Tag: ยา

  • วัยรุ่นอาชีวะตั้งวงดื่มน้ำท่อม ควักปืนโชว์เพื่อน ปืนลั่นทะลุมือ กระสุนฝัง ‘อัณฑะ’ เพื่อน…

    วัยรุ่นอาชีวะตั้งวงดื่มน้ำท่อม ควักปืนโชว์เพื่อน ปืนลั่นทะลุมือ กระสุนฝัง ‘อัณฑะ’ เพื่อน…

    ความคึกคะนองของวัยรุ่น หลายครั้งก็นำมาซึ่งอันตราย และความเจ็บปวดทางร่างกายอย่างสาหัส   เช่นเดียวกับเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ ที่นักเรียนหนุ่มอาชีวะวัย 17 ปีได้ควักอาวุธปืนขึ้นมาหวังอวดเพื่อนฝูง แต่กลับลั่นยิงทะลุมือตัวเอง มิหนำซ้ำกระสุนพุ่งเข้าไปฝังในลูกอัณฑะของเพื่อนอีกคน… รายงานจาก ครอบครัวข่าว 3 เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2561 กล่าวว่าเมื่อเวลาราย 03.30 นาฬิกา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนถูกยิงบาดเจ็บ 2 รายในบ้านพักอาศัย ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ     เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พบว่ามีผู้บาดเจ็บเป็นเด็กนักเรียนอาชีวะ 2 ราย รายแรกนายโดม (นามสมมุติ) อายุ 17 ปีบาดเจ็บที่มือข้างซ้าย เป็นรอยถูกยิงทะลุด้วยกระสุนปืนขนาด .38 ส่วนอีกราย นายบูม (นามสมมุติ) นักเรียนวัย 18 ปี เป็นแผลถูกยิงแบบเดียวกันที่ต้นขาข้างซ้าย อีกทั้งกระสุนปืนดังกล่าวยังทะลุเข้าไปจนถึงลูกอัณฑะและฝังอยู่ในนั้น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจึงรีบปฐมพยาบาลและนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน   .   เหตุเกิดในบ้านของครอบครัวนายนพพล (นามสมมุติ)เพื่อนในกลุ่มวัย 17 ปี ที่ได้ชวนอีก 7…

  • ชายชาวจีนกิน “ยาแก้หวัด” กว่า 30,000 เม็ดในระยะเวลา 10 ปี เพราะเกิดอาการ ‘เสพติด’

    ชายชาวจีนกิน “ยาแก้หวัด” กว่า 30,000 เม็ดในระยะเวลา 10 ปี เพราะเกิดอาการ ‘เสพติด’

    ชายวัย 48 ปีจากนครฉางชา ประเทศจีน กลายเป็นข่าวใหญ่ในประเทศเนื่องจากพฤติกรรมทาน ยาแก้หวัด ติดต่อกันมายาวนาน 10 ปี รวมแล้วมากกว่า 30,000 เม็ด เพียงเพราะมีอาการ “เสพติด” ชายสกุล Wang วัย 48 ปีได้เล่าผ่านคลิปวิดีโอบนเว็บไซต์หนึ่งว่า เขาซื้อยาแก้ไข้หวัดมารักษาอาการปวดหัวเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หลังจากเขาใช้มันเขาพบว่ามันมีประสิทธิภาพดี จากนั้นเมื่อเขารู้สึกไม่ค่อยดีเพียงเล็กน้อยเขาก็เริ่มคิดที่จะใช้ยานี้เพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น แต่ปัญหากลับติดอยู่ตรงที่ว่าการจะใช้ยาให้ได้ผลแบบเดิมเขาต้องเพิ่มปริมาณยาให้มากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเป็น 8 ถึง 12 เม็ดต่อวัน     ครอบครัวของ Wang พยายามนำตัวเขาไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการเสพติด หลังจากการตรวจวินิจฉัย แพทย์กล่าวว่า ยาดังกล่าวมีส่วนผสมของ  “คาเฟอีน” หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานมันจะให้ผลกับร่างกายคล้ายกับนิโคตินในบุหรี่และแอลกอฮอล์ในสุราเลยทีเดียว ซึ่ง Wang นั้นได้ใช้ยาชนิดนี้มา 10 ปีแล้ว ล่าสุด Wang กล่าวว่าที่ผ่านมาเขาใช้ยาแก้หวัดเพื่อสนองความต้องการของตนเอง แต่ปัจจุบันเขาต้องลดขนาดยาลง และทานยาต้านซึมเศร้าและวิตกกังวลควบคู่ไปด้วยจนกว่าอาการเสพติดจะดีขึ้น     อย่างไรก็ตาม แพทย์กล่าวว่าสำหรับคนทั่วไปไม่ต้องกังวล คาเฟอีนในยาแก้หวัดนั้นไม่ได้ส่งผลแบบเดียวกับ Wang…

  • แพทย์อธิบาย กรณีของหญิงมะกันที่เกือบ “แขนพิการ” หลังรับการฉีดวัคซีนรักษาไข้หวัด!

    แพทย์อธิบาย กรณีของหญิงมะกันที่เกือบ “แขนพิการ” หลังรับการฉีดวัคซีนรักษาไข้หวัด!

    ประเทศไทยเราก็นับว่าเข้าสู่เหมันตฤดูแล้ว แม้ว่ากลางวันแดดจะยังร้อนเป็นไฟในบางพื้นที่ แต่เชื่อว่าหลายคนก็คงได้สัมผัสความหนาวเย็นกันบ้างแล้วในยามค่ำคืน เข้าหน้าหนาวแบบนี้สิ่งที่ควรระวังเป็นพิเศษก็คือ ไข้หวัด ที่มักจะเข้าสู่ร่างกายเราเสมอยามที่อุณหภูมิต่ำลง ซึ่งเมื่อเป็นหวัดแล้วเราก็อาจจะต้องรับยาเพื่อรักษาไปตามระเบียบ     แต่บางครั้งเรื่องราวมันก็ไม่ได้ราบรื่นแบบนั้น หญิงคนหนึ่งนามว่า Jacalyn Broze จากรัฐมินนิโซตา เธอเกือบ “แขนพิการ” ของเธอไปหลังจากรับวัคซีนรักษาไข้หวัด ปกติแล้ว Jacalyn จะฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปี แต่ล่าสุดในปี 2017 หลังได้รับการฉีดวัคซีน มีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับเธอมากกว่าความเจ็บปวดธรรมดา     หัวไหล่ข้างที่ได้รับวัคซีนเกิดอาการเจ็บปวดรุนแรง ไหล่ตกและขยับไม่ได้ กระทั่งแพทย์จับเส้นกระดูกสันหลังของเธอยังสังเกตเห็นเลยว่าไหล่ของเธอไม่เท่ากัน เธอจึงไปพบแพทย์หลายแห่ง จนสุดท้ายก็ทราบว่าอาการผิดปกตินี้เรียกว่า SIRVA หรือ อาการเจ็บหัวไหล่จากการฉีดวัคซีน เป็นอาการเจ็บปวดแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นหลังได้รับการฉีดวัคซีนที่ “ไม่ถูกวิธี” อาการนี้อาจเกิดขึ้นได้หาก ตำแหน่งที่เข็มวัคซีนเจาะเข้าไปนั้นอยู่สูงเกิน หรือไม่ก็เจาะเข็มเข้าไปลึกเกิน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเจ็บที่เส้นเอ็น ข้อต่อ และถุงน้ำในหัวไหล่ได้     แพทย์กล่าวว่า อาการ SIRVA สามารถเกิดขึ้นได้ทุกครั้งทุกครั้งที่ฉีดยา (ที่แขน) แต่โอกาสที่จะเกิดขึ้นนั้นน้อยมาก   อย่างไรก็ตาม อาการ SIRVA นั้นสามารถหายได้ หากใครเป็นหวัดไม่สบายก็อย่ากลัวที่จะรับการฉีดวัคซีนเลยนะ เป็นห่วง… ที่มา: shared…

  • นักศึกษาใช้ทักษะ ‘วิศวะ’ สร้างอุปกรณ์แพทย์ ช่วยชีวิตผู้ป่วยเบาหวาน กลางเวหาได้สำเร็จ!!

    นักศึกษาใช้ทักษะ ‘วิศวะ’ สร้างอุปกรณ์แพทย์ ช่วยชีวิตผู้ป่วยเบาหวาน กลางเวหาได้สำเร็จ!!

    สำหรับผู้มีโรคประจำตัวมักจะรู้สึกเกร็งทุกครั้งที่ต้องขึ้นเครื่อง ซึ่งในกรณีนี้มักจะต้องนำยาประจำตัวติดมาด้วย หากลืมหรือไม่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยก่อนเข้าเกท คงเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ๆ หากเที่ยวบินนั้นมีแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพโดยสารมาด้วย อาจจะช่วยให้อุ่นใจได้ในระดับหนึ่ง แต่สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานรายนี้ กลับผิดคาดไปจากที่คิด เพราะคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ได้คือ “นักศึกษาวิศวะ”   Karttikeya Mangalam   อาจจะฟังดูแล้วเกิดอาการงง เหตุเกิดในระหว่างเที่ยวบินจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สู่เมืองนิวเดลี ประเทศอินเดีย Karttikeya Mangalam นักศึกษาสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าจากสถาบัน IIT Kanpur กำลังเดินทางกลับภูมิลำเนาหลังจากเสร็จสิ้นโปรแกรมแลกเปลี่ยนในประเทศสวิตเซอร์แลนด์     เขาพบว่าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินถามหาผู้โดยสารที่เป็นแพทย์ เนื่องจากหนึ่งในผู้โดยสารนาม Thomas วัย 30 ปี ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 กำลังเกิดอาการกำเริบ เนื่องจากขาดอินซูลินในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เนื่องจาก Thomas ลืมเครื่องฉีดอินซูลินไว้ในถาด ระหว่างผ่านเข้าเกทตรวจสอบความปลอดภัยที่สนามบินนานาชาติเชเรเมเตียโว ซึ่งเขารับอินซูลินเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว จนระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติทำให้เขาเริ่มหน้ามืด   Karttikeya เขียนบอกเล่าเหตุการณ์ในครั้งนั้น…   แม้จะมีนายแพทย์โดยสารมาด้วย และเขาก็ประสบกับโรคเบาหวานเช่นกัน เขามีอุปกรณ์รักษาติดตัวมาแต่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับ Thomas เพราะปริมาณและส่วนประกอบของสารเคมีที่แตกต่างกัน นอกจากนี้เข็มฉีดอินซูลินของ…

  • แม่ค้ายาลดความอ้วน Lyn โพสต์โต้ ของที่ตรวจเจอสารอันตราย เป็นล็อตเก่า 2017!?

    แม่ค้ายาลดความอ้วน Lyn โพสต์โต้ ของที่ตรวจเจอสารอันตราย เป็นล็อตเก่า 2017!?

    เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมาเราได้มีการนำเสนอเกี่ยวกับประเด็นของยาลดความอ้วนยี่ห้อ Lyn ที่ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกมาประกาศว่ามีการตรวจพบสารอันตราย 2 ตัว คือ บิซาโคดิล (bisacodyl) ที่มีฤทธิ์เป็นยาถ่าย และ ไซบูทรามีน (Sibutramine) ที่มีฤทธิ์กดประสาททำให้ไม่หิว (อ่านข่าวเก่าได้ที่นี่)     นอกจากนี้ยังมีบุคลากรทางการแพทย์อีกหลายรายออกมาช่วยกันยืนยันว่ายาลดความอ้วนยี่ห้อนี้ปลอดภัยจริงๆ   ล่าสุดเหล่าพ่อค้าแม่ค้ายาลดความอ้วนยี่ห้อนี้ก็ได้มีการเคลื่อนไหวผ่านโลกออนไลน์แล้ว โดยพวกเขาได้มีการเรียกคืนผลิตภัณฑ์เจ้าปัญหาตัวนี้คืนจากกลุ่มลูกค้าและผู้ขายรายย่อยและคืนเงินค่าสินค้า พร้อมกับระงับการขายเป็นการชั่วคราว     ในขณะที่พ่อค้าแม่ค้าบางกลุ่มให้ความเห็นว่ายาลดความอ้วนตัวที่มีปัญหานั้น ไม่ใช่สินค้าล็อตปัจจุบัน แต่เป็นสินค้าของล็อตปี 2017 ที่ผ่านมา   “แจ้งหยุดขาย #Lyn และขอรับคืนสินค้าของลูกค้าและตัวแทนที่ไม่สบายใจนะคะ แม้ว่าที่มีปัญหาจะไม่ใช่ล็อตปัจจุบัน…แต่เราดูแลค่า”   “จากมีประกาศของสาธารณะสุขจังหวัด ชลบุรีที่แจ้งว่าเจอสารต้องห้ามในสินค้าลีนบางล็อตปี 2017 และแจ้งเตือนให้ระวัง แต่ทั้งนี้แม้ อย. ยังไม่ได้ประกาศถอด อย.สินค้าปี 2018 แต่เพื่อความสบายใจและแสดงความรับผิดชอบต่อความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีให้ และไม่อยากให้ตัวแทนถูกกระแสสังคม จึงขอแจ้งหยุดการขายสินค้า #Lyn จนกว่าจะได้รับแจ้งจากทางบริษัทฯจะพิสูจน์ทราบความผิดของสินค้าล็อตดังกล่าว”     หากมีความคืบหน้าอย่างไรเกี่ยวกับประเด็นยาลดความอ้วน Lyn…

  • ชายหนุ่มขยันผิดทาง ซัดโคเคนต่อเนื่อง 10 ปี ทำสองงานจุนเจือหนี้ แบกร่างเกินจะรับไหว…

    ชายหนุ่มขยันผิดทาง ซัดโคเคนต่อเนื่อง 10 ปี ทำสองงานจุนเจือหนี้ แบกร่างเกินจะรับไหว…

    ชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันต่อไป ประโยคปลอมประโลมจิตใจเพื่อที่เราลุกขึ้นสู้ชีวิต ขยันทำมาหากินเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ให้อยู่รอดพ้นไปในแต่ละเดือน… แน่นอนว่า ยิ่งทำงานหลายอย่าง ก็ยิ่งมีรายได้ที่มากขึ้น แต่มันก็ต้องแลกมาด้วยพละกำลังของร่างกายและจิตใจ มากกว่าปกติหลายเท่าตัว   Jake Scicluna   ตัวอย่างจากนาย Jake Scicluna วัย 35 ปี ชายชาวอังกฤษ ผู้ขยันขันแข็งทำงานหาเงินเพื่อชดใช้หนี้ของตัวเอง โดยที่เขาทำอาชีพเป็นคนเฝ้าประตูไนท์คลับ พร้อมกับเปิดร้านสักเป็นของตัวเองในเวลาเดียวกัน เนื่องจากเคยนำบ้านไปจำนองกับเพื่อนเพื่อหาเงินทุนมาหมุนเวียน จากหน้าที่การงานดังกล่าว เขาจึงเลือกใช้โคเคนเป็นตัวเสริมกำลังให้กับตัวเอง แน่นอนว่ายาเสพติดนั้นอาจจะช่วยรีดพลังในร่างกายออกมาได้ ในทางกลับกันมันก็ย่อมบั่นทอนและทำลายร่างกายของเขาอย่างช้าๆ     ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่เขาทำ 2 งานควบคู่กันไป การสูดโคเคนเข้าจมูกอย่างต่อเนื่อง ก็ทำลายระบบหลอดเลือดในจมูก และทำให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงเดือนพฤศจิกายนของปีที่ผ่านมา เขาประสบกับอาการหายใจไม่ออกถึงขั้นนอนล้มพับอยู่ภายในบ้านของตนเอง แม้ว่าทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพจะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม สุดท้ายแล้วเขาก็เสียชีวิตในโรงพยาบาลของเช้าวันถัดมา…     ผลของการชันสูตรพบว่า ปริมาณของโคเคนที่อยู่ในร่างกายของเขานั้นมีจำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นจำนวนมากพอที่จะทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นจนถึงตายได้ ทางด้านคุณแม่ Susan กล่าวว่า “โคเคนคือยาเสพติดที่เลวร้ายที่สุด เขาทำงานเป็นคนเฝ้าประตูไนท์คลับในเวลากลางคืน และโคเคนก็ทำให้เขาตื่นตัวตลอดเวลา จากนั้นก็มาเปิดร้านสักเป็นของตัวเอง…

  • ‘ยาเอ็กเซอร์ไซส์’ สิ่งที่หลอกร่างกายเรา ให้เหมือนกับว่าตัวเองเพิ่งไปออกกำลังกายมา

    ‘ยาเอ็กเซอร์ไซส์’ สิ่งที่หลอกร่างกายเรา ให้เหมือนกับว่าตัวเองเพิ่งไปออกกำลังกายมา

    เราอาจเคยตั้งคำถามว่าจะมีอาหารหรือตัวยาชนิดไหนมั้ย ที่กินเข้าไปแล้วจะสามารถทำให้เราผอมลงได้โดยที่ไม่ต้องไปออกกำลังกาย? และในวันนี้เราก็ได้คำตอบนั้นกันมาแล้ว ขอเชิญให้เพื่อนๆ ได้มารู้จักกับ ยาเอ็กเซอร์ไซส์ (Exercise Pill) ยาที่สามารถทำให้เราผอมลงได้แม้จะไม่ออกกำลังกายเลยแม้แต่น้อย ตัวยาชนิดนี้คือผลจากการศึกษาค้นคว้าของสถาบันชีววิทยา Salt Institute for Biologiacal Studies ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยเจ้ายาตัวนี้มีสารประกอบทางเคมีที่เรียกว่า GW501516     ยาเอ็กเซอร์ไซส์นั้นมีความสามารถในการหลอกยีนกว่า 1,000 ตัวภายในร่างกายของเรา เหมือนกับว่าเราไปออกกำลังกายมาทั้งๆ ที่ไม่ได้ขยับตัวเลย ส่งผลให้เกิดการเผาผลาญไขมัน แถมยังเปลี่ยนน้ำตาลให้กลายเป็นพลังงานได้อีกด้วย การค้นพบในครั้งนี้ เหล่านักวิทยาศาสตร์ของสถาบันได้ทำการทดลองตัวยากับหนูสองกลุ่ม ให้พวกมันอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมือนกัน กินอาหารที่อุดมไปด้วยแป้ง ไขมัน กับน้ำตาลและพวกมันก็แทบจะไม่ได้ออกกำลังกายเลย โดยกลุ่มหนึ่งจะกินยาเอ็กเซอร์ไซส์เข้าไป ในขณะที่อีกกลุ่มไม่ได้กินยา ผลลัพธ์ที่ได้คือหนูในกลุ่มที่กินยาจะมีรูปร่างผอมเพรียว มีความกระฉับกระเฉงแตกต่างจากกลุ่มของหนูที่ไม่ได้กินยาเข้าไป ซึ่งจะเชื่องช้าและอ้วนขึ้นเรื่อยๆ     ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะการทดลองย่อยอีกอย่างคือการเปรียบเทียบระยะเวลาการวิ่งของหนูก่อนและหลังกินยาเข้าไป พบว่าก่อนที่หนูจะกินยาเข้าไปนั้นสามารถวิ่งโดยไม่หยุดได้ประมาณ 160 นาที ในขณะที่หลังกินยาสามารถวิ่งได้นานถึง 270 นาที แสดงให้เห็นว่ายามีความสามารถในการเพิ่มพลังกายของพวกมันได้อีกด้วย ยังไม่หมด เพราะอีกหนึ่งความสามารถของยาดังกล่าวคือ การลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดลดระดับลง ซึ่งหากน้ำตาลในเลือดต่ำก็จะส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้า ความหิว…

  • ชาวเน็ตกุมขมับ ลูกผู้ป่วยไอซียู วางแผนแอบเอายาให้แม่ ผ่านทางสายน้ำเกลือ!?

    ชาวเน็ตกุมขมับ ลูกผู้ป่วยไอซียู วางแผนแอบเอายาให้แม่ ผ่านทางสายน้ำเกลือ!?

    เพื่อนๆ หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อของ หมอแสง หรือ นายแสงชัย แหเลิศตระกูล ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดปราจีนบุรี และเขายังเป็นหมอพื้นบ้านที่ได้ชื่อว่าสามารถรักษามะเร็งได้ด้วยตัวยาชนิดหนึ่ง จนทำให้ผู้คนให้ความสนใจในตัวยาชนิดนี้ของเขาเป็นอย่างมาก แล้วนั่นก็ทำให้ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่งเกิดความคิดที่จะนำยาชนิดนี้ไปผสมให้กับแม่ของตัวเองซึ่งกำลังนอนพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู เธอจึงได้โพสต์ถามคนในกลุ่มเฟซบุ๊กเอาไว้ว่า “อยาก ..แอบเอายา..ผสมน้ำให้แม่ในห้อง icu จัง ค่ะ…แม่ใส่ท่ออาหาร” จนกระทั่งมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นช่วยเหลือและสนับสนุนความคิดนี้ของเธอ   โพสต์ของเธอที่เข้ามาถามคนในกลุ่มเฟซบุ๊ก . . .   ต่อมาผู้ใช้เฟซบุ๊คที่ชื่อว่า Petch Alisanant ได้ทำการแคปภาพของโพสต์ดังกล่าวเอามาแชร์ พร้อมกับแสดงความคิดเห็นในเชิงไม่เห็นด้วยที่หญิงสาวจะทำอย่างนั้น เพราะไม่อาจทราบได้ว่ายาตัวดังกล่าวจะส่งผลดีหรือเสียให้กับคนไข้อย่างไรบ้าง ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเกิดมีปัญหาตามมาภายหลังแล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ นั่นจึงควรเป็นการตัดสินใจที่เกิดขึ้นจากทั้งคนในครอบครัวและแพทย์ผู้รักษาเอง   โพสต์ของชายที่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดแอบเอายาไปใส่ให้คนไข้   โพสต์ของเขาได้ทำให้มีชาวเน็ตคนอื่นๆ เข้ามาแสดงความคิดเห็นเอาไว้มากมาย Patcharee Phiewkam “พอแอบให้เองเสร็จ ผู้ป่วยแย่ลงก็จะโทษหมอพยาบาลและรพ.ทันทีว่าดูแลผู้ป่วยยังไงให้แย่ลงโคตรน่ากลัวเลย ทางที่ดีต้องปรึกษาหมอก่อน”   Nokeiang Sukhanit “ชีวิตลำบาก…..ลำบากหมอพยาบาล”   Poranin Arjinajarn “พีคมากกกกก ถ้าคนไข้เปนอะไรขึ้นมา ขอให้เค้ารู้ตัวเถอะว่า เพราะตัวเขาเอง”   สุกัญญา สุพร “ยาอะไร คนไข้เก่งกว่าหมอ”   Kor-kai…

  • ผลสำรวจเผย สหราชอาณาจักรคือชาติที่ “ผลิตกัญชา” อย่างถูกกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้!!

