดยการให้เธอกินอะโวคาโดซึ่งเป็นการทานอาหารแบบคีโต จากนั้นเด็กสาวก็เกือบหายเป็นปลิดทิ้ง   สาวน้อย Leafy Liu   สาวน้อยคนนี้เป็นลูกของ Claire คุณแม่วัย 39 ปีและ Justin Liu คุณพ่อวัย 45ปี ครอบครัวของพวกเขาอาศัยอยู่ในเมือง Loughborough เขต Leicestershire ประเทศอังกฤษ อาการชักของสาวน้อยเริ่มต้นขึ้นเมื่อเธอมีอายุได้ 6 เดือน ตอนนั้นเธอชักนาน 25 นาทีเลย พ่อแม่ของเธอต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลและรับยาจากหมอถึงจะหายชักได้ พวกเขาหวังว่าอาการชักของเธอจะเป็นแค่การป่วยเท่านั้น หากว่าเธอชักบ่อยจนถึงขั้นเป็นโรคลมชักเธอต้องมีชีวิตที่ยากลำบากแน่ๆ ทว่าหลังจากนั้นเพียง 3 อาทิตย์เธอก็มีอาการชักอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นเธอก็จะชักทุก 3 อาทิตย์ แถมอาการยังมาถี่มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย   Clair Liu และ Justin…

  • ลูกน้อยสองคนถูกทิ้งให้อยู่กับร่างไร้วิญญาณของพ่อที่ตายเพราะหัวใจวายตลอดทั้งวัน

    ลูกน้อยสองคนถูกทิ้งให้อยู่กับร่างไร้วิญญาณของพ่อที่ตายเพราะหัวใจวายตลอดทั้งวัน

    คุณแม่ร้อนใจ ลูกสาวสองคนของเธอต้องอยู่กับศพของคุณพ่อที่หัวใจวายตายทั้งวัน เนื่องจากทางโรงเรียนไม่ยอมติดต่อไปหาเธอ ทำให้เธอไม่รู้ว่าที่บ้านเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติขึ้น เธอหวังว่าจะไม่มีครอบครัวไหนต้องเจอเรื่องแบบนี้อีก ครอบครัว Daykin อาศัยอยู่ที่เมืองฮาลิแฟ็กซ์ เขตเวสยอร์กชายร์ ประเทศอังกฤษ Helen Daykin ผู้เป็นแม่ต้องเดินทางไกลไปทำงานนอกสถานที่ค่อนข้างบ่อย สามี Chris Daykin จึงมักจะรับหน้าที่ดูแลรับส่งลูกสาวสองคนไปโรงเรียนอยู่เสมอ   ครอบครัว Daykin   แต่ในปี 2016 ที่ผ่านมาเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เนื่องจากตอนนั้น Helen จำเป็นต้องเดินทางไปทำงานที่กรุงลอนดอน แต่สามีของเธอเกิดหัวใจวายเสียชีวิตไปในตอนกลางคืน ทำให้ลูกสาวทั้งสองคนต้องอยู่กับร่างไร้วิญญาณของคุณพ่อทั้งวัน เนื่องจากเด็กสาวทั้งสองคนไม่ได้ไปโรงเรียนในวันถัดมา ทางโรงเรียนจึงได้พยายามติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์ของคุณพ่อแล้ว แต่คุณพ่อเสียชีวิตไปแล้วจึงไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้ จากคำบอกเล่าของสำนักข่าว ฺBBC แต่พอทางโรงเรียนพอติดต่อคุณพ่อไม่ได้ พวกเขาก็ไม่ได้พยายามติดต่อไปหาคุณแม่แต่อย่างใด   คุณแม่ Helen Daykin และลูกสาวสองคนปัจจุบันอายุ 3 และ 5 ปี   ตอนหัวค่ำของวันเดียวกันกับที่เด็กสาวไม่ได้ไปโรงเรียน คุณยายของพวกเธอก็ผ่านมาเห็นว่าไฟในบ้านนั้นมืดสนิทและยังมีนมวางทิ้งไว้หน้าประตูด้วย เธอสังหรณ์ใจว่าคงจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นจึงโทรแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบดูให้ หลังจากตำรวจบุกข้าไปในบ้านจึงพบว่าคุณพ่อเสียชีวิตอยู่ในห้องนอนตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ทางด้านคุณแม่นั้นได้โทรหาสามีตั้งแต่ตอนเช้าวันนั้นแล้ว แต่คิดว่าเขาคงไม่รับสายเพราะส่งลูกไปโรงเรียนอยู่ และทางโรงเรียนก็ไม่ได้ติดต่ออะไรมาจึงคิดว่าทุกอย่างปกติดี แต่เมื่อเวลา 20.00 น. ตอนที่เธอกำลังนั่งรถไฟอยู่…

  • ภาพแรงงานเด็กของอเมริกา จากยุคอุตสาหกรรมรุ่งเรือง ถูกย้อมให้กลับมามีสีสัน

    ภาพแรงงานเด็กของอเมริกา จากยุคอุตสาหกรรมรุ่งเรือง ถูกย้อมให้กลับมามีสีสัน

    “มีงานที่ทำกำไรให้กับเด็กๆ และงานที่ทำกำไรให้เพียงนายจ้างเท่านั้น เป้าหมายของการจ้างเด็กไม่ได้เป็นการฝึกฝนพวกเขา แต่เป็นเพียงการหาผลกำไรสูงสุดจากการทำงานของพวกเด็กๆ เท่านั้น” – Lewis Wickes Hine (1874-1940) Lewis Wickes Hine นักสังคมวิทยาและช่างถ่ายภาพชาวอเมริกัน เขาใช้งานของตนเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงกฎหมายการใช้แรงงานเด็กของอเมริกา ผลงานที่ Lewis ได้ทำไว้คือ การถ่ายภาพการใช้แรงงานเด็กจากหลายๆ เมืองในสหรัฐอเมริกา เป็นเหตุให้ตัวเขาถูกเหล่าหัวหน้าคนงานของโรงงานที่ใช้แรงงานเด็กขู่ฆ่า ซึ่งภาพถ่ายขาวดำที่เขาถ่ายเก็บไว้ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นต่อเด็กๆ ในอเมริกาอย่างมาก Tom Marshall ช่างภาพ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ศรัทธาและยกย่องผลงานของ Lewis เขาจึงได้นำผลงานภาพถ่ายของ Lewis มาแต่งเติมสีสันจากภาพขาวดำในสมัยนั้นมาเป็นภาพที่มีสีสัน ราวกับว่าเราได้เข้าไปอยู่ในโลกของอดีตจริงๆ   เดือนมีนาคม 1911 เด็กชาย Johnnie อายุ 9 ปี กับงานแกะเปลือกหอย ภาพถ่ายที่เมือง Dunbar รัฐหลุยส์เซียนา   เดือน มิถุนายน 1910 Michael McNelis อายุ 8 ปี เด็กส่งหนังสือพิมพ์ เมือง Philadelphia…

  • ชาวเน็ตร่วมแชร์ สิ่งที่คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติในตอนเด็ก แต่พอโตมามันไม่ใช่แบบน๊านน!!

    ชาวเน็ตร่วมแชร์ สิ่งที่คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติในตอนเด็ก แต่พอโตมามันไม่ใช่แบบน๊านน!!

    ในวัยเด็กซึ่งเป็นวัยที่เรากำลังเรียนรู้สิ่งต่างๆ บนโลกนี้ บางครั้งพ่อแม่ก็มักจะสอนอะไรแปลกๆ ที่ไม่เหมือนกับบ้านอื่นมา แล้วเราก็ดันเก็บไปคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ พอโตมาถึงได้รู้ว่าเราคิดแปลกอยู่คนเดียวนี่หว่า เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นกับเด็กแทบทุกคนในโลกแหละ ชาวเน็ตจำนวนมากก็มีประสบการณ์ในทำนองนั้นเหมือนกัน วันนี้พวกเขาจะมาแชร์ความเข้าใจผิดแบบสุดติ่งให้เราได้ฟังและขำไปพร้อมๆ กัน 1. กินกล้วยเจ็บปาก   ตั้งแต่ตอนเด็กผู้ใช้งาน kels369 เชื่อมาตลอดว่าการกินกล้วยแล้วรู้สึกเจ็บปากเป็นเรื่องปกติเหมือนการกินลูกอมทั่วไปนั่นแหละ จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อเขาอายุ 18 ปี เขาได้บ่นเรื่องนี้ให้แม่ฟัง แม่ของเธอถึงกับงงกับลูกเลย ตอนนั้นเองที่เขาเพิ่งได้รู้ความจริงว่าคนทั่วไปกินกล้วยไม่เจ็บปากกันหรอกนะ แต่เขาแพ้กล้วยต่างหาก   2. ขับรถไป Herrera   luken4b6dbefbe เล่าว่า “ตอนฉันยังเด็กอยู่ เวลาที่พ่อกับแม่อยากให้ฉันนอนหลับทีไร พวกเขาก็จะบอกฉันว่าจะขับรถไป ‘Herrera’” เธอเข้าใจมาตลอดว่าที่นั่นเป็นที่ที่ไกลมาก เธอจึงมักจะหลับบนรถรอเสมอ แต่เมื่อโตมาถึงได้รู้ว่าชื่อสถานที่นั้นไม่มีอยู่บนแผนที่โลกเลย   3. นางฟ้าต้นคริสต์มาส   เมื่อถึงวันคริสต์มาส พ่อแม่ของ paigef45ef1ae8e มักจะบอกเขาเสมอว่า ‘นางฟ้าต้นคริสต์มาส’ เป็นคนเอาของขวัญไปซ่อนไว้ในต้นคริสต์มาส เพราะนั่นเป็นวิธีการให้ของขวัญเฉพาะของบ้านนั้นนั่นเอง เขาก็คิดว่านางฟ้าต้นคริสต์มาสก็โด่งดังเหมือนกับซานตาคลอสและนางฟ้าฟันน้ำนม เมื่อเขาโตมาแล้วพูดเรื่องนี้กับเพื่อนในวันคริสต์มาสถึงได้รู้ว่านอกจากเขาแล้วไม่มีใครรู้จักนางฟ้าต้นคริสต์มาสเลย   4. โทรศัพท์รั่ว   k42cfc146d เล่าว่า “ตอนที่ฉันยังเด็กอยู่ เวลาโทรศัพท์ดังพ่อมักจะตะโกนว่า ‘โทรศัพท์รั่วแล้ว ไปรับหน่อย’…

  • คลิปสาวน้อยร้องไห้ซะน่าสงสาร สักพักยิ้มน่ารักออกมาอีก ละลายหัวใจคนดูถล่มทลาย

    คลิปสาวน้อยร้องไห้ซะน่าสงสาร สักพักยิ้มน่ารักออกมาอีก ละลายหัวใจคนดูถล่มทลาย

    เราเชื่อว่าคนแทบทั้งโลกคงจะแพ้ในความน่ารักของเด็กเล็กแน่ๆ ก็พอมองเด็กที่ใสซื่อบริสุทธิ์แล้วเห็นพวกเขายิ้มหรือเล่นซนทีไรเราก็อดรู้สึกเอ็นดูไม่ได้ทุกที แต่คงจะหาใครมาเทียบชั้นความน่ารักกับสาวน้อยจากจีนคนนี้ได้ยาก เพราะไม่ว่าเธอจะทำอะไรเธอก็ดูน่ารักไปเสียทุกอิริยาบถเลย ตอนนี้คลิปวิดีโอของเธอกำลังกลายเป็นกระแสไวรัลร้อนแรงในหมู่ชาวเน็ตด้วย ชาวเน็ตที่ได้ดูคลิปของเธอต่างก็ยอมยกใจให้กับดวงตากลมโตที่ชวนมอง และแก้มตุ้ยนุ้ยน่ารักน่าหยิกของเธอกันทั้งนั้น ตอนนี้คลิปวิดีโอของเธอมีคนดูไปแล้วเกือบ 6 ล้านครั้ง และมียอดแชร์สูงถึง 60,000 ครั้งเลยทีเดียว   ดูตอนที่เธอร้องไห้สิ ใครจะใจแข็งไม่สงสารเธอได้    แต่ความน่ารักของเธอยังไม่จบเท่านั้น จากที่เธอร้องไห้ในตอนแรก อยู่ดีๆ เธอก็เผยยิ้มกระชากใจชาวเน็ตแบบไม่ทันตั้งตัว ยิ้มหวานอะไรขนาดนั้นหนูน้อย อรั๊ยยยย   นอกจากคลิปร้องไห้และหัวเราะของน้องจะโด่งดังมากแล้ว คลิปมุมน่ารักน่าหยิกอื่นๆ ของเธอก็ขโมยหัวใจชาวเน็ตได้เยอะไม่แพ้กันเลย ดูแก้มอ้วนๆ ของเธอสิ เห็นแล้วอยากจะยื่นมือเข้าไปบีบในจอเลย   ขอแค่ได้มองแก้มตุ้ยนุ้ยที่เหมือนกับกระรอกของเธอ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนใจแข็งแค่ไหนก็ต้องยอมยกใจให้กับเธอทั้งนั้น โง้ยยยย   ตอนน้องยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ก็ยังดูน่ารักเลยอ่า เห็นแล้วใจคอไม่ดี จะตายเอาให้ได้เลย โฮกกก    ถ้าใครคิดว่าความน่ารักเพียงเท่านี้ยังไม่พอ ก็ลองเข้าไปดูวิดีโอตัวเต็มอันนี้ดูสิ รับรองตกหลุมรักแน่นอน   แพ้เด็กอ่า ยิ่งมองยิ่งน่าร๊ากกก ที่มา: gfycat, 9GAG Girly

  • พ่อแม่ใจสลาย สู้ค่ารักษาลูกน้อยไม่ไหว นำลูกมาทิ้งไว้พร้อมโน๊ตเล่าเรื่อง หวังให้คนใจบุญดูแลลูกให้ดี

    พ่อแม่ใจสลาย สู้ค่ารักษาลูกน้อยไม่ไหว นำลูกมาทิ้งไว้พร้อมโน๊ตเล่าเรื่อง หวังให้คนใจบุญดูแลลูกให้ดี

    พ่อแม่ที่ทิ้งลูกน้อยไว้ให้ผู้อื่นดูแลรับผิดชอบต่อ อาจจะถูกมองว่าเป็นคนไร้ความรับผิดชอบและไม่มีจริยธรรมเอาเสียเลย ทว่าบางครั้งการที่พวกเขาต้องทิ้งลูกไว้ก็อาจเป็นเพราะต้องการให้ลูกได้รับชีวิตที่ดีก็เป็นได้ พ่อแม่ในเรื่องนี้ก็บอกเช่นนั้นเหมือนกัน เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมาเด็กสาววัย 6 เดือนถูกพบทิ้งไว้ในรถเข็นกลางสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในจังหวัดตงกวน ประเทศจีน โดยมีถุงนมผง ผ้าอ้อม เสื้อผ้า และยาทิ้งไว้กับรถเข็นด้วย     และอีกสิ่งหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้กับเด็กทารกหญิงคนนี้ก็คือจดหมายจากพ่อแม่ของเธอ ซึ่งมีความยาวกว่า 1,000 ตัวอักษรเลยทีเดียว โดยประโยคแรกในจดหมายบอกเอาไว้ว่า “โปรดแจ้งตำรวจด้วยว่าเด็กคนนี้ถูกทิ้งเอาไว้” ในจดหมายนั้นบอกเล่าสาเหตุที่พ่อแม่ของเธอจำเป็นต้องเอาเธอมาทิ้งไว้แบบนี้ ใจความในจดหมายนั้นสรุปได้ว่าเด็กทารกคนนี้ป่วยเป็นโรคลมชัก พ่อและแม่ของเธอจึงเลี้ยงดูและรับภาระค่ารักษาโรคของเธอไปด้วย ทว่าพวกเขาจ่ายค่ารักษาเธอไม่ไหว แม้ว่าพ่อแม่ของเธอจะกัดฟันสู้จนหมดตัวแล้วก็ยังมีค่ารักษาไม่เพียงพออยู่ดี พวกเขาจึงหวังว่าเด็กคนนี้จะมีคนที่สามรถดูแลเธอได้เต็มที่มารับเธอไปเลี้ยงแทน     ในจดหมายมีใจความดังนี้ “ไม่มีพ่อแม่คนไหนหรอกที่ไม่รักลูกของตัวเอง แต่พวกเราจ่ายค่ารักษาราคาแพงไม่ไหวจริงๆ” พวกเขาเขียนต่อว่า “ฉันรู้ว่าการทำแบบนี้เป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัวมาก ฉันไม่หวังให้ใครมาเข้าใจหรอก แต่ฉันหวังเพียงแค่ให้เด็กน้อยคนนี้ได้เติบโตมาอย่างปลอดภัยและมีความสุขเท่านั้น”     นอกจากความรู้สึกของพ่อแม่แล้ว พวกเขายังเขียนวิธีการดูแลเด็กทารกคนนี้ที่คนเจอควรจะรู้ทิ้งไว้ให้ด้วย โดยบอกว่า “เด็กทารกคนนี้ต้องได้รับยาทุกวันตอน 8 โมงเช้า … ถ้าคุณทำได้ล่ะก็ ช่วยพูดคุยกับเธอ และจับมือและเท้าของเธอไว้ด้วย เธอจะได้รู้ว่ายังมีคนรักเธออยู่” ในจดหมายมีข้อความทิ้งท้ายเพื่อขอบคุณผู้ที่รับเลี้ยงเธอ และมีข้อความว่า “ในชาติหน้า เราจะทำงานให้หนักกว่านี้เพื่อชดเชยความผิดที่เราได้กระทำไป”    …

  • เด็ก 9 ขวบติเตียนคุณครู ‘โคลัมบัสไม่ได้พบอเมริกา’ อย่าสอนอะไรผิดๆ พร้อมตั้งคำถามย้อน

    เด็ก 9 ขวบติเตียนคุณครู ‘โคลัมบัสไม่ได้พบอเมริกา’ อย่าสอนอะไรผิดๆ พร้อมตั้งคำถามย้อน

    บางทีสิ่งที่เราร่ำเรียนกันมานั้น อาจจะเป็นความรู้และข้อมูลที่ถูกส่งต่อกันมาเป็นทอดๆ ซึ่งอาจจะไม่ได้ถูกต้องเสมอไป แต่พวกเราเองเรียนรู้มันมาอย่างนั้น โดยที่ไม่ได้สนใจหรือสังเกตเห็นความผิดปกติ แต่สำหรับเด็กชายวัย 9 ขวบที่ชื่อว่า King Johnson คนนี้ ไม่ยอมปล่อยให้ความผิดพลาดนั้นผ่านไปง่ายๆ แน่นอน เมื่อเขาพบว่าสิ่งที่เขาได้เรียนไปในเรื่องราวเกี่ยวกับ “ผู้คนพบอเมริกา” ที่ว่าเป็น Christopher Columbus นั้นมันไม่เป็นความจริง!     เขาจึงทำการเขียนรีวิววิชาดังกล่าวในเชิงตำหนิลงในสมุดบันทึกของเขา พร้อมย้อนครูผู้สอนด้วยคำถามสุดเจ็บแสบเลยทีเดียว โดยใจความในบันทึกที่เขาเขียนก็ประมาณว่า สิ่งที่เขาได้เรียนมาไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นเรื่องโกหก พร้อมทั้งเฉลยความจริงให้ผู้อ่านได้ตาแตกกันไปอีก     เขาเขียนว่า “วันนี้เป็นการเรียนหนังสือที่ไม่ค่อยดีนัก บลาๆๆๆ ผมไม่อยากได้ยินคุณครูพูดอะไรอีกแล้ว” “คุณครูสอนผิด และผมก็ไม่อยากจะฟังสิ่งที่ครูโกหกอีก แม่ผมบอกว่า มีคนชื่อ Christofer (Christopher) คนเดียวเท่านั้นที่พวกเรายอมรับ นั่นก็คือ Christopher Wallace“ (Christopher Wallace คือศิลปินแร็พชื่อดัง รู้จักกันในนาม Notorious B.I.G.) เขาเขียนต่อว่า “Columbus ไม่ได้เป็นคนค้นพบประเทศของเราเสียหน่อย ชาวอินเดียแดงต่างหากที่พบ” “ผมยังอยากมีวันหยุดอยู่นะ แต่ผมไม่อยากให้คุณครูสอนอะไรที่มันไม่จริงอีก” “และคำถามสำหรับวันนี้ก็คือ คนขาวจะมาสอนประวัติของคนผิวสีได้อย่างไรกันล่ะ?” ที่หมายความประมาณว่า คนผิวขาวจะมารู้ประวัติศาสตร์คนผิวสีที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกันได้อย่างไรกัน!?  …

  • แบคทีเรียกินเนื้อคร่าชีวิตเด็กชาย หมอพยายามยื้อสุดหนทาง ตัดจนไม่เหลืออะไรให้ตัดแล้ว…

    แบคทีเรียกินเนื้อคร่าชีวิตเด็กชาย หมอพยายามยื้อสุดหนทาง ตัดจนไม่เหลืออะไรให้ตัดแล้ว…

    แบคทีเรียนั้นมีอยู่ตามที่ต่างๆ แม้รอบๆ ตัวของพวกเราเองก็มีแบคทีเรียซ่อนอยู่ในที่ที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างสะอาดเท่าที่ควร และเมื่อคนเราได้รับแบคทีเรียมากๆ เข้า ก็จะส่งผลกับร่างกายของเรา และมนุษย์เราเองก็ไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าจะมีแบคทีเรียชนิดไหน อยู่ที่ไหนบ้าง และอาจจะโชคร้ายแบบเด็กชายรายนี้ที่ชื่อว่า Liam Flanagan เขาเป็นเพียงหนุ่มน้อยอายุ 8 ปี ที่ดันขี่จักรยานล้มขณะกำลังจะปั่นไปหาครอบครัว ในวันที่ 13 มกราคม 2018 ที่ผ่านมา     จากอุบัติเหตุทำให้คันบังคับหรือแฮนด์ของจักรยานนั้นไปเกี่ยวกับ “ต้นขา” ของเขาเข้า จึงต้องถูกนำตัวไปส่งโรงพยาบาลเพื่อทำแผล หลังจากกลับบ้านมาได้ไม่กี่วันเขาพบว่า ที่แผลบนหน้าของเขานั้นเกิดเจ็บปวดและม่วงแดง เหมือนกับว่ามันเริ่มเน่า เข้าจึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกครั้ง เมื่อแพทย์วินิจฉัยจึงพบว่า เขาเป็น “โรคเนื้อเน่า” ที่เกิดจาก “แบคทีเรียกินเนื้อ” นั่นเอง     จากนั้นหนูน้อย Liam จึงเข้ารับการรักษาโดยการผ่าตัดเนื้อออกโดย 3 โรงพยาบาลด้วยกัน แต่แบคทีเรียตัวร้ายกลับทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ “พวกเขาตัดเนื้อของ Liam ออกชิ้นแล้วชิ้นเล่า” Scott Hinkle พ่อบุญธรรมของ Liam กล่าว Sara Hebard แม่ของ Liam กล่าวว่า “เนื้อขาขวาถูกตัดออกเกือบทั้งหมด แต่ก็ทำได้แค่ตัดและก็หวังว่ามันจะหาย…

  • โรงเรียนอนุบาลในจีนให้เด็กๆ ได้เรียนอนาโตมีด้วยการผ่าหมูสดๆ ให้เด็กดูเลย

    โรงเรียนอนุบาลในจีนให้เด็กๆ ได้เรียนอนาโตมีด้วยการผ่าหมูสดๆ ให้เด็กดูเลย

    ที่โรงเรียน อนุบาลเหอเป่ย์ ในมณฑลเหอเป่ย์ ประเทศจีน ได้มีการสอนให้นักเรียนได้รู้จักเรื่องร่างกายและความเป็นความตายผ่านการผ่าหมูทั้งตัวให้เห็นกันจะๆ ในเมือง Badong County มณฑลเหอเป่ย์ มีเด็กนักเรียนอนุบาลราว 600 คน กำลังรับชมชายชุดขาวใส่หมวกและผู้ช่วยอีก 2 คน กำลังชำแหละหมูตัวโตสดๆ และนำเอาเครื่องในหมูออกมาโชว์     ผู้ก่อตั้งโรงเรียนชี้แจงว่ากิจกรรมดังกล่าวให้ประโยชน์ใน 2 แง่ด้วยกัน ในแง่แรกคือการสร้างบรรยากาศวันตรุษจีนให้กับโรงเรียน ซึ่งเป็นปกติที่วันตรุษจีนจะต้องชำแหละหมูทั้งตัวเพื่อนำมาทำอาหารเลี้ยงฉลอง ส่วนในแง่ที่สองก็คือ เพื่อสอนให้เหล่าเด็กๆ รู้จักกับร่างกายในเชิงอนาโตมี เพื่อเป็นรากฐานในการศึกษาของเด็กๆ ในอนาคต   ภาพบรรยากาศในงานจะเป็นอย่างไร เชิญรับชมได้ตามคลิปด้านล่างนี้   ชาวเน็ตเองเมื่อเห็นจึงได้ออกมาวิจารณ์ว่าบทเรียนเหล่านี้มันดูจะป่าเถื่อนเกินไปหน่อยสำหรับเด็กอนุบาล ผู้อำนวยการโรงเรียนจึงออกมากล่าวว่า เด็กๆ จะไม่มีการซึมซับเรื่องการทรมานสัตว์แน่นอน อีกอย่างก็คือก่อนจะมีกิจกรรมนี้ ทางโรงเรียนได้แจ้งพ่อแม่ของเด็กๆ ก่อน และก็ได้รับการอนุญาตแล้ว อันที่จริงแล้ว การชำแหละหมูโชว์เด็กๆ แบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกในชนบทของประเทศจีน     อย่างไรก็ตาม หมูที่ชำแหละในงานนั้นก็ถูกนำมาทำเป็นอาหารแจกพ่อแม่ผู้ปกครอง รวมถึงเด็กๆ เนื่องจากเป็นการเลี้ยงฉลองเทศการฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึงนั่นเอง   แต่ละที่ก็มีวิธีการสอนเด็กๆ ที่แตกต่างกันไป แต่การผ่าหมูสดๆ ให้เห็นอย่างนี้ ก็ไม่แน่ใจว่าจะส่งผลอย่างไรกับเด็กๆ ก็คงต้องรอการพิสูจน์กันต่อไปละนะ   ที่มา: Medium

  • ‘รู้สึกผิดและแย่’ บริกรแชร์คำขอโทษจากกลุ่มเด็ก รู้สึกผิดที่ให้ทิปน้อยและกลับมาจ่ายคืนให้

    ‘รู้สึกผิดและแย่’ บริกรแชร์คำขอโทษจากกลุ่มเด็ก รู้สึกผิดที่ให้ทิปน้อยและกลับมาจ่ายคืนให้

    เมื่อพูดถึงธรรมเนียมการปฏิบัติในบางรัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา กับการออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านตามภัคตาคารต่างๆ จะต้องมีการให้ทิปกับพนักงานผู้ให้บริการด้วย เพราะถือเป็นสินน้ำใจเล็กน้อยในงานบริการ บวกกับทิปเหล่านี้จะถูกนับรวมเป็นค่าแรงขั้นต่ำด้วย ทั้งนี้จำนวนเงินทิปขั้นต่ำก็ขึ้นอยู่กับภัคตาคารจะเป็นผู้กำหนด โดยส่วนใหญ่แล้วจะกำหนดอยู่ที่ 15-20% ของราคาอาหารในมื้อนั้นๆ   กระดาษโน้ตคำขอโทษ 1 แผ่นจากตัวแทนของกลุ่มเด็กหญิง   แต่ทว่าเมื่อกลุ่มเด็กหญิง 4 คน อายุประมาณ 13 ปี กลุ่มหนึ่งในเมือง Los Angeles กลับให้ทิปบริกรในจำนวนเพียงแค่ 3.28 ดอลลาร์ (ประมาณ 104 บาท) จากมูลค่าราคาอาหารที่สั่งไปเกือบ 100 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,100 บาท) ถึงแม้จะได้รับคำขอบคุณจากกลุ่มเด็กหญิงแล้ว มันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกชื่นใจขึ้นมาได้ แถมยังทำให้รู้สึกหัวเสียอีกต่างหาก แต่เขากลับมารู้ในภายหลังว่า พวกเธอไม่ได้ตั้งใจที่จะทำแบบนี้กับเขา แต่เป็นเพราะว่าพวกเธอเพิ่งจะเคยออกมาทานอาหารด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก และไม่รู้ถึงธรรมเนียมการให้ทิป   ใจความของการขอโทษรวมกันเป็น 2 หน้ากระดาษ   Seminole ชายผู้ใช้นามแฝงในเว็บไซต์ Imgur ได้โพสต์ภาพกระดาษโน้ตคำขอโทษจากกลุ่มเด็กหญิง โดยได้รับภายหลังจากเกิดเรื่องไปแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ด้วยใจความดังต่อไปนี้…  …

  • ‘จนกว่าชีวิตจะหาไม่’ คุณย่าวัย 76 เข็นหลานชายพิการไปโรงเรียนร่วม 4 ปี ตกวันละ 24 กิโลฯ!!

    ‘จนกว่าชีวิตจะหาไม่’ คุณย่าวัย 76 เข็นหลานชายพิการไปโรงเรียนร่วม 4 ปี ตกวันละ 24 กิโลฯ!!

