ชีวิตอันยากลำบากของ ‘เด็กอ้วนที่สุดในโลก’ อายุเพียง 10 เดือนแต่หนักเท่าเด็ก 9 ขวบ!!

คำว่า “ที่สุดของโลก” หลายคนเข้าใจว่ามันคงมีแต่เรื่องเจ๋งๆ เช่นวิ่งเร็วที่สุดในโลกหรือกระโดดได้สูงที่สุดในโลก แต่ในความเป็นจริงการเป็นที่สุดของบางเรื่องอาจตามมาด้วยผลกระทบที่เลวร้าย เหมือนกับเด็กน้อยคนนี้ที่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเพราะเขาเป็นเด็กที่อ้วนที่สุดในโลก

เด็กน้อยคนนี้มีชื่อว่า Luis Manuel อาศัยอยู่แถบชายฝั่งแปซิฟิก รัฐโกลีมา ประเทศเม็กซิโก เด็กชายคนนี้มีอายุเพียงแค่ 10 เดือนแต่กลับมีน้ำหนักมากถึง 28 กิโลกรัม!! เทียบเท่ากับเด็ก 9 ขวบเลยทีเดียว

 

เด็กน้อยที่อ้วนที่สุดในโลกวัย 10 เดือนแต่หนักเท่าเด็ก 9 ขวบ

 

ในตอนแรก Isabel Pantoja แม่ของเด็กคิดว่าที่ลูกเธอมีน้ำหนักมากกว่าปกติขนาดนี้เป็นเพราะว่าน้ำนมจากอกของเธอมีคุณภาพดีเท่านั้นเอง

เด็กคนนี้เกิดมามีน้ำหนัก 3.5 กิโลกรัม พอๆ กับเด็กทั่วๆ ไป พอผ่านไป 2 เดือนเขาก็มีน้ำหนัก 10 กิโลกรัมจนกระทั่งมีกลายเป็นเด็กที่อ้วนที่สุดในโลกในปัจจุบัน ซึ่งเขามีขนาดตัวที่ใหญ่กว่า Mario พี่ชายอายุเกือบ 3 ขวบของเขาซะอีก

 

ร่างกายของเด็กมีขนาดใหญ่กว่าเด็กที่โตกว่าซะอีก

 

ด้วยความผิดปกติที่เห็นได้ชัดขนาดนี้ครอบครัวจึงได้พาเขาไปตรวจที่โรงพยาบาลท้องถิ่น แต่หมอกลับไม่สามารถให้คำตอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้

แพทย์สันนิษฐานว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นจากโรคที่มีชื่อว่า Prader-Willi Syndrome ซึ่งเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมทำให้เด็กมีความยากอาหารที่ไม่สิ้นสุดและกล้ามเนื้ออ่อนแอ แต่แม้หมอจะวินิจฉัยออกมาเป็นอย่างนั้น คนในครอบครัวก็กลับบอกว่าเด็กคนนี้ไม่ได้กินอาหารเยอะกว่าปกติใดๆ เลย

 

 

อย่างไรก็ตามแพทย์ตัดสินใจทำการรักษาด้วยฮอร์โมนที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายต่อครั้งสูงกว่า 18,000 บาท แต่รายได้หลักจากคุณพ่อของเด็ก Mario Gonzales กลับได้เพียงแค่ประมาณ 6,600 บาทต่อเดือน ทำให้พวกเขาต้องเปิดเพจเฟซบุ๊กและเปิดบัญชีธนาคารเพื่อให้คนอื่นๆ ได้เข้ามาบริจาคช่วยเหลือค่ารักษา

 

 

แม่ของเด็กรู้สึกเป็นกังวลกับอาการของเขาอย่างมาก เธอเล่าทั้งน้ำตาว่าเด็กน้อยคนนี้ต้องใส่เสื้อผ้าสำหรับเด็กอายุ 2–3 ขวบ ไม่สามารถเดินหรือคลานได้เลยทำได้เพียงนั่งหลังตรงเท่านั้น

อีกทั้งยังต้องไปโรงพยาบาลอาทิตย์ละ 4 วันเพื่อทำการตรวจเช็คร่างกายและตัวเลือด ทุกครั้งที่คนเป็นพ่อเห็นพยาบาลพยายามหาเส้นเลือดที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นไขมันตรงแขน เขาก็รู้สึกเจ็บปวดหัวใจอย่างมากจริงๆ ที่ต้องเห็นลูกในสภาพนี้

 

แม้คุณพ่อของเขาจะมีร่างกายแข็งแรง แต่การอุ้มเด็กคนนี้ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ยากอยู่ดี

.

 

แต่ความหวังก็ยังคงมีอยู่ เมื่อศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ Silvia Orozoo ได้ติดต่อมาหาพวกเขาและเข้ามาตรวจอาการให้กับเด็กคนนี้

Silvia ได้บอกว่าชีวิตของเด็กน้อยกำลังอยู่ในขั้นวิกฤต แต่ถึงอย่างไรก็ต้องรอดูผลตรวจเนื้อเยื่อของเด็กก่อน โดยตอนนี้กำลังถูกวิเคราะห์ในสหรัฐอเมริกา

เธอยังบอกอีกว่าอาการที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มาจากโรค Prader-Willi Syndrome แต่อาจเกิดจากการรับสารอาหารที่ไม่เพียงพอของแม่ในขณะที่กำลังตั้งท้องอยู่ จนทำให้เกิดปัญหาเรื่องของการเจริญเติบโต

 

.

 

ต้องรอดูกันต่อไปว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนี้แท้จริงแล้วเกิดจากอะไรกันแน่

หวังว่าท้ายที่สุดแล้วเขาจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้เหมือนเด็กทั่วไปนะ

 

ที่มา: dailymail

Comments

Leave a Reply