    ผลสำรวจเผย สหราชอาณาจักรคือชาติที่ “ผลิตกัญชา” อย่างถูกกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้!!

    ในขณะที่หลายๆ ประเทศยังคงมีปัญหาเรื่องผลดีผลเสียและไม่ยอมให้กัญชาเป็นพืชถูกกฎหมายเสียที แต่บางประเทศกลับไม่รอช้าและเร่งแซงหน้าประเทศอื่นๆ ไปอย่างไม่เห็นฝุ่น อย่างที่หลายคนรู้กันว่าปัจจุบันกัญชานั้นเริ่มที่จะถูกบัญญัติให้เป็นพื้นทางการแพทย์ที่ถูกกฎหมาย และเริ่มมีการปลูกเพื่อใช้ในด้านดังกล่าวอย่างแพร่หลาย และใครจะคิดว่าสหราชอาณาจักร ตอนนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตกัญชาที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปเรียบร้อยแล้ว ย้อนกลับไปเมื่อปี 2016 ประเทศสหราชอาณาจักรนั้นได้ผลิตกัญชาเพื่อการแพทย์แล้วมากกว่า 95 ตัน ซึ่งนำโด่งคู่ค้าอย่างแคนาดาที่มีกำลังผลิตอยู่ที่ 80.7 ตันต่อปี     แต่แม้ว่าจะมีจำนวนการผลิตที่เยอะขนาดนั้น ทางการอังกฤษก็ไม่ได้อนุญาตให้ประชาชนทั่วไปสามารถเสพกัญชาได้อย่างเสรี เพราะกัญชาที่ปลูกอย่างถูกกฎหมายจะถูกนำไปผลิตยา Savitext ซึ่งเป็นยาจำพวกแรกที่ใช้กัญชาเป็นส่วนผสมหลัก และมีผลในการรักษาโรคเส้นเลือดตีบหลายๆ ประเภท ฉะนั้นผู้จะจัดซื้อได้จะต้องมีใบอนุญาตเสียก่อน อย่างไรก็ตามด้าน Steve Rolles นักวิเคราะห์ในสหราชอาณาจักรก็บอกว่า แม้กัญชาจะได้รับอนุญาตให้ใช้ในการแพทย์เป็นหลัก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าทางการจะสามารถควบคุมไม่ให้มันแพร่ออกไปสู่ประชาชนทั่วไปได้เลย     เพราะการที่สหราชอาณาจักรถือเป็นประเทศที่ส่งออกกัญชาเยอะที่สุด ฉะนั้นปัญหาการรั่วไหลจะตามมาอย่างแน่นอน ดังนั้นทางการจึงจำเป็นจะต้องหารือและช่วยกันหาทางออกในเรื่องนี้กันต่อไปนั่นเอง…   ที่มา ladbible, sky

  • งดจำหน่ายอาหารสุนัขทั้งประเทศ หลัง อย. สหรัฐฯ พบการปนเปื้อนของสารเคมีรุนแรง

    งดจำหน่ายอาหารสุนัขทั้งประเทศ หลัง อย. สหรัฐฯ พบการปนเปื้อนของสารเคมีรุนแรง

    กลายเป็นเรื่องฮือฮาที่สหรัฐอเมริกาอีกครั้ง หลังจากที่ร้านค้าชื่อดังได้ยกเลิกการจำหน่ายอาหารสุนัขมากกว่า 31 ชนิดภายใต้ผู้ผลิต Smucker หลังจากที่พบว่าอาหารของพวกเขานั้นมีการปนเปื้อนสาร Pentobarbital ยาที่ใช้ในการฆ่าสัตว์ชนิดต่างๆ อย่างเช่นสุนัข แมว และม้า โดยผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Smucker นั้นประกอบไปด้วย Gravy Train, Kibbles ‘N Bits, Skippy, and Ol’ Roy ซึ่งหลังจากที่มีการตรวจสอบพบการปนเปื้อนดังกล่าว ทำให้มีการยกเลิกจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล่านี้     ขณะนี้ทางร้านค้าปลีกชื่อดังอย่าง Walmart ได้ยกเลิกการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ Smucker จากร้านค้ากว่า 4,000 แห่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจุดเริ่มต้นของการสืบสวนข้อเท็จจริงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่คุณ Nikki Mael หญิงสาวจากรัฐวอร์ชิงตัน พบว่าสุนัขตัวโปรดทั้ง 3 ตัวของเธอมีอาการผิดปรกติหลังจากที่มันทานผลิตภัณฑ์ Evanger’s Hunk of Beef เข้าไปเมื่อช่วงวันขึ้นไปใหม่ปี 2016 ที่ผ่านมา “ฉันให้อาหารมันไปแค่ 1 กระป๋อง แต่หลังจากนั้นแค่ 15 นาที มันก็มีอาการผิดปรกติ มันเดินเหมือนกับคนเมาก่อนที่จะล้มลงกับพื้น ฉันรีบพามันไปห้องฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน” หญิงสาวให้สัมภาษณ์ถึงอาการสุนัขของเธอ     น่าเสียดายที่เจ้าแพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตของเจ้า Talula หนึ่งในน้องหมาทั้ง 3 ไว้ได้ และคุณ Nikki…

  • ยาแก้กรรมพันธุ์ตาบอด ฉีดเข้ารักษาลึกระดับยีน หาซื้อได้ในราคากว่า 27 ล้านบาท!!

    ยาแก้กรรมพันธุ์ตาบอด ฉีดเข้ารักษาลึกระดับยีน หาซื้อได้ในราคากว่า 27 ล้านบาท!!

    การรักษาพยาบาลในปัจจุบันถึงแม้ว่าจะมีการพัฒนาไปไกลจนมียาที่สามารถรักษาโรคต่างๆ ได้แทบทุกโรคอีกทั้งยังมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย แต่ขณะเดียวกันความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นนี้ย่อมต้องแลกมาด้วยการสูญเสียจากการลงทุนไปไม่น้อย ดังนั้น จึงไม่แปลกที่การรักษาพยาบาลบางครั้งจะมีค่าใช้จ่ายสูง ดังเช่นเรื่องราวที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ บริษัทผลิตยาชื่อว่า Spark Therapeutics ได้ผลิตยาตัวใหม่ขึ้นมาเตรียมวางจำหน่าย เป็นยาที่ใช้ฉีดเข้าร่างกายเพื่อรักษาโรคตาบอดที่เกิดจากพันธุกรรม โดยในครั้งแรกนั้นตั้งราคาไว้สูงเกือบ 32 ล้านบาทแต่ราคาถูกลดลงเนื่องจากบริษัทประกันสุขภาพต่างๆ ไม่สามารถรับประกันครอบคลุมถึงยาตัวนี้ได้     ยาตัวนี้มีชื่อว่า Luxturna เป็นยาชนิดแรกที่สามารถรักษาโรคติดต่อทางพันธุกรรมได้ อีกทั้งมีการพิสูจน์มาแล้วว่าสามารถรักษาผู้ที่มีโรคตาบอดจากพันธุกรรมให้มีสายตาที่ดีขึ้นได้ การรับยา Luxturna นั้นจะเป็นการฉีดลงไปเพียงหนึ่งครั้งเพื่อให้ไวรัสนำยีนไปทดแทนเนื้อเยื่อของจอประสาทตา การฉีดแต่ละครั้งจะมีราคาราวๆ 13 ล้านบาท ซึ่งการฉีดหนึ่งครั้งสำหรับตาหนึ่งข้าง และด้วยความที่ผู้พัฒนาต้องการจะให้เป็นยาฉีดที่ไม่ต้องใช้ระยะรับยายาวนาน มันจึงมีราคาสูงเสียดฟ้า ถึงแม้จะเทียบกับยาที่รักษาระดับพันธุกรรมด้วยกันก็ตาม Marc-André Gagnon นักวิจัยเภสัชศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Carleton กล่าวว่า “ที่จริงแล้วเราตั้งใจจะผลิตยาที่รักษาพันธุกรรมมานานแล้ว แต่ถ้าผลิตออกมาแล้วตั้งราคาสูงเกินไปมันจะเหมือนเปิดมาตรฐานใหม่ให้กับราคายา และทุกอย่างจะแย่ลง”     ที่จริงแล้วการรักษาโรคหายากลักษณะเดียวกันนี้ด้วยวิธีการเดิมอาจจะมีค่าใช้จ่ายหลักหมื่นบาท แต่จำเป็นต้องใช้เวลารักษาระยะยาวซึ่งบางคนเสียค่าใช้จ่ายในการรักษารวมแล้วหลายสิบล้านบาท Luxturna นั้นถือว่าช่วยลดค่าใช้จ่ายในภาพรวม อย่างไรก็ตามคนก็ยังมองว่ามันแพงเกินไป โดยในทางภาครัฐบาลของสหรัฐอเมริกาก็ไม่ได้ออกมาควบคุมราคาแต่อย่างใด เพียงแต่ทางด้านของผู้ผลิตยาจำเป็นต้องออกมาให้คำอธิบายถึงสาเหตุของราคาที่แพงจนทำให้หลายคนต้องตั้งคำถามถึงที่มาที่ไปของมัน ทางด้านบริษัทยา Spark Therapeutics จึงออกมาโต้ว่ายา Luxturna ควรจะแพงถึง 32 ล้านบาทด้วยซ้ำหากคำนึงถึงทุนที่เสียไปและค่าจ้างผู้ดูแลตัวยา…

  • 9 หนุ่มเป็นอัมพาตเพราะสูด “ผงขาว” จากกล่องไปรษณีย์ปริศนา เพราะนึกว่าเป็นโคเคน!?