    ในช่วงบั้นปลายชีวิตของคนทั่วไป ช่วงวัยชราของผู้สูงอายุนั้นจะต้องพึ่งพาการดูแลจากลูกหลาน หรือถ้าหากไม่มีใครคอยอยู่ดูแล ก็ต้องพยายามใช้ชีวิตของตัวเองเท่าที่จะสามารถทำได้… แต่สำหรับคุณย่า Shi Yuying วัย 76 ปี จากเขตกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของประเทศจีน กลับต้องใช้แรงกายของตัวเองพาแรงใจเดินไกลถึงวันละ 24 กิโลเมตร!!     นั่นก็เป็นเพราะว่าคุณย่าจะต้องพาหลานชายวัย 9 ขวบ ที่ไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนด้วยตัวเองได้ ไปส่งถึงโรงเรียนในทุกๆ วัน…   นี่คือเส้นทางที่ทั้งสองจะต้องเดินทางผ่านเป็นประจำ   โดยที่ Jiang Haowen ผู้เป็นหลานชายของคุณย่านั้น ถูกวินิจฉัยพบว่าประสบกับกลุ่มโรคสมองพิการ (Cerebral Palsy) มาตั้งแต่อายุ 2 ขวบ อันเป็นกลุ่มอาการของผู้ป่วยเด็กที่มีความพิการอย่างถาวรของสมอง ส่งผลทำให้ไม่สามารถสั่งการร่างกายได้อย่างที่ควรจะเป็น ที่ร้ายแรงไปยิ่งกว่านั้นก็คือ ทางพ่อแม่ของเด็กชายต่างแยกทางกันตอนที่เขามีอายุได้เพียง 4 ขวบ ฝั่งแม่ก็ไปแต่งงานมีครอบครัวใหม่ ส่วนคุณพ่อนั้นก็ต้องออกไปทำงานต่างเมืองเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวตัวเอง     แต่ถึงแม้จะประสบกับความทุกข์ยากขนาดไหน คุณย่าเองก็มีพลังความคิดทางด้านบวก เพื่อให้หลานชายที่เธอดูแลอยู่ได้รับการศึกษาที่สมวัย ‘ตราบใดที่ฉันยังมีเรี่ยวแรง, ฉันก็จะทำแบบนี้ต่อไป จนกว่าชีวิตจะหาไม่’ คุณย่ากล่าว     ก่อนหน้านั้นคุณย่าใช้วิธีพาหลานซ้อนจักรยานไปส่งที่โรงเรียนทุกวัน…

  • ดาวโป๊ถึงกับฉุนจัด!? เมื่อมีเด็กวัยแค่ 12 มาขอขึ้นครู ต้องต่อว่ากลับไป ‘พ่อแม่ไม่สั่งสอน’

    ดาวโป๊ถึงกับฉุนจัด!? เมื่อมีเด็กวัยแค่ 12 มาขอขึ้นครู ต้องต่อว่ากลับไป ‘พ่อแม่ไม่สั่งสอน’

    อินเทอร์เน็ตนี่มันเป็นดาบสองคมจริงๆ เลย ในแง่หนึ่งก็เป็นแหล่งรวมความรู้และสาระประโยชน์ต่างๆ รอบโลก แต่ในอีกแง่หนึ่งก็เป็นช่องทางเข้าถึงสื่ออันไม่พึงประสงค์ที่มาจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลกเช่นกัน ตัวอย่างก็เช่น หนังผู้ใหญ่ หรือที่เราเรียกกันว่า “หนังโป๊” นั่นเอง     หนังโป๊นั้นมีเนื้อหามันที่ไม่เหมาะสมกับเหล่าเด็กๆ อย่างมาก เพราะเนื่องจากจะทำให้พัฒนาการทางความคิดเกี่ยวกับเรื่องเพศนั้นไม่เป็นไปตามธรรมชาติ ดังนั้นผู้เป็นพ่อแม่ควรควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตของเด็กๆ ให้อยู่ในลู่ทางที่สมควร แต่ก็ไม่ใช่พ่อแม่ทุกคนจะดูและลูกๆ ได้ทั่วถึงหรอก บางครอบครัวนั้นก็ให้อิสระแก่ลูกในการใช้อินเทอร์เน็ตได้เต็มที่ อย่างเช่นในเหตุการณ์จะนำเสนอดังต่อไปนี้ ซึ่งก็เป็นผลพวงมาจากการที่พ่อแม่ดูแลเด็กๆ ได้ไม่ทั่วถึงนั่นเอง     สาววัย 28 ปี นามว่า Nikita Bellucci เป็นนักแสดงหนังโป๊ชาวฝรั่งเศส ได้ออกมาเผยบน Twitter ของเธอว่า เธอได้รับข้อความจาก เด็กหนุ่มวัย 12 ปี ซึ่งส่งมาขอมีเซ็กส์กับเธอ หนึ่งในข้อความที่น่าตกใจนี้ก็คือ เด็กหนุ่มกล่าวว่า “สวัสดี ผมกำลังจะอายุครบ 13 ปี ผมเป็นแฟนคลับคุณเลยนะ คุณช่วยเปลื้องผ้าแล้วมีเซ็กส์กับผมได้ไหม? ขอร้องล่ะ” เธอตอบกลับไปว่า “เฮ้เธอ อายุแค่ 13 ควรกลับไปทำการบ้านซะ แล้วก็ไม่ต้องติดต่อฉันมาอีก ถ้ายังทำอยู่ล่ะก็…

  • ศิลปินช่วยสานฝันให้กับ “ผู้อพยพเด็ก” ด้วยการโฟโตชอปสิ่งที่เด็กๆ จินตนาการเอาไว้

    ศิลปินช่วยสานฝันให้กับ “ผู้อพยพเด็ก” ด้วยการโฟโตชอปสิ่งที่เด็กๆ จินตนาการเอาไว้

    เด็กๆ ล้วนมีความใฝ่ฝันด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าในเวลานั้นเหล่าเด็กๆ จะต้องพบเจอกับสถานการณ์อย่างไร ก็มักจะมีสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นกับตนเองในอนาคตเสมอ แล้วเด็กๆ จะมีความสุขมากขนาดไหนเมื่อวันหนึ่งความฝันของพวกเขากลายเป็นจริง โดยเฉพาะเด็กที่เป็น “ผู้อพยพ” ซึ่งผ่านโลกที่มีแต่เรื่องราวแย่ๆ มามากมาย     องค์กร UNHCR จึงได้มีโครงการ Dream Diaries ที่ให้ศิลปิน 4 คนเดินทางไปยัง 5 ประเทศเพื่อพบปะเหล่าเด็กๆ ที่เป็นผู้อพยพ และสร้างสรรค์ภาพขึ้นมาตามจินตนาการของเด็กๆ เหล่านั้น ด้วยการตัดต่อภาพโดย Photoshop นั่นเอง “บางคนก็ใฝ่ฝันว่าอยากมีพลังวิเศษเพื่อที่จะหยุดสงครามซีเรียได้ คนอื่นๆ ก็อยากเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินบ้าง นักข่าวบ้าง บางคนก็อยากจัดงานวันเกิดในธีม Harry Potter และบางคนก็ใฝ่ฝันอย่างเรียบง่ายอย่างเช่นไล่จับผีเสื้อในทุกๆ วัน” ทีมศิลปินกล่าว “พวกเราทำให้ความฝันของเด็กๆ ดูมีชีวิตชีวา ถึงได้ตั้งชื่อโครงการนี้ว่า ‘Dream Diaries’ ยังไงล่ะ เด็กๆ อพยพจากบ้านเกิดมาโดยทิ้งทุกๆ อย่างไว้เบื้องหลัง แต่สิ่งที่พวกเขาไม่ได้ทิ้งก็คือความฝันยังไงล่ะ ต่อให้พวกเขาเจอเรื่องโศกเศร้ามาขนาดไหน พวกเขาไม่เคยสูญเสียความสามารถและพลังที่จะฝัน”   และนี่ก็คือภาพความฝันของเด็กๆ ที่เหล่าศิลปินทำให้เกิดขึ้นจริงๆ . . . . .…

  • ‘เขาคือปีศาจในร่างมนุษย์’ ความในใจนักยิมนาสติกสหรัฐฯ ผู้ถูกแพทย์ผู้ดูแลล่วงเกิน

    ‘เขาคือปีศาจในร่างมนุษย์’ ความในใจนักยิมนาสติกสหรัฐฯ ผู้ถูกแพทย์ผู้ดูแลล่วงเกิน

    ในช่วงปีที่ผ่านมานั้น หากจะกล่าวถึงคดีความที่เกิดขึ้นและกลายเป็นกระแสไปทั่วโลก ก็คงหนีไม่พ้นในเรื่องของคดีการล่วงละเมิดทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางวาจาและการปฏิบัติลงมือ ต่างก็ถูกเปิดเผยออกมาจากผู้มีชื่อเสียงในหลากหลายวงการ ทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ จนเกิดเป็นกระแสการต่อต้านและแฉพฤติกรรมฉาวผ่านแฮชแท็ก #metoo ไปทั่วโลกออนไลน์ และในครั้งนี้ #เหมียวเลเซอร์ ก็จะขอพูดถึงประเด็นนี้อีกครั้ง เนื่องจากมีคดีความใหญ่เกิดขึ้นในแวดวงกีฬาของประเทศสหรัฐอเมริกา และเพิ่งจะขึ้นศาลฟ้องร้องกันไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม 2018   McKayla Maroney นักยิมนาสติกทีมชาติสหรัฐฯ ผู้คว้าเหรียญทองโอลิมปิกในปี 2012   จุดเริ่มต้นของเรื่องอื้อฉาวในวงการยิมนาสติกของสหรัฐฯ Lawrence G. Nassar คือแพทย์ผู้ดูแลนักยิมนาสติกทีมชาติสหรัฐอเมริกา เขาได้รับใบประกอบวิชาชีพแพทย์ในสาขาออสทีโอพาธี (อันเป็นระบบการดูแลสุขภาพ ที่ประสานการนวดเข้ากับการแพทย์แผนปัจจุบัน) และเขาก็ได้ทำการเปิดคลินิก พร้อมทั้งเป็นผู้ดูแลชมรมยิมนาสติก ของมหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตตอีกด้วย   Lawrence G. Nassar แพทย์ผู้ดูแลนักยิมนาสติกทีมชาติสหรัฐอเมริกา   จนกระทั่งในเดือนกันยายน ปี 2016 หนังสือพิมพ์ Indianapolis Star เปิดเผยว่า อดีตสองนักยิมนาสติกได้กล่าวหานาย Nassar ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งเมื่อทางมหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตตทราบเรื่อง จึงทำการย้ายงานสอนในชมรมของเขา ก่อนที่จะไล่ออกในเวลาเพียงไม่นาน…   การจุดประกายไฟเล็กๆ…

  • โรงเรียนอนุบาลไต้หวัน ทำป้ายชื่อแปลงผักเด็กนักเรียน แต่เฮ้ย… ชาวเน็ตร่วมขยี้ฮากระจุย!!

    โรงเรียนอนุบาลไต้หวัน ทำป้ายชื่อแปลงผักเด็กนักเรียน แต่เฮ้ย… ชาวเน็ตร่วมขยี้ฮากระจุย!!

    โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในไต้หวัน มีวิชาที่ให้เด็กนักเรียนได้ปลูกผักในแปลงผักของห้อง จากนั้นก็ให้ดูแลผักของตัวเองเพื่อส่งอาจารย์ นอกจากจะเป็นการปลูกฝังให้เด็กรู้จักรับผิดชอบผักของตนเองแล้ว ยังทำให้เด็กเรียนรู้วิชาการเกษตรอีกด้วย แต่จะทำอย่างไรให้คุณครูหรือเด็กนักเรียน สามารถจำได้ว่านั่นเป็นผักของใคร ซึ่งโรงเรียนบางแห่งอาจจะใช้วิธีทำแบบจำลองแปลง เขียนใส่ตารางในกระดาษ หรือวิธีอื่นๆ   แต่โรงเรียนนี้ ก็ใช้วิธีการติดภาพบนหลุมผักของแต่ละคน… แต่ เฮ้ยยยยยยย มันคุ้นๆ ไหม   ชาวเน็ตหลายคนก็เหมือนกับคุณ เมื่อได้เห็นภาพนี้ต่างก็พากันคิดไปในทางเดียวกันแทบทั้งหมด ว่าแปลงผักเหล่านี้มันไม่ดูละม้ายคล้ายแปลงผัก แต่มันดันเหมือนกับ “ป้ายหลุมศพ” ในสุสานซะงั้น งานนี้เลยทำให้ภาพดังกล่าวกลายเป็นกระแสไวรัล แล้วแชร์กันต่อด้วยความสนุกสนานเฮฮา… ยัง ยังไม่พอ ยังมีคอมเมนต์ต่างๆ ที่ทำให้ภาพนี้ฮาขึ้นไปใหญ่   คนนี้บอกว่า… พวกเขาน่าจะใส่ตัวเลขวันที่ปลูกลงไปด้วยนะ (ลองคิดว่ามันมีตัวเลขบนป้ายด้วยสิ โถ้วววววว)   อีกหนึ่งคอมเมนต์ที่ร่วมฮากับชาวเน็ต   ตอนแรกก็รู้สึกเศร้าใจคิดว่าเป็นเด็กนักเรียนเกาหลีเหนือ จนกระทั่งได้อ่านแคปชั่น……   บางคนก็พูดถึงโรงเรียนของตัวเองด้วย ตอนเด็กที่โรงเรียนอนุบาลของฉัน ครูจะให้ทุกคนมีสัญลักษณ์เป็นสัตว์ประจำตัว แต่มันดันโชคร้ายตรงที่ ฉันได้ควายเป็นสัตว์ประจำตัวซะงั้น (ฮ่าๆ)   อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ได้มีแต่คอมเมนต์ในเชิงเฮฮาเท่านั้น เพราะหลายคนก็ร่วมวิเคราะห์กันจริงๆ จังๆ บ้างก็พูดถึงประเด็นวัฒนธรรม หรือประเด็นในเรื่องการมองโลกที่ต่างกันของเด็กและผู้ใหญ่กันเลยทีเดียว  …

  • สองหนุ่มบุกรุกฟาร์มผึ้ง ทำลายรวงผึ้งซะราบเป็นหน้ากลอง ผึ้งกว่าครึ่งล้านตายเรียบ

    สองหนุ่มบุกรุกฟาร์มผึ้ง ทำลายรวงผึ้งซะราบเป็นหน้ากลอง ผึ้งกว่าครึ่งล้านตายเรียบ

    ผึ้งอาจจะเป็นสัตว์ที่หลายคนหวาดกลัว เพราะหากถูกมันต่อยเข้าล่ะก็จะรู้สึกเจ็บแสบไม่ใช่น้อยเลย แต่จริงๆ แล้วผึ้งเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ต่อโลกนี้มาก มันมีส่วนช่วยในการผลิตพืชผักกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลกเลยทีเดียว แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ผึ้งมีจำนวนลดน้อยลงมากเนื่องจากมีการใช้ยาฆ่าแมลง นอกจากนี้แหล่งที่อยู่อาศัยของมันยังถูกบุกรุกด้วย และเหตุการณ์ที่เด็กชายสองคนบุกไปฆ่าผึ้งในฟาร์มกว่า 500,000 ตัวก็คงมีผลไม่น้อยเลยทีเดียว     เหตุเกิดที่ฟาร์มเลี้ยงผึ้ง Wild Hill Honey ในเมือง Sioux รัฐไอโอวา ประเทศสหรัฐอเมริกา มีเด็กชาย 2 คนอายุ 12 ปีและ 13 ปีบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ของฟาร์มผึ้งแห่งนี้ จากนั้นทั้งคู่ก็ทำลายข้าวของทุกอย่างที่ขวางหน้า รวมไปถึงรวงผึ้งด้วย จากนั้นตำรวจจึงจับกุมเด็กชายทั้งสองคน นาย Engelhardt เจ้าของฟาร์มเล่าว่า “พวกเขาทำลายรวงผึ้งทุกรวงทิ้งราบคาบ ทำให้ผึ้งทุกตัวของเราตาย เหมือนกับว่าพวกเขาทำให้เราหมดตัวเลยทีเดียว” และในเมื่อรวงผึ้งพังทลายลงไปหมด ก็เป็นเหตุให้ผึ้งที่เลี้ยงไว้ไม่มีที่อยู่ด้วย ในหน้าหนาวแบบนี้ผึ้งก็ย่อมจะทนลมหนาวไม่ได้เป็นธรรมดา ผึ้งที่มีอยู่กว่าครึ่งล้านตัวในฟาร์มจึงตายเกลี้ยง     นอกจากนี้ข้าวของอุปกรณ์ในฟาร์มก็เสียหายเช่นกัน ดังที่เจ้าของบอกว่า “พวกเขาบุกเข้ามาในห้องเก็บอุปกรณ์ของเรา แล้วก็เอาอุปกรณ์ทุกอย่างโยนทิ้งไว้กลางหิมะ จากนั้นก็ทำลายทุกสิ่งที่เห็น ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะมาขโมยอะไร แต่ข้าวของทุกอย่างนั้นพังหมดเลย” เมื่อคำนวณมูลค่าความเสียจากการถูกบุกรุกครั้งนี้แล้วรวมเป็นมูลค่ามากถึง 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 2…

  • คู่พ่อแม่ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี หลังจับลูกสาววัย 12 ปีเป็นทาสเซ็กส์ ร่วมกันข่มขืนเธอเป็นประจำทุกวัน

    คู่พ่อแม่ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี หลังจับลูกสาววัย 12 ปีเป็นทาสเซ็กส์ ร่วมกันข่มขืนเธอเป็นประจำทุกวัน

    เว็บไซต์ Dailymail ได้เผยเรื่องราวที่แสนเลวร้ายสำหรับเด็กหญิงชาวรัสเซียคนหนึ่งที่มีอายุเพียง 12 ปี เมื่อเธอถูกพ่อแม่ของเธอเองร่วมกันข่มขืน พ่อแม่วัย 34 ปี ของเด็กสาว หลังจากทำทารุณกรรมทางเพศกับเธอ พวกเขาจึงถูกพิจารณาคดีความว่ามีอาการของ “โรคใคร่เด็ก”   พ่อแม่ผู้ลงมือก่อเหตุ   พวกเขาถูกกักตัวไว้ที่เมืองวอลโกกราดในรัสเซีย หากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงพวกเขาจะต้องถูกจำคุกถึง 20 ปี เด็กสาวผู้เคราะห์ร้ายให้การว่าถูกทารุณกรรมทางเพศมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2016 จนถึงเดือนมีนาคม 2017 โดยกล่าวว่าฝ่ายผู้เป็นพ่อนั้นมักจะข่มขืนเธอในทุกๆ วัน บางวันก็มีแม่ร่วมด้วย ซึ่งผู้เป็นแม่เองถูกตั้งข้อหาว่ากระทำทารุณกรรมทางเพศด้วย “อวัยวะเพศเทียม” ฝ่ายผู้เป็นแม่กล่าวว่า “ให้พวกเราข่มขืนก็ยังดีกว่า ให้ไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มาทำ”   เมืองวอลโกกราด ในฤดูหนาว   ในการพิจารณาตัดสินคดี ทั้งคู่จึงถูกถอดถอนสถานะการเป็นพ่อแม่ของเด็กสาว หมายความว่าพวกเขาไม่มีสิทธิ์ในการเลี้ยงดูเด็กสาวคนนี้อีกต่อไป เด็กสาวจึงถูกส่งตัวไปรับการดูแล ส่วนผู้เป็นแม่นั้นยังให้การกับตำรวจว่าเธอเองก็ถูกข่มขืนมาตั้งแต่อายุ 13 ปี เธอและสามีจึงตกลงกัน “ฝึกฝน” ให้ลูกสาวของพวกเขาคุ้นเคยกับสิ่งที่จะต้องพบเจอในอนาคต เมื่อเด็กสาวได้รับการตรวจร่างกาย แพทย์จึงพบว่าเธอมีปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือน และพบว่าเธอได้สูญเสีย “ความบริสุทธิ์” ไปแล้ว   สถานกักกันในวอลโกกราด   สุดท้ายจากคำให้การของเด็กสาว…

  • ความแตกต่างของเด็กในเกาหลีเหนือ กับเด็กทั่วโลก มาดูกันว่าวิถีชิวิตเด็กที่นั่นเป็นอย่างไร

    ความแตกต่างของเด็กในเกาหลีเหนือ กับเด็กทั่วโลก มาดูกันว่าวิถีชิวิตเด็กที่นั่นเป็นอย่างไร

    วิถีชีวิตของคนในประเทศที่ปิดกั้นตัวอย่างเองอย่างเกาหลีเหนือนั้น เป็นสิ่งที่เรามีข้อมูลอยู่น้อยนิดมาก นานๆ ทีเราจะได้มีโอกาสเห็นภาพหรือข่าวเกี่ยวกับเรื่องในประเทศเกาหลีเหนือสักครั้ง นอกจากนี้เกาหลีเหนือยังปิดกั้นข้อมูลส่วนใหญ่จากภายนอกไม่ให้คนในประเทศรู้อีกด้วย แล้วในประเทศปิดแบบนี้เด็กเล็กจะใช้ชีวิตกันอย่างไรบ้าง วันนี้เราได้ลองรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเด็กในเกาหลีเหนือมาให้เพื่อนๆ แล้ว ไปดูกันว่าพวกเขาจะใช้ชีวิตต่างกับเด็กในประเทศอื่นอย่างไรบ้าง   1.ทารกเกิดใหม่ก็มีชั้นวรรณะแล้ว   เด็กทารกที่เกิดในประเทศเกาหลีเหนือจะได้รับชั้นวรรณะ หรือที่คนเกาหลีเหนือเรียกว่า ‘songbun‘ โดยวรรณะจะแบ่งเป็น 3 ชนชั้นก็คือ มีความจงรักภักดี เป็นกลาง และเป็นภัยต่อสังคม ซึ่งชั้นวรรณะที่ทารกได้รับนั้นจะเป็นแบบเดียวกับพ่อแม่ของตัวเอง และชั้นวรรณะเหล่านี้จะใช้เป็นตัวกำหนดว่าเด็กคนนั้นสามารถเข้าเรียนที่ไหนได้บ้าง และทำงานแบบไหนได้บ้าง เหมือนว่าเกิดมาก็ถูกกำหนดทางเดินชีวิตไว้เลย   2.เด็กทุกคนที่นี่ต้องเข้าเรียนชั้นอนุบาล   เด็กๆ สามารถเลือกเข้าไปเรียนในชั้นอนุบาลได้ตั้งแต่อายุ 4 ปี แต่ถ้าหากว่าอายุ 5 ปีแล้วทางรัฐบาลจะบังคับให้เด็กทุกคนไปเรียนตามกฎหมาย นอกจากนี้เด็กทุกคนที่ต้องการเรียนหนังสือต้องเคยเข้าเรียนชั้นอนุบาลมาก่อนเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปีด้วย ไม่สามารถข้ามไปเรียนชั้นประถมได้ทันทีเลย   3.เด็กกำพร้าบางคนก็มีพ่อแม่เหมือนคนทั่วไป   สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าในประเทศเกาหลีไม่ได้รับเลี้ยงเฉพาะเด็กที่ไม่ทราบว่าพ่อแม่เป็นใครเท่านั้น หากว่าพ่อแม่คู่ไหนมีเงินไม่พอจะเลี้ยงลูก ก็สามารถส่งลูกไปให้กับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้เช่นกัน นอกจากนี้ถ้าเกิดรับเลี้ยงเด็กไปแล้วแต่เงินไม่พอเลี้ยงทีหลัง ก็ส่งตัวกลับมาได้ด้วย   4.กิจกรรมและการเรียนการสอนล้วนแฝงไปด้วยแนวคิดรักชาติ   ในโรงเรียนของเกาหลีเหนือ มักจะมีโปสเตอร์เกี่ยวกับการเมืองติดไว้ตามทางเดินให้เด็กๆ ได้ดูกัน และเวลาที่จัดปาร์ตี้ให้กับเด็กๆ แทนที่จะได้แต่งตัวเป็นตัวการ์ตูนที่ชอบ…

  • เมื่อลูกชายไม่อยากไปโรงเรียน พ่อแม่จึงสอน ‘บทเรียนชีวิต’ อันแสนล้ำค่า…

    เมื่อลูกชายไม่อยากไปโรงเรียน พ่อแม่จึงสอน ‘บทเรียนชีวิต’ อันแสนล้ำค่า…

    การเรียนนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะมันจะหล่อหลอมให้เรากลายมาเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต…   การเรียนรู้วิชาต่างๆ ที่โรงเรียน และการเรียนรู้วิชาชีวิตจากที่บ้าน ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่สำคัญทั้งสิ้น เช่นเดียวกันกับหนูน้อยที่ชื่อว่า ‘เรียว’ คนนี้ คงจะได้รับบทเรียนอันแสนมีค่าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรื่องมีอยู่ว่าผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Nuttanitcha Chotsirimeteekul (แม่อ๋อ) ได้โพสต์เล่าเรื่องราวในการสอนบทเรียนชีวิตให้กับลูกชายที่ชื่อว่า ‘น้องเรียว’ เมื่อเขาไม่อยากไปโรงเรียนจะทำอย่างไรดี? แทนที่จะบังคับให้ไปโรงเรียน แต่คุณพ่อและคุณแม่ไม่ได้ขัดขวางความคิดลูกแต่อย่างใดอนุญาตให้น้องเรียวหยุดเรียน จากนั้นก็พาไปสมัครงานที่ร้านขายกับข้าวใกล้บ้าน ให้ทำงานปัดกวาดเช็ดถู แล้วก็แอบดูอยู่ไกลๆ     แต่กลับกลายเป็นว่าคุณป้าเจ้าของร้านก็น่ารักซะจริงเชียว คอยดูแลประคบประหงมเป็นอย่างดี แถมพาขึ้นไปนอนกลางวันข้างบนบ้านอีกด้วย จากนั้นก็พาน้องเรียวพกถุงไปเดินเก็บขวดขาย เป็นระยะทางราว 2.2 กิโลเมตร ได้ขวดมาร่วม 2 กิโลกรัม ขายได้ทั้งหมด 2 บาท     ระหว่างทางกลับบ้าน น้องเรียวก็อยากทานขนม อยากทานเครื่องดื่ม อยากนั่งรถกลับบ้าน แต่คุณแม่ก็สอนให้น้องเรียวได้รู้ว่า เงินที่หามาได้ทั้งหมด 2 บาทนั้น มันไม่สามารถซื้ออะไรได้เลย     จนสุดท้ายน้องเรียวก็เป็นคนเอ่ยปากออกมาเองว่า “อยากกลับไปโรงเรียน”    คุณแม่อ๋อเองก็เดินมาด้วยกันกับน้องเรียวตลอดทาง ซึ่งทางคุณแม่เองก็ต้องพยายามเอาชนะใจตัวเองเพื่อทำให้การมอบบทเรียนอันสำคัญนี้สำเร็จด้วย…  …

  • เด็กนักเรียน “เผาการบ้าน” ในจังหวะบ้านตัวเองไฟลุกไหม้ พ่อรู้เข้าเอ็งจะโดนตีไหมเนี่ย!?

    เด็กนักเรียน “เผาการบ้าน” ในจังหวะบ้านตัวเองไฟลุกไหม้ พ่อรู้เข้าเอ็งจะโดนตีไหมเนี่ย!?

    ในสมัยที่เป็นเด็ก หลายคนคงรู้สึกว่าชีวิตวัยเรียนนี่มันน่าเบื่อสุดๆ การบ้านก็ไม่รู้จะเยอะไปไหน ไม่อยากจะทำ อยากจะเผาการบ้านทิ้งไปอะไรทำนองนี้ใช่ไหม? และยิ่งถ้าคุณคิดว่ามีแต่เด็กไทยที่คิดแบบนั้น คุณคิดผิด!! เมื่อวันศุกร์ที่ 12 มกราคมที่ผ่านมาได้มีเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านหลังหนึ่งในมณฑลเสฉวน แน่นอนว่าในเหตุการณ์นั้นย่อมเต็มไปด้วยความโศกเศร้าจากการสูญเสียบ้านทั้งหลัง แม้ว่าจะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บก็ตาม…     แต่กลับกัน เด็กชายผู้เป็นหนึ่งในสมาชิกของบ้านหลังนั้นกลับรู้สึกว่า นี่แหละคือโอกาส นี่แหละคือจังหวะที่เขาจะได้เป็นอิสระจากการทำการบ้าน เด็กชายผู้ไร้เดียงสาจึงอัดคลิปเสียงของเขาพร้อมพูดผ่านกล้องว่า “บ้านเราไฟไหม้…เยี่ยม! ฉันจะได้โยนกระเป๋าเรียนเข้าไปซะ” เราจะเห็นว่าเด็กคนนี้นั้นได้พูดอยู่ระหว่างที่กำลังอัดคลิปไปและมองดูบ้านของเขาถูกเผาต่อหน้าต่อตา ซึ่งเจ้าหนูก็ยืนอยู่ข้างถนนอย่างสบายใจ     ถ้าเรามองแบบไม่คิดอะไรเราก็คงจะรู้สึกว่าเด็กก็คือเด็ก แต่กลับกันผู้ใหญ่ชาวเน็ตจีนหลายๆ คนกลับมองว่าเด็กคืออนาคตของชาติ และถ้าเด็กทุกคนมีความคิดแบบนี้มันอาจจะเกิดผลเสียตามมาก็เป็นได้… แต่ถึงอย่างนั้นในอีกฝากของชาวเน็ตก็ยังมีอีกฝั่งที่มองว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องตลกกว่าที่คิดอยู่ ถ้าไม่เชื่อลองดูตัวอย่างข้างล่างได้   นายคนนี้บอกว่า เด็กชาวจีนมีการบ้านที่เยอะมากๆ ฉะนั้นอย่างน้อยไฟไหม้ครั้งนี้ก็ทำให้เจ้าหนูคนนี้มีความคิดสร้างสรรค์   อย่างน้อยก็ยังมองหาเรื่องดีๆ ได้ แม้บ้านตัวเองจะไฟไหม้อยู่ก็ตาม   โอเค ทีนี้เราก็รู้แล้วว่าตัวการคือใคร…   ที่มา shanghaiist

  • รวม 17 เรื่องราวแสนเจ็บปวดในวัยเด็ก ที่พอโตแล้วมองกลับไป มันก็คือเรื่องขี้ปะติ๋วเอง

    รวม 17 เรื่องราวแสนเจ็บปวดในวัยเด็ก ที่พอโตแล้วมองกลับไป มันก็คือเรื่องขี้ปะติ๋วเอง

    คิดว่าเพื่อนคงเคยคิดกันบ้างล่ะว่า อยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งจัง แต่เพื่อนจำได้ไหมว่าในวัยเด็กนั้น เราพบกับเรื่องเจ็บปวดกันมามากแค่ไหนแล้ว เพราะวัยเด็กเป็นวัยแห่งความไร้เดียงสา ที่ไม่ว่าจะเจอกับความผิดหวังอะไรเล็กๆ น้อยก็พร้อมที่จะสร้างความเจ็บปวดให้กับหัวใจของเราได้ตลอดเวลา ดังนั้นในฐานะที่เป็นวันเด็ก พวกเรา CatDumb ได้รวบรวมภาพความเจ็บปวดในวัยเด็กที่เราไม่เคยลืมมาให้ดูกันแล้วในที่นี้…   1. ยังจำได้ไหมว่าครั้งหนึ่ง โดนครูยึดไพ่ยูกิ แล้วโทรบอกพ่อแม่ว่าเล่นพนันในเวลาเรียน ไพ่ยูกินะครู ไม่ใช่ป๊อกเด้ง   2. ไม่กล้าบอกครูว่าอยากไปห้องน้ำเพราะอายเพื่อน ยิ่งกับครูฝรั่งนี่ยิ่งโคตรจะเขิน เพราะไม่รู้ว่าจะพูดเป็นภาษาอังกฤษอย่างไร จนสุดท้ายก็ฉี่ราด อายซ้ำเข้าไปอีก โถ้ว!!   3. โดนเพื่อนดึงกางเกง โดยเฉพาะกางเกงวอร์มนี่ตัวดี เวลาที่เพื่อนดึงกางเกงในไปพร้อมๆ กันด้วย อายจนไม่กล้าไปโรงเรียนเลยทีเดียว นั่นจึงนำมาสู่เทรนด์การผูกเอวให้แน่น ทีนี้ใครจะมาแกล้งก็ไม่หลุดละว๊อยยยย   4. ฝึกปั่นจักรยานแล้วล้ม จริงๆ ร่างกายมันไม่เจ็บหรอก แต่เจ็บใจที่ว่าทำไมถึงปั่นไม่เป็นสักที   5. เล่นวิ่งไล่จับกับเพื่อนๆ แล้วเพื่อนหนีเก่ง จับมันไม่ได้ไม่พอนะ มันวิ่งหลอกเราจนเราล้มต่อหน้าฝูงชน ที่ร้องไม่ใช่อะไรนะแก้เขิน 555+   6. อุตส่าห์ปิดชื่อพ่อแม่เป็นความลับแทบตาย สุดท้ายโดนเพื่อนแอบค้นสมุดพก แล้วมันเอาชื่อพ่อของเรามาล้อ ทีนี้พอรู้กันตัวห้อง เอาเลยจ้า…

  • พ่ออุปถัมภ์ใจทราม ข่นขืนและคุกคามทางเพศลูกเลี้ยงกว่า 900 ครั้ง เพื่อสร้างฮาเร็มของตัวเอง

    พ่ออุปถัมภ์ใจทราม ข่นขืนและคุกคามทางเพศลูกเลี้ยงกว่า 900 ครั้ง เพื่อสร้างฮาเร็มของตัวเอง

    พ่อแม่อุปถัมภ์ คือคนที่คอยช่วยให้เด็กๆ ที่อ่อนแอหรือกำพร้าได้กลับมามีสิ่งที่เรียกว่าครอบครัวอีกครั้งหนึ่ง ฟังดูเหมือนกับว่าเด็กเหล่านั้นจะได้อยู่อย่างมีความสุข แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ มันก็อาจไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป เหมือนอย่างสิ่งที่เด็กในครอบครัวนี้ต้องเจอ นี่เป็นครอบครัวของนาย Viktor Lishavsky วัย 37 ปี ชาวรัสเซียผู้คอยอุปถัมภ์เลี้ยงดูเด็กกำพร้าและเด็กผู้ด้อยโอกาสจำนวนมาก จนกระทั่งเขาถูกตั้งข้อหาข่มขืนและกระทำทางเพศอย่างรุนแรงกับเด็กสาว 5 คนที่อยู่ในการดูแลของเขามานานกว่า 5 ปี   Viktor ชายฟันทองผู้ทำความป่าเถื่อนกับเด็กมานานกว่า 5 ปี   เขาถูกจับกุมตัวหลังจากที่ เด็กสาวภายใต้การดูแลนำสิ่งที่เขาทำกับเธอไปบอกอาจารย์ในโรงเรียน ทำให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเขาเอาไว้ในเดือนมิถุนายน 2017 หลังจากนั้นความผิดของเขาก็เริ่มถูกเผยออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ในตอนกลางวันเขาคือช่างซ่อมรองเท้า แต่ตกกลางคืนเขาคือคนที่คุกคามเด็กๆ ในการดูแลของตัวเองมานานหลายปี เขาถูกตั้งข้อหาว่า ทำการข่มขืนเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีถึง 248 ครั้ง และกระทำพฤติกรรมทางเพศที่รุนแรงกับเด็กเหล่านั้นอีก 358 ครั้ง   ครอบครัวที่รวมเด็กอุปถัมภ์เอาไว้เป็นจำนวนมาก   ต่อมาถูกตั้งข้อหาเพิ่มว่าแสดงพฤติกรรมทางเพศที่รุนแรงกับเด็กสาวอายุต่ำกว่า 14 ปี จำนวน 22 ครั้ง อีกทั้งเขายังมีคดีข่มขืนอีก 11 ครั้ง โดยมีการทำร้ายร่างกายที่รุนแรงจนถูกตั้งเป็นคดีอาชญากรรมและทำให้ผู้อื่นตกอยู่ในอันตราย…

  • ชม 13 ภาพของเหล่าเด็ก ‘คลอดก่อนกำหนด’ ที่ช่างดีต่อใจเสียเหลือเกิน

    ชม 13 ภาพของเหล่าเด็ก ‘คลอดก่อนกำหนด’ ที่ช่างดีต่อใจเสียเหลือเกิน

    อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่าการอุ้มท้องเด็กซักคนนึงจำเป็นต้องใช้เวลาราวๆ 9 เดือน ถึงจะเข้าสู่ช่วงคลอดเด็กออกมาได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีสิ่งที่เรียกว่า การคลอดก่อนกำหนด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ด้วยสาเหตุบางประการ เช่น ปัญหาทางสุขภาพของผู้เป็นแม่หรือตัวเด็กเองด้วย จึงทำให้หลายคนคิดว่าเด็กที่คลอดก่อนกำหนดนั้นจะไม่แข็งแรงและไม่สมบูรณ์ ซึ่งใช่ว่าจะเป็นเช่นนั้นเสมอไป เหล่าเด็กๆ ที่เกิดก่อนกำหนดไม่ได้เป็นอย่างที่ใครคิดภาพเอาไว้ ถ้าไม่เชื่อ เชิญรับชมภาพเหล่านี้ที่แสดงให้เห็นว่า เหล่าเด็กๆ ที่ได้รับการคลอดก่อนกำหนดนั้นมีชีวิตที่แฮปปี้กันขนาดไหน…   1. เจ้าหนูเกิดตอน 33 สัปดาห์ หมอบอกว่าเธอจะยิ้มไม่ได้อีก แต่ดูสิ…   2. ส่วนคนนี้คลอดตอน 34 สัปดาห์ น้ำหนักแค่ 2.38 กิโลกรัม แต่ดูแฮปปี้เชียว   3. นายคนนี้เกิดก่อนกำหนด 9 สัปดาห์ หนักแค่ 2.18 กิโลกรัม แต่ตอนนี้เป็นคุณหมอไปซะแล้ว   4. หนูน้อยคนนี้เกิดก่อนกำหนด 7 สัปดาห์ หลังจากนั้นเพียง 16 สัปดาห์ก็ยิ้มร่าเชียว   5. สาวน้อยเอเวลิน เกิดตอน 25 สัปดาห์…

  • Mandeep Batwal สาวชาวอินเดียที่อายุเพิ่มตามกาลเวลา แต่ร่างกายกลับไม่โตตามวัย

    Mandeep Batwal สาวชาวอินเดียที่อายุเพิ่มตามกาลเวลา แต่ร่างกายกลับไม่โตตามวัย

    เรื่องราวอันน่าประหลาดใจนี้เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย หลังจากที่วัยรุ่นสาววัยผู้หนึ่งที่เกิดมาพร้อมกับขนาดร่างกายที่เล็ก และถึงเวลาจะผ่านไปนานกว่า 18 ปี สาวน้อยผู้นี้ก็ยังมีร่างกายที่เล็กและสูงเพียงแค่ 83 เซนติเมตรเท่านั้น!! ในหมู่บ้านของเธอทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ชื่อของ Mandeep Batwal กลายเป็นที่พูดถึงในหมู่บ้านอย่างมาก มีทั้งคนที่รักเธอและบางส่วนที่คิดว่าร่างกายของเธอนั้นโดนคำสาปบางอย่าง ด้วยร่างกายที่สูงไม่ถึง 100 เซนติเมตร หญิงสาวกลายเป็นคนที่ตัวเล็กที่สุดในหมู่บ้าน เธอมีขนาดตัวพอๆ กับไม้คริกเก็ตและมีขนาดของฝ่ามือและเท้าเท่าเดิมมาตั้งแต่เธออายุได้แค่ 2 ขวบ     ด้วยร่างกายที่เล็กพอๆ กับเด็ก ทำให้ Mandeep มักจะถูกเพื่อนๆ ของเธออุ้มไว้บนบ่าเวลาที่ออกไปเล่นด้วยกัน Raj Rani วัย 36 ปีแม่ของหญิงสาวกล่าวว่า “เราเป็นกังวลกับเธอมาก ตอนนี้เธออายุ 18 ปีแล้วแต่เหมือนกับเด็ก 4 ขวบเลย  เธออ่อนแอมาก และไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงที่จะออกไปวิ่งเล่นเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ เราเคยส่งเธอเข้าเนอสเซอรี่พร้อมกับน้องสาวของเธอ แต่ Mandeep ก็ไม่สามารถเรียนรู้ได้เลย”      การคลอดก่อนกำหนดอาจจะเป็นสาเหตุให้หญิงสาวมีพัฒนาการที่ไม่ปรกติ Mandeep ลืมตาออกมาดูโลกในขณะที่แม่ของเธอตั้งครรภ์ได้เพียงแค่ 28 สัปดาห์เท่านั้น Mandeep เกิดมาในครอบครัวแรงงาน พวกเขาไม่ค่อยมีเงินและพบหมอเพื่อตรวจอัลตร้าซาวด์ลูกคนแรกเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น “หลังจากที่เราแท้งลูกคนแรกซึ่งเป็นผู้ชาย จากนั้น Mandepp ก็เกิดมา เราดีใจมากที่มีเธอ…

  • คุณแม่ได้รับข้อความด่าทอหลังจอดรถในที่ ‘คนพิการ’ ทั้งที่จริงแล้วลูกของเธอคือผู้พิการ

    คุณแม่ได้รับข้อความด่าทอหลังจอดรถในที่ ‘คนพิการ’ ทั้งที่จริงแล้วลูกของเธอคือผู้พิการ

    เวลาเพื่อนๆ เจอคนจอดรถไม่ดี หรือจอดไม่ถูกระเบียบเนี่ยเพื่อนๆ ก็มักจะหงิดหงุดใช่มั้ย จนบางทีเราก็อยากจะเอากระดาษไปแปะที่รถคนนั้นๆ หรืออยากจะเอาสีไปเขียนเลยก็เป็นไปได้ แต่พออ่านเรื่องนี้เพื่อนๆ อาจได้ข้อคิดอีกแบบเกี่ยวกับการจอดรถก็ได้นะ มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในวันที่ 8 ธันวาคม ปีที่แล้ว (พ.ศ. 2560) มีคุณแม่คนหนึ่งออกมาพูดว่าเธอรู้สึกแย่เพียงใดที่เจอคนทิ้งข้อความไว้ที่หน้าต่างรถของเธอ ขณะที่เธอพาลูกที่ป่วยหนักของเธอไปหาซานต้าเพื่อที่จะสร้างความทรงจำดีๆ ให้ลูกของเธอ     Nancy Coyne ถูกสังคมตั้งคำถาม หลังจากที่มีข้อความว่า “คุณไม่ใช่คนพิการ” ถูกเขียนทิ้งไว้ทั่วหน้าต่างรถเธอด้วยลิปสติกสีแดง หลังจอดรถในที่ของคนพิการ เธอพา Garrett ลูกชายของเธอไปไปหาซานต้าที่ห้าง King of Prussia รัฐ Pennsylvania สหรัฐอเมริกา     Garrett ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคระบบประสาทที่หาได้ยากที่ชื่อว่าโรค Battens Disease เขาเคยเป็นเด็กที่มีสุขภาพดี จนถึงสามขวบ แต่ตอนนี้ตาซ้ายของเขาบอด และก็เสียทักษะการเคลื่อนไหว แม่ของเขาบอกว่ามันไม่มียาและวิธีรักษาอาการของเด็กน้อยคนนี้ ตามรายงาน เธอได้รับอนุญาตให้จอดรถในที่จอดรถคนพิการได้ชั่วคราว แต่พอเธอกลับมาที่จอดรถของห้างกลับพบข้อความที่ไม่น่าดูเอาเสียเลย โดยที่นักข่าวท้องถิ่นได้อธิบายว่ามันเป็นการกระทำที่ช่างป่าเถื่อนเสียจริง Nancy กล่าวว่า “ฉันรู้สึกโกรธและเสียใจเอามากๆ ฉันไม่รู้ว่าควรทำยังไงต่อไปดี” และเธอยังพูดต่อว่า “ฉันพยายามที่จะสร้างความทรงจำร่วมกับครอบครัวของฉัน แต่แล้วมันก็เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”  โฆษกประจำห้างบอกว่าเขาไม่พอใจที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเอามากๆ และเขาช่วยให้การเรื่องนี้กับตำรวจ     มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นกับใครก็ตาม หวังว่าก่อนเพื่อนๆ…

  • เมื่อลูกชายอยากได้ตุ๊กตา ‘นางเงือกน้อย’ เป็นของขวัญ คุณพ่อยิ้มร่ายินดีกับสิ่งที่ลูกเลือก

    เมื่อลูกชายอยากได้ตุ๊กตา ‘นางเงือกน้อย’ เป็นของขวัญ คุณพ่อยิ้มร่ายินดีกับสิ่งที่ลูกเลือก

    เด็กเล็กกับของเล่นนั้น เป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้เลย เพราะของเล่นเป็นทั้งสื่อบันเทิงสำหรับเด็ก และในขณะเดียวกันก็เป็นเหมือนสื่อการเรียนรู้ด้วย โดยทั่วไปแล้ว เรามักจะมีภาพในหัวอยู่เสมอว่า เด็กผู้ชายส่วนใหญ่นั้นมักจะชื่นชอบซุปเปอร์ฮีโร่ นักสู้ หรือหุ่นยนต์ ส่วนเด็กผู้หญิงส่วนมากก็จะชอบของน่ารักหวานแหววจำพวกตุ๊กตาเจ้าหญิง หรือตุ๊กตาบาร์บี้ แล้วถ้าเกิดเด็กผู้ชายอยากจะเล่นตุ๊กตาเจ้าหญิง หรือถ้าหากเด็กหญิงอยากจะได้หุ่นยนต์พิทักษ์โลกบ้างล่ะ คุณพ่อคุณแม่ของเด็กๆ จะรู้สึกอย่างไรกันบ้าง?   คุณพ่อ Mikki Willis และลูกชาย Azai กับตุ๊กตานางเงือกน้อยของขวัญวันเกิดลูกชาย   Mikki Willis เป็นคุณพ่อลูกสอง และในวันเกิดของลูกชายคนโตปีนี้ ลูกชายของเขาได้ของขวัญวันเกิดที่ซ้ำกันสองชิ้น เขาจึงขับรถพาลูกชายไปที่ร้านของเล่น เพื่อเอาของขวัญที่ซ้ำไปเปลี่ยน โดยให้ลูกชายเลือกของขวัญใหม่เอง เมื่อไปถึงที่ร้านของเล่น สิ่งที่ลูกชายของเขาเลือกเป็นของขวัญวันเกิดนั้น เป็นตุ๊กตานางเงือกน้อย น่ารักหวานแหววตัวหนึ่ง คุณพ่อเห็นดังนั้นก็อยากจะแบ่งปันความรู้สึกตอนที่เห็นลูกชายเลือกตุ๊กตานางเงือกน้อย ให้กับชาวเน็ตได้รู้ เมื่อเขาพาลูกขึ้นมาบนรถแล้ว จึงอัดคลิปวิดีโอบอกให้โลกรู้ซะเลยว่าความรู้สึกของเขาตอนนี้เป็นเช่นไร   คลิปวิดีโอ   เขาเกริ่นนำตอนเริ่มอัดคลิปวิดีโอว่า “ลูกชายของผม เลือกตุ๊กตาตัวนี้เป็นของขวัญวันเกิด” แล้วจึงตั้งคำถามกับชาวเน็ตว่า “ตอนนี้ คุณคิดว่าในฐานะพ่อคนหนึ่ง ผมจะรู้สึกอย่างไรที่ลูกชายเลือกตุ๊กตานี่?” ความรู้สึกของเขานั้นอาจไม่ตรงกับสิ่งที่ใครหลายคนคิดไว้ เพราะคำตอบของเขาคือ “เย้ ลูกได้ตุ๊กตาใหม่แล้ว!” เขาอธิบายความรู้สึกของเขาที่มีต่อลูก ดังนี้ “ผมเปิดโอกาสให้ลูกชายทั้งสองคนเลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง เราจะบอกกับลูกว่า เย้…

  • แบนเถอะว๊อย!! เชฟดัง Jamie Oliver เรียกร้องห้ามจำหน่าย “เครื่องดื่มชูกำลัง” ให้แก่เด็กๆ

    แบนเถอะว๊อย!! เชฟดัง Jamie Oliver เรียกร้องห้ามจำหน่าย “เครื่องดื่มชูกำลัง” ให้แก่เด็กๆ

    Jamie Oliver คือเชฟชื่อดังที่ไม่ได้มีความสามารถแค่ในการทำอาหาร แต่เขายังเป็นผู้นำหลักที่ช่วยส่งเสริมและพัฒนามื้ออาหารสำหรับเด็กนักเรียนในประเทศอังกฤษ และในครั้งนี้เองเขาก็ได้นำเสนออีกหนึ่งแนวคิดที่สำคัญสำหรับอาหารการกินของเด็กๆ ในปัจจุบัน Jamie ต้องการให้รัฐบาลออกมาตรการ “ห้ามขายเครื่องดื่มชูกำลังให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี” เพราะเขาพบว่าการที่เด็กดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้เข้าไปจะส่งผลเสียให้กับผลการเรียนของพวกเขา   Jamie Oliver เชฟชื่อดังผู้เป็นตัวตั้งตัวตีในหลายๆ โครงการที่เกี่ยวกับอาหาร   พวกเราหลายๆ คนอาจเคยชินกับการดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเวลาที่ต้องทำงานในตอนเช้า หรือบางคนก็อาจนำไปผสมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่สำหรับเด็กแล้วอาจไม่เป็นอย่างนั้น เพราะลองคิดกันดูว่าแม้แต่บริษัทผู้ผลิตเอง ยังย้ำให้เราฟังเสมอว่า “เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรดื่ม” ดังนั้นเราก็ไม่ควรขายให้เด็กไม่ใช่หรอ? แม้เราจะรู้ว่าเด็กไม่ควรจะดื่มอะไรแบบนี้ หรือแม้ว่าฉลากข้างขวดจะบอกเอาไว้ชัดเจนมากขนาดไหน แต่พวกเราก็เลือกที่จะทำเป็นไม่สนใจ ขายให้เหมือนเป็นเรื่องปกติอยู่ดี และจากการที่เราปล่อยให้มันเป็นอย่างนั้นมาโดยตลอด จึงทำให้มีสถิติการดื่มเครื่องดื่มชูกำลังของเด็กอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง จากการศึกษาของ หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารในยุโรป พบว่า กว่า 69 เปอร์เซ็นต์ของวัยรุ่นดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง รวมถึงเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปีอีก 24 เปอร์เซ็นต์     จากจำนวนที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วง จึงทำให้หลายๆ ที่ตระหนักถึงปัญหาและลงมือแก้ไข อย่างเช่นห้างสรรพสินค้า Waitrose ที่ไม่ขายเครื่องดื่มชูกำลังให้กับวัยรุ่น หรือแม้แต่สหภาพครู NASUWT ก็ยังออกมาเรียกร้องเช่นเดียวกันกับเชฟชื่อดังคนนี้ Kevin…

  • 15 ภาพความไร้เดียงสาของเด็กๆ ที่จะทำให้คุณรู้สึกเอ็นดู๊เอ็นดู อะไรจะน่ารักเบอร์นั้นล่ะลู๊กกก!!

    15 ภาพความไร้เดียงสาของเด็กๆ ที่จะทำให้คุณรู้สึกเอ็นดู๊เอ็นดู อะไรจะน่ารักเบอร์นั้นล่ะลู๊กกก!!

    วัยเด็กเป็นช่วงอายุที่พูดได้เลยว่าเป็นช่วงที่มีความสุขที่สุด ความไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลกทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวตอนนั้นดูสนุกและน่าตื่นเต้นไปซะทุกอย่าง พูดแล้วก็คิดถึงช่วงเวลานั้นซะเหลือเกิน คำที่พูดไว้ว่า “เด็กนั้นเปรียบเหมือนดังผ้าขาว” คงจะสามารถอธิบายช่วงชีวิตวัยเด็กได้ดีที่สุด ความไร้เดียงสาตอนนั้นมันช่างมีความสุขเหลือเกิน เหมือนดังภาพต่อไปนี้   อย่าเศร้านะคะคุณลุง   เด็กชายนำน้ำมาให้กับตำรวจในเหตุการณ์ความวุ่นวายเมืองบัลติมอร์   ถึงแม้ว่าน้ำของตัวเองจะมีอยู่น้อยนิดก็ยังอยากที่จะแบ่งปันให้กับผู้ที่เดือดร้อนกว่า   มีน้ำใจกับเพื่อนร่วมโลก ถึงแม้จะไม่มีให้มากแต่ก็อยากจะแบ่งปัน   กินร่วมกันก็ได้นะเจ้าเหมียว แต่ทำไมดูเหมือนแกไม่ชอบอาหารนี้เลยล่ะ   แฝดสาม Heaton, Holden และ Wilder กับเพื่อนเล่นของเขา เล่นเป็นคนเก็บขยะของเทศบาล   เด็กหญิงชาวอาฟกันยื่นดอกไม้ให้กับทหารอเมริกาเพื่อเป็นกำลังใจให้กับเขา   เจ้าไดโนเสาร์ป่วย เป็นหน้าที่ของพยาบาลน้อยต้องคอยดูแล   เราจะฝ่าภัยพิบัตินี้ไปด้วยกันนะเพื่อน   เด็กสองคนนี้เดินเข้าไปกอดกันโดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อน   กองกำลังพิทักษ์ทิชชู่ในห้องน้ำมาช่วยเหลือแล้ว   เพื่อนแท้ย่อมไม่ทิ้งกัน และจะหาวิธีช่วยเหลือเพื่อนตอนที่เดือดร้อน   อย่าปล่อยมือนะเพื่อน   เด็กหญิงขายตุ๊กตาทั้งหมดของเธอเพื่อนำเงินมาบริจาคให้กับศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ท้องถิ่น   เด็กชายเลี้ยงผมให้ยาวกว่า 2 ปี เพื่อที่จะนำผมไปบริจาคให้กับผู้ป่วยมะเร็ง   ที่มา brightside

  • ชมความสามารถของเด็กป.4 คัฟเวอร์เพลงของ Daft Punk อย่างเหมือน!!

    ชมความสามารถของเด็กป.4 คัฟเวอร์เพลงของ Daft Punk อย่างเหมือน!!

    ยังจำได้ไหมว่าตอนประมาณป.4 คุณมักจะใช้เวลาว่างไปกับอะไร?? ติ๊กตอก ติ๊กตอก?? พอจะนึกออกกันบ้างหรือเปล่า?? แน่นอนว่านอกจากการออกไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ แล้ว หลายๆ คนก็อาจจะใช้เวลาไปกับกิจกรรมยามว่างไม่ว่าจะเป็นการฝึกทักษะพิเศษอย่างการเล่นกีฬา เรียนศิลปะ หรือเรียนดนตรีเหมือนกับเด็กๆ ชาวเกาหลีเหล่านี้     คลิปวิดีโอการคัฟเวอร์ของเจ้าหนูน้อยชั้นป.4 จากเกาหลีใต้ทำเอาหลายๆ คนถึงกับตะลึงในความสามารถของพวกเขาหลังจากที่หนูน้อยทั้ง 7 เล่นเพลง Something About Us ของ Daft Punk ได้เนียนสุดๆ เหมือนกับศิลปินมาเองเลยทีเดียว คลิปวิดีโอจาก Namsong Elementary School โรงเรียนสอนดนตรีจากเมืองแทกู ประเทศเกลาหลีใต้ ได้เผยให้เห็นความสามารถของเหล่าหนูน้อยในการบรรเลงเพลงของศิลปินดังโดยใช้เครื่องดนตรีแบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคีย์บอร์ด หรือ Launchpad พวกหนูๆ ก็เล่นได้อย่างคล่องแคล่วเลยทีเดียว   ไปชมความสามารถของเหล่าหนูๆ ได้ที่คลิปวิดีโอด้านล่างได้เลย…   ที่มา sploid

  • สื่อนอกเผย เด็กจีนใช้เวลาทำการบ้านนานกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 3 เท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลก

    สื่อนอกเผย เด็กจีนใช้เวลาทำการบ้านนานกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 3 เท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลก

    อย่างที่พวกเราพอจะทราบกันเป็นอย่างดีว่าชาวจีนนั้นถือเป็นอีกหนึ่งชนชาติที่ขยันและทำงานอย่างหนัก แต่นอกจากสองเรื่องนี้แล้วพวกเขายังขึ้นชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีการเรียนการสอนที่หนักหน่วงอีกด้วย จากการรายงานของ Afanti ระบบเก็บข้อมูลขอผู้ใช้งานกว่า 100 ล้านคนทั่วประเทศ เผยว่าตลอดช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา เด็กนักเรียนในระดับชั้นประถมของที่นี่ใช้เวลาทำการบ้านเฉลี่ยมากกว่า 3.03 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของทั่วโลกถึง 3 เท่า!!     นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยผลการสำรวจระยะเวลาในทำการบ้านของเด็กญี่ปุ่นและเกาหลีใต้อีก ซึ่งจากรายงานระบุว่าพวกเขาใช้เวลาในทำการบ้านเฉลี่ย 3.7 และ 4.8 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว จากผลการสำรวจในปี 2012 พบว่าเด็กชาวอเมริกันที่มีอายุเฉลี่ย 15 ปีจะใช้เวลาในการทำการบ้านเพียงแค่ 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้น ระบบการศึกษาของจีนนั้นถูกวิพากษ์วิจารย์ว่าเป็นระบบที่ซ้ำซากจำเจ และไม่ทำให้เด็กเกิดการพัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์ของเด็กได้     การบ้านนั้นยังไม่ได้ส่งผลต่อตัวเด็กเท่านั้นแต่ความกดดันจากผู้ปกครองก็ยังเป็นสิ่งที่สร้างความเครียดให้กับเด็กๆ อีกด้วย จากการรายงานของสื่อในท้องถิ่นได้มีการเปิดเผยเรื่องราวของคุณแม่ท่านหนึ่งที่เล่าว่าเธอมักจะรู้สึกอารมณ์เสียทุกครั้งที่พยายามช่วยสอนการบ้านลูก และเมื่อปีที่ผ่านมาก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจขึ้นเมื่อคุณพ่อท่าหนึ่งได้โทษลูกของเขาโดยการจับขึงไว้กลางถนน เนื่องจากเจ้าหนูน้อยไม่ยอมทำการบ้าน   ที่มา medium

  • 23 ความไร้เดียงสาของเด็กๆ กับตรรกะแปลก พฤติกรรมสุดป่วง ที่จะทำให้คุณยิ้มตาม

    23 ความไร้เดียงสาของเด็กๆ กับตรรกะแปลก พฤติกรรมสุดป่วง ที่จะทำให้คุณยิ้มตาม

    วัยเด็กเป็นวัยที่เต็มไปด้วยความไร้เดียงสา ความอยากรู้อยากลอง ทดลองทำโน่นทำนี่ตามความคิดแบบเด็กๆ และตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ จนบางครั้งผู้ใหญ่อย่างเราๆ ก็ไม่เข้าใจ แต่บางครั้งความไร้เดียงสาและตรรกะแบบแปลกๆ ของพวกเขา รวมทั้งพฤติกรรมบางอย่าง มันก็ทำให้เราอดขำไม่ได้เลยจริงๆ   1. เด็กชาย 2 คนนั้นตัดสินใจตัดผมทรงเดียวกัน เพื่อไม่ให้คนอื่นจำได้…   2. ได้รองเท้าผ้าใหม่ มันก็จะเห่อหน่อยๆ ใส่เต้นโคฟเวอร์ซะเลย   3. ป้าบอกหลายชายทั้ง 2 ว่าให้จับแบงค์ไว้บนผนังด้วยจมูก ใครทำตกก่อนแพ้ แล้วผู้ชนะก็จะได้แบงค์ทั้ง 2 ใบไปครอง… แล้วใครจะคิดละว่าเพื่อชัยชนะ พวกเขาถึงกับยอมอยู่ในท่านี้นานกว่า 3 ชั่วโมง   4. เมื่อลูกชายตัวน้อยเล่นซ่อนแอบ   5. คุณคงไม่เคยเด็ก ถ้าไม่เคยตัดหน้าม้าด้วยตัวเอง   6. พ่อแม่ไม่เคยมีรูปครอบครัวดีๆ เก็บไว้เลย เพราะลูกไม่ยอมเลิกทำท่านินจาสักที   7. คุณแม่ถึงกับกังวลเมื่อเปิดกล่องของเล่นของลูกสาวแล้วเจอเงิน ปืน และมีด ถูกเก็บไว้ด้วยกัน   8.…

  • พ่อแม่สุดดีใจหมอบอกได้ ‘ลูกสาว’ ทุ่มซื้อของใช้สุดหวานแหวว แต่พอคลอดออกมาได้ลูกชายซะงั้น!?

    พ่อแม่สุดดีใจหมอบอกได้ ‘ลูกสาว’ ทุ่มซื้อของใช้สุดหวานแหวว แต่พอคลอดออกมาได้ลูกชายซะงั้น!?

    สำหรับคู่รักทุกคู่ การมีเด็กน้อยซักคนเป็นโซ่ครองใจเป็นเรื่องอะไรที่น่ายินดีสุดๆ ดังนั้นคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่จึงมักเกิดอาการ “เห่อลูก” ที่ไม่ว่าจะเป็นข้างของเครื่องใช้ต่างๆ เสื้อผ้า หรือการตกแต่งห้อง ก็ต้องตระเตรียมไว้ให้ลูกน้อย ก่อนที่ทารกจะเกิดออกมาในไม่ช้า Sarah Sharples คือคุณแม่ที่กำลังพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ลูกคนแรก เธอและสามีต้องการทราบเพศของทารกในท้อง เพื่อที่จะเตรียมข้าวของเครื่องใช้ก่อนที่เบบี๋ตัวน้อยจะลืมตาออกมาดูโลก     ในระหว่างที่เธอตั้งครรภ์ในช่วง 20 สัปดาห์แรก แพทย์ได้บอกเธอว่าลูกน้อยในท้องนั้นเป็นเด็กผู้หญิงอย่างแน่นอน คุณแม่จึงเรียกเบบี๋ว่า “เจ้าหญิงน้อย” มาตั้งแต่นั้น แถมยังจัดหนักจัดเต็มเรื่องการซื้อข้าวของเครื่องใช้แบบหวานแหววมาให้หนูน้อย   .   คุณแม่วัย 25 ปี ไม่มีสิ่งใดที่เธอไม่ซื้อให้ลูกสาวคนแรกคนนี้ ตั้งแต่ตุ๊กตา ชุดลายมิกกี้เม้าส์สีชมพู เปลสีชมพู แม้กระทั่งผนังห้องก็เพ้นท์เป็นสีชมพูและชื่อของหนูน้อยลงไปด้วยว่า “Lily mae”   .   แน่นอนว่าสีชมพูคือสัญลักษณ์ของผู้หญิง คุณแม่เลยซื้อทุกอย่างเป็นสีชมพูหวานแหวว แบบไม่หลุดธีม ทั้งห้องของเบบี๋ถูกตกแต่งไปด้วยโทนสีหวานและสิ่งของน่ารักๆ ที่เตรียมพร้อมรอวันที่ Lilly จะลืมตาดูโลก     เมื่อถึงเวลาคลอดคุณแม่ Sarah ก็สามารถคลอดได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย แต่เมื่อพยาบาลมอบทารกแรกเกิดให้กับเธอ Sarah ก็ต้องตกกะใจเป็นอย่างยิ่ง!!! “มีบางอย่างที่ต้องให้คุณดู” นางพยาบาลกล่าว..    …

  • น้องชายวิ่งเข้าไปช่วยพี่สาว หลังเข้าใจผิดคิดว่า ‘การแข่งมวยปล้ำ’ เป็นการทะเลาะกัน

    น้องชายวิ่งเข้าไปช่วยพี่สาว หลังเข้าใจผิดคิดว่า ‘การแข่งมวยปล้ำ’ เป็นการทะเลาะกัน

    เด็กน้อยทุกคนนี่มีความไร้เดียงสาซะจริงๆ นะ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูน่ารักไปซะหมด ผู้ใหญ่แบบเราดูแล้วอิจฉาเหลือเกิน โอ๊ย เห็นแล้วอยากกลับไปเป็นเด็กจังเลยวุ้ย เรื่องราวสุดน่ารักนี้เกิดขึ้นในการแข่งขันกีฬามวยปล้ำของโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในสหรัฐ Ryan Prendergast เด็กหญิงวัย 5 ขวบในชุดสีชมพูกำลังแบทเทิลกีฬามวยปล้ำรุ่นจิ๋วท่ามกลางเสียงเชียร์ของเหล่าผู้ปกครองตรงขอบสนาม   สาวน้อยในชุดสีชมพูกำลังวางท่าต่อสู้กับเพื่อนร่วมชั้น   ระหว่างที่แข่งขันอยู่นั้นก็มีเด็กผู้ชายวิ่งเข้ามากลางวงต่อสู้ เด็กน้อยคนนั้นคือน้องชายของเธอนั่นเอง หนูน้อยวิ่งแจ้นเข้ามาในวงเพราะคิดว่าพี่สาวของเขากำลังถูกทำร้าย และพยายามเอาตัวเองเข้าแทรกระหว่างกลางคู่ต่อสู้พร้อมกับตะโกนว่า “ออกไปจากพี่สาวฉันเดี๋ยวนี้นะ”   น้องมาช่วยแล้วพี่!!   อย่ามาทำร้ายพี่สาวผมนะ   เด็กชายคงจะไม่รู้ว่านี่คือการแข่งขันมวยปล้ำ โถลูก คงอยากจะปกป้องพี่สาวสินะ   เหล่าผู้ปกครองต่างหัวเราะชอบใจ แต่การแข่งขันก็ต้องเริ่มใหม่อีกครั้งหลังจากที่กรรมการให้พ่อของเด็กชายอุ้มเจ้าหนูออกไป ฮ่าๆ   พ่อปล่อยผม ผมจะไปช่วยพี่   หลังจากจบการแข่งขัน คลิปวิดีโอเหตุการณ์ชุลมุนสุดน่ารักนี้ก็ได้เผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์ จนกลายเป็นหนึ่งคลิปที่มีแต่ชาวเน็ตมาชื่นชมถึงความกล้าหาญและน่ารักของหนูน้อยคนนี้   ไม่มีอะไรแล้ว สู้ต่อได้   คลิปวิดีโอการแข่งขันมวยปล้ำรุ่นจิ๋ว ที่มา metro