    9 หนุ่มเป็นอัมพาตเพราะสูด “ผงขาว” จากกล่องไปรษณีย์ปริศนา เพราะนึกว่าเป็นโคเคน!?

    เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2018 ทางสำนักข่าว BBC ได้รายงานว่า แบ็กแพ็กเกอร์จำนวน 9 คนถูกหามส่งโรงพยาบาลในประเทศออสเตรเลียอย่างเร่งรีบด้วยอาการชัก ร่างกายเป็นอัมพาต และมีอาการเห็นภาพหลอน อาการดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่ทั้ง 9 คนได้สูดเอาผงขาวปริศนาเข้าไป ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วพบว่ามันคือยา Hyoscine เป็นยาตามใบสั่งแพทย์ หรือที่บางคนอาจรู้จักกันในชื่อของยา Date Rape Drug ที่ไว้ใช้ในการก่ออาชญากรรม     แบ็กแพ็กเกอร์ 9 คนนี้มาจากหลากหลายประเทศ มีชาวฝรั่งเศส 5 คน ชาวเยอรมัน 2 คน ชาวอิตาลี 1 คน และชาวโมรอคโคอีก 1 คน โดยมีอายุอยู่ที่ 21-25 ปี จากการบอกเล่าของ Simone หนึ่งในผู้เคราะห์ร้ายครั้งนี้ เขาเล่าว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นมาจากตอนที่พวกเขาพักอยู่ที่บ้านหลังเดียวกันในเขต Victoria Park ระหว่างนั้นก็มีพัสดุถูกส่งมาให้ที่บ้าน จ่าหน้าถึงเจ้าของบ้านคนเก่า เมื่อเปิดดูจึงพบผงสีขาวถูกห่อด้วยกระดาษที่เขียนไว้ว่า Scoop ซึ่งหมายถึงตัวยา Scopolamine…

  • นี่คือวิธีการที่เหล่าผู้ใหญ่ทั้งหลาย แสดงให้เห็นว่าการเป็นคนดังในโลกอินเตอร์เน็ตนั้นไม่ยากเลย

    นี่คือวิธีการที่เหล่าผู้ใหญ่ทั้งหลาย แสดงให้เห็นว่าการเป็นคนดังในโลกอินเตอร์เน็ตนั้นไม่ยากเลย

    ในยุคปัจจุบันการจะเป็นคนที่เด่นเป็นคนดังนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย เพราะโลกอินเตอร์เน็ตนั้นสามารถเข้าถึงได้ทุกคนและกระจายได้ไวมากๆ ฉะนั้นถ้าคุณอยากดังคุณก็ทำอะไรเจ๋งๆ ออกมาจากนั้นชื่อเสียงคุณก็จะกระจายไปได้ไม่ยาก เพียงแค่ปัจจุบันการจะเป็นคนดังในโลกอินเตอร์เน็ตมักจะเกิดอย่างผิดวิธีและวันนาบี ด้วยการทำอะไรห่ามๆ หรือโป๊เปลือย แต่เชื่อไหมว่าเหล่าคุณพ่อคุณแม่ลุงๆ ป้าๆ ที่ใช้เทคโนโลยีไม่ค่อยเป็นกลับไม่ต้องทำอะไรแบบนั้นเลย แถมพวกเขายังดังได้ง่ายกว่าอีกต่างหาก   ลุงคนนี้อยากจะถ่ายรูปเตาให้ลูกสาวดูแต่ลุงแกเซลฟี่ไม่เป็น สุดท้ายเลยออกมาเป็นแบบที่เห็น   เมื่อตัวหนังสือมันเล็กเกินไป งานนี้ก็ต้องมีตัวช่วยกันสักหน่อย   เมื่อแม่ของคุณค้นพบลูกเล่นใหม่ๆ บนเฟซบุ๊ก งานนี้แหละมันแน่นอน   คุณยายคนนี้แกเพิ่งได้งานใหม่ แต่ต้องออกกระทันเพราะป่วย ยายแกเลยโพตส์บอกคนอื่นซะหน่อย   คุณยายคนนี้แกถ่ายรูปให้หลาน หลานเลยบอกว่าส่งมาทาง E-Mail นะ ที่ไหนได้ยายส่งมาเป็นจดหมายสงสัยเข้าใจอะไรผิดไป   พ่อแม่เจ้าของภาพไม่รู้ว่าตรงนี้ต้องใส่ที่อยู่ของเว็บ แต่ดันเข้าใจว่าเป็นที่อยู่จริงๆ   เมื่อพ่อของคุณพยายามจะปริ้นคลิบที่ตัวงเองชอบออกมา   และเมื่อพ่อคุณแยกไม่ออกระหว่างรูสายชาร์จและสาย LAN   เมื่อยายของคุณกดเซฟรูปไม่เป็น เธอเลยปริ้นสกรีนช็อตภาพของหลานออกมาให้หมดเลย   ลูกสาวส่งคำขอจากเกมในเฟซบุ๊กไปให้พ่อว่าต้องการก้อนอิฐในเกม แต่พ่อไม่เข้าใจเลยบอกหลังบ้านมีเพียบมาเอาดิ   คุณยายคนนี้ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้มือถือมีกล้องหน้าแล้ว สุดท้ายเลยได้ผลลัพธ์ตามที่เห็น   คุณย่าของเจ้าของรูปเล่าว่า เธอถูกย่าขอร้องให้ไปดูคอมให้หน่อยเพราะเมาส์มันกลับหลังตลอด   สภาพของคุณยายหลังจากใช้โซเชี่ยลเป็นใหม่ๆ และกำลังติดเลย แต่ต้องดูแลหลานๆ…

  • รวม 20 ภาพบรรยายความเก๋าเก่าเก็บที่มีมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คูลมาตั้งแต่รุ่นคุณยาย

    รวม 20 ภาพบรรยายความเก๋าเก่าเก็บที่มีมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คูลมาตั้งแต่รุ่นคุณยาย

    หลายคนคิดว่าเมื่อก่อนคุณปู่คุณย่าของเราก็คงมีลักษณะไม่ต่างกับปัจจุบันมากนัก คงใช้ชีวิตไปแบบเรียบๆ ไม่ได้หวือหวาอะไรจนมีอายุมาได้มากขนาดนี้ แต่ความเป็นจริงก็อาจไม่ใช่แบบนั้นเสมอไปเพราะพวกเขาอาจเคยมีความเก๋าอยู่ในตัวมากกว่าที่เราคิดอีกเยอะ สิ่งเหล่านั้นสามารถพิสูจน์ได้ด้วยภาพเหล่านี้ เมื่อชาวเน็ตได้ร่วมกันแชร์ภาพและเรื่องราวลงในเว็บไซต์ Boredpanda ว่าความแสบและความเก๋าของคุณปู่คุณย่าพวกเขาในอดีตนั้นมันเจ๋งมากขนาดไหน เราไปดูกันเลย   คุณปู่ทวดผู้เคยเป็นครูสอนไวโอลินให้กับนักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์   การแต่งตัวสลับเพศของคุณปู่คุณย่าที่มีมาตั้งแต่ปี 1943   คุณย่าสุดแสบที่ชอบไปนั่งอยู่บนปีกเครื่องบินพ่นยาฆ่าแมลง   รูปภาพของคุณย่าที่ถูกถ่ายในช่วงยุค 60s ถึง 70s ภาพนี้ได้ถูกวางเอาไว้ข้างโลงศพในงานศพของเธอ   ความเทพของคุณปู่ผู้สามารถเอาชีวิตรอดมาได้ ในขณะที่เครื่องบินของเขาถูกยิงตกทะเล   ภาพฮาๆ จากความบ้าของคุณปู่ในวัยหนุ่ม   บอกเลยว่าการแต่งคอสเพลย์นั้นมีมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าเราแล้ว   คุณย่าผู้จากไปด้วยโรคมะเร็ง ได้ทิ้งภาพสวยๆ ใบนี้ของเธอเอาไว้ให้หลานเป็นของต่างหน้า   ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง คุณปู่ท่านนี้ได้ทำการขโมยรถของฝั่งนาซีมา พร้อมกับถ่ายภาพโชว์ความเก๋าเอาไว้ซะเลย   บอกเลยนะไอ้หนู ลีลาเจ๋งๆ แบบนี้มีมาตั้งแต่รุ่นปู่แล้วไม่อยากจะคุย   เก๋าไม่เก๋าในกระเป๋าก็มีเสือนะครับ!! ภาพของคุณปู่ในช่วงราวๆ 1960   ความน่ารักของคู่รักปู่ย่าสมัยหนุ่มสาว ด้วยสายตาที่ส่งถึงกันตั้งแต่ตอนนั้นทำให้ได้แต่งงานกันมานานกว่า 60 ปี   ท่าโดดแสนสวยงามของคุณปู่สุดจ๊าบที่ถูกถ่ายในปี 1930…

  • นักวิทยศาสตร์คิดค้นสารตัวใหม่ที่ช่วยให้แผลหายไวและลบรอย ‘แผลเป็น’ ได้เร็วขึ้น!!

    นักวิทยศาสตร์คิดค้นสารตัวใหม่ที่ช่วยให้แผลหายไวและลบรอย ‘แผลเป็น’ ได้เร็วขึ้น!!