  • เด็กสาววัย 8 ขวบช่วยชีวิตน้องสาวของตัวเอง ด้วยการ ‘ปฐมพยาบาล’ ที่จำมาจากในทีวี

    เด็กสาววัย 8 ขวบช่วยชีวิตน้องสาวของตัวเอง ด้วยการ ‘ปฐมพยาบาล’ ที่จำมาจากในทีวี

    การปฐมพยาบาลเมื่อสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกายนั้น เป็นสิ่งที่คนทุกเพศทุกวัยควรที่จะรู้และปฏิบัติได้ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเมื่อไหร่ และวิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้องนั้นสามารถต่อชีวิตของคนบางคนได้เลยทีเดียว เช่นเดียวกับเด็กน้อยคนนี้ เธอได้ช่วยชีวิตของน้องสาวจากอาการสำลักช็อกโกแลตแท่ง จากการชมวิธีปฐมพยาบาลผ่านทางโทรทัศน์ เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าทึ่งสำหรับเด็กที่อายุยังน้อย และน่ายกย่องเธอคนนี้เสียจริงๆ Jackie Nelson คุณแม่ลูก 3 ได้เดินขึ้นไปบนบ้านเพื่อที่จะหยิบสิ่งของบางอย่าง โดยทิ้งลูกสาวอายุ 1 ขวบ ที่ชื่อว่า Peyton ไว้กับพี่สาววัย 8 ขวบ ในห้องนั่งเล่นพร้อมขนมขบเคี้ยวต่างๆ หลังจากนั้นคุณแม่ก็ได้ยินเสียงไอแค่กๆ แต่ก็ไม่ได้ตงิดใจอะไร จนกระทั่งเธอได้ยินเสียงของลูกสาวคนโตวัย 8 ขวบ ‘Skye‘ ที่ตะโกนด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว Jackie จึงรีบวิ่งไปที่ชั้นล่างและพบว่าลูกสาวคนเล็ก Peyton กำลังสำลักและมีท่าทางหายใจไม่ออก   ทันใดนั้นเอง Skye พี่สาวคนโต เธอก็ได้ยกน้องสาวขึ้นพาดที่เข่าแล้วทุบหลังซ้ำๆ ไม่นานนัก Peyton ก็อาเจียนและแท่งช็อกโกแลตของหลุดออกมา คุณแม่ได้กล่าวว่าลูกสาวคนโตของเธอนั้น ชื่นชอบรายการโทรทัศน์ที่เกี่ยวกับการแพทย์มากๆ โดยการปฐมพยาบาลที่เธอทำนั้น Skye เรียนรู้มาจากรายการ 24 Hours in A & E และ Inside The Ambulance ในโทรทัศน์นั้นเอง     คุณแม่ได้เล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้นว่า เธอไม่ได้ยินหรือเอะใจอะไรเลย จนได้ยินเสียงของลูกสาวคนโตที่โกนเรียก “แม่!!!…

  • เรื่องราวอบอุ่นหัวใจ มิตรภาพของ “เด็กน้อยกับสุนัข” ที่เติบโตมาเป็นเพื่อนเคียงข้างกัน…

    เรื่องราวอบอุ่นหัวใจ มิตรภาพของ “เด็กน้อยกับสุนัข” ที่เติบโตมาเป็นเพื่อนเคียงข้างกัน…

    นี่คือเรื่องราวความน่ารักของหนูน้อย Buddy วัย 3 ขวบ และเพื่อนสนิทของเขา เจ้า Reagan ที่ได้อยู่ด้วยกันมานานจนแยกจากกันไม่ได้แล้ว และตอนนี้ทั้งสองกำลังจะทำหนังสือการกุศลเพื่อช่วงองค์กรเกี่ยวกับการรับเลี้ยงเด็ก คู่หูดูโอ้ทั้งสองนี้จะทำอะไรด้วยกันมาตลอด ทั้งอาบน้ำ กินอาหาร นอน หรือแม้กระทั่งเล่นชิงช้าก็ยังเล่นด้วยกันเลย     Sandi Swiridoff ซึ่งเป็นคุณยายที่รับหนูน้อย Buddy มาเป็นหลานบุญธรรมเล่าว่าเรื่องราวของทั้งสองนี้ต้องถูกเล่าขานไปอัก เพราะเธอไม่สามารถเก็บความน่ารักนี้ไว้ได้คนเดียว ภาพที่ถ่ายออกมานั้นแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ว่าสนิทกันมาแค่ไหน ทั้งสองเข้ากันได้ดีตั้งแรกครั้งแรกที่ได้เจอกัน จนถึงตอนนี้ เป็นเวลากว่า 2 ปี แล้ว เรื่องราวของทั้งคู่เป็นสายสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นและสวยงาม     Reagan ก็ถูกกรับเลี้ยงมาเช่นกันตั้งแต่อายุได้ 8 เดือน เพื่อเอามาเป็นเพื่อนของลูกสาวของคุณยายหลังเธอยอมแพ้ที่จะมีลูก โดนที่หนูน้อย Buddy ก็ได้เข้ามาในชีวิตตอนที่เขาอายุได้ 11 เดือน และทั้งคู่ก็อยู่ด้วยกันตั้งแต่นั้นมา คุณยายเล่าอีกว่าเจ้า Reagan เป็นสุนัขที่นิสัยดีกับเด็กๆ แล้วสุนัขตัวอื่นๆ ด้วย มันยังไม่เคยแสดงความไม่พอใจกับใครเลย การรับเลี้ยงเจ้าหมาเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดแล้ว มันทำให้เราทั้งมีความสุขและมีชีวิตชีวายิ่งขึ้นกว่าเดิม   . . . .…

  • ส่องบ้านเด็กเล่นราคา 120,000 บาท ของหนูน้อย มีทั้งทีวี 50 นิ้ว-แชนเดอเลียร์คริสตัล หรูกว่าบ้านตูอี๊ก!!

    ส่องบ้านเด็กเล่นราคา 120,000 บาท ของหนูน้อย มีทั้งทีวี 50 นิ้ว-แชนเดอเลียร์คริสตัล หรูกว่าบ้านตูอี๊ก!!

    แน่นอนว่าพ่อแม่ทุกคน ต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกของตัวเองเสมอ ต้องเลี้ยงดูให้อยู่สบายไม่ขาดตกบกพร่อง มีข้าวปลาอาหารดีๆ กินทุกมื้อ และมีเสื้อผ้ามีของเล่นให้ลูกได้ใส่ได้เล่นไม่มีเบื่อ แต่คงไม่มีใครคิดหรอกว่าจะมีพ่อแม่คนไหนรักลูกมาก จนถึงกับสร้างบ้านส่วนตัวให้กับลูกสาวซึ่งอายุเพียง 3 ขวบเท่านั้น     สาวน้อยที่เรากำลังพูดถึงอยู่ เธอคือ Millie-Belle Diamond เธออาศัยอยู่กับพ่อแม่ในเมือง Noosa ประเทศออสเตรเลีย พ่อกับแม่ของเธอต้องการหาบ้านของเล่นให้กับลูกสาวของตัวเอง แต่ว่าพวกเขาหาแบบที่ต้องการตามใจเป๊ะๆ ไม่ได้ ก็เลยตัดสินใจสร้างขึ้นมาเองซะเลย เธอโพสต์ในอินสตาแกรมว่า “ฉันหาบ้านของเล่นที่มีโคมไฟระย้ากับทีวีติดผนังให้ลูกไม่ได้ ฉันกับสามีเลยคิดแบบเองทำเองเลย”     ดังนั้นบ้านของเด็กหญิงจึงถูกสร้างเองทั้งหมด ตัวบ้านทำขึ้นจากไม้และทาสีขาว ม่วง และชมพู ส่วนด้านหน้าบ้านก็มีต้นไม้ปลูกไว้ ประดับรอบบ้านด้วยไฟระยิบระยับสวยงาม และติดกระดิ่งไว้ให้สำหรับแขกที่มาเยือนบ้านเธอด้วย ภายในบ้านก็มีทั้งโคมไฟระย้าคริสตัลงามตา มีทีวีติดผนังขนาด 50 นิ้ว รวมไปถึงโซฟานุ่มนิ่มสีขาว และเปียโนขนาดพอดีตัวกับเด็กหญิงอีกด้วย ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ตีเป็นมูลค่ากว่า 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือตีเป็นเงินประมาณ 120,000 บาท   .   ภาพทั้งหมดนี้ถูกโพสต์ลงอินสตาแกรมผ่านแม่ของเธอ Schye Fox เธอยังพูดทีเล่นทีจริงอีกว่าเดี๋ยวอาจจะมีแอร์มาติดเพิ่มด้วย ส่วนชาวเน็ตที่ได้เห็นภาพบ้านหลังนี้ของเด็กสาวต่างก็ออกความคิดเห็นกันว่า หากลูกของตนมีบ้านแบบนี้บ้าง พวกเธอคงดีใจมาก แต่ชาวเน็ตอีกส่วนหนึ่งก็อิจฉาเด็กสาวที่มีบ้านหรูหราขนาดนี้ตั้งแต่เด็ก…

  • อุทาหรณ์สอนใจพ่อแม่ คลิปพี่เลี้ยงทุบตีเด็กน้อย หลังเพิ่งโบกมือบ๊ายบายคุณแม่ ไม่ถึง 1 นาที!!!

    อุทาหรณ์สอนใจพ่อแม่ คลิปพี่เลี้ยงทุบตีเด็กน้อย หลังเพิ่งโบกมือบ๊ายบายคุณแม่ ไม่ถึง 1 นาที!!!

    คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดภายในลิฟต์จากประเทศจีน เผยให้เห็นความโหดร้ายของพี่เลี้ยงเด็กคนหนึ่งที่ลงมือทำร้ายร่างกายเจ้าหนูน้อยอย่างรุนแรง หลังจากที่แยกจากแม่ของเด็กไม่ถึงนาที!! เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมตัวพี่เลี้ยงเด็กวัย 42 ปี หลังจากที่คลิปวิดีโอในลิฟต์ได้เผยให้เห็นหลักฐานชิ้นสำคัญในระหว่างที่เธอกำลังทำร้ายเด็กน้อยด้วยการทุบหน้าอกและศีรษะอย่างรุนแรง เพื่อให้เจ้าหนูหยุดร้องไห้     จากการรายงานของสื่อต่างประเทศระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน พี่เลี้ยงเด็กคนดังกล่าวทราบชื่อภายหลังคือนาง Li ได้ทำร้ายเจ้าหนูน้อยเมื่อเวลา 5 โมงเย็นของวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา (แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีการยืนยันว่าเพศของเด็กคนดังกล่าว) ภายในคลิปวิดีโอได้เผยให้เห็นการกระทำอันโหดร้ายของนาง Li ในตอนแรกเธอได้ใช้ฝ่ามือทุบไปที่ท้องของเด็กหลายครั้งเพื่อให้เจ้าหนูหยุดร้องได้ แต่นั่นไม่เพียงพอ ดูเหมือนว่าเด็กน้อยจะยังไม่เงียบ เธอจึงได้ใช้ฝ่ามือตบไปที่ท้ายทอยของเด็กอย่างรุนแรงอีกหลายครั้ง และจากนั้นก็เขย่ารถเข็นเด็กอย่างแรง ก่อนที่จะออกจากลิฟต์ไป     คลิปวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโลกอินเตอร์เน็ต และชาวเน็ตจำนวนมากก็ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อว่าการกระทำของหญิงคนดังกล่าว “เหตุการณ์แบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา และทุกที่ การนำแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและการนำเสนอผ่านสื่อเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราควรทำ” หนี่งในความคิดเห็นจากชาวเน็ตใน Weibo   และนี่คือสิ่งที่พี่เลี้ยงเด็กคนนี้กระทำต่อเจ้าหนูน้อยคนนี้ (คำเตือน: อาจมีภาพและเนื้อหาที่รุนแรง) ที่มา nextshark

  • รวม 25 ภาพศิลปะเด็กในยุค ‘ฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ’ ที่ดูแปลกซะเหลือเกิน มันหลอนจริงๆ

    รวม 25 ภาพศิลปะเด็กในยุค ‘ฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ’ ที่ดูแปลกซะเหลือเกิน มันหลอนจริงๆ

    เราอาจเคยเห็นภาพงานศิลปะกันมาอย่างหลากหลาย แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงผลงานศิลปะที่เกิดขึ้นใน ยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ (Renaissance) ที่มีความโดดเด่นในหลายๆ เรื่อง จนทำให้ผู้ใช้ Tumblr ที่ชื่อว่า Ugly Renaissance Babies หยิบเอาซีรีส์ภาพวาดอันแปลกประหลาดที่เกิดในยุคนั้นมา ภาพทั้งหมดที่เขาเลือกมา คือผลงานศิลปะเด็กทารกที่ถูกสร้างมาในยุคสมัยดังกล่าว และแต่ละภาพก็ไม่ใช่เด็กธรรมดา เพราะเราจะได้เห็นเด็กหน้าตาแปลกประหลาดบ้าง มีซิกแพ็คบ้าง หรือทำอะไรแปลกๆ ดูไปดูมารู้สึกหลอนมิใช่น้อย ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยยย   วิธีการให้นมลูกแบบแปลกๆ   ทารกแรกเกิดที่ดูมีความเกี่ยวข้องกับศาสนา   การทำคลอดตามจินตนาการของผู้วาด   เด็กคนนี้มีใบหน้าแก่เกินวัยไปหน่อยหรือเปล่า   เข้าฟิตเนสตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา เกิดมาไม่กินนม แต่กินเวย์โปรตีนแทน   เจ้าหนู เก็ทไฮอยู่หรอลูก   ท่าทางที่ดูไม่เด็กเอาซะเลย   หน้าตาแบบนี้ ใครทำอะไรให้ไม่พอใจหรือเปล่า   แขนขายาวราวกับผู้ที่โตเต็มวัยแล้ว   ลำบากแม่บ้านมาทำความสะอาดอีกนะ   เด็กติดปีกสุดโหด   อย่าทำร้ายผมเลยครับ ผมมีครอบครัวให้ต้องดูแลอยู่   ไม่เข้าใจเล๊ยยย ว่าทำไมต้องมารุมดูกันเยอะแยะขนาดนี้   จะว่าอ้วนก็ไม่ใช่ จะว่าผอมก็ไม่เชิงนะ…

  • หนูน้อยแรกเกิด มีขาติดกันคล้ายกับหางของนางเงือก แม้แต่แพทย์ก็ระบุเพศไม่ได้

    หนูน้อยแรกเกิด มีขาติดกันคล้ายกับหางของนางเงือก แม้แต่แพทย์ก็ระบุเพศไม่ได้

    เรื่องราวอันน่าประหลาดใจนี้เกิดขึ้นกับคุณแม่ชาวอินเดีย เมื่อเธอได้ให้กำเนิดลูกน้อยที่มีลักษณะผิดปรกติทางร่างกาย โดยขาทั้งสองข้างของเด็กน้อยนั้นติดกันคล้ายกับหางของนางเงือก ก่อนที่เจ้าหนูน้อยจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา เจ้าหนูน้อยไม่ทราบชื่อเกิดมาพร้อมกับอาการ Sirenomelia หรือ Mermaid Syndrome ที่มีขาที่ติดกันทั้งสองข้าง และนอกจากนี้การพัฒนาของกระดูกเชิงกรานที่ไม่สมบูรณ์ จึงทำให้ทีมแพทย์ไม่สามารถที่จะระบุเพศของเจ้าหนูน้อยคนนี้ได้     นาง Muskura Bibi หญิงสาววัย 23 ปี แม่ของเจ้าหนูน้อย ได้ให้กำเนิดลูกของเธอแบบแบ่งคลอดที่โรงพยาบาล Chittaranjan Deva Sadan ในเมือง Kolkata ทางตะวันออกของประเทศอินเดีย จากรายงานของสื่อต่างประเทศเผยว่า หญิงสาวคนดังกล่าวไม่ได้มีการทำอัลตราซาวด์เด็กก่อนที่เธอจะคลอด จึงทำให้แพทย์ไม่ทราบถึงสภาพของเด็กในท้องก่อนที่จะคลอดออกมา ส่วนทางด้านคุณหมอ Sudip Saha สูตินรีแพทย์ประจำโรงพยาบาลดังกล่าวได้ออกมาเปิดเผยว่าสองสามีภรรยาพ่อแม่ของเด็กน้อยคนดังกล่าวประกอบอาชีพกรรมกร และพวกเขาก็ไม่ได้รับการฝากครรภ์อย่างถูกต้องเนื่องจากไม่มีเงินพอ     โรค Sirenomelia หรือที่รู้จักกันในโรค Mermaid Syndrome เป็นอาการผิดปรกติทางร่างกายของทารกที่พบได้ยากมากๆ โดยมีอัตราการพบเพียงแค่ 1 ใน 60,000 ถึง 100,000 คน โดยอาการดังกล่าวจะทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนทางระบบทางเดินอาหารของเด็ก และทำให้การพัฒนาของไตทำงานผิดปรกติ ซึ่งในขณะนี้ทางวงการแพทย์ยังหาสาเหตุของโรคดังกล่าวไม่พบ   ที่มา dailymail

  • เด็กสาววัย 11 ปี ที่ต้องอาศัยอยู่ในคุกกับแม่ที่เป็น ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ ไปตลอดชีวิต

    เด็กสาววัย 11 ปี ที่ต้องอาศัยอยู่ในคุกกับแม่ที่เป็น ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ ไปตลอดชีวิต

    คนที่ทำผิดย่อมต้องได้รับการลงโทษ เป็นแนวคิดตามหลักจริยธรรมทั่วไปในสังคมและในแง่ของกฎหมายเช่นกัน ดังนั้นนักโทษที่ถูกจับแล้วจึงต้องรับโทษอย่างสาสมกับความผิดที่พวกเขาก่อไว้ เช่น โดนปรับ โดนยึดทรัพย์สิน ต้องจำคุก หรือแม้แต่ถูกประหารชีวิต ทว่าถ้าคนบริสุทธิ์รอบตัวของนักโทษ อย่างคนรักหรือสมาชิกในครอบครัวต้องติดร่างแหของการลงโทษนี้ไปด้วย มันยุติธรรมดีแล้วหรือ หากพวกเขาต้องลำบากเพราะขาดคนสำคัญในชีวิตไป จะมีวิธีช่วยเหลือคนเหล่านี้หรือไม่ แล้วช่วยเหลืออย่างไร เรามาลองติดตามดูตัวอย่างของปัญหาดังกล่าวกันดีกว่า   ฆาตกรต่อเนื่อง Shirin Gul   ในคุกประจำจังหวัดนานกาฮาร์ ประเทศอัฟกานิสถาน มีนักโทษหญิงอยู่จำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือฆาตกรต่อเนื่อง Shirin Gul เธอติดคุกเนื่องจากเธอและสมาชิกในครอบครัวร่วมทำการล่อลวงชายจำนวน 27 คนมาฆ่าเพื่อปล้นเอาทรัพย์สิน สมาชิกในครอบครัวทุกคนถูกตัดสินให้ได้รับโทษประหาร แต่ Gul ซึ่งกำลังตั้งครรภ์อยู่ถูกลดโทษลงให้เหลือเพียงจำคุกตลอดชีวิต จากนั้นเธอก็ให้กำเนิดลูกสาวในคุก และตั้งชื่อว่า Meena   Shirin Gul และลูกสาวของเธอ Meena   คุกในอัฟกานิสถานนั้นอนุญาตให้บุตรอาศัยอยู่กับบิดามารดาได้จนบุตรมีอายุ 18 ปี Meena จึงเติบโตมาในคุกแห่งนี้ตลอดช่วงชีวิต 11 ปีของเธอ นอกจากเธอแล้วยังมีเด็กอีกจำนวนมากที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่ในคุก เด็กๆ เหล่านี้ไม่ได้แตกต่างจากเด็กข้างนอกแต่อย่างใด พวกเขามีความไร้เดียงสา และสดใสสมวัยอย่างที่ควรจะเป็น Meena เองก็มีความสนใจเหมือนกับเด็กผู้หญิงนอกคุก เธอชอบเล่นตุ๊กตา ชอบพูดถึงเพื่อนสนิทวัยเดียวกัน (เด็กสาวคนอื่นในคุก)…

  • เด็กน้อยเขียนจดหมายสุดเศร้าถึง “ลุงซานต้า” จนชาวเน็ตถึงกับหดหู่ แต่ก็มาฮาแตกตอนท้าย!!

    เด็กน้อยเขียนจดหมายสุดเศร้าถึง “ลุงซานต้า” จนชาวเน็ตถึงกับหดหู่ แต่ก็มาฮาแตกตอนท้าย!!

    ปกติแล้วเวลาเราให้เด็กตัวเล็กๆ อายุราวๆ 5-6 ขวบเขียนจดหมายอะไรสักอย่าง เรามักจะได้คำตอบสุดไร้เดียงสาและใสสะอาดจากพวกเขา แต่เคยคิดไหมว่าปัจจุบันความคิดของเด็กอายุเท่านั้น มันได้เลยไปไกลกว่าที่เราคาดเสียแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ได้มีชาวเน็ตนามว่า Sarah McCammon NPR‏ ได้โพสต์ภาพจดหมายของลูกชายวัย 6 ขวบของเธอ ซึ่งเป็นจดหมายเขียนถึงซานตาคลอสในคาบเรียนของเขา     โดยปกติเราคงคิดว่ามันไม่มีอะไรก็แค่จนหมายถึงซานตาคลอส แต่จริงๆ มันมีอะไรมากกว่านั้น เพราะเนื้อหาภายในมันกลับสิ้นหวังสุดๆ ราวกับให้คนที่ผ่านชีวิตมาเยอะแยะเขียนเลยล่ะ และนี่ก็คือเนื้อหาภายในจดหมายดังกล่าว   “ถึงซานตาคลอส ซานต้า จดหมายฉบับนี้มันไม่มีอะไรหรอก เพราะผมเขียนใช้แค่ในคาบเรียนเท่านั้น ผมรู้ว่ารายชื่อเด็กเกเรของคุณมันว่างเปล่า รายชื่อเด็กดีที่คุณจะให้ของขวัญก็ว่างเช่นกัน และแน่นอนว่าชีวิตคุณก็ว่างเปล่า (เพราะซานต้าไม่มีอยู่จริง) คุณไม่ได้รับรู้ปัญหาอะไรในชีวิตผมเลยสักนิด เอาเป็นว่าลาก่อน ด้วยรัก ผมไม่บอกชื่อผมกับคุณหรอก”   งงเลยใช่ไหมว่านี่คือจดหมายที่เด็ก 6 ขวบจริงๆ อย่างนั้นเหรอ แล้วเราก็คงสงสัยกันใช่ไหมว่าเด็ก 6 ขวบจะต้องมาเจอปัญหาหนักหนาอะไรกัน หลังจากเห็นโพสต์นี้ครั้งแรก ชาวเน็ตต่างพากันแชร์ด้วยความหดหู่ใจ เพราะเนื้่อความของจดหมายบ่งบอกถึงความเศร้า ความว่างเปล่า และปัญหาภายในจิตใจของเด็กน้อยคนนี้ ที่ทุกๆ คนอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ สุดท้ายคำเฉลยก็ทำให้ชาวเน็ตหลายคนถึงกับโล่งใจ เพราะภายหลังแม่ของเขาก็ได้ออกมาเฉลยว่าไอ้เจ้า ‘ปัญหา’ ที่ว่านั่นก็แค่เขาทะเลาะกับพี่ชายเท่านั้นเอง    …

  • เปิดตัวคู่หูแห่งวงการดนตรี พี่หมาตัวใหญ่กับหนูน้อยวัยหัดเดิน อ๊ออ๊อย น่ารักกกก

    เปิดตัวคู่หูแห่งวงการดนตรี พี่หมาตัวใหญ่กับหนูน้อยวัยหัดเดิน อ๊ออ๊อย น่ารักกกก

    ไม่ว่าใครก็มีดนตรีในหัวใจทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุหรือแม้กระทั่งสัตว์ แหนะ คงไม่มีใครเชื่อสินะว่าสัตว์น่ะมีดนตรีในหัวใจจริงๆ จากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ทางยูทูบโดยผู้ใช้ที่มีชื่อว่า Jessgenrich เป็นคลิปวิดีโอสุดน่าร๊าก น่ารักจนไม่รู้จะอธิบายยังไง ถึงแม้ว่าจะมีความยาวเพียงแค่ครึ่งนาทีก็สามารถทำให้ยิ้มตามได้   ขอเปิดตัวคู่หูนักดนตรีที่น่ารักที่สุดในโลก เด็กน้อยวัยหัดเดินกับสุนัขที่ตัวใหญ่กว่าประมาณ 2 เท่า   เสียงเพลงเพี้ยนๆ จากออร์แกนที่หนูน้อยเป่าขึ้นรวมกับเสียงร้องของเจ้าหมาที่ไม่รู้ว่ามันร้องเพราะรำคาญหรืออยากจะร้องเพลงตามกันแน่ ฮ่าๆ   เอาเพลงมันส์ๆ สิไอ้หนู   คลิปวิดีโอสุดน่ารักนี้มียอดวิวมากกว่า 1 ล้านครั้ง มาดูความน่ารักของพวกเขาเหล่านี้กันเลย   หรือว่าที่เห่าเพราะอยากจะเปลี่ยนให้เจ้าหนูเป่าเป็นจังหวะ EDM ป่าวเจ้าหมา ที่มา inspiremore

  • คุณครูอนุบาลในจีนถูกจับกุม หลังพบว่าเด็กมีร่องรอยถูกทารุณ และการคุกคามทางเพศ

    คุณครูอนุบาลในจีนถูกจับกุม หลังพบว่าเด็กมีร่องรอยถูกทารุณ และการคุกคามทางเพศ

    เกิดเป็นเรื่องอื้อฉาวและน่าสะเทือนใจอย่างมาก สำหรับเหล่าผู้ปกครองของเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลซึ่งได้มีรายงานจากสื่อของประเทศจีนว่า มีการล่วงละเมิดทางเพศเด็กขณะที่อยู่ในโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง เรื่องนี้เกิดขึ้นมาเป็นประเด็นเมื่อผู้ปกครองของเด็กอนุบาลของโรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตเฉาหยาง กรุงปักกิ่งได้พบว่าลูกของตัวเองมีรอยเข็มหลายจุดตามตัวทั้งต้นขา สะโพก เมื่อสอบถามเด็กๆ แล้วก็ได้ทราบว่าหลังอาหารกลางวันคุณครูประจำชั้นจะเอายาให้กินทุกวัน จากนั้นก็จะหลับไป ซึ่งทำให้ผู้ปกครองตั้งข้อสงสัยว่าเด็กๆ ได้ถูกทารุณกรรมหรือล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่     ผู้ปกครองคนอื่นๆ ก็ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ลูกวัย 3 ขวบของเขาบอกว่าที่โรงเรียนมีกิจกรรมการตรวจร่างกาย โดยที่เด็กๆ ทุกคนต้องถอดเสื้อผ้าแล้วมีคุณหมอแก่ๆ 2 คนถอดเสื้อผ้ามาตรวจร่างกายด้วย และคุณครูก็บอกไว้ว่า อย่าไปบอกใครเพราะว่าคุณครูติดกล้องตามเด็กๆ ไปแล้ว ถ้าใครฟ้องพ่อแม่ครูจะรู้ทันที .   และจากข้อมูลเบื้องต้นทำให้เหล่าผู้ปกครองเกิดอาการไม่พอใจและได้ไปประท้วงหน้าโรงเรียนเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2017 ที่ผ่านมาเพื่อให้ทางโรงเรียนออกมาชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งพูดความจริงทั้งหมด อีกทั้งยังให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานการศึกษาเข้ามาตรวจสอบอีกด้วย โดยจะเก็บหลักฐานและนำวิดีโอจากกล้องวงจรปิดไปตรวจสอบ .   หลังจากนั้นไม่นานทางตำรวจก็ได้จับกุมหญิงสาววัย 22 ปีที่ชื่อว่า Liu ครูโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้เพื่อสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นและทางโรงเรียนยังสั่งพักงานคุณครู 3 คนเพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง     ถือว่าเป็นเรื่องราวที่น่าสะเทือนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ปกครองที่วางใจให้กับโรงเรียนอนุบาล โดยที่ไม่คิดเลยว่าบุตรหลานของพวกเขาจะต้องมาเจอเรื่องราวอะไรแบบนี้   ที่มา board.postjung,shanghaiist

  • สองเด็กชายหลบอยู่ใต้รถเมล์ ข้ามเมืองไปไกลกว่า 90 กม. เพื่อออกไปตามหาพ่อแม่

    สองเด็กชายหลบอยู่ใต้รถเมล์ ข้ามเมืองไปไกลกว่า 90 กม. เพื่อออกไปตามหาพ่อแม่

    เหตุการณ์อันน่าตกใจนี้เกิดขึ้นที่ประเทศจีน หลังจากที่เด็กชาย 2 ได้แอบเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถบัส และออกเดินทางเกือบ 100 กิโลเมตรเพื่อตามหาพ่อแม่ของพวกเขา เด็กหนุ่มวัย 8 และ 9 ขวบได้แอบขึ้นรถบัสจากหมู่บ้านของพวกเขาที่อยู่ทางตะวันตกของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เพื่อไปตามหาพ่อและแม่ที่ออกไปทำงานในเมือง ทั้งสองซ่อนตัวอยู่ใต้รถบัสนานกว่า 3 ชั่วโมงก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่พบ     เด็กน้อยทั้งสองแอบหนีออกจากโรงเรียนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน 2017 ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังสถานีรถโดยสาร เด็กน้อยแอบซ่อนตัวอยู่ในช่องแคบๆ บริเวณใต้รถของรถโดยสารที่กำลังจะเดินทางเข้าไปในเมือง ซึ่งราคาตั๋วค่าโดยสารนั้นอยู่ที่ประมาณ 160 บาท สำนักข่าวจากประเทศจีนรายงานว่า หลังจากที่รถคันดังกล่าวเดินทางมาเป็นระยะทางกว่า 90 กิโลเมตรและผ่านเส้นทางที่ทุรกันดารมากมาย เจ้าหน้าที่ของสถานีก็ตรวจพบเด็กน้อยทั้งสองที่ใต้ท้องรถ ในสภาพที่ร่างกายของพวกเขาเต็มไปด้วยโคลนและฝุ่น     โชคดีที่เด็กน้อยทั้งสองไม่ได้รับอันตรายจากการเดินทาง ทั้งสองถูกส่งตัวกลับไปยังบ้านเกิดหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ติดต่อกับทางโรงเรียนให้มารับตัวพวกเด็กๆ ถึงแม้ว่าเด็กน้อยทั้งสองจะได้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย แต่ความฝันที่จะได้พบหน้าพ่อแม่ของพวกเขานั้นกลับไกลออกไป ทั้งสองบอกกับเจ้าหน้าที่สถานีว่าพ่อแม่ของพวกเขาทำงานอยู่ใกล้ๆ กับมณฑลกวางตุ้ง แต่พวกเขาเองก็ยังไม่รู้เลยว่าเมื่อเดินทางไปถึงเมืองใหญ่แล้วจะออกตามหาพ่อแม่ได้อย่างไร   .   ปัญหาความยากจนและการกระจายรายได้อาจจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้หลายๆ คนต้องทิ้งครอบครัว มุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวง พร้อมกับความหวังที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น โดยต้องแลกกับความรักความอบอุ่นของครอบครัว   ที่มา shanghaiist

  • ไม่ตลก.. สาวมหาลัยอ้างตัวเป็นเด็กที่หายไปเมื่อ 10 ปีก่อน ทั้งๆ ที่พ่อแม่กำลังรอคอยความจริง

    ไม่ตลก.. สาวมหาลัยอ้างตัวเป็นเด็กที่หายไปเมื่อ 10 ปีก่อน ทั้งๆ ที่พ่อแม่กำลังรอคอยความจริง

    Madeleine McCann คือเด็กสาวชาวโปรตุเกสวัย 4 ขวบที่หายตัวไปตั้งแต่ปี 2007 และพ่อแม่ของเธอก็กำลังรอคอยปาฏิหาริย์ที่จะได้เจอเธออีกครั้งหนึ่ง ผ่านมา 10 ปีเรื่องของเธอได้กลายเป็นกระแสขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่สาวมหาลัยในเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ อ้างตัวว่าเธอคือเด็กสาวที่หายไป เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2017 สำนักข่าว Daily Mail ได้พูดถึง Harriet Brookes สาวมหาลัยผู้กล่าวอ้างในครั้งนี้ โดยเธอได้พูดติดตลกกับเพื่อนของเธอในห้องแชท ก่อนที่ Lizzie เพื่อนสนิทเธอคนนั้นจะนำเรื่องที่เธอพูดไปโพสต์ลงในโลกโซเชียล   ภาพซ้ายคือเด็กที่หายตัวไป ภาพขวาคือสาวมหาลัยที่อ้างตัวว่าเป็นเด็กคนนั้น   โพสต์ดังกล่าวได้ถูกแชร์ออกไปมากกว่า 30,000 ครั้งและได้เป็นกระแสที่โด่งดังอย่างมากในโลกโซเชียล เพราะตำหนิบนร่างกายของสาวมหาลัยคนนี้ก็ตรงกับเด็กที่หายไปอย่างมาก ทั้งจุดบนดวงตา หรือแม้แต่มีจุดเล็กๆ ตรงขาของเธอ   เธอบอกกับเพื่อนในแชทว่าสีของดวงตาและรอยตำหนิตรงขามันตรงกับข้อมูลเป๊ะๆ   ในตอนแรกก็มีหลายคนที่เชื่อในมุกตลกของเธอและติดต่อไปหาเป็นการส่วนตัว แต่สุดท้ายทุกคนก็เข้าใจว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริงเพราะในเวลานี้เด็กน้อย Madeleine ควรจะต้องอายุแค่ 14 ปี ไม่มีทางเป็นเด็กมหาลัยคนนี้อย่างแน่นอน และการเล่นตลกในครั้งนี้ก็ได้ทำให้ชาวเน็ตบางส่วนรู้สึกไม่พอใจอย่างมากที่เธอนำเรื่องของเด็กที่หายตัวไปมาพูดเล่นๆ มีคอมเมนต์หนึ่งที่พูดว่า “เธอเป็น Madeleine ตัวจริงหรือเพียงแค่ต้องการปั่นหัวคนอื่นไปเรื่อยกันแน่”   ในแชท…

  • ผลงานภาพถ่ายวิวทิวทัศน์ของเด็กหนุ่มวัย 18 และการคุมโทนสีธรรมชาติแบบขั้นเทพ

    ผลงานภาพถ่ายวิวทิวทัศน์ของเด็กหนุ่มวัย 18 และการคุมโทนสีธรรมชาติแบบขั้นเทพ

    บางครั้งเรื่องของอายุ อาจจะไม่ได้เป็นตัวกำหนดคุณภาพของผลงานศิลปะ เหมือนกับ Fabio Zingg ช่างภาพหนุ่มวัย 18 ปี จากสวิตเซอร์แลนด์ผู้นี้ที่สร้างสรรค์ผลงานภาพถ่ายธรรมชาติออกมาได้สวยงามและน่าทึ่งมาก หนุ่มน้อยผู้นี้เริ่มสนใจการถ่ายภาพเมื่อตอนที่เขาได้ออกไปเที่ยวกับครอบครัวเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว หลังจากที่เขาลองถ่ายเล่นๆ เพื่อแก้เบื่อและก็พบว่าตัวเองเริ่มหลงใหลในการถ่ายภาพแล้ว!!     Fabio Zingg ได้เข้าร่วมกลุ่ม The Alpinists กลุ่มช่างภาพอายุน้อยจากประเทศบ้านเกิดของเขา และออกไปเก็บภาพของสถานที่สวยๆ ต่างๆ การถ่ายภาพเป็นเพียงแค่กิจกรรมในวันหยุด เขาออกไปเก็บภาพภูเขาและแม่น้ำสวยๆ พร้อมกับกล้องตัวโปรด ส่วนวันธรรมดาเขาทำงานเป็นเด็กฝึกงานในธนาคาร   ผลงานบางส่วนของช่างภาพวัย 18 ปีผู้นี้ .   “มันเหมือนกับการผจญภัย และผมก็ประทับใจทุกครั้งที่ได้เห็นความสวยงามของธรรมชาติ” Zingg กล่าว ภาพถ่ายของเขาไม่ได้มีเพียงแค่ธรรมชาติในประเทศสวิตเซอร์แลนด์เท่านั้นแต่เด็กหนุ่มยังได้เดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประเทศอิตาลี แคนาดา และนอร์เวย์อีกด้วย     โทนสีในภาพของหนุ่มน้อยผู้นี้ดูให้อารมรณ์ที่แตกต่างจากภาพธรรมชาติทั่วๆ ไป ภาพทะเลสาบ Derborence ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ . .   Preikestolen หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของประเทศนอร์เวย์   ฟยอร์ดหรือ ชายฝั่งทะเลที่ถูกน้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่งมีลักษณะแคบและยาว เมือง Odda ประเทศนอร์เวย์  …

  • เด็กชายวัย 5 ขวบมีคนส่งของเป็นไอดอล ทางบริษัทก็เลยจัดทั้งชุดทั้งรถให้แบบครบเซ็ท!!

    เด็กชายวัย 5 ขวบมีคนส่งของเป็นไอดอล ทางบริษัทก็เลยจัดทั้งชุดทั้งรถให้แบบครบเซ็ท!!

    UPS คือบริษัทขนส่งสินค้าและไปรษณีย์เอกชนที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา บวกกับสาขาอีกมากมายทั่วโลก ทำให้ต้องใช้พนักงานจัดส่งจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Kellie Martin ผู้ทำงานเป็นคนขับรถส่งพัสดุมานานกว่า 25 ปีอยู่ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา จนได้กลายเป็นไอดอลของเด็กน้อยคนหนึ่ง เรื่องราวนี้ถูกแชร์ลงในเว็บไซต์ Inspiremore วันที่ 10 พฤศจิกายน 2017 เมื่อเด็กคนหนึ่งที่มีชื่อว่า James Walker วัย 5 ขวบ บ้านของหนุ่มน้อยคนนี้ตั้งอยู่ระหว่างทางที่ Kellie ต้องขับไปส่งของเป็นประจำ จึงทำให้ในทุกๆ วันเด็กน้อยจะวิ่งออกไปทักทายเธออยู่เสมอ   Kellie และ James เด็กน้อยวัย 5 ขวบที่มองว่าเธอเป็นไอดอล   ทั้งสองได้เจอกันครั้งแรกเมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้วในตอนที่เธอมาส่งของให้กับบ้านหลังนี้ หลังจากนั้นพอเธอนำรถมาจอดตรงถนนหน้าบ้านของเขาปุ๊บ เด็กคนนี้ก็จะวิ่งออกไปหาในทันทีและช่วยเธอขนสินค้าต่างๆ ที่ถูกส่งมาบ้านของตัวเอง รวมถึงช่วยหาสินค้าอื่นๆ ที่เธอต้องนำไปส่งต่อให้บ้านหลังอื่นอีกด้วย Lauren Walker แม่ของเด็กได้บอกว่า “ฉันคิดว่า Kellie นำของมาส่งให้ที่ประตูแค่ครั้งเดียวเองมั้ง เพราะหลังจากนั้น James ก็ได้เข้าไปช่วยเธออยู่ตลอด” เรียกว่าเป็นความน่ารักของทั้งคู่ที่สร้างรอยยิ้มให้กับทุกๆ คนจริงๆ…

  • ชีวิตอันยากลำบากของ ‘เด็กอ้วนที่สุดในโลก’ อายุเพียง 10 เดือนแต่หนักเท่าเด็ก 9 ขวบ!!

    ชีวิตอันยากลำบากของ ‘เด็กอ้วนที่สุดในโลก’ อายุเพียง 10 เดือนแต่หนักเท่าเด็ก 9 ขวบ!!

    คำว่า “ที่สุดของโลก” หลายคนเข้าใจว่ามันคงมีแต่เรื่องเจ๋งๆ เช่นวิ่งเร็วที่สุดในโลกหรือกระโดดได้สูงที่สุดในโลก แต่ในความเป็นจริงการเป็นที่สุดของบางเรื่องอาจตามมาด้วยผลกระทบที่เลวร้าย เหมือนกับเด็กน้อยคนนี้ที่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเพราะเขาเป็นเด็กที่อ้วนที่สุดในโลก เด็กน้อยคนนี้มีชื่อว่า Luis Manuel อาศัยอยู่แถบชายฝั่งแปซิฟิก รัฐโกลีมา ประเทศเม็กซิโก เด็กชายคนนี้มีอายุเพียงแค่ 10 เดือนแต่กลับมีน้ำหนักมากถึง 28 กิโลกรัม!! เทียบเท่ากับเด็ก 9 ขวบเลยทีเดียว   เด็กน้อยที่อ้วนที่สุดในโลกวัย 10 เดือนแต่หนักเท่าเด็ก 9 ขวบ   ในตอนแรก Isabel Pantoja แม่ของเด็กคิดว่าที่ลูกเธอมีน้ำหนักมากกว่าปกติขนาดนี้เป็นเพราะว่าน้ำนมจากอกของเธอมีคุณภาพดีเท่านั้นเอง เด็กคนนี้เกิดมามีน้ำหนัก 3.5 กิโลกรัม พอๆ กับเด็กทั่วๆ ไป พอผ่านไป 2 เดือนเขาก็มีน้ำหนัก 10 กิโลกรัมจนกระทั่งมีกลายเป็นเด็กที่อ้วนที่สุดในโลกในปัจจุบัน ซึ่งเขามีขนาดตัวที่ใหญ่กว่า Mario พี่ชายอายุเกือบ 3 ขวบของเขาซะอีก   ร่างกายของเด็กมีขนาดใหญ่กว่าเด็กที่โตกว่าซะอีก   ด้วยความผิดปกติที่เห็นได้ชัดขนาดนี้ครอบครัวจึงได้พาเขาไปตรวจที่โรงพยาบาลท้องถิ่น แต่หมอกลับไม่สามารถให้คำตอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แพทย์สันนิษฐานว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นจากโรคที่มีชื่อว่า Prader-Willi Syndrome…

  • เด็กยากไร้ในอังกฤษ แอบนำอาหารกลางวันที่โรงเรียนใส่กระเป๋ากลับบ้าน เพื่อประทังความหิว

    เด็กยากไร้ในอังกฤษ แอบนำอาหารกลางวันที่โรงเรียนใส่กระเป๋ากลับบ้าน เพื่อประทังความหิว

    เด็กนักเรียนในประเทศอังกฤษ บางคนอาจเกิดมาในครอบครัวที่ไม่ได้เพียบพร้อมเหมือนกับครอบครัวอื่นๆ ต้องประสบปัญหาโดนทารุณหรือใช้ชีวิตอยู่กับความยากจน ทำให้ต้องเก็บเสื้อผ้าเอาไว้ในถุงขยะ ไม่มีข้าวกินจนถึงกับต้องแอบเก็บอาหารในโรงเรียนกลับบ้านไปเพื่อเอาไว้ประทังชีวิตตัวเองในวันหยุดสุดสัปดาห์ ปัญหาของเด็กยากไร้ในประเทศอังกฤษได้กระจายตัวออกไปในวงกว้างอย่างน่าเป็นห่วง ทางโรงเรียนหลายๆ แห่งจึงพยายามหาทางแก้ปัญหาให้กับเด็กเหล่านั้น เช่นเดียวกับ Helen Slack ครูใหญ่ในโรงเรียนประถม Twickenham ที่ได้คิดแนวทางการช่วยเหลือลูกศิษย์ในหลายๆ เรื่อง   Helen ครูใหญ่ผู้พยายามช่วยเหลือลูกศิษย์ของเธอจากปัญหาความยากจน   เธอได้สร้างนโยบายให้เด็กๆ ที่ไม่ได้รับประทานอาหารเช้ามาสามารถเข้ามากินอาหารได้ฟรีในครึ่งชั่วโมงแรกก่อนเรียน และในวันศุกร์ทางโรงเรียนก็จะห่ออาหารเอาไว้ให้สำหรับเด็กที่ต้องการอาหารประทังชีวิตในช่วงวันหยุด ไม่ใช่แค่เรื่องของอาหาร แต่รวมถึงค่าใช้จ่ายสำหรับชุดนักเรียน การออกไปทัศนศึกษา หรืออุปกรณ์ดนตรีและกีฬา ทุกอย่างล้วนเป็นความรับผิดชอบของทางโรงเรียนทั้งสิ้น Helen บอกว่า “โปรเจกต์ทั้งหมดนี้ต้องใช้เงินมากกว่า 3,400,000 บาทต่อปี หากโปรเจกต์นี้ดำเนินไปถึงปี 2020 แต่ฉันคิดว่าเราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงช่วยเหลือให้ปัญหาครอบครัวยากไร้ให้หมดไป”     ถึงแม้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นยังคงมีให้เห็นอย่างชัดเจน แต่รัฐบาลอังกฤษกลับทำการตัดงบประมาณที่ใช้สำหรับช่วยเหลือในด้านการศึกษาลงไปกว่า 13,000 บาทต่อเด็กนักเรียนหนึ่งคน ทำให้งบประมาณที่แต่ละโรงเรียนได้รับอาจไม่เพียงพอที่จะช่วยเหลือเด็กในครอบครัวยากไร้ได้ ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2017 ผู้นำโรงเรียนกว่า 7 แห่งจึงได้ทำการเข้าพูดคุยกับเลขานุการกระทรวงการศึกษา Angela Raynor เพื่อโต้แย้งเกี่ยวกับการตัดงบประมาณและปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยยังไม่มีการพูดถึงผลลัพธ์ที่ได้จากการพูดคุยของพวกเขา    …

  • ช่างภาพรับหมามาเลี้ยง จนมันกลายเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวสุดน่ารักของลูกสาว

    ช่างภาพรับหมามาเลี้ยง จนมันกลายเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวสุดน่ารักของลูกสาว

    ความน่ารักของเด็กน้อยกับน้องหมา เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ดูเมื่อไหร่ก็รู้สึกว่ามันช่างน่าเอ็นดู๊ น่าเอ็นดู เป็นสิ่งหนึ่งที่เคมีเข้ากันที่สุด ไม่ว่าจะดูกี่ทีก็อารมณ์ดีเสมอๆ Anna ช่างถ่ายภาพอิสระคนหนึ่ง ได้รับเลี้ยงเจ้าหมาน้อยตัวสีขาวมาจากสถานสงเคราะห์สัตว์ San Antonio ตอนที่มันอายุได้ 4 เดือน ในตอนนั้นมันตัวเล็กมากๆ เนื่องจากถูกทิ้งให้เผชิญชีวิตตามลำพังอยู่ข้างถนนเป็นเวลานาน เมื่อทางครอบครัวได้รับมันมาเลี้ยงและได้ตั้งชื่อว่า Lucy มันก็จงรักภักดีต่อผู้ที่เลี้ยงดูให้ข้าวให้น้ำและที่พักอาศัยด้วยการคอยดูแลหนูน้อย Mia หนึ่งในสมาชิกครอบครัวด้วยการรักและเทิดทูน คอยอยู่เคียงข้างไม่ว่าหนูน้อยจะทำอะไร Anna เห็นความน่ารักของเจ้า Lucy และ Mia ลูกสาวของเธอจึงได้ถ่ายภาพความเป็นเพื่อนของทั้งสองที่ตอนนี้สนิทกันเหมือนกับเป็นพี่น้องกันจริงๆ ไปซะแล้ว   เธอจะอยู่เคียงข้างกันเสมอไม่ว่าว่าตื่นหรือยามนอน   Lucy คือเพื่อนที่ดีที่สุดในโลก   คอยเป็นเพื่อนเล่นให้หนูน้อย ไม่ว่าจะอยากให้เป็นอะไรก็ไม่เคยขัดใจ   มาให้คุณหมอตรวจซะดีๆ   เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว   คุกกี้สักหน่อยไหมคะ?   ออกไปผจญภัยข้างนอกก็พร้อมเสมอ   ถึงจะไม่ชอบอาบน้ำ แต่ถ้านายน้อยสั่งละก็พร้อมที่จะทำเสมอ   แต่บางทีก็มีแอบแย่งซีนบ้างนะ^^   ถึงแม้บางครั้งนางจะแอบดื้อบ้างแต่ทั้งครอบครัวก็นับว่าเธอเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวที่ขาดไม่ได้ไปแล้วล่ะ   ที่มา boredpanda

  • โถ่ววว เจ้าเด็กน้อย Gordon Ramsey ทวิตตอบภาพเด็กที่หน้าเหมือนเค้าราวกับเป็นพ่อลูก!!

    โถ่ววว เจ้าเด็กน้อย Gordon Ramsey ทวิตตอบภาพเด็กที่หน้าเหมือนเค้าราวกับเป็นพ่อลูก!!

    Gordon Ramsay ยอดเชฟจอมโหดที่ใครๆ ก็รู้จักและเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ ทั่วโลก หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเขานั้นเป็นนักเล่นโซเชียลตัวยงที่มักจะตอบทวีตแฟนๆ เกี่ยวกับอาหารอยู่เสมอๆ และด้วยการที่เขาเป็นนักเล่นโซเชียล เขาก็ไม่พลาดที่จะติดตามข่าวสารเกี่ยวกับตัวเองจนกระทั่งไปเจอเข้ากับรูปเด็กชายคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนกับเขามากๆ งานนี้พี่แกเห็นก็ถึงกับอึ้ง พร้อมบอกว่า “โถ่ว เจ้าเด็กน้อย…”   ดูแค่นี้ก็รู้เลยว่าเหมือนใคร   เหมือนใครไม่เหมือน ดันมาเหมือนเชฟปากแจ๋วซะได้   เจ้าหนูคนนี้มีชื่อว่า Spencer Monroe Quinn วัย 16 วัน ซึ่งคุณแม่ของเขาเป็นคนส่งภาพดังกล่าวไปเอง เธอยังเล่าอีกว่าสามีของเธอเป็นแฟนตัวยงของ Gordon ยิ่งตอนที่เขารู้ว่าลูกหน้าคล้ายใคร เขาถึงกับสติแตกเลยทีเดียว เขายังบอกอีกว่าถ้าลูกเขาได้รับสกิลการทำอาหารมาสักครึ่งหนึ่งของเชฟ Gordon มันก็คงจะดีไม่น้อย ซึ่งนั่นอาจจะทำให้ลูกชายเขากลายเป็นเชฟชื่อดังมีอนาคตที่สดใสก็ได้นะเนี่ย และสุดท้ายทางครอบครัวก็จะหาชุดเชฟแบบ Gordon มาให้เจ้าหนู Spencer ใส่รับวันฮาโลวีนด้วย   ยิ่งดูยิ่งเหมือนจริงๆ นะเนี่ยเจ้าหนู ที่มา ladbible

  • ความน่ารักของคุณหมอ ช่วยผ่อนคลายให้กับหนูน้อย พาเต้นจนหายกลัวและยิ้มได้อีกครั้ง…

    ความน่ารักของคุณหมอ ช่วยผ่อนคลายให้กับหนูน้อย พาเต้นจนหายกลัวและยิ้มได้อีกครั้ง…

    เมื่อพูดถึงโรงพยาบาลนั้น หมอก็คงจะเป็นสิ่งแรกๆ ที่เราจะนึกถึงสถานที่แห่งนี้ แน่นอนว่าไม่มีอยากไป เพราะเมื่อไปทีไรก็จะต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นเสมอๆ เช่นเดียวกับหนูน้อยสามคนจากรัฐฟลอริด้า เมื่อหนูน้อย Autum Moses จะต้องเดินทางไปที่โรงพยาบาล Wolfson เพื่อรักษาอาการป่วยจากโรคสเตรปโธรท ด้วยความกลัวหนูน้อยจึงมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก จนส่งผลไปถึงน้องสาวอีกสองคนกลัวไปด้วย     ทว่าเมื่อ Dr. Chima Matthew ที่เห็นสีหน้าของทั้งสามดูไม่ค่อยจะดี เขาจึงตัดสินใจที่จะช่วยคลายความเครียดของเด็กสาวทั้หมด โดยการเปิดเพลงจากมือถือขึ้นมาแล้วออกลีลาท่าทางเท้าไฟของเขาให้หนูน้อยทั้งสามดูและเต้นตาม วินาทีที่เขาเริ่มเต้น หนูน้อย Autum ก็เริ่มจะคลายความตึงเครียดลงไปได้ระดับนึงจนถึงขั้นผ่อนคลาย และเริ่มเต้นตามในท้ายที่สุด ไม่พอเท่านั้นน้องสาวอีกสองคน Winter และ Kristlynn พอเห็นพี่สาวหายเครียด ทั้งหมดก็เริ่มเต้นตามคุณหมอ   เอ้า อย่าเครียดนะหนูๆ   เต้นตามหมอเร็ว ฮั๊ดฉึบๆ   ดูๆ หมอแด๊บด้วย ฮั๊ดโช๊ะ   ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดได้ถุูกบันทึกไว้ และเผยแพร่สู่โลกโซเชี่ยลมีเดียจนมีคนมากมายพากันพูดถึงคุณหมอ Chima ว่าเขาเป็นหมอที่ใจดีมากๆ แถมยังสร้างรอยยิ้มให้หนูๆ ได้อีก     ลองชมคลิปเต็มๆ ของคุณหมอดูกัน ลีลาจะเด็ดจริงไหม (ลิ้งดูวีดีโอ)   ด้านแม่ของ…

  • คู่รักรับเด็ก 3 พี่น้องมาเลี้ยง แต่มารู้ภายหลังว่าพวกเขามีน้องเล็กอีกคน เลยขอให้เพื่อนบ้านช่วย!!

    คู่รักรับเด็ก 3 พี่น้องมาเลี้ยง แต่มารู้ภายหลังว่าพวกเขามีน้องเล็กอีกคน เลยขอให้เพื่อนบ้านช่วย!!

    หลังจากที่ใช้เวลานานหลายปีในสถานรับเลี้ยงเด็ก Michael, Jess, Camden และ Elijah ก็ได้มีโอกาสพบกับชีวิตใหม่อีกครั้งหลังจากที่พวกเขาได้พบกับสองสามีภรรยาผู้ใจบุญ ถึงแม้ว่าคุณ Julia Washington และสามีของเธอจะมีลูกแท้ๆ อยู่ด้วยกันถึง 2 คนแล้ว แต่ทั้งสองก็ยังได้รับเด็กๆ ทั้ง 3 เข้ามาเป็นสมาชิกในครอบครัวของพวกเขาเพิ่มอีก และถึงแม้ว่าการมีสมาชิกในครอบครัวเพิ่มจะเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับพวกเขา และหนูน้อย Jess วัย 5 ขวบนั้นจะมีความพิการทางสมอง แต่ทั้งสองก็ได้ยื่นเรื่องขอรับบุตรบุญธรรมเมื่อต้นปีที่ผ่านมา     แต่หลังจากที่รับเจ้าหนูทั้ง 3 คนเป็นลูกบุญธรรมเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองก็พบว่าเด็กๆ ทั้ง 3 ยังมีน้องสุดท้องอีกหนึ่งคนนั่นก็คือ หนูน้อย Elijah วัย 17 เดือนนั่นเอง “เรารู้ดีว่ามีเด็กๆ ประมาณ 2 ถึง 5 คน และหนึ่งในนั้นก็ต้องการการดูแลอย่างเป็นพิเศษ บางคนอาจจะต้องแยกจากพี่น้องของเขาไปอยู่ที่ไกลๆ ถ้าหากเราไม่รับพวกเขาไว้ทั้งหมด” คุณ Julia กล่าว     การดูแลเด็กๆ มาถึง 7 คนอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับครอบครัวของ Julia เธอจึงได้ปรึกษากับเพื่อนบ้านและเพื่อนสนิทของเธออย่างคุณ Jay Houston เพื่อช่วยรับดูแลพวกเด็กๆ…

  • เมื่อคุณแม่จับเจ้าหนูน้อย คอสเพลย์เทียบกับ “นายแบบสุดหล่อ” ใครจะปังกว่ากันนะ!!??

    เมื่อคุณแม่จับเจ้าหนูน้อย คอสเพลย์เทียบกับ “นายแบบสุดหล่อ” ใครจะปังกว่ากันนะ!!??

    จิตวิญญาณความเป็นนายแบบนั้นมันไม่เกิดขึ้นเฉพาะตอนที่โตเป็นหนุ่มแล้วหรอกนะ เพราะเด็กตัวเล็กๆ ก็สามารถโพสท่าเท่ๆ เฉียบๆ ได้ไม่แพ้นายแบบมืออาชีพ อย่า’เจ้าหนูน้อยคนนี้ที่มีสีหน้าและท่าทางที่เหมือนกับเป็นมืออาชีพสุดๆ จนลุงๆ นายแบบยุคนี้ต้องยอมเลย   เจ้าหนูน้อยคนนี้มีชื่อว่า Augie เด็กคนนี้มีความพิเศษอยู่ที่การโพสท่าได้เหมือคุณลุงนายแบบ Aristotle Polites เอามากๆ เรียกได้ว่าช็อตต่อช็อตเลยทีเดียว ซึ่งผลงานเหล่านี้ก็มาจากฝีมือของคุณแม่ Katina Behm นั้นเอง จะน่ารักขนาดไหนไปชมกันเลย!!   1. รูปนี้คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Augie โด่งดังในโลกโซเชียล   2. แม้ว่าในตอนแรกน้องอาจจะสับสนเล็กน้อยและในตอนนี้ Augie กลับโพสท่าได้อย่างมืออาชีพ   3. ไหนยิ้มหน่อยสิ!!!! หล่อเหมือนกับเป๊ะๆ เลยล่ะ   4. หล่อเฟี้ยวสุดๆ ไปเลยครับน้องอ้าย!!!   5. ท่านั่งอาจจะเหมือนกัน แต่เรื่องกล้ามต้องรอน้องโตก่อนนะจ๊ะ   6. โชว์พุงโหน่ยยยย   7. ได้ทั้งอารมณ์และสีหน้า เร่าร้อนสุดๆ ไปเลยจ้า   8. นี่สินะที่เค้าเรียกว่า “Bad Boy”   9. ดึงหน้าก็เท่ไม่เบา   10.…

  • Born With It หนังสั้นเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของเด็ก ‘ผิวสี’ ในสังคมญี่ปุ่นที่ไม่ยอมรับในเชื้อชาติ

    Born With It หนังสั้นเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของเด็ก ‘ผิวสี’ ในสังคมญี่ปุ่นที่ไม่ยอมรับในเชื้อชาติ

    การเหยียดเชื้อชาติในประเทศญี่ปุ่น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายในสังคมและเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างมาก เรื่องนั้นทำให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้ามาศึกษาวัฒนธรรมอันสวยงามไม่ได้รับการต้อนรับจากคนในประเทศนี้ซักเท่าไหร่ ซึ่งพวกเขาบอกว่ามันเกิดจากความไม่รู้ถึงความแตกต่างไม่ใช่ความเกลียดชังอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เพราะอย่างนั้นจึงทำให้นักทำหนังชาวแอฟริกัน-อเมริกันจากเท็กซัสที่ชื่อว่า Emmanuel Osei-Kuffour ได้ใช้ประสบการณ์กว่า 6 ปีที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นมาถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ที่เขาต้องเจอมาตลอดผ่านหนังสั้น     Born With It (生まれつき) หนังสั้นที่พูดถึงเรื่องราวของเด็กประถมผิวสีคนหนึ่งที่ต้องเจอกับเพื่อนร่วมห้องที่แสดงถึงการเหยียดเชื้อชาติตั้งแต่วันแรกที่เขาเข้าไปในโรงเรียน โดยในหนังเด็กคนนี้ต้องพยายามพิสูจน์ให้เพื่อนเห็นว่าสีผิวไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจ   คลิปที่ถูกตัดมาจากตอนต้นเรื่องของหนัง   เขาบอกว่าการที่เขาถ่ายทอดผ่านมุมมองของเด็กก็เพราะเวลาที่เราเห็นใครสักคนสูญเสียความความไร้เดียงสาของตัวเองไป มันคือสิ่งที่มีพลังต่อความรู้สึกเราอย่างมาก “เป็นเรื่องราวของอคติและการได้เห็นเด็กๆ แสดงพฤติกรรมออกมาเหมือนกับผู้ใหญ่หลายคนที่ทำกับผมมาโดยตลอด เพียงเพราะผมเป็นนักท่องเที่ยวต่างเชื้อชาติจึงทำให้ได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจนเหมือนกับว่าผมไม่ใช่มนุษย์” เขากล่าว     นอกจากนั้นชาวญี่ปุ่นหลายคนคิดว่าเขาไม่สามารถเข้าใจถึงแนวคิดและวัฒนธรรมของที่นี่ได้ในเมื่อไม่ได้เป็นคนญี่ปุ่น ซึ่งเขาสามารถสังเกตได้จากเวลาไปประชุมกับบริษัท งานเลี้ยง หรือการพูดคุยกับหลายๆ คน จากเรื่องราวสะท้อนสังคมทำให้หนังสั้นความยาว 17 นาทีเรื่องนี้ได้รับรางวัลจากงานเทศกาลหนังต่างๆ ทั่วโลกเช่นรางวัล The Best Film & Social Impact จากเทศกาลหนังสั้น NBC-Universal     แม้ว่าเราจะเกิดมาแตกต่างกันแต่เราต้องไม่ลืมว่าถึงอย่างไรเราก็คนเหมือนกัน   ที่มา: nextshark , japansubculture

  • 12 ของเล่นแบบเฟลๆ ที่เด็กอาจไม่คิดอะไร แต่ผู้ใหญ่น่ะคิดไปไกลถึงดาวอังคารแล้ว!!

    12 ของเล่นแบบเฟลๆ ที่เด็กอาจไม่คิดอะไร แต่ผู้ใหญ่น่ะคิดไปไกลถึงดาวอังคารแล้ว!!

    ตอนที่เรายังเป็นเด็กสิ่งที่เราจะต้องเจออย่างแน่นอนก็คือของเล่นต่างๆ ที่จะทำให้เราได้เล่นสนุกพร้อมทั้งเสริมสร้างการเรียนรู้ให้กับตัวเราอีกด้วย แต่ในตอนนั้นของเล่นบางชิ้นอาจมีรูปร่างที่แปลกประหลาดซักหน่อย ถึงแม้ว่าตอนนั้นเราอาจไม่ได้คิดอะไรแต่พอโตขึ้นมาและกลับไปดูของเล่นเหล่านั้นมันก็น่าคิดจริงๆ แหละนะ เราลองไปดูตัวอย่างของเล่นสุดเฟลที่ถึงแม้ว่าเด็กจะไม่คิด แต่ผู้ใหญ่ทั้งหลายก็จะสามารถเข้าใจตรงกันได้   สิ่งที่คาใจมีแค่เรื่องเดียวว่า มันทำปากอย่างนั้นเพื่อจุดประสงค์อันใดกันนะ?!   กล่องเดียวแต่ได้ตั้ง 3 ชิ้น คุ้มค่าจริงๆ   ฟองฟ่อดเลยนะวันเดอร์วูแมน…   เข้าใจหาที่สำหรับเสียบหลอดเนาะ อะดูดน้ำเลยสิ   นอกจากจะมีแสงแล้ว ยังมีขนาดที่ยาวพร้อมผิวขรุขระน่าจับต้อง   เอาไว้ให้เด็กไปเรียนรู้วิธีการปล้นธนาคารสินะ   เหมือนจริงๆ.. เหมือนเจ้า Olaf ในเรื่อง Frozen มากจริงๆ   เป็นรถเข็นของเล่นที่ต้องตรวจบัตรก่อนว่าอายุเกิน 20 ปีหรือเปล่า   เต่านินจาหัวมนเชียะ   ตรงถุงบอกว่าเป็น “เครื่องดนตรี” ไม่ทราบว่าวิธีเล่นต้องดีดหรือเป่ากันแน่   ไมค์มิกกี้เมาส์พร้อมฐานตั้ง ชอบตรงที่มันเป็นสีดำเนี่ยแหละ   เจ้า Olaf อีกแล้ว แต่ครั้งนี้มีไว้เพื่อผลิตหิมะแทนนะ สีขาวขุ่นไหลมาเต็มเลย   ครั้งต่อไปเวลาจะไปเลือกของเล่นให้กับเด็กๆ เราต้องดูกันดีๆ หน่อยละนะ…

  • 18 พฤติกรรมแสบๆ ที่ทำให้คุณรู้ “การมีพี่-น้อง” ทำให้ชีวิตวัยเด็กสนุกมากแค่ไหน

    18 พฤติกรรมแสบๆ ที่ทำให้คุณรู้ “การมีพี่-น้อง” ทำให้ชีวิตวัยเด็กสนุกมากแค่ไหน

    บางครั้งการมีพี่น้องก็เปรียบเสมือนคุณมีเพื่อนซี้ต่างวัยเพิ่มขึ้นมาอีก 1 คน เพราะบ่อยครั้งในช่วงวัยเด็กที่คุณและพี่น้องอาจจะเคยทำเล่นพิเรนทร์ๆ ด้วยกันจนทำเอาคุณพ่อคุณแม่ปวดหัวมาแล้วก็ได้ และแน่นอนว่ากว่าที่คุณและพี่น้องของคุณนั้นจะกลายมาเป็นคู่ซี้กันอย่างทุกวันนี้ คงจะต้องผ่านเรื่องราวต่างๆ ในวัยเด็กมาด้วยกันมากมายอย่างแน่นอน ซึ่งวันนี้เองเราก็ได้รวบรวมเอา 18 พฤติกรรมแสบๆ ที่คุณและคู่หูของคุณเคยทำด้วยกันในวัยเด็ก จะมีข้อไหนที่ตรงกับคุณบ้างนั้นไปชมกันเลย…   1. นี่อาจจะเป็นหนึ่งในวิธีแก้ปัญหาเจ้าน้องตัวป่วนเวลาที่คุณกำลังสนุกกับการเล่นของเล่นอยู่   2. และนี่คือสีหน้าของคุณเวลาที่เอาชนะการเล่นเกมได้ ส่วนเจ้าน้องชายน่ะหรือ ฮ่าๆ !! 3. แต่บางครั้งความสามัคคี ก็อาจจะทำให้คุณทั้งสองคนได้ประโยชน์ทั้งคู่นะ   4. บางครั้งการได้สมาชิกใหม่ในบ้านเพิ่มขึ้นมา ก็อาจจะไม่ใช่ข่าวดีเสมอไป เหมือนสาวน้อยคนนี้   5. และสำหรับใครที่มีพี่น้องหลายๆ คนคงจะเข้าใจความหมายของรูปนี้ดี!!   6. เวลาที่พ่อแม่ บอกให้ช่วยดูเลี้ยงน้องหน่อย คุณก็มักจะหาอะไรมาแกล้งพวกเขาอยู่เรื่อย จริงไหม??   7. และด้วยความสนิทสนมกัน บางครั้งของขวัญที่คุณมอบให้พี่น้อง ก็อาจจะเป็นอะไรที่ตลกมากๆ แบบนี้!!   8. แน่นอนว่าในวัยเด็ก ใครๆ ก็ห้ามเข้าใกล้ของๆ คุณ โดยเฉพาะขนมหวาน!!   9. ใครเคยแกล้งน้องแบบนี้บ้าง ยอมรับมาซะดีๆ !?…

  • เด็ก 12 ขวบโดนเพื่อนจับมัดแล้วขว้างเนื้อใส่ เพียงเพราะเป็น “มังสวิรัติ” จนนำไปสู่ความตาย..