    ปัญหาแผลเป็นบนร่างกายที่เราอยากให้มันหายไปเร็วๆ คงเป็นสิ่งกวนใจให้กับใครหลายคน โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องห่วงเรื่องความสวยความงามเป็นธรรมดา แต่ตอนนี้นักวิทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัย Nanyang Technological ประเทศสิงคโปร์ กำลังคิดค้นแผ่นติดผิวแบบใหม่ที่จะช่วยให้แผลเป็นของคุณหายไปได้เร็วยิ่งขึ้น นอกจากนั้นมันยังสามารถช่วยให้แผลสดหายเร็วขึ้นอีกด้วยเรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยจริงๆ เพราะก่อนหน้านี้ทำได้เพียงรักษาเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น     แผลเป็นนั้นเกิดจากการที่ร่างกายเรามีคอลลาเจนและโปรตีนที่มากเกินและไปสะสมกันอยู่ที่จุดเดียว ดังนั้นการจะลดรอยดังกล่าวลงได้ต้องหาสิ่งที่สามารถควบคุมการผลิตคอลลาเจน เพื่อช่วยแทรกแซงกระบวนการฟื้นฟูให้เร็วยิ่งขึ้น และจากการศึกษา พวกเขาพบว่ามีโปรตีนชนิดหนึ่งชื่อว่า Angiopoietin-like4 (ANGPTL4) สามารถจัดการกับปัญหานี้ได้จริง เพราะจากการทดลองกับหนูแล้ว สารดังกล่าวสามารถทำให้แผลสดหายเร็วขึ้นถึง 3 เท่าจากปกติ ยิ่งไปกว่านั้นยังช่วยผลิตเซลล์เม็ดเลือดและการเจริญเติบโตของเซลล์ทำให้ลดรอยแผลเป็นลงได้อีกด้วย โอ้วว พระเจ้าจอร์จมันยอดมาก     ที่สำคัญคือเจ้าสารดังกล่าสามารถสกัดออกมาโดยตรงจากเนื้อเยื่อไขมันที่ถูกตัดทิ้งในผู้ป่วยได้ หมายความว่าเมื่อมีผู้ป่วยมาผ่าตัดเราก็สามารถนำเนื้อเยื่อที่ถูกทิ้งมาสกัดสารตัวนี้เพื่อใช้รักษาแผลต่อให้กับเขาได้กลายเป็นโชคสองชั้น แต่ถึงอย่างนั้นการที่สารตัวนี้มีรูปแบบการรักษาที่เข้าไปหยุดการผลิตคอลลาเจนเอาไว้อาจเกิดผลกระทบตามมาได้ เพราะว่าคอลลาเจนมีความจำเป็นสำหรับกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูผิว ดังนั้นการรักษาจึงต้องเป็นไปเฉพาะจุดที่มีการรวมตัวกันมากของคอลลาเจน และต้องหาคำตอบเพิ่มเติมอีกว่าอะไรเป็นตัวที่ทำให้มีการผลิตโปรตีนมากจนเกินไปในตอนที่เกิดแผล     จนพวกเขาไปพบกับโปรตีนอีกชนิดที่มีชื่อว่า Scleraxis ซึ่งจะทำงานร่วมกับคอลลาเจนในตอนที่มีแผลเกิดขึ้น แต่ความพิเศษคือเจ้า ANGPTL4 สามารถเข้าไปรบกวนการทำงานของโปรตีนชนิดนี้ ผลลัพธ์ก็คือแผลเป็นที่หายไปเร็วยิ่งขึ้น ในอนาคตเหล่านักวิทยาศาสตร์ในสถาบันหวังว่าจะสามารถผลิตเจ้าตัวยาใหม่นี้ให้ออกมาได้สมบูรณ์แบบ และวางแผนเอาไว้ว่าจะทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ได้ง่ายอย่างเช่นแผ่นเจล ครีม หรือไมโครแคปซูล     เวลาที่ผ่านไปความก้าวไกลของวิทยาศาสตร์ก็จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าด้วย ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจไม่มีแผลเป็นให้เห็นอีกแล้วก็ได้   ที่มา: ibtimes

  • หญิงสาวเซอร์ไพรส์แฟนหนุ่มด้วย ‘เค้กทรงโคเคน’ เนี๊ยนเนียนซะแทบแยกไม่ออกเลย…

    หญิงสาวเซอร์ไพรส์แฟนหนุ่มด้วย ‘เค้กทรงโคเคน’ เนี๊ยนเนียนซะแทบแยกไม่ออกเลย…

    สำหรับใครที่ชอบเซอร์ไพรส์วันเกิดเพื่อนด้วยของขวัญแปลกๆ อย่างเช่นเค้กรูปเจี๊ยวหรือกล่องของขวัญที่เต็มไปด้วยถุงยาง อาจจะต้องชิดซ้ายไปเลยทีเดียวเมื่อต้องเจอกับเค้กก้อนนี้… ไม่รู้ว่าเอาเรื่องจริงมาล้อเล่นหรือว่าทำขำๆ กันแน่ เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งได้แอบทำเค้มเซอร์ไพรส์แฟนหนุ่มของเธอด้วยเค้กที่มีการตกแต่งหน้าให้คล้ายกับโต๊ะเสพโคเคน พร้อมกับธนบัตรตกแต่งรอบเค้ก!?   และนี่คือเค้กก้อนที่ว่านั้น แหม่… เล่นเอาซะเหมือนเลยนะเนี่ย   รูปของเค้กก้อนนี้ถูกอัพเดทลงบนหน้าเฟซบุ๊กของคุณ Stacey Morris โดยเธอบอกว่าเธอต้องการจะใช้เค้กก้อนนี้เพื่อเซอร์ไพรส์วันเกิด Ollie แฟนหนุ่มของเธอ หญิงสาววัย 22 ปีบอกว่า “ฉันและ Ollie มีเพื่อนมากมาย และเค้กก้อนนี้ก็เป็นเรื่องอีกหนึ่งเรื่องขำๆ สำหรับพวกเรา หลังจากที่อัพโหลดรูปเค้กก็มีคนเข้ามาคอมเม้นแบบตลกๆ มากมาย แต่บางคนก็ไม่ขำกับเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ฉันก็คิดว่านี่มันก็แค่เค้กเท่านั้นเอง”     เค้กก้อนดังกล่าวเป็นผลงานของคุณ Becky Allsop นอกจากผงโคเคนปลอมและธนบัตรต่างๆ แล้ว เขายังได้เพิ่มรูปของใบขับขี่ของนาย Ollie ลงไปบนหน้าเค้กด้วย คุณ Stacey ออกมาพูดแบบติดตลกว่า “ถ้าหากใครที่อยากลองชิม ตอนนี้ยังมีเค้กที่เหลืออยู่นะ”  และหลังจากเรื่องของเธอกลายเป็นข่าว ก็ได้มีผู้เข้ามาแสดงจำนวนมาก บางคนก็รู้สึกฮา บางคนก็แทบไม่เชื่อเลยว่านี่คือของปลอม!?   และนี่คือความเห็นบางส่วนของชาวเน็ตต่อภาพเค้มก้อนนี้   บางคนก็อยากลิ้มลองเจ้าเค้กก้อนนี้เหมือนกันนะ   ฉันเป็นคนทำมันเองแหละ ถึงจะทำยากไปหน่อยแต่ก็สนุกดีเหมือนกันนะ ฮ่าๆ เป็นหน้าเค้กที่ครีเอทดีเหมือนกันนะเนี่ย แต่ถ้าพี่ตำรวจไม่เข้าใจอาจจะได้ไปฉลองกันที่โรงพักได้นะ ฮ่าๆ   ที่มา metro

  • ศิลปินลงทุน “เสพยา 20 ชนิด” เพื่อวาดภาพผลกระทบทั้ง 20 แบบออกมา!!

    ศิลปินลงทุน “เสพยา 20 ชนิด” เพื่อวาดภาพผลกระทบทั้ง 20 แบบออกมา!!

    ใครๆก็รู้ว่ายาเสพติดนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ศิลปินคนหนึ่งที่ชื่อว่า Brian Pollett หรือที่รู้จักกันในชื่อ Pixel-Pusha ต้องการที่จะลองทดสอบว่ายาเสพติดแต่ละชนิดให้ผลกระทบต่อเราอย่างไรบ้าง การทดลองของเขานั้นบ้ามากๆ เขาเสพยาแต่ละชนิด 20 วันติดต่อกัน และก็วาดภาพความรู้สึกหลังเสพยาเหล่านี้ออกมา เขาเล่าว่าต้องการผลงานชุดนี้เป็นเหมือนการศึกษาว่าสิ่งที่คนเสพยาคิดเป็นยังไง เป็นการเปลี่ยนภาพหลอนต่างๆ ให้กลายเป็นงานศิลปะ ตอนเสพนั้นจินตนาการว่าอดีต อนาคตเส้นเวลาได้หายไปแล้ว จับจ้องได้แค่ปัจจุบัน เรื่องวันพรุ่งนี้เป็นเรื่องตลก ไปชมผลงานของเขากันเลย   วันที่ 1 — Butylone   วันที่ 2 — G.H.B.   วันที่ 3 — Codeine   วันที่ 4 — T.H.C.   วันที่ 5 — Alcohol   วันที่ 6 — Nitrous   วันที่ 7 — Cocaine   วันที่…

  • เผยการทดลองจากปี 1950 ให้ศิลปินเสพ LSD เพื่อวาดภาพเดิมถึง 9 ครั้ง ยิ่งนานยิ่งสติแตก…

    เผยการทดลองจากปี 1950 ให้ศิลปินเสพ LSD เพื่อวาดภาพเดิมถึง 9 ครั้ง ยิ่งนานยิ่งสติแตก…

    ในช่วงปี 1950 รัฐบาลสหรัฐได้ทำการทดลองเกี่ยวกับยาเสพติดที่มีฤทธิ์ต่อประสาทอย่างรุนแรง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการทดลองเกี่ยวกับยา LSD นั่นเอง ในการทดลองดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์จะทำการศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้ยา LSD โดยพวกเขาได้ให้ผู้เข้าร่วมการทดลองเสพยาตัวดังกล่าวเข้าไปและหลังจากนั้นจะคอยเฝ้าสังเกตพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง ศาสตราจารย์ Oscar Janiger จากมหาวิทยาลัย California-Irvine ได้ทำการทดลองยา LSD กับศิลปิน โดยเขาให้ศิลปินเสพยาเข้าไปแล้วทำการวาดภาพเดิมซ้ำๆ กัน 9 ภาพ ซึ่งภาพที่คุณจะได้เห็นต่อไปนี้คือภาพวาดของศิลปินหลังจากที่เขาได้ใช้ยาเข้าไปแล้ว   20 นาทีหลังจากการเสพย์ LSD ปริมาณ 50 ไมโครกรัม ศิลปินเริ่มจับดินสอขึ้นมาและวาดภาพ ยายังไม่ออกฤทธิ์ ทุกอย่างยังคงปกติ   1 ชั่วโมง 15 นาทีหลังจากเสพย์ยาครั้งแรก และหลังจากนั้น 20 นาทีเพิ่มยาอีก 50 ไมโคกรัม (รวม 100 ไมโคกรัม) ศิลปินเริ่มมีอาการร่าเริง “ผมเริ่มเห็นทุกอย่างชัดขึ้น และชัดขึ้นเรื่อยๆ ผมเริ่มควบคุมดินสอไม่ได้ แต่ยังคงพยายามวาดภาพออกมา” เขากล่าว   2 ชั่วโมง 30 นาทีหลังจากเสพย์ยา ศิลปินยังคงมุ่งมั่นในการวาดภาพ เขาบอกว่า “เส้นโครงต่างๆ…

  • คุณพ่อขโมยเฮโรอีนของลูก และเสพจนเกินขนาด ในเมื่อไม่ยอมเลิก ต้องทำให้หลาบจำ?

    คุณพ่อขโมยเฮโรอีนของลูก และเสพจนเกินขนาด ในเมื่อไม่ยอมเลิก ต้องทำให้หลาบจำ?