    เด็ก 12 ขวบโดนเพื่อนจับมัดแล้วขว้างเนื้อใส่ เพียงเพราะเป็น “มังสวิรัติ” จนนำไปสู่ความตาย..

    เรื่องราวสุดสลด ที่แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของการกลั่นแกล้งในสังคมนักเรียนจากโลกตะวันตก เมื่อเพื่อนของเด็กชายคนหนึ่งรู้ว่าเขามังสวิรัติ จึงจัดการกลั่นแกล้งต่างๆ นาๆ จนเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น… Louie Tom Fenton เด็กชายวัย 12 จากเมืองฮาร์ตฟอร์ดเชอร์ ประเทศอังกฤษ ได้ถูกเพื่อนที่โรงเรียนกลั่นแกล้งอย่างหนักเพราะเขาเป็น ‘มังสวิรัติ’ ซึ่งนั่นทำให้เขาทั้งถูกล้อเลียนต่างๆ นาๆ     จนล่าสุดเด็กชาย Louie ได้ตัดสินใจแขวนคอตายในห้องน้ำที่บ้านอย่างน่าเศร้าสลด ซึ่งผู้เป็นแม่ที่มาพบกับร่างไร้วิญญานของลูกก็ได้พบจดหมายของบุตรชาย ภายในนั้นได้บอกเล่าถึงความอึดอัดใจของลูกชาย ที่เขาได้ถูกกลั่นแกล้งต่างๆ นาๆ ตั้งแต่ย้ายมาเรียน ซึ่งเธอได้เล่าให้ศาลฟังว่า ลูกชายของเธอโดนกลั่นแกล้งมาตลอด และมันหนักข้อขึ้นทุกวันโดยเฉพาะเมื่อไม่นานมานี้ เขาได้ถูกเพื่อนๆ ปาเนื้อใส่เขาที่โรงอาหารโรงเรียนด้วยเหตุที่เขาเป็นมังสวิรัติ     และเมื่อการแกล้งมันหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ เด็กชายก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากปลีกตัวไปกินข้าวคนเดียวให้ห่างไกลจากเพื่อนฝูง ต่อมาเด็กชายก็หันไปสูบบุหรี่เพื่อช่วยหาทางออกในความเครียดเรื่องดังกล่าว จนสุดท้ายเด็กชายก็ตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเองด้วยการแขวนคอตายในท้ายที่สุด ด้าน Graeme Fenton พ่อของ Louie ได้บอกว่าลูกชายของเขานั้นไม่ได้ตั้งใจฆ่าตัวตาย เพราะเขาเป็นสมาชิกชมรมลูกเสือสมุทร และเขาก็ได้เรียนการผูกเงื่อนทุกชนิด ฉะนั้นมันอาจจะเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบที่เผลอทำลงไป นอกจากนั้นไม่นานมานี้ลูกชายยังเล่าถึงเรื่องการไปทัศนศึกษาอย่างสนุกสนานอยู่เลยแท้ๆ     ยังไม่หมดเท่านั้น ด้านโรงเรียนหรือคนรู้จักของเด็กชาย ก็ต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า Louie เป็นเด็กอารมณ์ดี เขาคงไม่คิดจะฆ่าตัวตายหรอก และพวกเขาก็ไม่เชื่อว่าจะเป็นแบบนั้น ทว่าจะพูดยังไงผลลัพท์มันก็ได้ออกมาแล้วอยู่ดี… ยังไงก็ตาม การตายของ Louie…

  • หนูน้อยมือไว แอบขโมยป็อปคอร์นของเจ้าชายแฮร์รี่ พระองค์ทรงแกล้งคืนซะเลยนี่แฮร่!!

    หนูน้อยมือไว แอบขโมยป็อปคอร์นของเจ้าชายแฮร์รี่ พระองค์ทรงแกล้งคืนซะเลยนี่แฮร่!!

    อีกหนึ่งความน่ารักที่ใครเห็นเป็นต้องยิ้มตาม เมื่อเจ้าชายแฮร์รี่แห่งราชวงศ์อังกฤษทรงไปนั่งชมการแข่งขันกีฬาที่เมืองโตรอนโต แต่กลับถูกหนูน้อยคนข้างๆ แอบขโมยป็อปคอร์นซะงั้น!? เป็นวินาทีที่กล้องสามารถหันไปจับภาพได้แบบพอดีเป๊ะ ในขณะที่เจ้าชายแฮร์รี่ทรงนั่งชมการแข่งขัน Invictus Game ซึ่งเป็นรายการแข่งขันกีฬาคนพิการที่พระองค์ทรงเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงอยู่นั้น… จู่ๆ สาวน้อยที่สืบทราบมาว่าชื่อ Emily Henson ก็เอื้อมมือไปหยิบป็อปคอร์นของพระองค์มากินเฉ๊ยย   สังเกตที่หนูน้อยเสื้อเหลืองดีๆ เห็นแบบนี้มือไวมากเลยนะจะบอกให้   ทันทีที่พระองค์เผลอ Emily ก็แอบเอื้อมไปจิ๊กป็อปคอร์นทันที.. ขอซักอันนึงน๊าา   และดูเหมือนว่ารสชาติป็อปคอร์นจะถูกใจ รอบแรกยังไม่หนำใจเห็นว่าอร่อยดี… ขออีกทีละกันนะ   คราวนี้พระองค์จับไต๋ได้แล้ว อ๊ะ..!! งานนี้พระองค์สั่งลงโทษด้วยการป้อนให้ซะเลย อ๊ามมม   นอกจากนั้นพระองค์ทรงหยอกเหย้าเล่นกับหนูน้อยอย่างเป็นกันเอง กลายเป็นภาพน่ารักๆ ที่ถูกใจชาวเน็ตไปทั่วโลกเลยล่ะ   ไม่เชื่อก็ต้องลองดูเอง… เป็นการตอบกลับของพระองค์ที่ทรงน่ารักมากๆ พะยะค่ะ   ชาวเน็ตก็ออกมาชื่นชมว่าพระองค์ทรงไม่ถือตัวได้ๆ จนกระทั่งป็อปคอร์นใกล้จะหมดนั่นแหละ ฮ่าๆๆ   บางคนก็แซวว่าหนูน้อย Emily ต้องได้เป็นผู้สืบบัลลังก์คนต่อไปแน่ๆ   บ้างก็ว่าเป็นเรื่องราวที่ล้ำค่าสุดๆ พระองค์ทรงเป็นกันเองกับเด็กๆ มาก   แหม๊… เด็กยังไงก็เป็นเด็กละน๊อออ   แน่นอนว่าปฏิกริยาความน่ารักของพระองค์ ได้ทำให้ใครหลายคนคิดว่า……

  • 18 ภาพยืนยันว่า “เด็กๆ” คือตัวป่วนที่สุดในงานวิวาห์ ทำให้เกิดเรื่องฮาๆ ได้ทุกที่

    18 ภาพยืนยันว่า “เด็กๆ” คือตัวป่วนที่สุดในงานวิวาห์ ทำให้เกิดเรื่องฮาๆ ได้ทุกที่

    เวลามีงานแต่ง หลายๆ คู่มักจะให้เด็กๆ มาทำหน้าที่ถือแหวนให้บ้าง โปรยดอกไม้บ้าง หรือบางคนก็มาในฐานะแขก ซึ่งดูแล้วช่างเป็นภาพที่น่ารักซะจริงๆ ถ้า… เด็กๆ ให้ความร่วมมือนะ แต่ก็นั่นแหละ เด็กก็คือเด็ก ตอนที่ทำการซักซ้อม หรือก่อนงานแต่ง พวกเขาอาจจะรู้สึกตื่นเต้น แต่พอวันงานจริงๆ เด็กบางคนอาจจะรู้สึกเบื่อ รำคาญ หงุดหงิด ที่ฮาคือ บางคนเห็นเป็นสนามเด็กเล่นซะงั้น ความวุ่ยวายก็บังเกิดสิงานนี้   1. ทำหน้าที่โปรยดอกไม้ คงจะเหนื่อยมากเลยสินะหนู   2. เด็กโปรยดอกไม้ที่แย่งซีนคู่บ่าวสาวได้แบบขาดลอย   3. งานแต่งมันช่างน่าเบื่ออะไรเบอร์นี้   4. เห็นอะไรสุ่มๆ เป็นไม่ได้ ต้องพุ่งเข้าใส่   5. นี่คงใส่กางเกงในตัวใหม่มาสินะ   6. ให้สีหน้าบอกความรู้สึกละกัน   7. หลังจากเหนื่อยกับการร่วมงานแต่งมาทั้งวัน   8. โธ่วหนู เก็บอาการหน่อยก็ได้   9. นี่หนูคงโดนบังคับให้มางานแต่งสินะ   10.…

  • พี่น้องคู่ป่วน รวมหัวเซอร์ไพรส์แม่ ด้วยภาพวัยเด็กที่ทำให้คุณแม่ต้องยิ้มน้ำตาปริอีกครั้ง

    พี่น้องคู่ป่วน รวมหัวเซอร์ไพรส์แม่ ด้วยภาพวัยเด็กที่ทำให้คุณแม่ต้องยิ้มน้ำตาปริอีกครั้ง

    จริงอยู่ที่ตอนเด็กเราอาจจะชอบทะเลาะเบาะแว้งกับพี่น้องของเรา ไม่ว่าจะชกต่อยบ้าง ด่ากันบ้าง หรือทำเป็นโกรธกันจนตั้งใจว่าจะไม่คุยกันบ้าง สุดท้ายน่ะเหรอ… ก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่ดีนั่นแหละ เช่นเดียวกับชาวเน็ตผู้ใช้ชื่อว่า matthewsimonhoughton ที่ได้เติบโตมาพร้อมกับพี่น้องร่วมสายเลือดของตน และด้วยในโอกาสที่ใกล้จะถึงวันแม่ ทั้งคู่จึงตัดสินใจร่วมกันนำภาพวัยเด็กมาล้อเลียนจนทำเอาคุณแม่ต้องยิ้มอย่างปลื้มปิติถึงความน่ารักของลูกๆ   กล่องสองพี่น้อง แม้ว่าในอดีตพวกเขาจะดื้อจะซนยังไง ภาพทั้งหมดนี้จะเป็นตัวบอกให้คุณแม่รู้ว่า… ถึงเวลาผ่านไป ก็มีแค่ตัวเท่านั้นแหละที่โต อย่างอื่นยังเหมือนเดิมนะแม่   เราสองคนเล่นดนตรีก็เป็นนะ ในอดีตทั้งคู่เคยหยิบจับเครื่องดนตรี และเอามาดีดสีตีเป่าตามภาษาเด็กๆ แต่ในวันนี้พวกเขาเอาภาพนั้นกลับมาเล่าใหม่อีกครั้ง พร้อมกับบรรเลงเพลงที่เคยเล่นได้เมื่อ 20 ปีก่อน (สงสัยเล่นเป็นอยู่เพลงเดียว)   กี่ปีผ่านไปลูกก็ยังเป็นเด็กน้อยในสายตาแม่เสมอ คำกล่าวนี้ดูจะจริงขึ้นมาทันที เพราะไม่ว่าเราจะเติบโตขึ้นมากเท่าไหร่ ออกไปเผชิญโลกมากน้อยแค่ไหน ท้ายที่สุดแล้วแม่จะเป็นคนที่รู้ทันเราอยู่ทุกเรื่อง…   ยังจำได้มั้ย? ครั้งหนึ่งที่เราชอบอาบน้ำด้วยกัน ในวัยเด็กคงไม่มีอะไรสนุกไปกว่าการได้ลงไปแช่น้ำในอ่าง พร้อมเพื่อนๆ ที่เป็นของเล่นลอยตุ๊บป่องอยู่เต็มผืนน้ำ และคุณลองนึกภาพดูสิว่า สองพี่น้องนี้กลับมาอาบน้ำด้วยกันอีกครั้ง โห่วว..ไม่ใช่ภาพที่น่าดูเท่าไหร่เลยนะจารย์   แม่จ๋า… หนูยังชอบวาดรูปเสมอนะ ดูเหมือนพี่น้องคู่นี้จะมีความสนใจไปคนละอย่าง แต่ไม่ว่าใครจะถนัดอะไร เมื่อเวลาผ่านไปผลงานของทั้ง 2 ก็ยังเหมือนเดิมเป๊ะ!!   แต่งตัวบ้าๆ ก็ทำตามพี่มันนั่นแหละ ดูจากในรูปแล้วเหมือนจะมีคนไม่ค่อยชอบใจอยู่เหมือนกันนะ แต่ไม่ว่าจะผ่านมานานเท่าไหร่…

  • รวม 20 ภาพความป่วน ฮา ใสซื่อ ของเหล่า “เด็กๆ” เห็นแล้วจะรักหรือเกลียดดีเนี๊ยยยย!!

    รวม 20 ภาพความป่วน ฮา ใสซื่อ ของเหล่า “เด็กๆ” เห็นแล้วจะรักหรือเกลียดดีเนี๊ยยยย!!

    มีหลายเหตุผลที่ทำให้บางคนเกลียดเล็ก แล้วก็มีหลายเหตุผลเช่นกันที่ทำให้คนอีกกลุ่มรักเด็ก แต่จริงๆ แล้วเด็กก็มีทั้งด้านดีและไม่ดีนั่นแหละ บางครั้งเด็กอาจสร้างเรื่องปวดหัว บางครั้งอาจจะก่อกวน บางครั้งอาจทำให้รำคาญ แต่ทั้งหมดนี้คือความไร้เดียงสาที่ครั้งหนึ่งเราก็เคยเป็น และหากคุณเป็นคนรักจะเห็นว่าไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรก็น่ารักไปซะหมด   เวลาไม่พอใจก็จะร้องไห้ฟูมฟาย   อึเลอะเทอะแค่ไหน คุณต้องตามเก็บ ตามเช็ด   อย่าคาดหวังว่าเด็กจะทำความสะอาดห้อง   เด็กจะทำให้คุณนั่งดูรายการเด็กกับพวกเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้   เล่นตลอดเวลา จนคุณไม่ได้หลับไม่ได้นอนไปด้วย   แต่ด้วยใบหน้าที่ไร้เดียงสา ทำให้หลายคนเกลียดเด็กไม่ลง   พวกเขาเป็นแค่เด็กน้อยที่น่ารักคนหนึ่ง   โลกของเด็กมีแต่ความสุข   บางครั้งผู้ใหญ่ยังต้องหาความสุขกับเด็กเลย   จะทำอะไรก็ดูน่ารักไปหมด   ไม่ใช่แค่น่ารักแต่ตลกด้วย   เวลาอยู่กับเด็ก คุณจะยิ้ิมและหัวเราะกว่าตอนไม่มีพวกเขา   แม้แต่เวลาที่พวกเขาก่อความวุ่นวายระหว่างที่คุณทำงาน แต่คุณก็ยังหัวเราะได้   เด็กอาจทำเรื่องวุ่ยวายไม่เว้นแต่ละวัน แต่พวกเขาเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อคุณ   สำหรับลูกแล้ว พ่อแม่คือคนที่วิเศษที่สุดสำหรับพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงพร้อมมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้พ่อแม่เช่นกัน   เด็กชอบเลียนแบบก็จริง แต่พวกเขาจะมีวิธีของตัวเอง   เด็กทำให้คุณยอมเสียสละ ยอมเจ็บแทนพวกเขา ทำให้คุณกลายเป็นคนมีใจเมตตามากกว่าตอนที่ไม่มีพวกเขา…

  • เรื่องจริงของ Peter Pan จากเด็ก 4 คนที่ไม่อยากโต สู่นวนิยายการ์ตูนอมตะตลอดกาล

    เรื่องจริงของ Peter Pan จากเด็ก 4 คนที่ไม่อยากโต สู่นวนิยายการ์ตูนอมตะตลอดกาล

    แทบไม่น่าเชื่อเลยว่านิทานการ์ตูนที่เด็กๆ ทั่วโลกหลายคนคุ้นเคยกันดีอย่างเรื่อง ‘ปีเตอร์ แพน’ จะมีแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของเด็กคนหนึ่ง ที่เกิดความรู้สึกว่าตัวเองอยากเล่นสนุกอยู่เสมอ และไม่อยากโตเป็นผู้ใหญ่ ด้วยเหตุนี้เราจะขอพาไปรู้จักกับต้นกำเนิดที่มาของวรรณกรรม ‘The Little White Bird’ ซึ่งเป็นเรื่องราวต้นฉบับก่อนที่จะถูกนำมาเปลี่ยนชื่อเป็น ‘Peter Pan’ อย่างที่เรารู้จักกันดี…     Sir James Barrie ผู้เขียนนวนิยายเรื่องดังกล่าว ได้แรงบันดาลใจมาจากเด็กๆ ทั้ง 5 คนที่อยู่ภายใต้การดูแลของเขานั่นเอง ย้อนกลับไปในปี 1897 ในช่วงนั้นชีวิตแต่งงานของ James ดูจะไม่เป็นอย่างที่เขาตั้งใจ แต่เขาก็ได้รู้จักกับเด็กๆ ทั้ง 5 ประกอบไปด้วย จอร์จ, จอห์น, ปีเตอร์, ไมเคิล และนิโคลัส เดวี่ส์ ทว่าพ่อที่แท้จริงของเด็กๆ กลับทำตัวยุ่งไม่มีเวลาดูแลลูก และด้วยความรู้สึกเห็นอกเห็นใจจึงทำให้ James กลายเป็นคุณลุงที่ดูจะเข้าใจเด็กๆ มากที่สุดในเวลานั้น     ตลอดระยะเวลาที่ James ได้อาศัยอยู่กับเด็กทั้ง 5 คน ได้ก่อกำเนิดเป็นแรงบันดาลที่ทำให้เขาอยากจะนำเด็กๆ ทั้ง 5…

  • ความรู้สึกแรกพบ ของหนูน้อยกับเจ้าหมาขนปุย จะช่วยให้คุณหวนนึกถึงสัตว์เลี้ยงตัวแรก…

    ความรู้สึกแรกพบ ของหนูน้อยกับเจ้าหมาขนปุย จะช่วยให้คุณหวนนึกถึงสัตว์เลี้ยงตัวแรก…

    ยังจำกันได้มั้ยในครั้งแรกที่เราได้เลี้ยงสัตว์ซักตัว ความรู้สึกของเราตอนนั้นเป็นอย่างไร เราดีใจ ตื่นเต้น หรือว่ามีความสุขมากแค่ไหนกันนะ หากว่ายังคิดกันไม่ออก งั้นต้องลองมาดูสาวน้อยวัย 6 ขวบชื่อ Ava คนนี้ดูว่า เมื่อความฝันที่จะเลี้ยงลูกสุนัขซักตัวของเธอเป็นจริงขึ้นมา จะแสดงออกมาอย่างไรบ้าง แม่ของเธอบอกว่า “เด็กคนนี้อยากที่จะเลี้ยงสุนัขเอามากๆ ทำกับตุ๊กตาเหมือนกับเป็นน้องหมาจริงๆ วางชามข้าวและน้ำเอาไว้ให้ หรือแม้แต่ลากตุ๊กตาสุนัขออกไปเดินเล่นนอกบ้าน”   ใครก็ได้บอกพ่อหนูให้หน่อย ว่าหนูอยากเลี้ยงหมา   เธอถึงขนาดประกาศขอความช่วยเหลือในทวิตเตอร์ ให้ใครก็ได้บอกพ่อของเธอหาหมามาเลี้ยงสักตัว ไม่รู้ว่าวิธีนั้นประสบความสำเร็จหรือว่าครอบครัวพร้อมที่จะเลี้ยงสุนัขอยู่แล้ว เพราะในที่สุดเมื่อพ่อของเธออ้างว่าจะออกไปหาซื้อเฟอร์นิเจอร์ แต่เขาดันกลับมาพร้อมกับเจ้าขนปุยตัวน้อย สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับเธอเป็นอย่างมาก!!     เธอเข้าไปวิ่งเล่นกับมันทันทีด้วยความน่ารักสดใสร่าเริงอย่างมาก ถึงแม้ว่าในตอนแรกมันจะดูตื่นกลัวอยู่บ้าง แต่ก็สามารถปรับตัวเข้ากับเธอได้โดยง่าย     เธอยังบอกอีกว่าทั้งสองจะเป็นเพื่อนรักกันตลอดไป และคงจะเป็นอย่างนั้นแน่นอน เพราะทั้งสองเข้ากันได้มากเลยทีเดียว ทุกคนก็อย่าลืมโมเม้นต์ความประทับใจและรักษามันไว้ให้ดีๆ นะ   คลิปความน่ารักการพบกันของทั้งคู่ ที่มา: viralnova

  • จ่า John Clem ทหารหนุ่มวัย 10 ปี ผู้เป็นฮีโร่ในสงครามกลางเมืองของสหรัฐอเมริกา

    จ่า John Clem ทหารหนุ่มวัย 10 ปี ผู้เป็นฮีโร่ในสงครามกลางเมืองของสหรัฐอเมริกา

    ขึ้นชื่อว่าสงครามแล้ว แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมานั้นต้องไม่ใช่เรื่องที่น่าดีใจแน่ๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่ชนะหรือว่าผู้แพ้นั้นก็ย่อมต้องสูญเสียด้วยกันทั้งนั้น และหนึ่งในสงครามที่มีเป็นอีกหนึ่งความสูญเสียของชาวอเมริกันนั่นก็คือสงครามกลางเมืองนั่นเอง ในสงครามครั้งนี้สงผลกระทบต่อพลเมืองชาวอเมริกันทุกๆ คน ไม่เว้นแม้แต่พวกเด็กๆ วัยรุ่นนับพันคนถูกเกณฑ์เข้าร่วมรบในสงคราม หลายคนมีอายุไม่ถึง 18 ปีและหนึ่งในนั้นก็คือเจ้าหนู John Clem ทหารหนุ่มที่มีอายุเพียงแค่ 10 ขวบเท่านั้น!!   และนี่ก็คือโฉมหน้าของหนูน้อยผู้นี้   เมื่อตอนอายุได้เพียง 9 ขวบเจ้าหนู Johnny ได้แอบหนีออกจากบ้านเพื่อมาสมัครเข้ากับกองทัพเพื่อร่วมรบในสงครามกลางเมือง ถึงแม้ว่าในตอนแรกความต้องการของเจ้าหนูจะถูกปฏิเสธ แต่ด้วยความพยายามอยู่หลายครั้งในที่สุดเด็กน้อยก็ได้เข้าร่วมกับกองทหารราบที่ 22 ของมิชิแกน จนกระทั่งเมื่อปี 1862 เจ้าหนูได้เข้าสังกัดในกองดุริยางค์ทหาร เขาทำหน้าที่เป็นพลลั่นกองและได้รับเงินเดือนครั้งแรกประมาณ 450 บาท จากนั้นจึงได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมกองทัพอย่างเป็นทางการเมื่อปี 1863   สมรภูมิแรกที่เขาได้มีส่วนร่วมคือสมรภูมิไชโลห์ เขาได้เข้าไปอยู่ในจุดที่มีการปะทะดุเดือนที่สุด และทันใดนั้นเอง บังเอิญมีกระสุนลูกหนึ่งพุ่งมาตกใกล้ๆ เขา แม้เขาจะไม่ได้ถูกโจมตีโดยตรง แต่สะเก็ดกระสุนก็พุ่งทะลุกลองและปะทะเข้ากับตัวเขาจนสลบเหมือดไป โชคดีเขาถูกช่วยเหลือได้ทันเวลาและถูกนำตัวออกนอกสมรภูมิไป นับแต่นั้นมาเขาก็ถูกตั้งฉายาว่า จอห์นนี่แห่งไชโลห์ (Johnny Shiloh)     แต่การต่อสู้ของเจ้าหนูน้อยคนนี้ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ หนึ่งในวีรกรรมอันกล้าหารของเจ้าหนูก็คือการไม่ยอมจำนนต่อคำสั่งของฝ่ายศัตรู ครั้งหนึ่งในสมรภูมิแห่งชิคามัวกา เขาได้เข้าไปอยู่ในกองทหารปืนคาบศิลาแทนการถือกลอง ในระหว่างการสู้รบ…

  • ชม 26 ภาพของเหล่าคนดัง สมัยเป็นวัยเด็กใสๆ แต่ละคนจะเปลี่ยนไปมากขนาดไหนนะ!?

    ชม 26 ภาพของเหล่าคนดัง สมัยเป็นวัยเด็กใสๆ แต่ละคนจะเปลี่ยนไปมากขนาดไหนนะ!?

    จริงอยู่ที่ลักษณะหน้าตาเราจะผันเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ไม่ว่าคุณจะอ้วนขึ้นผอมลงหรือแค่อายุเพิ่มมากขึ้น คุณก็อาจมีตีนกาเพิ่มขึ้นมาได้เลยทีเดียว แล้วเคยสงสัยกันมั้ยล่ะว่าเหล่าดารานักแสดงที่โด่งดังสุดๆ ตอนสมัยวัยเด็กพวกเขาจะมีหน้าตาเด๋อด๋าอาราเล่กันได้มากขนาดไหน ถ้าอยากรู้ก็ตามไปชมกันเล้ยย   Orlando Bloom   Whitney Houston   Irina Shayk   Kirsten Dunst   Elvis Presley   Johnny Depp   Pamela Anderson   Natalie Portman   Jim Carrey   Adam Sandler   Ryan Gosling   Tom Hanks   Milla Jovovich   Nicolas Cage   Keanu Reeves   Sylvester Stallone  …

  • หนูน้อยป่วยโรคปากแหว่งเพดานโหว่ กลับมายิ้มได้อีกครั้ง หลังสู้ฝ่าฟันรับการศัลยกรรม

    หนูน้อยป่วยโรคปากแหว่งเพดานโหว่ กลับมายิ้มได้อีกครั้ง หลังสู้ฝ่าฟันรับการศัลยกรรม

    หลังจากที่ Charlotte Halliday คุณแม่วัย 23 ปี จากควีนส์แลนด์ ออสเตรเลีย ได้ให้กำเนิดลูกชายตัวน้อยขึ้นมาเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2017 เธอก็พบกับความจริงอันน่าสะเทือนใจว่า เด็กชายเกิดมาพร้อมอาการผิดปกติเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ แน่นอนว่าวิธีการรักษาโรคปากแหว่งฯ นี้มีเพียงวิธีเดียว นั่นก็คือการผ่าตัดศัลยกรรม แต่การผ่าตัดเด็กน้อยอายุไม่ถึงหนึ่งขวบนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวการต่อสู้ของเด็กน้อย กับการเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อที่จะได้กลับมามีรอยยิ้มสดใสน่ารักเฉกเช่นเด็กคนอื่นๆ อีกครั้ง   หนูน้อยชาร์ลี   เรื่องราวการต่อสู้ของชาร์ลีนั้นไม่ธรรมดาเลย เพราะหนูน้อยเพิ่งมีอายุได้เพียงแค่ 8 สัปดาห์เท่านั้น   สำหรับหัวอกคนเป็นแม่แล้ว คงไม่มีอะไรจะน่ากลัวและน่าเป็นห่วงไปมากกว่าการส่งลูกน้อยเข้าห้องผ่าตัด   “ดิฉันกลัวมากเลยค่ะ กลัวว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีก เพราะเขาทั้งยังเด็กมากๆ ก็ต้องมาต่อสู้กับการผ่าตัดซะแล้ว” คุณแม่กล่าว   สำหรับหนูน้อยชาร์ลี หลังการผ่าตัดก็มีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ   สุดท้าย หนูน้อยก็สามารถที่จะฉีกแก้มสร้างรอยยิ้มให้เหมือนกับเด็กคนอื่นๆ แล้ว   “มันเป็นหลากหลายความรู้สึกที่รวมกันจนบอกไม่ถูก ตอนแรกที่รู้ว่าลูกเราป่วยเราก็แอบเศร้า แต่พอคุณหมอสามารถช่วยเหลือได้ เราก็ดีใจเช่นกัน”   และนี่เป็นภาพเปรียบเทียบหลังการผ่าตัดสำเร็จ เรียกได้ว่า Charlie ได้กลับมามีความสุขแบบที่ควรจะเป็นอีกครั้ง  …

  • เด็กข้ามเพศฆ่าตัวตาย หลังถูกโรงเรียนห้ามเปลี่ยนชื่อ แต่ชาวเน็ตคิดว่ามีอะไรมากกว่านั้น…

    เด็กข้ามเพศฆ่าตัวตาย หลังถูกโรงเรียนห้ามเปลี่ยนชื่อ แต่ชาวเน็ตคิดว่ามีอะไรมากกว่านั้น…

    บ่อยครั้งที่เรามักจะเห็นเหตุการณ์ฆ่าตัวตายของเด็กวัยรุ่นในปัจจุบัน ที่มักจะเกิดจากสาเหตุต่างๆ รอบตัวของพวกเขาไม่ว่าจะเป็น ครอบครัวหรือไม่ก็เกี่ยวกังสังคมที่โรงเรียนเป็นต้น Louise Etherington เด็กชายวัย 15 ปีจากเมืองบักกิงแฮมเชอร์ ที่เกิดมาแล้วรู้สึกว่าตัวเองนั้นเกิดมาอยู่ผิดร่างกาย เพราะเขารู้สึกว่าจริงๆ ตัวเองเป็นหญิง และอยากใช้ชื่อว่า Leo นับจากนั้นมาเธอก็บอกความรู้สึกดังกล่าวกับพ่อของเธอไป     แต่ยังไงก็ตามแม้ว่าคุณพ่อ Martin Etherington จะเข้าใจในตัวลูกทันที แต่ว่าเมื่อไปยื่นเรื่องดังกล่าวกับทางโรงเรียนว่าขอเปลี่ยนชื่อเป็น Leo อย่างเป็นทางการ แต่ทางอาจารย์ใหญ่ Sharon Cromie ได้ปฏิเสธคำขอดังกล่าว พร้อมกับยื่นเหตุผลว่าเธอจะต้องมีอายุ 16 ปีเสียก่อน หลังจากการปฏิเสธดังกล่าว เขาก็บอกว่างั้นเราก็ควรจะรออีก 1 ปีก็แล้วกัน ซึ่งมันฟังแล้วดูเหมือนเธอจะยอมรับและพร้อมรอ ซึ่งถ้ามองจากองค์ประกอบโดยรอบทั้งพ่อและโรงเรียนก็ดูจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะทั้งพ่อและเพื่อนก็ดูจะยอมรับในสิ่งที่เธอเป็น     แต่ยังไงก็ตามสุดท้ายแล้ว Leo ก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายในห้องนอนที่บ้านพร้อมทิ้งจดหมายไว้ ด้านคุณพ่อที่เปิดห้องมาเจอก็ต้องตกใจกับสภาพของลูก ซึ่งเขาก็ยังไม่เข้าใจถึงสาเหตุการตายของลูกอยู่ดี เพราะเขาเป็นคนแรกที่รู้ว่าลูกนั้นจิตใจเปลี่ยนไป และก็ยอมรับในตัวลูกถึงขนาดคิดว่าเมื่อลูกมีอายุที่พร้อม เขาจะช่วยออกเงินค่าแปลงเพศให้ลูกเลย     ยังไงก็ตามเราก็ไม่สามารถจะโทษในตัวอาจารย์ใหญ่ได้ เพราะกฎนั้นถูกกำหนดมาก่อนแล้ว และจากข่าวที่สื่อไปสัมภาษณ์ตัวอาจารย์เอง เธอก็บอกว่า Leo เป็นเด็กดีและเธอก็ชอบในตัว Leo มากๆ เพียงแต่กฎก็ต้องเป็นกฎเท่านั้น…