    คงไม่ต้องให้ใครมาบอกมาย้ำเราก็คงพอรู้ว่าสารเสพติดมันไม่ดีต่อร่างกายกับเราขนาดไหน แต่ในทุกๆ วันก็ยังคงมีวัยรุ่นที่อยากจะลองอยากจะพิสูจน์มันอยู่ นั่นจึงเป็นหน้าที่ของเหล่าพ่อแม่ที่ต้องคอยดูแลพวกเขาอย่างใกล้ชิดและบอกว่าอะไรควรหรือไม่ควร   คุณพ่อคอยพร่ำบอกให้ลูกชายไปบำบัดอาการติดยา แต่ก็ยังไม่เป็นผล   เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2017 เว็บไซต์ Dailymail ได้นำเสนอเรื่องราวของนาย Maykl Gnatovskiy ชายหนุ่มวัย 23 ปีที่เสพติดเฮโรอีนมาตั้งแต่อายุ 15 ปี แม้ว่า Sergey Gnatovskiy ผู้เป็นพ่อจะเคยเตือนเขาเรื่องนี้แล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังคงไม่หยุดเสพเฮโรอีน นาย Sergey Gnatovskiy ทนไม่ได้ที่เห็นลูกชายเสพสารเสพติด จึงเอ่ยปากบอกว่าหากลูกชายไม่หยุดเสพ ตัวเองก็จะเสพบ้าง “ผมบอกเขาว่าถ้ายังไม่หยุดเสพยาพวกนี้อีก ผมจะเสพดูบ้าง ผมพยายามส่งเขาไปบำบัดแล้ว เขาสัญญากับผมว่าจะเลิก แต่ก็ยังทำอีก” นาย Sergey กล่าวกับสื่อ   คุณพ่อ Sergey Gnatovskiy ไม่อาจทนต่อความดื้อด้านในการเสพยาของลูกชายอีกต่อไป   แล้ววันหนึ่งที่นาย Maykl กลับมาบ้าน เขาก็ต้องตกใจมากเมื่อพบว่าพ่อของเขานอนหมดสติอยู่กับพื้นเนื่องจากเสพเฮโรอีนเกินขนาด เขารีบเข้าไปช่วยพ่อของตัวเองด้วยการทำ CPR เพื่อให้พ่อของเขากลับมามีสติอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์นั้นทำให้ Maykl ตระหนักได้ว่าเขาควรจะเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างเพื่อพ่อของเขาแล้ว…

  • นักศึกษาจีนกตัญญู พาย่าไปอยู่ที่มหาวิทยาลัยด้วย เพื่อที่เธอจะได้ดูแลย่าตลอดเวลา…

    นักศึกษาจีนกตัญญู พาย่าไปอยู่ที่มหาวิทยาลัยด้วย เพื่อที่เธอจะได้ดูแลย่าตลอดเวลา…

    กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความประทับใจให้กับชาวเน็ตทั่วโลกจริงๆ กับนักศึกษามหาวิทยาลัยชาวจีนคนหนึ่ง ที่พาคุณย่าบังเกิดเกล้ามาอาศัยในเมืองใหญ่ด้วย เพื่อเธอจะได้ดูแลผู้มีพระคุณคนนี้อย่างใกล้ชิด แม้จะทำให้เธอต้องเผชิญกับความยากลำบากมากมาย แต่นั่นก็ไม่ทำให้เธอท้อแต่อย่างใด เรื่องราวดังกล่าวเป็นของนักศึกษาภาควิชาเศรษฐศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยว จากมหาวิทยาลับเฉิงตูคนหนึ่งชื่อว่า หลิวหลิน เธอเล่าว่าพ่อของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เด็ก แม่ก็ป่วยหนัก เธอจึงถูกเลี้ยงมาโดยคุณย่าในเมืองเล็กๆ ที่เชื่อว่าเน่ยเจียง ในมณฑลเสฉวน   ภายหลังเธอสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยเฉิงตู ซึ่งเป็นมหาลัยอันดับต้นๆ ในมณฑลเสฉวนได้ เธอจึงต้องทิ้งบ้านเกิดเข้ามาอยู่ในเมืองใหญ่ ด้วยความเป็นห่วงว่าคุณย่าที่อายุมากแล้วจะไม่มีคนดูแล เธอจึงพาคุณย่าของเธอมาอยู่ที่เมืองเฉิงตูด้วย โดยเธอได้เช่าอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยและอาศัยอยู่กับย่าสองคน     ด้วยความที่คุณย่าของเธอได้รับบาดเจ็บกระดูกหัก จนไม่สามารถเคลื่อนไหวด้วยตนเอง เธอจึงต้องคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา โดยทุกๆ เช้าเธอจะเตรียมอาหารและอาบน้ำให้ย่า จากนั้นก็จะไปเรียน เมื่อเรียนเสร็จตอนเที่ยง เธอจะแวะซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อของกลับมาทำอาหาร หากอากาศแจ่มใสเธอก็จะพาคุณย่านั่งรถเข็นออกไปชมโลกภายนอก “ฉันเติบโตมาได้ก็เพราะคุณย่า ตอนนี้เป็นตาของฉันแล้วที่ต้องดูแลเธอบ้าง”  หลิวหลินกล่าว     ทุกวันนี้เธอต้องจ่ายค่าเช่าห้องเดือนละประมาณ 3,500 บาท ซึ่งน้องชายของเธอที่ทำงานอยู่ในเมืองเฉิงตู จะส่งเงินมาให้เดือนละประมาณ 11,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายทุกอย่าง และตัวเธอเองก็ทำงานพิเศษเพื่อหาเงินอีกทางหนึ่ง แม้เธอจะต้องรับภาระหนักขนาดนี้ แต่การเรียนของเธอก็ยังทำผลงานได้อย่างโดดเด่น จนภายหลังมหาวิทยาลัยทราบเรื่องราวของเธอ และเสนอจะมอบทุนการศึกษาให้ แต่เชื่อหรือไม่ เธอปฏิเสธทุนการศึกษานั้น… “ฉันแค่รู้สึกว่ามันไม่ถูกที่จะไปรับเงินใครโดยไม่มีเหตุผล น้องชายของฉันกำลังทำงานอยู่ในเมือง และฉันก็จะหางานพิเศษพาร์ทไทม์ทำ…

  • พาดูปฏิกิริยาเผาไหม้-การละลาย ผ่านกล้องมาโคร ได้ฟินลูกตาแน่ๆ…อ่าหหห์

    พาดูปฏิกิริยาเผาไหม้-การละลาย ผ่านกล้องมาโคร ได้ฟินลูกตาแน่ๆ…อ่าหหห์

    มนุษย์นั้นมีขีดจำกัดในเรื่องการมองเห็น ทุกวันนี้เราสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ดีในรัดับหนึ่ง แต่หากอยู่ใกล้ไป หรือเล็กมากเกินไปเราก็ไม่สามารถมองเห็นรายละเอียดได้แล้ว ด้วยเหตุนี้เราจึงประดิษฐ์สิ่งที่เรียกกันว่าเลนส์มาโครขึ้นมา เพื่อให้มนุษย์สามารถมองเห็นอะไรก็ตามที่มีขนาดเล็กมากๆ ได้ง่ายขึ้น   แต่นอกจาเลนส์มาโครจะเอาไว้ส่องของเล็กๆ ได้แล้ว มันยังสามารถเอามาเล่นสนุกได้ด้วย เช่นช่องยูทูบช่องหนึ่งที่ชื่อว่า Macro Room พวกเขาจะใช้เลนส์นี้ถ่ายคลิปการ “ทำลาย” ข้าวของต่างๆ เช่นโทรศัพท์มือถือ เม็ดยา ของเล่น หรือไอศกรีม เพื่อให้เราได้เห็นความยามที่ซ่อนอยู่ในสิ่งของที่แตกต่างกัน   และคลิปที่#เหมียวฟิ้นหยิบมานำเสนอนี้ เป็นคลิปการจุ่มเม็ดยาลงไปในน้ำ เพื่อดูวิธีการที่พวกมันแตกตัวอย่างช้าๆ มีตั้งแต่ยาเม็ดแคปซูลใส หรือยาเม็ดขุ่นๆ ขอบอกว่าดูเพลินจนคุณคาดไม่ถึงทีเดียว       ลองไปชมคลิปเพลินๆ กันได้เลย   นอกจากคลิปนี้แล้ว ในช่อง Macro Room ยังมีคลิปน่าทึ่งๆ อีกหลายคลิปทีเดียว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการนำข้าวของมาทำลาย เป็นเป็นการทำลายแบบมีศิลปะ แล้วก็ใช้กล้องมาโครถ่ายแบบใกล้ๆ ทำให้คุณได้เห็นภาพสิ่งของต่างๆ ที่ถูกทำลายในมุมมองที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน   เช่นคลิปนี้ที่เขานำเอา Wool (เส้นใยจากขนสัตว์) มาปั้นเป็นก้อน แล้วจุดไฟเผา แม้ฟังดูอาจจะธรรมดา แต่ขอบอกว่าภาพสวยงามจริงๆ…

  • แม่ทำเค้กขอโทษลูกสาว หลังคิดว่าเธอ ‘ติดยา’ เพราะโรงเรียนอ่านค่าผลทดสอบผิด!!

    แม่ทำเค้กขอโทษลูกสาว หลังคิดว่าเธอ ‘ติดยา’ เพราะโรงเรียนอ่านค่าผลทดสอบผิด!!

    ก็เข้าใจทั้งสองฝ่ายนะเนี่ย เพราะในช่วงวัยรุ่นนั้นเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต พ่อแม่ก็พยายามที่สุดที่จะประคบประหงมลูกน้อยของตัวเองให้ผ่านพ้นในวัยนี้ไปได้และด้วยความเป็นห่วงที่อาจจะมีมากเกินไป แถมมาด้วยความกังวลและคิดมาก ก็ตามมาด้วยความระแวงที่มากเกินไปนี่แหละ Rachel Gelmis หญิงสาวในวัย 20 ปี (ปัจจุบัน) ที่กำลังเรียนอยู่ที่ University of Alabama ประเทศสหรัฐอเมริกาในวัย 16 ปี เธอเคยถูกแม่ของเธอสงสัยอย่างหนักว่าเธอกำลังเล่นยาหรือสารเสพติดรึเปล่า จนเกือบถูกส่งตัวไปสถานบำบัดเลยทีเดียว!!   Rachel Gelmis   ในตอนนั้นโรงเรียนของเธอมีการให้นักเรียนหลายๆ คนไปทดสอบว่าใช้ยารึเปล่า!? ณ จุดๆ หนึ่ง แม่ของเธอสงสัยมากๆ ในพฤติกรรมของเธอ แต่ผลของการทดสอบยิ่งช็อคไปกว่านั้น!!? เพราะโรงเรียนแจ้งให้แม่เธอทราบว่า เธอใช้ยาเสพติดเกือบทุกประเภท ทั้งโคเคน เฮโรอีน และยาไอซ์!!!? ‘ฉันตกใจและกลัวมากๆ เลยล่ะ ฉันพยายามครุ่นคิดสุดๆ ว่าทำไมที่โรงเรียนถึงตรวจพบว่าฉันใช้ยาเกือบทุกประเภท ฉันไม่รู้เลยจริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น’ Rachel Gelmis กล่าว     แน่นอนว่าเธอไม่ได้ใช้สารเสพติดประเภทไหนเลย แต่แม่ของเธอน่ะสิ สติแตกไปเลย หลังจากนั้นตอนที่แม่มารับกลับบ้าน เธอก็ถูกคะยั้นคะยอให้ไปสถานบำบัดทันที ทำให้มีปัญหาปากเสียงกัน เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น ทางโรงเรียนก็รู้ตัวว่าพวกเขาอ่านค่าของการทดสอบผิด ซึ่งแท้จริงแล้วผลออกมาตรงกันข้ามทั้งหมด…