  • ด้วยรักของพี่ ที่แม้จะ “พิการไม่มีปลายแขน” ก็พยายามปลอบประโลม ไม่ให้น้องร้องไห้…

    ด้วยรักของพี่ ที่แม้จะ “พิการไม่มีปลายแขน” ก็พยายามปลอบประโลม ไม่ให้น้องร้องไห้…

    ความรักในครอบครัวที่มีให้กันทำให้ทุกคนจะคอยช่วยเหลือกันอยู่เสมอในยามที่มีปัญหา เหมือนกับเด็กสองคนนี้ที่ถึงแม้ว่าคนพี่จะไม่ได้เกิดมาสมบูรณ์พร้อมแต่ด้วยความที่โตกว่า เขาก็ยินดีที่จะช่วยเหลือน้องของเขาอย่างเต็มที่ คลิปวิดีโอของเด็กน้อยที่เกิดมาพิการไม่มีแขนท่อนล่าง กำลังช่วยปลอบประโลมน้องชายทารกของตัวเองที่นอนอยู่ข้างๆ กัน โดยพยายามนำจุกหลอกให้เขาได้ดูดไว้ส่งคืนให้ เป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูเป็นอย่างมาก     ซึ่งในตอนแรกนั้นทั้งคู่ก็ยังคงดูสนุกสนานร่าเริงอยู่บนเตียง จนเมื่อจุกปลอมที่ดูดอยู่ได้หลุดออกจากปากของทารกและทำให้เขาเริ่มร้องออกมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่โชคดีที่พี่ชายของเขาที่อยู่ข้างๆ ได้เข้ามาช่วยแก้สถานการณ์ทั้งหมดให้คลี่คลายลงในที่สุด พี่ชายที่โตกว่าไม่มากและไม่มีปลายแขนหรือมืออย่างคนปกติทั่วไป หมุนตัวไปหาทารกน้อยและใช้แขนขวาเล็กๆ กับคางของเขาดันให้สามารถจับเจ้าจุกหลอกนั้นขึ้นมาได้ และพยายามขยับตัวเข้าไปใกล้น้องของเขาที่กำลังร้องไห้ พร้อมกับดันเจ้าจุกนั้นเข้าไปในปากอย่างนิ่มนวล และทำให้ทารกผู้น้องสงบลงได้ในที่สุด คลิปวิดีโอความรักของพี่ที่มีให้กับน้องชาย   และภาพความน่ารักๆ ที่เกิดขึ้นในเมือง Jabriya ประเทศคูเวต ก็ได้ถูกโพสต์ลงไปในอินสตาแกรมและทำให้ผู้คนเข้ามารับชมความน่าเอ็นดูของทั้งคู่กับพฤติกรรมที่ชวนอมยิ้มของคนเป็นพี่ที่มีให้กับน้อง ทำให้มียอดวิวมากกว่า 150,000 วิวเลยทีเดียว     มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่างๆ มากมาย อย่างเช่น “ขอให้พระเจ้าคุ้มครองด้วยนะ” หรือ “พวกเขาน่ารักมากจริงๆ” แล้วเพื่อนๆ ล่ะคิดว่าภาพที่ได้เห็นนี้ทำให้รู้สึกอย่างไรกันบ้าง คอมเม้นท์กันไว้ได้เลยนะ ที่มา: dailymail , shnshoona_almzyoona

  • คุณพ่อพาลูกเพื่อนบ้านล่อง “แพดเดิลบอร์ด” สู่ที่ปลอดภัย ก่อนจะกลับมาช่วยครอบครัวตัวเอง…

    คุณพ่อพาลูกเพื่อนบ้านล่อง “แพดเดิลบอร์ด” สู่ที่ปลอดภัย ก่อนจะกลับมาช่วยครอบครัวตัวเอง…

    กลายเป็นเรื่องที่โด่งดังไปทั่วโลกอินเตอร์เน็ต หลังจากที่มีคุณพ่อชาวฝรั่งเศสวัย 42 ปีคนหนึ่ง ได้ออกมาใช้ ‘แพดเดิลบอร์ด’ ในการช่วยคนถึง 4 คน โดยเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมาเว็บไซต์ Dailymail ได้รายงานเรื่องของ Alexandre Jourde พ่อบ้านชาวฝรั่งเศส ที่ใช้แพดเดิลบอร์ดช่วยเหลือครอบครัวตัวเอง และเพื่อนบ้านจนโด่งดังไปทั่วโลกออนไลน์   เชร๊ดด…พี่เท่อย่างกะบอยแบนด์   เดิมทีคุณพ่ออาศัยอยู่กับครอบครัวทั้ง 4 ชีวิต ประกอบไปด้วย ศรีภรรยา และคุณลูกอีกน่ารักทั้ง 2 คน ทว่าในช่วงที่เกิดเหตุการณ์พายุเฮอร์ริเคน เขาก็รู้ทันทีว่ายังมีอีกหลายๆ คนที่ต้องการความช่วยเหลือมากกว่า และด้วยสภาพบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยน้ำท่วมเอ่อล้น คุณพ่อจึงอาสาออกมาพายแพดเดิลบอร์ดช่วยเหลือ Ethan Colman หนุ่มน้อยวัย 4 ขวบ จนกลายเป็นภาพโด่งดังไปทั่วออนไลน์   ภาพที่ช่วยให้เรารู้สึกว่า ความรักในเพื่อนมนุษย์นั้นยังมีอยู่   คุณพ่อเล่าว่าในช่วงที่พายุโหมกระหน่ำ เขาและครอบครัวกำลังเตรียมตัวจะลี้ภัยไปยังศูนย์พักพิง ทว่าระหว่างนั้นได้มีเพื่อนบ้านคนหนึ่งมาขอความช่วยเหลือ โดยพวกเขาไม่มีพาหนะที่จะสามารถพาลูกชายไปอยู่ในที่ปลอดภัยได้ ทันทีที่ Jourde รู้เข้า เขาก็ไม่ได้มีท่าทียึกยักหรือเล่นตัว หากแต่เขารีบนำแพดเดิลบอร์ดคู่ใจและไม้พายพาเด็กหนุ่มไปส่งยังที่ปลอดภัยทันที เมื่อพาลูกของเพื่อนบ้านไปส่งยังพื้นที่ปลอดภัยแล้ว เขาก็รอให้ครอบครัวของเพื่อนบ้านมารับเจ้าหนู Ethan จากนั้นเขาจึงกลับมารับลูกน้อยทั้ง 2…

  • ผู้คนพากันแบนร้านอาหารแห่งหนึ่ง เพียงเพราะว่ามีกฎ “ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 12 เข้าร้าน”

    ผู้คนพากันแบนร้านอาหารแห่งหนึ่ง เพียงเพราะว่ามีกฎ “ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 12 เข้าร้าน”

    เวลาที่คุณไปร้านอาหารหรือร้านกาแฟก็คงจะเคยเห็นป้ายที่บอกกฎเอาไว้ว่าร้านนี้ห้ามไม่ให้คุณทำอะไร หรือนำอะไรเข้าไปบ้าง แต่สำหรับร้านของ Bob Hiiginson วัย 61 ปีที่เปิดร้านกาแฟภายใต้ข้อห้ามที่หลายคนอาจไม่เคยเห็นมาก่อน เขาได้เปิดร้านที่มีชื่อว่า Chart Room เพิ่งเปิดมาราวๆ 1 เดือนในเมือง Brixham ประเทศอังกฤษ พร้อมกับกฎที่ว่า อนุญาตให้พาสุนัขเข้าร้านมาได้ แต่สำหรับเด็กอายุที่ต่ำกว่า 12 ปีแล้วจะไม่ให้เข้า ทำให้ผู้อยู่อาศัยในที่ไม่พึงพอใจและพากันแบนไม่เข้าร้านของเขา เพราะมองว่านี่ถือเป็นการแบ่งแยก สิ่งที่เขาทำนั้นได้บอกเหตุผลเอาไว้ว่า กลุ่มเป้าหมายหลักคือเพื่อคนที่มีอายุค่อนข้างสูง และพวกเขาส่วนใหญ่ต้องการความสงบ     เขาเสริมอีกว่า “ผมอยากให้คนที่เข้ามาได้พูดถึงวันเก่าๆ หรือการสนทนากันโดยที่ไม่มีเด็กมารบกวน อีกทั้งของตกแต่งภายในร้านมีราคาแพงและไม่ได้มีกระจกมากั้นไว้เหมือนพิพิธภัณฑ์ ในอดีตเคยมีเด็กมาพังของในร้านไปแล้ว แต่สำหรับสุนัขนั้นมันไม่ได้กระโดดไปมา มันอยู่กันโดยไม่ทำลายข้าวของและผมไม่เคยเจอสุนัขนิสัยไม่ดีมาก่อน” ชาวบ้านที่ไม่โอเคกับเรื่องนี้ Wendy Moore ได้ออกมาประท้วงและคิดว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นการแบ่งแยกอย่างมากและชัดเจน ที่มองว่าเขามีสิทธิ์อะไรมาห้ามเด็กๆ ไม่ให้เข้าร้านของเขา Lee Knight ก็ได้มาเสริมอีกว่า “ผมมักจะไปในที่ที่เต็มไปด้วยความสุุข เด็กวิ่งเล่นกันไปมา มากกว่าที่จะไปร้านที่ดูมืด เงียบ ดูไม่น่าเข้า โดยที่ทุกคนนั่งบ่นพึมพำและจิบชากันไป แต่นั่นก็เป็นเพียงทางเลือกของผมนะ”     ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นแต่ก็มีอีกกลุ่มที่ยังคงสนับสนุนกับความคิดนี้ของเขา ที่ออกมาบอกว่า…

  • 14 เหตุผลดีๆ ที่ทำให้ “ระบบการศึกษาฟินแลนด์” ได้รับยกย่องว่าดีที่สุดในโลก

    14 เหตุผลดีๆ ที่ทำให้ “ระบบการศึกษาฟินแลนด์” ได้รับยกย่องว่าดีที่สุดในโลก

    ถ้าหากให้เดาชื่อของประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องของคุณภาพการศึกษาแล้ว เชื่อว่าชื่อของประเทศฟินแลนด์คงจะผุดขึ้นมาในหัวของหลายๆ คนอย่างแน่นอน เพราะอาจจะเคยได้ยินหรือได้เห็นกันมาบ้างว่าที่นี่นั้นดียังไง… และทางเว็บไซต์ brightside ได้รวบรวม 14 เหตุผลดีๆ ที่จะช่วยยืนยันว่าระบบการศึกษาของฟินแลนด์นั้นยอดเยี่ยมจริงๆ ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้นไปชมกันเลย…   1. ทุกๆ อย่างที่นี่ฟรี!! อย่างที่หลายๆ คนเคยทราบกัน การศึกษาของประเทศนี้ฟรี!! และไม่เฉพาะค่าเทอมเท่านั้นแต่ยังรวมถึงค่าบริการต่างๆ อย่างเช่นการไปทัศนศึกษาและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในการเรียนอีกด้วย นอกจากนี้นักเรียนที่อยู่ห่างจากโรงเรียนเกิน 2 กิโลเมตรก็ยังมีรถรับส่งฟรีอีกด้วย โดยในแต่ละปีพวกเขาจะจัดสรรงบประมาณ 12.2% จากงบประมาณทั้งหมดของประเทศเพื่อการศึกษา   2. เด็กๆ สามารถมีอิสระได้แบบที่เขาต้องการ เด็กๆ ทุกคนสามารถเลือกกิจกรรมและการเรียนได้ตามที่พวกเขาสนใจและตามความสามารถของตนเอง นอกจากนี้พวกเขายังมีคุณครูที่จะคอยให้ความรู้และความเข้าใจอย่างใกล้ชิด นั่นหมายความว่าบางวิชาที่ไม่น่าสนใจสำหรับพวกเขา เด็กๆ สามารถเลือกทำกิจกรรมอย่างอื่นได้ อย่างเช่นการอ่านหนังสืออื่นๆ ที่ไม่ใช่ตำรารเรียน หรือการเรียนเย็บผ้าได้   3. ที่นี่จะไม่มีการตัดเกรดจนกว่าเด็กๆ จะขึ้นป. 3 ระบบการคิดคะแนนผลการเรียนของที่นี่จะมีด้วยกัน 10 คะแนน โดยพวกเขาจะไม่มีการให้เกรดเด็กๆ จนกว่าพวกเขาจะขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และสำหรับการให้คะแนนเกรด ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 1 จะมีเพียงคำว่า “พยายามอีกนิด”…

  • เด็กน้อยวัย 2 ขวบ เกิดมาพร้อมโรคแขนใหญ่ข้างเดียวเหมือนกับ ‘Hellboy’ ..!!

    เด็กน้อยวัย 2 ขวบ เกิดมาพร้อมโรคแขนใหญ่ข้างเดียวเหมือนกับ ‘Hellboy’ ..!!

    เรื่องราวของหนูน้อย Shakiba วัย 2 ขวบ จากประเทศบังคลาเทศ ที่กำลังโด่งดังไปทั่วโลกหลังจากที่นักข่าวได้เข้าไปถ่ายทำชีวิตของเขา แต่สิ่งที่พิเศษกว่านั้นก็คือ อาการผิดปกติตั้งแต่กำเนิดนั้น ทำให้หนูน้อยคนนี้มีแขนที่ใหญ่โตราวกับ Hellboy กันเลยล่ะ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้ลองวัดดูแล้วก็พบว่ามันหนักมากถึง 2 กิโลกรัม   หนูน้อย Shakiba   คุณพ่อของหนูน้อยวัย 23 ปี Abdul Satter ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า “ด้วยความที่เรายากจน เราก็คงได้แต่หวังพึ่งความเห็นใจจากพระองค์ เรายังคงศรัทธาในพระเจ้าและคุณหมอ และผมก็ยังหวังว่าซักวันหนึ่งจะมีคนมารักษาและมอบชีวิตปกติสุขให้เธอได้”   แต่หลังจากที่เรื่องราวของหนูน้อยเริ่มเป็นที่รู้จัก ตอนนี้ก็มีหน่วยงานเข้าไปช่วยเหลือเธอแล้ว   ทางคุณหมอได้วินิจฉัยและพบว่านี่คือโรค Haemangioma ซึ่งเกิดจากการที่มีเส้นเลือดฝอยถูกกดทับอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง และนั่นก็ทำให้เกิดเลือดคั่งจนนำมาสู่อาการผิดปกติดังกล่าว โดยคุณหมอเจ้าของเคสเชื่อว่าทั่วโลกมีคนป่วยเป็นโรคนี้อยู่มากกว่า 30,000 คนเลยทีเดียว     Dr. Shamim Hossain ผู้ดูแลเรื่องนี้ได้แจ้งว่า “ตอนนี้เราได้ตั้งทีมขึ้นมาโดยประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ทาง เพื่อช่วยกันหาวิธีรักษาอาการดังกล่าว เมื่อไหร่ที่เราสามารถแก้เรื่องเลือดคั่งได้แล้ว เราก็จะสามารถผ่าตัดชั้นผิวหนังให้หนูน้อยได้ต่อ”     ซึ่งทางครอบครัวก็ได้แต่หวังว่า…

  • ศิลปินสร้างสรรค์ ‘ภาพตัดต่อมือ’ ดึงโฆษณาจากยุคเก่าให้กลับมามีชีวิตในนิวยอร์กอีกครั้ง

    ศิลปินสร้างสรรค์ ‘ภาพตัดต่อมือ’ ดึงโฆษณาจากยุคเก่าให้กลับมามีชีวิตในนิวยอร์กอีกครั้ง

    Kalen Hollomon เป็นอีกหนึ่งศิลปินสาวที่มีชีวิตเพื่องานศิลปะชาวนิวยอร์กอีกคนหนึ่ง เธอเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานการตัดแปะที่เรียกได้ว่า… นี่สินะโฟโต้ช็อปในยุคอนาล็อก และครั้งนี้เราจะพาไปชมผลงานภาพถ่ายชุด ‘Realtime Collage’ ซึ่งเป็นผลงานที่เธอนำเอาภาพโฆษณาเก่าที่เคยโด่งดังในนิวยอร์ก กลับมาถ่ายภาพกับสถานที่ปัจจุบันราวกับฟื้นคืนชีพรูปภาพเหล่านี้ขึ้นมาอีกครั้ง…     ในขณะที่โลกปัจจุบัน ผู้คนหันไปสร้างงานศิลปะบนคอมพิวเตอร์กันหมด   เธอจึงปิ๊งไอเดียที่จะลองทำอะไรสวนกระแสดูบ้าง ด้วยพื้นฐานความชอบที่มีต่อโฆษณายุคเก่าอยู่แล้ว   หาก Photoshop คือเครื่องมือการตัดต่อภาพที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนอื่นๆ กรรไกรและสายตาอันเฉียบคมก็เป็นเครื่องมือตัดต่อภาพที่ดีที่สุดของเธอเช่นกัน   “เหนือสิ่งอื่นใด ฉันอยากจะนำเสนอช่วงเวลาสุดโรแมนซ์ที่ครั้งหนึ่งนิวยอร์กเคยเป็นแบบนี้…”   และเธอก็เชื่อว่าภาพทั้งหมดนี้ จะช่วยให้ชาวนิวยอร์กที่มาจากทั่วโลก ได้เรียนรู้เรื่องราววัฒนธรรมของเมืองไปด้วย   เอาเป็นว่าเราลองตามไปชมผลงานทั้งหมดของเธอกันเลย… . . . . . . . . .   หากใครอยากชมผลงานเพิ่มเติม สามารถคลิกเข้าไปได้ที่ Kalen Hollomon เลยจ้า ที่มา: Sobadsogood

  • เด็กชายวัย 4 ขวบ ถูกห้ามไม่ให้เข้าโรงเรียนเพราะไว้ผมยาว แต่คุณแม่กลับไม่คิดแบบนั้น…

    เด็กชายวัย 4 ขวบ ถูกห้ามไม่ให้เข้าโรงเรียนเพราะไว้ผมยาว แต่คุณแม่กลับไม่คิดแบบนั้น…

    เรื่องนี้อาจจะแปลกประหลาดสำหรับบ้านเราสักหน่อย เพราะบ้านเราไม่สามารถที่จะไว้ผมยาวๆ ได้ในช่วงตั้งแต่วัยเด็กจนถึงช่วงจบมัธยมปลาย แต่สำหรับเมืองนอกการไว้ผมยาวไม่ได้มีปัญหาอะไรมากนักเมื่อเข้าไฮสคูล แต่สำหรับเด็กชาย Jabez Oates วัย 4 ขวบที่กำลังจะได้ไปเรียนวันแรกนั้น กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเขาเป็นเด็กชายที่ไว้ผมยาวมากๆ แน่นอนว่าเขาก็ตื่นเต้นที่จะได้ไปโรงเรียน เพราะเด็กชายบอกว่าเขาจะได้ฝึกสมองและหาความรู้     ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไปถึงโรงเรียนคือ ทางโรงเรียน Barbers Hill Independent Kindergarten Center ในฮูสตัน กลับไม่ยินยอมให้เขาเข้าเรียนซะอย่างนั้น โดยให้เหตุผลว่าเด็กชาย Jabez มีผมที่ยาว ซึ่งเด็กชายจะกลับไปเรียนได้ต้องตัดผมเสียก่อน     ด้านเด็กชายก็เสียใจพอสมควร แต่คนที่เดือดสุดๆ ก็คงหนีไม่พ้นคุณแม่ของเขา Jessica Oates ผู้เป็นแม่ออกมาโวยวายใหญ่ว่าทำไมจะต้องให้ตัดผมลูกชายของเธอด้วย ลูกชายเธอไว้ผมมาตั้งแต่เกิดและเขาก็ชอบมันมาก!!   แน่นอนว่าจากความหัวร้อนของคุณแม่เราก็รู้ได้เลยว่าเธอเป็นคนที่ซัพพอร์ตลูกมากๆ และไม่ปิดกั้นเลย เพราะเธอบอกว่าถ้าจะให้ตัดผมลูกชาย เธอก็จะตัดให้ แต่มันก็ต่อเมื่อลูกชายร้องขอเองเท่านั้น เธอจะไม่ริดรอนสิทธิในสิ่งที่ลูกเป็นอย่างแน่นอน…     นอกจากนั้นเธอยังบอกว่าตอนแรกกฎของโรงเรียนยังอนุญาตให้ไว้ผมยาวได้ปกติอยู่เลย เพียงแค่ต้องมัดผมเท่านั้น แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันกลับไม่เป็นแบบนั้นซะได้ สุดท้ายเธอบอกว่า เธอเสียใจมากๆ เธอตั้งใจจะพาลูกมาเรียนยังที่แห่งนี้และเตรียมการมาอย่างดี นอกจากนั้นลูกชายของเธอก็ตื่นเต้นมากๆ เพราะพวกเขาไม่ใช่คนแถวนี้ การเจอเพื่อนใหม่ๆ จึงเป็นอะไรที่น่าสนุกสำหรับเขา…

  • คุณพ่อเติมฝันให้เด็กๆ ได้สวมบทเป็นซูเปอร์ฮีโร่ หนึ่งวิธีสร้างกำลังใจเพื่อต่อสู้กับโรคร้าย…

    คุณพ่อเติมฝันให้เด็กๆ ได้สวมบทเป็นซูเปอร์ฮีโร่ หนึ่งวิธีสร้างกำลังใจเพื่อต่อสู้กับโรคร้าย…

    ครั้งหนึ่ง Josh Rossi คุณพ่อผู้เป็นช่างกล้องเคยกล่าวเอาไว้ว่า “ฮีโร่ที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในหนัง หากแต่เป็นเด็กๆ ที่กำลังต่อสู้กับโรคร้ายในโรงพยาบาลเพื่อชีวิตใหม่ของพวกเขาเอง” และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจริเริ่มโปรเจคเติมฝันให้เด็กๆ ได้สวมชุดสวมบทบาทเป็นฮีโร่ในดวงใจ เพื่อเป็นกำลังใจให้ต่อสู้กับโรคร้ายกันต่อไป…   โดยตอนแรกคุณพ่อได้ถ่ายภาพลูกสาวตัวเอง ที่กำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งในธีมของวันเดอร์ วูแมน   “หลังจากที่ผมถ่ายภาพให้ลูกสาว ก็มีผู้ปกครองของเด็กคนอื่นๆ ที่ลูกของเขาต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งเหมือนลูกของเราได้ติดต่อมาว่าจ้างให้เราถ่ายรูปแนวนั้นให้บ้าง แต่ผมก็เลยอาสาทำให้พวกเขาฟรีนั่นแหละครับ เป็นกำลังใจให้กันและกัน” คุณพ่อให้สัมภาษณ์   โดยคุณพ่อให้เหตุผลว่า เด็กๆ ทุกคนต้องต่อสู้กับการทำคีโม การฉายแสง และพวกเขายังมีรอยยิ้มได้ นี่แหละคือคนที่เข้มแข็งของจริง   หลังจากนั้นคุณพ่อก็ได้นัดแนะเด็กๆ ทุกคน พร้อมกับทีมงานคอสตูมที่จะช่วยให้ความฝันของหนูๆ กลายเป็นจริง   เอาเป็นว่าเราลองตามไปชมผลงานทีมฮีโร่จากฝั่ง DC โดยฝีมือคุณพ่อที่มีความปรารถนาดีต่อเด็กๆ กันดีกว่า…   Aquaman รุ่นจิ๋วก็มานะ   ส่วนฉัน Batman จะจัดการมะเร็งร้ายในก็อตแธมให้หมดไป   เดอะ แฟลช..!! และพลังการให้กำลังใจที่ไวเหนือสายฟ้า   หนุ่มน้อยซุปเปอร์แมนที่มาพร้อมกับทรงผมสุดวินเทจ   และสุดท้ายหนุ่มน้อยที่กลายร่างมาเป็นไซบอร์ก (หนึ่งในทีม Justice League)…

  • คุณแม่รู้สึกแย่… เมื่อมีจดหมายติถึงลูก ‘ออทิซึม’ ส่งเสียงดังเกินไป และใช้คำเรียกว่า ‘มัน’

    คุณแม่รู้สึกแย่… เมื่อมีจดหมายติถึงลูก ‘ออทิซึม’ ส่งเสียงดังเกินไป และใช้คำเรียกว่า ‘มัน’

    สู่ประเด็นการตั้งคำถามของชาวเน็ต เกี่ยวกับความเหมาะสมของเรื่องนี้ หลังจากที่คุณแม่ได้รับจดหมายเตือนจากเพื่อนบ้าน เกี่ยวกับการส่งเสียงดังยามค่ำคืนของลูกชายตัวน้อยที่ป่วยเป็นออทิซึม โดยเว็บไซต์ Dailymail ได้รายงานว่า คุณแม่วัย 27 ปี Jessica Green ออกมาเรียกร้องถึงความถูกต้อง หลังจากที่เพื่อนบ้านส่งจดหมายเตือนมาหาเธอ โดยใช้สรรพนามแทนลูกของเธอว่า ‘มัน’   Jessica Green และลูกชายวัย 3 ขวบ Henry   คุณแม่ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า เธอรู้สึกหวาดระแวงและกลัวว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้นกับลูกน้อยของเธอ หลังจากที่มีเพื่อนบ้านเอาจดหมายเตือนเกี่ยวกับปัญหาเรื่องเสียงดังในยามค่ำคืน โดยเนื้อหาในจดหมายมีดังนี้: “ถึงเพื่อนบ้าน… ในฐานะที่เราเป็นเพื่อนบ้านของคุณ เราอยากรบกวนให้คุณช่วยจัดการกับเสียงกรีดร้องที่มักจะดังขึ้นมาในยามค่ำคืนจากบ้านของคุณ และในระหว่างที่มันกำลังออกมาวิ่งเล่นข้างนอกส่งเสียงดัง ได้โปรดรับรู้ไว้ด้วยว่าเพื่อนบ้านคนอื่นๆ ทนฟังเสียงกรีดร้องของมันไม่ไหวเช่นกัน”     “จนตอนนี้หลายคนเริ่มสงสัยแล้วว่า… ตกลงแล้วคุณเลี้ยงลูกอย่างถูกต้องจริงๆ รึเปล่า? เพราะเชื่อว่าคงไม่มีพ่อแม่คนไหนปล่อยให้ลูกออกมากรีดร้องแบบนี้แน่ๆ  ถ้าหากคุณยังไม่แก้ปัญหาที่มันค้างคามานานนับปี เราจะเอาเรื่องนี้ไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่รัฐและอาจนำมาซึ่งการย้ายคุณออกจากพื้นที่นี้ได้เลย ตอนนี้ไม่มีเพื่อนบ้านคนไหนกล้าที่จะออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน เพราะเสียงกรีดร้องจากลูกของคุณ และปัญหานี้ก็คาราคาซังมานานนับปีแต่ไม่มีวี่แววว่าจะเบาลงเลย มีแต่ดังขึ้นทุกวัน ยังไงเราก็หวังว่าคุณจะช่วยแก้ปัญหานี้ให้เราได้นะ จากเพื่อนบ้านในละแวกนี้ทุกคน”   ภาพจดหมายดังกล่าว   จากประเด็นดังกล่าวคุณแม่ก็ออกมาเรียกร้องถึงความเหมาะสม ที่เพื่อนบ้านใช้คำสรรพนามเรียกลูกชายเธอว่า ‘มัน’ แต่ถึงกระนั้นคุณแม่ก็ได้ชี้แจงคืนว่า คนส่วนใหญ่มักจะไม่เข้าใจความต้องการของเด็กที่ป่วยเป็นออทิซึม……

  • คุณแม่ขังลูกทั้ง 2 ไว้ในรถอันร้อนระอุ เพียงเพราะต้องการ “สั่งสอน” จนเป็นเหตุถึงขั้นเสียชีวิต…

    คุณแม่ขังลูกทั้ง 2 ไว้ในรถอันร้อนระอุ เพียงเพราะต้องการ “สั่งสอน” จนเป็นเหตุถึงขั้นเสียชีวิต…

    เด็กเล็กๆ ก็มีบ้างที่จะไม่เข้าใจหรือเชื่อฟังในสิ่งที่ผู้ปกครองพูด จนบางครั้งก็ลงเอยด้วยการทำโทษเพื่อให้มีความรู้สึกหลาบจำและปฏิบัติตามในสิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องการ แต่ทว่าการทำโทษนั้นอาจรุนแรงถึงขั้นที่เสียชีวิตได้เลย… อุทาหรณ์เรื่องนี้เกิดขึ้นในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเจ้าหน้าที่ได้จับกุม Cynthia Marie Randolph คุณแม่ลูกสองวัย 25 ปี ที่เป็นต้นเหตุทำให้ลูกๆ ของเธอที่มีอายุเพียงแค่  2 ขวบและ 1 ขวบกว่าๆ ต้องเสียชีวิต จากการที่ขังพวกเขาไว้ในรถเพื่อเป็นการทำโทษ…   Cynthia Marie Randolph คุณแม่ลูกสองที่ขังลูกเอาไว้ในรถ จนเป็นเหตุทำให้เสียชีวิต   โดยที่ทั้งคู่นั้นถูกพบศพในวันที่ 26 พฤษภาคม 2017 และเธอก็ถูกตัดสินในข้อหาทำให้เด็กได้รับการบาดเจ็บร้ายแรงระดับที่หนึ่ง ผลจากการชันสูตรจากลูกทั้งสองคนสามารถระบุได้ว่าเป็นการฆาตกรรม จากอาการไข้ขึ้นสูงจัดจนเสียชีวิตภายในรถ ที่เธอได้ขังพวกเขาเอาไว้ด้วยอุณหภูมิสูงถึง 35 องศาเซลเซียส     ทางด้านตำรวจได้ให้ข้อมูลว่า เธอต้องการที่จะสั่งสอนลูกของเธอที่ไม่ยอมลงจากรถเมื่อถูกสั่ง ตามข้อกล่าวหาคือเธอขังเด็กเอาไว้ในนั้นและเข้าบ้านไปสูบกัญชา ก่อนจะงีบหลับไป 2 ถึง 3 ชั่วโมง เพราะคิดว่าลูกๆ จะสามารถออกมาจากรถได้เอง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังเสริมอีกว่า เมื่อเธอได้ออกมาเห็นลูกน้อยทรมานอยู่ในรถ ก็ทำการทุบกระจกรถให้ดูเหมือนกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอุบัติเหตุ   ลูกสาววัย…

  • เด็กน้อยตะโกน “เอาสกู๊ตเตอร์มา” พร้อมกำมีดขู่กลุ่มวัยรุ่นที่โตกว่า พฤติกรรมก้าวร้าวหวังปล้น…

    เด็กน้อยตะโกน “เอาสกู๊ตเตอร์มา” พร้อมกำมีดขู่กลุ่มวัยรุ่นที่โตกว่า พฤติกรรมก้าวร้าวหวังปล้น…

    ความรุนแรงเป็นสิ่งที่ทุกคนมีอยู่ในตัวเอง แต่สิ่งสำคัญคือความเหมาะสมความเป็นเหตุเป็นผลและวิธีการที่จะแสดงมันออกมา ที่แน่นอนว่าอย่างน้อยๆ ต้องไม่ทำให้ใครเดือดร้อนอย่าให้ต้องเหมือนกับเขาคนนี้     คลิปวิดีโอของเด็กที่ดูแล้วอายุไม่มากนักในสภาพเปลือยท่อนบนในมือกำมีดที่ยาวเกือบเท่าต้นแขนไว้แน่น ตะโกนออกไปว่า “เอาสกู๊ตเตอร์มา” เพื่อขู่เด็กวัยรุ่นที่โตกว่าหวังจะแย่งเอาสกู๊ตเตอร์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในมณฑลเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ เมื่อเหล่าวัยรุ่นเจอท่าทีอย่างนั้นเข้าไป ก็พากันหัวเราะและพูดออกไปโดยไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวแต่อย่างใด ในขณะที่เด็กคนนั้นก็ยังคงตะโกนกลับมาในประโยคเดิม จนเมื่อวัยรุ่นที่กำลังถ่ายภาพเหตุการณ์ดังกล่าวได้พูดออกมาว่า “ไม่!! ไปไกลๆ เลย สิ่งที่เอ็งทำอยู่ตอนนี้ มันจะทำให้คนอื่นเขาต้องเจ็บตัวกันเปล่าๆ” หลังจากนั้นเด็กที่ถือมีดก็ตะโกนใส่กล้องก่อนที่จะวิ่งหนีออกไป ในขณะที่คนถ่ายก็ยังพูดไล่และบอกให้ไปหาซื้อเสื้อมาใส่ซะ…     สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นทางเว็บไซต์ข่าว DailyMailOnline ได้ทำการสัมภาษณ์โฆษกของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องถิ่นเพิ่มเติม โดยทราบเรื่องว่าเกิดเหตุดังกล่าวในวันที่ 20 สิงหาคม เวลาประมาณ 14.20 น. ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นก็ได้ออกไปให้คำแนะนำกับเด็กและผู้ปกครองทุกคน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เดียวกันนี้กับผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้อีก แต่ก็เชื่อว่าผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นได้ออกจากบริเวณดังกล่าวไปกันหมดแล้ว     ส่วนสาเหตุของความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นก็อาจมาได้จากหลายสาเหตุ แต่การเริ่มต้นที่ดีและง่ายที่สุด ก็ต้องเริ่มมาจากคนที่ใกล้ตัวที่สุดอย่างพ่อแม่หรือผู้ปกครอง ที่ควรให้คำแนะนำและดูแลสอดส่องบุตรหลานอย่างใกล้ชิดด้วย ที่มา: thesun, dailymail

  • นางแบบน้อยเกาหลี Yoo Ye Won วัย 7 ขวบ ตอนเด็กยังสวยขนาดนี้ โตไปจะขนาดไหน!!

    นางแบบน้อยเกาหลี Yoo Ye Won วัย 7 ขวบ ตอนเด็กยังสวยขนาดนี้ โตไปจะขนาดไหน!!

    ในปัจจุบันนี้ถ้าพูดถึงความสวยตามอุดมคติของสาวเอเชียก็คงหนีไม่พ้นความเป็นเกาหลี ที่มีสไตล์ความงามแบบเอเชียที่ดูสวยเป๊ะ เปล่งปลั่ง แบบที่ใครๆ ก็อยากเป็น แต่ก็ไม่คิดว่าสาวเกาหลีนั้นเขาจะสวยกันมาตั้งแต่เด็ก อย่างนางแบบสาวอายุ 7 ขวบคนนี้ ที่เธอนั้นมีใบหน้าที่น่ารักและสวยงามอย่างกับเป็นผู้ใหญ่เลยล่ะ ไปดูกันว่าเด็กคนนี้จะมีออร่าขนาดไหนกัน   นางแบบสาวน้อยคนนี้เธอมีชื่อว่า Yoo Ye Won เธอมีอายุได้เพียง 7 ขวบเท่านั้น แต่เธอมีผลงานการถ่ายแบบมาแล้วมากมาย อาจคงเป็นเพราะใบหน้าของเธอมันช่างน่ารักและสายตาที่ดูโตกว่าเด็กวัยเดียวกัน ทำเอาใครๆ ที่เห็นเธอตั้งใจละลายไปตามๆ กัน .   สาวน้อยเกาหลีคนนี้ไม่ได้มีแค่ใบหน้าที่สวยงามเท่านั้น แต่แฟชั่นการแต่งตัวของเธอก็ดูดีมีสไตล์ เรียกได้ว่าเป็นไอดอลของเด็กๆ เลยนะเนี่ย   ใส่ชุดฮันบกก็น่ารักเอามากๆ แก้มน่าหยิกจริงๆ .   คิดแล้วก็สงสัยจริงๆ ว่าเธอสวยเหมือนใครกันนะ   นี่ไง!! คุณแม่ของเธอ ทีนี้ก็รู้แล้วว่าสวยได้ใคร   นัลล้ากกกกก .   ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ไปเดินเที่ยวกับคุณแม่   แต่ไม่ใช่คุณแม่เท่านั้นที่หน้าตาดี คุณพ่อก็หล่อไม่น้อยหน้าเหมือนกัน   เป็นคู่แม่ลูกที่รักในแฟชั่นจริงๆ     ตอนเด็กยังสวยขนาดนี้ ตอนโตจะสวยขนาดไหน…

  • สองนักเรียนแสบแอบอยู่ในห้างจนปิด กินอิ่มเอมสำราญใจกว่า 4 ชั่วโมง แต่สุดท้ายไปไม่รอด…

    สองนักเรียนแสบแอบอยู่ในห้างจนปิด กินอิ่มเอมสำราญใจกว่า 4 ชั่วโมง แต่สุดท้ายไปไม่รอด…

    หลายคนอาจจะเคยเห็นตามหนังหรือการ์ตูนต่างๆ ที่ชอบมีตัวละครแอบเข้าไปในห้างหลังปิด และรู้สึกว่าอยากทำบ้าง จะได้แอบกินหรือแอบใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้… เจ้าหนูนักเรียนแสบสองสหายก็เป็นเช่นนั้น เพราะพวกเขาแอบซ่อนตัวอยู่ในห้างจนกระทั่งห้างปิดทำการ ซึ่งจากรายงานของทางตำรวจก็ได้รู้ว่า ผู้ต้องหาเป็นเด็กนักเรียนชายอายุราวๆ 12 และ 13 ปี และเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2017 ที่ห้าง Sainsbury’s ในเมือง East Kilbride ของประเทศสกอตแลนด์     เด็กทั้งสองได้สารภาพว่า พวกเขาใช้เวลาอยู่ในนั้นนานถึง 4 ชั่วโมง โดยในช่วงเวลาดังกล่าวก็ได้กินอาหารและเครื่องดื่มมึนเมาจนเต็มอิ่ม และในท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่กะดึกมาเจอเข้า เหตุการณ์จึงจบลงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้านตำรวจก็ไม่ได้เอาผิดอะไรร้ายแรงนัก และส่งเด็กทั้งสองกลับไปอยู่กับครอบครัว ด้านห้างสรรพสินค้าก็ออกมาบอกว่า เด็กทั้งสองได้ดื่มกินสินค้าบนชั้นไปมากพอสมควร โดยคิดเป็นมูลค่ากว่า 13,000 บาท และกล้องที่เสียหายมูลค่า 1,500 บาท นอกจากนั้นยังมีเมมโมรี่การ์ดสูญหายไป 2 ชิ้น     ส่วนถ้าใครสงสัยว่าทำไมถึงใช้เวลานานถึง 4 ชั่วโมงกว่าจะเจอเด็กทั้งสอง ทางห้างก็ได้อธิบายว่า หลังจากที่ห้างปิดตอน 4 ทุ่มนั้น ทีมงานกะดึกจะทำงานเป็นกลุ่มเล็กๆ มากกว่าการแยกย้ายออกไปตรวจตรา…

  • เด็กหนุ่มเสียชีวิตลง หลังจากเข้าค่ายเพื่อ “เลิกอาการติดอินเตอร์เน็ต” เพียง 2 วัน

    เด็กหนุ่มเสียชีวิตลง หลังจากเข้าค่ายเพื่อ “เลิกอาการติดอินเตอร์เน็ต” เพียง 2 วัน

    อาการติดอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันนั้นเกิดขึ้นได้แพร่หลายมาก ด้วยที่ว่าการเข้าถึงนั้นไม่ได้ยากเหมือนเมื่ออดีตแต่อย่างใด โดยเฉพาะในประเทศจีน ที่เด็กๆ เป็นกันมากซะจนมีค่ายที่ไว้สำหรับเลิกอาการดังกล่าวเลยทีเดียว เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นกับเด็กหนุ่มวัย 18 ปีคนหนึ่งที่มีชื่อว่า Li Ao ที่ต้องมาพบกับความสิ้นหวัง เป็นอาการนี้จนทำให้ไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัว และทำให้แม่ของเขาเป็นกังวลกับเรื่องนี้     นั่นเองที่ทำให้ Liu Dongmei ผู้เป็นแม่ได้ตัดสินใจส่งเขาไปยังค่ายรักษาอาการที่ว่าในมณฑลอานฮุย ประเทศจีน ซึ่งมีชื่อเสียงในการทำให้เด็กเลิกติดอินเตอร์เน็ตได้ ด้วยการฝึกฝนทั้งทางด้านร่างกาย และการใช้หลักจิตวิทยาการปรึกษาเข้าช่วย เธอตัดสินใจให้เขาเข้าค่ายในวันที่ 3 สิงหาคมซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาอยู่ในนั้นถึง 180 วันค่าใช้จ่ายรวมมากกว่า 1 แสนบาท แต่หลังจากนั้นเพียงแค่ 2 วันก็ได้รับการโทรแจ้งมาว่าลูกของเธอกำลังถูกพาไปโรงพยาบาลด้วยอาการสาหัส ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตลงในเวลาอันสั้น     เธอได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าร่างของเด็กชายนั้นมีบาดแผลเต็มตัวมากกว่า 20 แผลทั่วร่างกาย ทั้งที่ก่อนเข้าค่ายยังปกติดี แล้วนี่เขามาเสียชีวิตลงในเวลาแค่สองวันได้อย่างไร ตอนนี้นั้นยังไม่ทราบสาเหตุการตาย และทางผู้อำนวยการกับคนทำงานในค่ายดังกล่าวจำนวน 4 คนได้ถูกคุมขังเพื่อรอการสอบสวนในเวลาต่อไป   คลิปวิดีโอพ่อแม่ของเด็กให้สัมภาษณ์   ในประเทศจีนนั้นมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมากกว่า 730 ล้านคน หนึ่งในสี่ของทั้งหมดคือเด็กที่อายุต่ำกว่า 19 ปี ซึ่งเมื่อพ่อแม่คิดว่าพวกเขาติดมันมากจนเกินไปก็จะส่งเข้าค่ายเพื่อให้เลิกด้วยวิธีการแบบทหารและการฝึกซ้อมอย่างเข้มงวด…

  • เด็กน้อยผู้ป่วยเป็นโรคร้ายกับความฝันที่อยากจะเป็น “ตำรวจ” ในที่สุดฝันก็เป็นจริงแล้ว!!

    เด็กน้อยผู้ป่วยเป็นโรคร้ายกับความฝันที่อยากจะเป็น “ตำรวจ” ในที่สุดฝันก็เป็นจริงแล้ว!!

    เราคงจะมีความฝันตั้งแต่ตอนเราเป็นเด็ก คงเป็นสิ่งที่เราจะยังจำกันได้ดี แต่น้อยคนที่จะมีโอกาสได้ทำไปตามความฝันด้วยเหตุผลมากมาย สำหรับเรื่องราวของเด็กน้อยคนนี้คือหนึ่งในนั้น แต่โชคดีที่ได้รับแรงผลักดันให้ความฝันของเขาได้เป็นจริง เมื่อกรมตำรวจนครบาลแห่งประเทศอังกฤษได้มอบโอกาสให้กับเด็กน้อยผู้น่ารักที่มีชื่อว่า Charlie Peebles วัย 7 ขวบในการเป็นตำรวจผู้ดูแลความปลอดภัยให้กับพระราชวังบักกิงแฮม     เด็กน้อยคนนี้นั้นได้ป่วยเป็นโรคเลือดที่สามารถทำอันตรายถึงชีวิตได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังพูดว่า “ผมวิ่งเร็ว และมีเทคนิคในการจับหัวขโมยได้ดีนะครับ” เพราะความฝันของเขาคือการทำอาชีพตำรวจนั่นเอง แม่ของเขายังบอกอีกว่าสิ่งที่เขาชอบนั้นจะมีแต่ของที่เกี่ยวข้องกับอาชีพตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นของเล่น เกมส์ที่ชอบเล่น และในแต่ละวันก็จะพูดแต่เรื่องความฝันในการประกอบอาชีพนี้เมื่อโตขึ้น     ในการเติมเต็มความฝันครั้งนี้เจ้าหนูน้อยได้สวมเครื่องแบบ ได้นั่งบนเฮลิคอปเตอร์ตำรวจอีกทั้งยังได้จำลองการจับกุมอีกด้วย และมีหมายเลขในกรมเป็นของตัวเองคือหมายเลข CP999 โดยทุกคนเชื่อว่าเขาจะต้องโตขึ้นมาเป็นตำรวจที่ดีได้อย่างแน่นอน   .   ได้มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของกรมกล่าวไว้ว่าเด็กน้อยคนนี้จะต้องเป็นดาวเด่นของอาชีพนี้ในอนาคตข้างหน้า เพราะเป็นเด็กที่มีความมั่นใจและคนในเมืองก็ยังมีคนพูดถึงเขาอีกด้วย และในครั้งนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ได้เห็นรอยยิ้มที่เกิดจากการได้ทำฝันให้เป็นจริง   .   ต้องขอบคุณองค์กรเพื่อการกุศล Starlight ที่ได้ทำให้ความฝันของเขาเป็นจริง ด้วยตัวองค์กรที่มีเป้าหมายเพื่อเติมเต็มและกู้คืนความสนุกของเด็ก และทำให้มันเป็นเรื่องที่น่าจดจำของคนในครอบครัว อีกทั้งยังสร้างรอยยิ้มที่สดใสให้เกิดขึ้นเหมือนกับเด็กคนนีี้     ความน่ารักที่สดใสที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ต้องลืมเรื่องที่เด็กคนนี้นั้นป่วยไปเรื่อย เพราะเราเอาเวลามาบันทึกความทรงจำที่ดีที่เกิดขึ้นย่อมดีกว่าอยู่แล้วนะครับ   ที่มา: thesun

  • ผู้ปกครองร่วมแชร์ 20 สิ่งประดิษฐ์ที่ลูกๆ คิดค้นขึ้นมาเอง ถึงจะแอบฮาแต่ก็เป็นอะไรที่เจ๋งมาก!!

    ผู้ปกครองร่วมแชร์ 20 สิ่งประดิษฐ์ที่ลูกๆ คิดค้นขึ้นมาเอง ถึงจะแอบฮาแต่ก็เป็นอะไรที่เจ๋งมาก!!

    ความพิเศษอย่างหนึ่งของ “วัยเด็ก” ก็คือ พวกเขาสามารถจินตนาการถึงสิ่งต่างๆ ได้อย่างไร้ขอบเขต แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องไม่ดีนะ เพราะบางทีความไร้ขอบเขตก็นำมาซึ่่งสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าได้เช่นกัน เช่นเดียวกับเรื่องราวของพ่อแม่ชาวเน็ตที่นำมาแชร์ให้ดูว่าเมื่อลูกๆ ของพวกเขาเกิดอาการขี้เกียจอย่างสร้างสรรค์ งานนี้หนูๆ ขอประดิษฐ์เครื่องมือขึ้นมาเองซะเลย แถมมันยังเป็นอะไรที่เจ๋งมากอีกด้วย   ลูกสาววัย 8 ขวบ กับการแก้ปัญหาอ่านหนังสือระหว่างอาบน้ำ   เมื่อลูกชายบอกคุณแม่ว่า “ไม่ต้องไปโรงหนังหรอกแม่ ผมมีโรงหนังส่วนตัวเป็นของตัวเองแล้ว”   หนุ่มน้อยกับวิธีการจัดอันดับรถ NasCar ในแบบที่ไม่ต้องง้อรายการ   สาวน้อยอัจฉริยะกับถุงดื่มน้ำเอนกประสงค์ด้วยเหตุผลที่ว่า “ต่อไปนี้จะได้ไม่ต้องหยุดเกมเพื่อดื่มน้ำอีกแล้ว”   หนูน้อยที่แม้จะไม่ได้ประดิษฐ์อะไร แต่ความสามารถของเธอบอกเลยว่าโคตรจะเอ็กซ์เมน!!   ใครจะไปเชื่อล่ะว่าหลอดก็สามารถเป็นไม้เซลฟี่ได้ หนูน้อยคนนี้ทำได้แล้วจ้า   เพียงคุณแม่เผลอแค่ 1 นาที ลูกชายตัวน้อยก็ได้ที่วางไอแพดใหม่เสียแล้ว   หนุ่มน้อยวัย 9 ขวบ กับเครื่องตัดหญ้าแรงคนอัจฉริยะ (แล้วใครมันจะมาปั่นละเนี่ย)   เมื่อคุณแม่บอกลูกชายว่า.. ‘แม่อยากได้ที่วางไอแพดจัง’ หลังจากนั้นแป๊ปเดียวลูกชายก็นำสิ่งนี้มาให้เลย   เสียงจากโทรศัพท์ดังไม่พอใช่ไหม? สาวน้อย Natalie ได้คิดค้นวิธีแก้ปัญหานี้แล้วนะ   ถึงจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ง่ายๆ…

  • อย่ามาแหยมกับจิงโจ้ ชมคลิปเมื่อเด็กตั้งใจจะให้อาหารโดนเจ้า “จิงโจ้” ต่อยเข้าหน้าเฉย

    อย่ามาแหยมกับจิงโจ้ ชมคลิปเมื่อเด็กตั้งใจจะให้อาหารโดนเจ้า “จิงโจ้” ต่อยเข้าหน้าเฉย

    นักมวยต่อยกันเราก็คงจะพอเดาได้บ้างกับน้ำหนักมือที่หนักหน่วงพุ่งเข้าใส่ใบหน้าคู่ต่อสู้จนเกิดเป็นรอยช้ำหรือบางคนก็อาจสลบน็อคไปเลย แต่ที่เราไม่น่าจะเคยเห็นก็คือสัตว์ประจำชาติที่เรารู้จักกันดีของออสเตรเลียแล้วละก็ หมัดที่ออกมามันจะเป็นยังไงบ้างนะ เมื่อมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งไปเที่ยวอุทยานสัตว์ป่ากับครอบครัวในออสเตรเลีย มาถึงที่นี่ก็ต้องมีการให้อาหารสัตว์กันซะหน่อย ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของคุณพ่อเจ้าหนูก็กล้าๆ กลัวๆ จะเข้าไปตรงตรง ในขณะที่คุณพ่อก็บอกว่า “เดินเข้าไปหามันเลย เดินเข้าไปเลย” อยู่อย่างนั้น   พ่อครับ ผมกลัว   ในภาพจะเห็นได้ว่ามีเจ้าจิงโจ้ยืนรอท่ากับเจ้านกอีมูที่ดูจะไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรยืนเด๋อด๋าอยู่ตรงนั้น จนเมื่อเด็กชายได้เดินเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เจ้าอีมูก็นึกครื้มเดินตัดหน้าระหว่างเขาแล้วจิงโจ้ไปซะเฉยๆ แต่ก็เพราะที่มันเดินผ่านนี่แหละเลยทำให้เป็นเรื่อง ก็หัวมันดันไปโขกเข้ากับเจ้าจิงโจ้ ด้วยความตกใจมันก็เลยสะดุ้งปล่อยแย็บซ้ายเข้าโหนกแก้มขวาของเด็กที่คงจะคิดในใจว่า “ผมทำอะไรผิดครับเนี่ย”   จำเอาไว้ ใส่ก่อนได้เปรียบ   สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นสร้างความตกใจให้กับครอบครัวของเขาที่เห็นเหตุการณ์ พร้อมกับความสงสัยที่ว่าเด็กน้อยคนนี้ควรให้อาหารเจ้าจิงโจ้หรือนกอีมูกันแน่   คลิปวิดีโอโชว์หมัดแย็บของเจ้าจิงโจ้ที่พุ่งเข้าใบหน้าเด็กน้อยอย่างจัง   คุณพ่อที่คอยเชียร์และอยู่ดูแลมาตลอดนั้นก็พูดออกมาทันทีว่าสิ่งที่เขาบอกคือจะให้ลูกชายไปให้อาหารนกอีมูต่างหากเล่า กลายเป็นว่าเด็กเข้าใจผิดซะเองเฉย ครั้งหน้าก็ช่วยเติมคำว่าอีมูไว้ในรูปประโยคหน่อยเถอะครับคุณพ่อ     ดีที่ไม่เป็นอะไรมากถึงเด็กคนนั้นจะดูเจ็บตัวหน่อยๆ แต่ก็จะได้รู้เอาไว้ว่าอย่าเผลอไปแหยมกับสัญลักษณ์ของประเทศตัวนี้เชียว   ที่มา: thesun

  • ข้อคิดที่เราควรตระหนัก จากคลิปเด็กถือมีดขู่คุณปู่ตัวเอง หลังรู้ข่าว “พ่อแม่หย่ากัน”!?

    ข้อคิดที่เราควรตระหนัก จากคลิปเด็กถือมีดขู่คุณปู่ตัวเอง หลังรู้ข่าว “พ่อแม่หย่ากัน”!?

    สิ่งที่เราจะต้องรับรู้มาตั้งแต่สัยเด็กนั้นจะสามารถจดจำและติดตัวมาจนถึงวัยผู้ใหญ่ได้ นั่นจึงทำให้ผู้ปกครองหลายๆ คนเลือกที่จะดูแลลูกๆ ของตนเองอย่างใกล้ชิด หรือในบางครั้งด้วยเหตุผลบางอย่างก็อาจทำให้ไม่สามารถดูแลเด็กได้อย่างเต็มที่ นี่อาจเป็นเรื่องๆ หนึ่งที่เกิดจากสิ่งเหล่านั้นก็ได้ เมื่อได้มีคลิปวิดีโอเผยแพร่ออกมาทำให้เห็นถึงการแสดงออกของเด็กชายคนหนึ่งที่ถือมีดข่มขู่คุณปู่ของตัวเองพร้อมพูดจาก้าวร้าวว่าจะเอาชีวิตของปู่ นั่นจึงทำให้คุณปู่ภายในคลิปต้องถือไม้ไผ่ยาวไว้ป้องกันตัวเอง     จากการรายงานเพิ่มเติมของเว็บไซต์ hk.on.cc จึงได้ทราบว่าเหตุการณ์นี้นั้นเกิดขึ้นในมณฑลอานฮุย ประเทศจีน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่พ่อแม่ของเด็กได้หย่าร้างกัน นั่นได้สร้างบาดแผลและความสะเทือนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้กับตัวเด็กนั่นเอง   คลิปวิดีโอเด็กชายถือมีดขู่จะเอาชีวิตคุณปู่   ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นสามารถอธิบายได้ตามหลักจิตวิทยาคร่าวๆ ว่าด้วยความไวในการเจริญเติบโตและการเรียนรู้อันรวดเร็วของสมองที่มากกว่าวัยอื่นๆ ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ นั่นจึงทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงวัยนี้นั้นจะเป็นการวางรากฐานสู่อนาคต การดูแลอย่างใกล้ชิดของผู้ปกครองจึงเป็นสิ่งสำคัญ พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจึงสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ สิ่งที่อาจเกิดจากการบกพร่องในเรื่องของการเลี้ยงดู ทำให้เด็กได้รับการเรียนรู้จากสื่อหรือสิ่งรอบตัวที่ขาดการควบคุมดูแล เด็กจึงได้รับสิ่งนั้นมาและเกิดพฤติกรรมการเลียนแบบจนออกมาเป็นพฤติกรรมที่ตัวเด็กเองคิดว่าสามารถใช้วิธีดังกล่าวแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ พฤติกรรมง่ายๆ ที่เรามักจะพบเห็นได้ทั่วไปก็คือการลงไปนอนร้องไห้เพื่อเรียกร้องความสนใจให้พ่อแม่ยอมซื้อของที่ตัวเองต้องการ หากว่าเด็กรับรู้ได้ว่าพฤติกรรมดังกล่าวได้ผล ก็จะทำให้เกิดพฤติกรรมการเลียนแบบหรือการทำซ้ำของเด็กบ่อยครั้งขึ้น และการถือมีดขู่จากความไม่พอใจนี้ก็คล้ายกับพฤติกรรมลงไปนอนร้องไห้ เพียงแต่แสดงออกมาในแบบที่แตกต่างกัน     แน่นอนว่าจากสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นอาจไม่ได้เกิดขึ้นกับเด็กทุกคน ดังนั้นการดูแลเอาใจใส่ให้กับเด็กนั้นจึงสำคัญเพราะในช่วงแรกนั้นพวกเขาจะไม่สามารถแยกได้ว่าสิ่งไหนเหมาะสมหรือไม่ การนำทางให้กับชีวิตของเด็กๆ ให้ไปในทางที่ดีก็คือหน้าที่หนึ่งของผู้ปกครองทุกคนนะครับ ที่มา: hk

  • นักกีฬารักบี้เด็กวัย 7 ขวบร่างยักษ์หนัก 100 กิโลฯ ว่าที่เจ้าหนูปรมาณู ผู้ท้าชนอย่างอ่อนโยน

    นักกีฬารักบี้เด็กวัย 7 ขวบร่างยักษ์หนัก 100 กิโลฯ ว่าที่เจ้าหนูปรมาณู ผู้ท้าชนอย่างอ่อนโยน

    ตอนคุณยังเป็นเด็กนั้นเคยเห็นคนหนุ่มวัยรุ่นเดินผ่านไปผ่านมาแล้วคิดว่าโตขึ้นอย่างเป็นอย่างเขาคนโน้นคนนั้น หรืออยากเป็นเหมือนพ่อหรือแม่อะไรงี้บ้างไหม เราอาจมีกันบ้างแต่สำหรับเด็กคนนี้นั้นเขาอาจเป็นต้นแบบให้กับวัยเดียวกันไปแล้วก็ได้ เด็กน้อยที่ดูจริงๆ ก็เหมือนจะไม่ค่อยเด็กเท่าไหร่ เขามีชื่อว่า Vaka Tuitupou เด็กชายชาวซามัวที่มีน้ำหนักราวๆ 100 กิโลกรัม แต่ด้วยอายุเพียงแค่ 7 ขวบนั้น ถือว่ามีน้ำหนักตัวที่มากจนเกินวัยเลยนะเนี่ย!!     จากรูปจะเห็นได้เลยว่าเขามีส่วนสูงที่มากกว่าเด็กในวัยเดียวกันเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว และด้วยร่างกายของเขานั้น จึงมีความหมาะสมอย่างมากที่จะเป็นนักกีฬารักบี้ให้กับทีม St John’s Eagles ในเมืองซิดนีย์ ความได้เปรียบในเรื่องสัดส่วนของร่างกายนั้นทำให้การวิ่งเข้าไปทำแต้มของเขามันง่ายซะอย่างกับปอกกล้วยเข้าปาก ทีมฝั่งตรงข้ามไม่มีใครสามารถเข้ามาหยุดเขาได้ คือเพื่อนส่งให้เล่นแล้วก็วิ่งไปจนสุดสนาม!! จนเมื่อมีคลิปวิดีโอในขณะที่เขาแข่งขันถูกเผยแพร่ในโลกโซเชียลโดยพ่อของเขาเอง หวังที่จะให้ทุกคนได้เห็นความสามารถของเด็กหนุ่มคนนี้ กระแสตอบรับที่ได้กลับมาคือ ผู้คนต่างคิดว่าให้เด็กคนนี้ขึ้นไปเล่นกับเด็กที่อายุมากกว่า เพราะคิดว่ามันเป็นการเอาเปรียบและอาจทำให้คนอื่นบาดเจ็บได้   คลิปวิดีโอสั้นๆ ในการแข่งขันจริง   จากกระแสในแง่ลบที่เกิดขึ้นนั้นพ่อของเขาก็ได้มาอธิบายว่านี่ไม่ใช่ความผิดของเด็กเลย เขาเล่นตามกติกาอยู่เสมอ โค้ชและเพื่อนในทีมต่างรักเขาและตั้งฉายาให้ว่า “ยักษ์ใหญ่ผู้อ่อนโยน” แม้แต่แมลงวันเขายังทำร้ายไม่ลงเลย เขาเพียงแค่ต้องการจะเล่นรักบี้ก็เท่านั้น นอกจากนั้นกรรมการผู้จัดการแข่งขันก็ยังออกมาบอกว่า ในช่วงการแข่งขันทั้งหมดเขาจะได้ลงเพียง 5 นัด และในแต่ละนัดจะได้ลงเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น     อีกทั้งโค้ชของทีมก็ได้บอกอีกว่า Vaka รู้ตัวอยู่ตลอดถึงความแตกต่างในร่างกาย เขาระวังที่จะไม่ทำให้ใครบาดเจ็บ และไม่อยากให้เด็กรู้สึกว่าเพราะขนาดร่างกายจึงทำให้เขาไม่เหมาะสมที่จะเล่นกีฬานี้ ความฝันและความตั้งใจคงไม่ใช่สิ่งที่จะห้ามกันไว้…

  • ผลวิจัยชี้ การให้ลูกเล่น “สมาร์ทโฟน” ตลอดเวลา ก็ไม่ต่างจากการให้ลูกเสพโคเคน!!

    ผลวิจัยชี้ การให้ลูกเล่น “สมาร์ทโฟน” ตลอดเวลา ก็ไม่ต่างจากการให้ลูกเสพโคเคน!!

    ในปัจจุบันนั้นปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เทคโนโลยีถือเป็นสิ่งเสพติดชนิดหนึ่งไปแล้วก็ว่าได้ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ หรือที่เราเรียกกันว่า สมาร์ทโฟน… ถ้าใครที่ติดตามข่าวก็จะรู้ว่า ปัจจุบันนั้นสมาร์ทโฟนถือเป็นปัจจัยหลักๆ ของมนุษย์และสามารถเข้าถึงคนได้ทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแต่คนแก่สูงอายุก็ตาม ที่สำคัญเมื่อเข้าถึงและใช้จนเป็น ทุกคนก็จะเสพติดมันมากๆ     Mandy Saligari ผู้เป็นเจ้าของคลินิค Harley Street ในประเทศอังกฤษได้บอกว่า คนไข้ส่วนใหญ่ของเธอมักจะเป็นเด็กๆ อายุราวๆ 12 ถึง 15 ขวบ และเด็กๆ ราวนี้ก็มองว่าเรื่องเพศกลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว…     เธอยังบอกว่า จากผลสำรวจส่วนใหญ่ พบว่าการเสพติดโทรศัพมือถือนั้นมีระดับความเสี่ยงที่สูงพอๆ กับยาเสพติดหลายชนิดเลยทีเดียว เพราะคนที่อยู่ในขั้นเสพติดนั้น จะใช้เวลาทั้งวันไปกับการจ้องมองมือถือ เล่นอินสตาแกรมหรือสแนปแชต แต่ที่ทำให้การเล่นโทรศัพมือถือมันโหดร้ายกว่าการเสพสารเสพติดคือ เมื่อเด็กๆ เสพติดมันและเล่นสื่อโซเชียลจนมันไปไกลขึ้นพร้อมคิดว่า การส่งรูปหรือการเข้าถึงสื่อลามกเป็นเรื่องปกติ ก็จะทำให้เด็กๆ หันไปส่งรูปโป๊เปลือยให้คนอื่นมากขึ้น ซึ่งมันส่งผลเสียต่อเด็กๆ ในอนาคต นี่ยังไม่รวมถึงภัยอื่นๆ อีกมากมาย     สุดท้าย เธอยังบอกว่าผลเสียนี้มันไม่ได้อยู่แค่กับเด็กที่โตแล้วหรือกำลังโตเท่านั้น เธอยังพบว่าเด็กวัย 6 ขวบลงไปก็เริ่มจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับโทรศัพมือถือเฉลี่ย 6 ชั่วโมงต่อวันแล้ว ซึ่งมันอาจจะเป็นสัญญานที่ว่าสิ่งเสพติดชนิดใหม่ ที่มาในคราบโทรศัพท์มือถือนั้น…