  • ว่าไงนะ? ยาพิเศษเพิ่มคุณค่าให้กับอุจจาระ เปล่งประกายระยิบระยับ ประดุจดั่งทองคำ

    ว่าไงนะ? ยาพิเศษเพิ่มคุณค่าให้กับอุจจาระ เปล่งประกายระยิบระยับ ประดุจดั่งทองคำ

    ก่อนที่เราจะไปอ่านบทความนี้กัน #เหมียวฟิ้น อยากจะถามเพื่อนๆ ก่อนว่าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบอะไรระยิบระยับหรือแวววาวหรือเปล่า? หากคำตอบของคุณคือ “ใช่” ล่ะก็ คุณอาจะอยากลองกินยาตัวนี้ก็ได้นะ…     ยาตัวนี้มีชื่อว่า Shit Gold Pills (ตรงตัวเลยคือ ยาอึทอง) ถูกประดิษฐ์โดยศิลปินที่ชื่อว่า Tobias Wong และนาย Ken Courtney เจ้ายาตัวนี้มีลักษณะเป็นเกล็ดสีทองหรูหราคล้ายๆ กับทอง โดยภายในตัวยาจะบรรจุผงทอง 24k เอาไว้ เมื่อคุณกินเข้าไปแล้ว มันก็จะไปแตกตัวในท้อง ก่อนที่จะไปเกาะตัวกับเหล่าของเสียและเมื่อถึงเวลาถูกขับถ่ายออกมา ก็จะออกมาเป็นก้อนสีทองระยิบระยับ     นาย Wong และ Courtney ใช้เวลาคิดค้นตัวยานี้มาตั้งแต่เมื่อปี 2005 แต่กว่าที่จะได้สูตรที่ถูกต้องและปลอดภัยกับผู้บริโภคก็ปาเข้าไปปี 2012 เลย แม้ว่าจะมีคนมองว่ายานี้เป็นเพียงเรื่องตลก แต่ต้องบอกเลยว่ามันสามารถสร้างรายได้ให้กับพวกเขาจริงๆ     หากใครอยากได้มาลองกินล่ะก็ เขาก็สนนราคาอยู่ที่เม็ดละ 14,730 บาท (อู้หู!!) เหมาะสำหรับใช้เป็นของเล่นเด็ก (ที่พ่อแม่ค่อนข้างมีเงินเหลือกินเหลือใช้สักนิดนึง) แล้วเมื่ออึออกมาแล้วสามารถนำอึนั้นไปกรองเพื่อเอาทองมาขายได้อีกรอบด้วยนะเออ   แม้ว่าคุณอาจจะไม่สามารถหาทองราคาหลายๆ บาทมาครอบครองได้ แต่นี่แหละ คือโอกาสให้คุณสร้างอุจจาระสีทองได้ด้วยตัวเอง……

  • ภาพพ่อแม่เสพเฮโรอีนจนสลบคารถ ทั้งที่ ‘ลูกน้อย’ นั่งอยู่… เตือนใจชาวเน็ตไปทั่วโลก!!

    ภาพพ่อแม่เสพเฮโรอีนจนสลบคารถ ทั้งที่ ‘ลูกน้อย’ นั่งอยู่… เตือนใจชาวเน็ตไปทั่วโลก!!

    กระแสที่ดังในทางไม่ค่อยดีเท่าไร แต่กลับได้รับการแชร์ไปทั่วโลก ถึงภาพของครอบครัวหนึ่งในรัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่พ่อแม่นอนสลบเหมือดอยู่ในรถอย่างน่าอนาถ แถมยังมีลูกน้อยนั่งอยู่ด้านหลังรถแบบไร้เดียงสา โดยที่งงๆ ว่าพ่อแม่ของพวกเขาเป็นอะไรไปกันแน่!?   ตามรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องถิ่นบอกว่าพวกเขาสังเกตเห็นรถคันหนึ่งขับส่ายไปมา พวกเขาจึงเรียกให้รถคันนั้นจอด เมื่อเปิดประตูออกมาจึงพบกับนาย James Acord วัย 47 และนาง Rhonda Pasek วัย 50 อยู่ในสภาพมึนเมาพูดไม่รู้เรื่อง โดยที่มีเด็กน้อยวัย 4 ขวบนั่งอยู่ที่เบาะหลัง     จากการตรวจสอบพบผงสีชมพูวางไว้ที่หน้าตักของนาย James จึงสันนิษฐานว่าทั้งคู่น่าจะเสพเฮโรอีนเข้าไปเกินขนาด ทำให้ไม่ได้สติอย่างที่เห็น เจ้าหน้าที่จึงถ่ายภาพไว้ ก่อนที่จะโทรเรียกให้รถพยาบาลมารับพวกเขาไป     ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้โพสต์ภาพดังกล่าวลงในเฟซบุ๊กเพื่อเตือนสติแก่ทุกๆ คน โดยมีข้อความว่า “เราตระหนักดีว่าบางคนอาจไม่ชอบใจกับภาพนี้เท่าไหร่และเราต้องขอโทษจริงๆ แต่เพื่อเตือนใจให้คนที่ไม่ได้อยู่ในโลกของยาเสพติดรับทราบว่า แต่ละวันมันมีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นทุกที่แบบนับไม่ถ้วน” และมันก็ได้ผลจริงๆ หลังจากนั้นภาพนี้เผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์ และทำให้ผู้คนต่างพากันแชร์กับภาพถึงพิษภัยของยาเสพติดชนิดนี้ โดยที่ไม่ต้องเป็นภาพอันสยอง ไม่ต้องมีรูปของยาเสพติดอยู่ เป็นเพียงภาพผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น และเด็กน้อยที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย… มันทำให้เห็นว่า ยาเสพติดไม่ได้มีแต่โทษต่อร่างกายของผู้เสพ แต่แท้จริงแล้วมันมีผลกระทบไปทั่ว กระทั่งคนที่ไม่เสพเองเช่นกัน     สุดท้ายแพทย์ก็สามารถช่วยชีวิตของนาย James และนาง Rhonda…

  • ไขข้อสงสัย!! ในที่สุดเราก็ได้รู้ซักที ว่าทำไมเม็ดยาแคปซูลถึงต้องมีสองสี??

    ไขข้อสงสัย!! ในที่สุดเราก็ได้รู้ซักที ว่าทำไมเม็ดยาแคปซูลถึงต้องมีสองสี??

    ไม่ว่าจะเจ็บคอ น้ำมูกไหล เป็นหวัด เป็นไข้ หรือบาดเจ็บอะไรก็แล้วแต่ สุดท้ายเราก็ต้องพึ่งยาเพื่อการรักษาให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงได้ดังเดิม ส่วนยาก็มีหลายแบบ ทั้งแบบยาเม็ด หรือยาน้ำ และเพื่อนๆ เคยสงสัยกันมั้ยล่ะว่า เจ้ายาแคปซูลที่เรากินกันเข้าไปทำไมมันถึงต้องมีสองสีด้วย? ซึ่งอันที่จริงแล้วแบบที่เป็นแคปซูลสีเดียวก็มีนะ แต่ส่วนใหญ่ที่เราเจอกันบ่อยๆก็มักจะเป็นแบบสองสีนี่แหละ เราไปไขข้อข้องใจพร้อมๆ กันเลยดีกว่า     ถ้าเราสังเกตุดีๆ จะพบว่าขนาดของแคปซูลนั้นไม่เท่ากัน ด้านหนึ่งจะมีขนาดกว้างกว่าอีกด้านหนึ่ง   อย่างที่เรารู้กันดีว่าด้านที่กว้างกว่าย่อมบรรจุสิ่งต่างๆได้มากกว่า นั่นก็หมายความว่าด้านที่มีขนาดเล็กกว่าจริงๆ แล้วมันคือด้านหัว ส่วนด้านที่กว้างกว่าจะเป็นที่บรรจุตัวยา   ในขั้นตอนการผลิตนั้น ส่วนที่กว้างกว่าจะถูกวางไว้ด้านล่างพร้อมกับเปิดปากไว้ สำหรับการบรรจุผงยาลงไป หลังจากนั้นจึงนำส่วนหัวเข้ามาประกอบอีกทีนึง   และแน่นอนว่าถ้าทั้งสองด้านมีสีเหมือนกัน ในขั้นตอนการผลิตคงทำให้การจำแนกด้านหัวและด้านบรรจุ ยากและซับซ้อนมากขึ้นแน่ๆ   ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อเราทานยาเข้าไป ทั้งสองด้านที่มีสีแตกต่างกันจะแยกออกจากกัน ทำให้ตัวยาส่งผลกับร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น   แถมยังมีการพิสูจน์มาแล้วว่า ด้วยสีที่แตกต่างกันของแคปซูล ช่วยดึงดูดให้เด็กๆรับประทานยาเมื่อเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น   ในส่วนของผู้ผลิตที่จำเป็นต้องแยกสี ก็เพื่อความสะดวกในการจำแนกประเภทยาที่แตกต่างกันออกไป และใช้สองสีเป็นตัวกำหนดเพื่อไม่ให้ซ้ำกันอีกด้วย (ถ้าซ้ำกันผู้บริโภคอาจงงเป็นไก่ตาแตก)   ในที่สุดเราก็ได้หายสงสัยซักที ว่าทำไมต้องมีหลากหลายสีซะเหลือเกินกับยาแต่ละประเภท แต่ถ้าสมมุติว่ายาทั้งโลกเป็นสีเดียวกัน มีลักษณะเหมือนกันหมดละ คงกินยาผิดกันจนวุ่นวายแน่ๆ…

  • ภารกิจชุบชีวิต “พิตบูลขี้เรื้อน” ที่ถูกทิ้ง เพื่อคืนความเป็นหมาให้มันอีกครั้ง!!!

    ภารกิจชุบชีวิต “พิตบูลขี้เรื้อน” ที่ถูกทิ้ง เพื่อคืนความเป็นหมาให้มันอีกครั้ง!!!

    นี่คือเรื่องราวของเจ้า Dempsey หมาพิตบูลวัย 7 เดือนผู้น่าสงสาร วันหนึ่งเจ้าของใจร้ายได้พามันไปเดินเล่น แล้วเจ้า Dempsey ไม่รู้ว่าวันนั้นจะเป็นวันที่มันไม่ได้กลับไปที่บ้านเดิมของมันแล้ว มันถูกมัดไว้ที่หน้าร้านขายยาในจอเจียร์อยู่คนเดียว จนสุขภาพมันย่ำแย่เป็นอย่างมาก ดวงตามันก็ติดเชื้อ และคนที่ผ่านไปผ่านมาก็ไม่ได้สนใจมันสักเท่าไหร่ จนกระทั่งได้มีคนๆ หนึ่งได้มาพามันไปยัง Dekalb County Animal Services เพื่อเข้ารับการรักษา     Stacey Greenwald อาสาสมัครจากกลุ่ม Friends to the Forlorn Pitfall Rescue เธอรับดูแลเจ้า Dempsey จนกว่ามันจะหายดี มันได้รับการฆ่าเชื้อและทำความสะอาด และที่ขาดไม่ได้ก็คือมันได้รับความรักจากเธออย่างมหาศาล แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นแค่ 3 อาทิตย์ มันอาการดีขึ้นอย่างมาก     เธอเล่าว่ามันเศร้าและดูทรมานกับผิวหนังของมันเป็นอย่างมาก จนมีอาการดีขึ้น มันก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เป็นมิตรกับผู้คนมากมายจนคาดไม่ถึง และตอนนี้มันก็ได้ไปอยู่บ้านหลังใหม่กับเจ้าของคนใหม่แล้ว เพราะว่า Stacey สัญญาว่าจะดูแลมันจนมันหายดีเท่านั้น และเจ้าของคนใหม่ก็บอกว่าจะดูแลมันอย่างดีด้วย ที่มา thedodo

  • ญี่ปุ่นเตือนปชช. ไม่ซื้อยาลดความอ้วนจากไทย เผยเสียชีวิตแล้ว 4 ราย ป่วยหนักอีกเพียบ

    ญี่ปุ่นเตือนปชช. ไม่ซื้อยาลดความอ้วนจากไทย เผยเสียชีวิตแล้ว 4 ราย ป่วยหนักอีกเพียบ

    กลายเป็นข่าวดังที่ญี่ปุ่นไปเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา สำหรับกรณีที่มีสาวๆ ชาวญี่ปุ่นสั่งซื้อยาลดความอ้วนจากไทยไปกิน แล้วปรากฏว่าตัวยาทำให้หญิงสาวเสียชีวิตจำนวน 4 ราย และอีกหลายๆ รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน   เรื่องนี้ถูกเผยแพร่ผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊ก Hattori Fanta Tanako โดยเจ้าตัวเล่าว่าตอนนี้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในญี่ปุ่นได้นำตัวยาลดความอ้วนไปตรวจสอบแล้วพบว่ามีตัวยาอยู่ 3 ชนิดที่เข้าข่ายเป็นยาอันตราย และมีตัวยาที่ไม่ทราบส่วนผสมที่แน่ชัดอีก 4 ตัว ซึ่งตัวยาทั้งหมดนี้ ถือเป็นชนิดของตัวยาที่ยังไม่ได้รับการยอมรับในญี่ปุ่น แถมยังมีผลด้านลบต่อร่างกายทั้งสิ้น   รายงานระบุว่าผู้ที่กินยาลดความอ้วนเหล่านี้เข้าไปจะมีอาการมือสั่น ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว ท้องเสีย สับสน มึนงง ตาพร่ามัว ความอยากอาหารลดลง ประจำเดือนมาไม่ปกติ บางคนมีอาการวิงเวียนศีรษะและอาเจียนไม่หยุดจนอาจเสียชีวิตได้ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการกินยาตัวนี้เข้าไปจะส่งผลต่อการทำงานของระบบในร่างกายเช่นต่อมหมวกไตและฮอร์โมนต่างๆ ในระยะยาว   สถานีโทรทัศน์ของญี่ปุ่นได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับหญิงสาวชาวญี่ปุ่น โดยบอกว่าเธอนั้นกินยาเข้าไปแต่กลับมีอาการแย่ลงจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล เธอต้องเข้าออกโรงพยาบาลนานเป็นปีเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ซึ่งเธอกล่าวว่าเธอนั้นซื้อยามาจากตัวแทนจำหน่ายของโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครผ่านทางอินเทอร์เน็ต เพราะได้รับคำแนะนำจากเพื่อนชาวไทยคนหนึ่ง   แม้ว่าทางรายการโทรทัศน์ของญี่ปุ่นจะพยายามติดต่อไปยังตัวแทนจำหน่ายยาในประเทศไทย แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือสักเท่าไหร่ ทั้งนี้ทางรัฐบาลและวงการแพทย์ของญี่ปุ่นได้ออกมาเตือนประชาชนเกี่ยวกับการสั่งซื้อยาจากต่างประเทศมากิน เพราะเป็นยาที่ไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนที่ถูกต้อง อาจเป็นอันตรายแก่ผู้ใช้ได้   นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจจากคุณ Narongratch Sappataweeboon ที่ได้อธิบายเกี่ยวกับตัวยาแคปซูลสีขาว น้ำเงินเพิ่มเติมว่า ตัวยานั้นมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Reduce® หรือ Reductil®…

  • นักศึกษาจีนล้มพับขณะร้องคาราโอเกะ ถึงขั้นเสียชีวิต เพราะ ‘ยาลดน้ำหนัก’ ที่ซื้อจากไทยแลนด์!!

    นักศึกษาจีนล้มพับขณะร้องคาราโอเกะ ถึงขั้นเสียชีวิต เพราะ ‘ยาลดน้ำหนัก’ ที่ซื้อจากไทยแลนด์!!

    เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สาวๆ ทั้งหลายควรจะใส่ใจกันให้มากขึ้น หากว่าใครคิดที่จะอยากจะมีหุ่นที่ผอมเพรียวทางลัดด้วยการกินยาลดน้ำหนัก อาจจะทำให้เกิดอาการคลั่งผอมจนถึงขึ้นเสียชีวิตกันเลย แค่คิดก็ไม่คุ้มแล้วล่ะ     อย่างนักศึกษาชาวจีนที่มาเรียนที่สิงคโปร์นามว่า Huang Guo วัย 22 ปี ผู้มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 54 กิโลกรัม สูง 154 เมตร ดัชนีมวลกายอยู่ที่ 22.8 ซึ่งก็ถือว่าเป็นสัดส่วนที่เหมาะสมแล้ว แต่เธออยากจะผอมมากกว่านี้อีก ก็เลยตัดสินใจสั่งซื้อยาลดความอ้วนมาจากคลีนิกแห่งหนึ่งในประเทศไทยมา โดยไม่มีฉลากกำกับหรือข้อมูลการใช้ยามาให้เลย     จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ในขณะที่เธอกำลังร้องเพลงคาราโอเกะอยู่ในร้าน K-Box, Cathay Cineleisure เธอเกิดอาการล้มพับไปดื้อๆ หลังจากที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลได้เพียงไม่นาน เธอก็เสียชีวิตแล้ว     ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการชันสูตรพบว่าในเลือดของเธอมีปริมาณสารของยา Phentermine เกินขนาดถึง 8 เท่า เป็นยาที่ใช้กระตุ้นสำหรับการลดน้ำหนักระยะสั้น ลดความอยากอาหาร อีกทั้งยังพบสารของยา Fluoxetine เป็นยารักษาโรคซึมเศร้าที่มีผลข้างเคียงลดความอยากอาหารเช่นกัน จึงสรุปผลได้ว่าเธอเสียชีวิตอันเนื่องมาจากการใช้ยาลดน้ำหนักเกินขนาดจากตัวยา 2 ชนิด จนทำให้เกิดอาการร้ายแรงเฉียบพลัน     สายสืบของตำรวจยังพบห่อยาอีกจำนวน 41…

  • สาวใต้โวย!! โรงพยาบาลติดฉลากยาผิด ให้ลูกชายกิน “คาลาไมน์” จนต้องเข้าโรงพยาบาล

    สาวใต้โวย!! โรงพยาบาลติดฉลากยาผิด ให้ลูกชายกิน “คาลาไมน์” จนต้องเข้าโรงพยาบาล

    เจ็บไข้ได้ป่วยทีไรก็ต้องไปหาหมอเพื่อรับการรักษาหรือรับยามากินที่บ้าน แต่เราคงต้องเพิ่มการระมัดระวังอีกสักหน่อยก่อนกินยาแล้วล่ะ เพราะโรงพยาบาลบางแห่งมีการจ่ายยาหรือติดฉลากยาผิดด้วยนะเออ!?   เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 21 เมษายนที่ผานมา ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Alover Bah จากอำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาสได้โพสต์เล่าเรื่องราวของเธอเพื่อให้เป็นอุทาหรณ์แก่ผู้อื่น โดยเล่าว่าเธอได้พาลูกชายตัวน้อยวัยไม่ถึง 1 ขวบดี ไปโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเพื่อตรวจร่างกายหลังจากที่มีอาการปอดบวม     จากนั้นเธอก็ได้รับยาเพื่อเอากลับไปให้ลูกน้อยกินที่บ้าน แต่หลังจากที่เธอให้ลูกชายกินยาขยายหลอดลมก่อนนอน (ตามที่ฉลากเขียนเอาไว้) ลูกชายของเธอกลับมีอาการตัวสั่น เธอจึงหยิบกระปุกยามาดูและแกะฉลากออก   ปรากฏว่าตัวยาตัวนั้นกลับไม่ใช่ยาขยายหลอดลมอย่างที่เข้าใจ แต่เป็นคาลาไมน์ซึ่งเป็นตัวยาแก้ผดผื่นสำหรับภายนอก!? ทำให้เธอตกใจมากและรีบพาลูกชายเข้าแอดมิทกับโรงพยาบาลเป็นการด่วน     หลังจากนั้นเพื่อนๆ ของเธอก็เข้ามาถามไถ่อาการของลูกน้อย พร้อมทั้งสนับสนุนให้เธอฟ้องร้องกับทางโรงพยาบาลเพื่อเรียกค่าเสียหายอีกด้วย       อ่านโพสต์เต็มๆ ได้ที่ด้านล่างเลย อุทาหรเตือน ทุกท่าน …..วันนี้ชันพาลูกชาย มา รพ แห่งหนึ่ง เพื่อมาตรวจ ผลตรวจหมอบอกว่าเป็นปอดบวม เลยให้พ่นยา 2 ครั้ง แล้… Publicado por Alover Bah em Quarta, 20 de abril…

  • ล้างสมองที!! เมื่อเหล่าตัวละคร “ดิสนีย์” หันไปทำสิ่งที่เราอาจจะรับไม่ได้

    ล้างสมองที!! เมื่อเหล่าตัวละคร “ดิสนีย์” หันไปทำสิ่งที่เราอาจจะรับไม่ได้

    ตัวละครจากดิสนีย์นั้นขึ้นชื่อว่าเป็นตัวที่สามารถเติมเต็มความฝันให้กับเหล่าเด็กๆ ได้ เด็กหลายคนเลือกเดินทางตามคำสอนของดิสนีย์ก็มีมาเยอะแล้ว เพราะทุกเรื่องมีคติสอนอยู่เสมอ แต่สำหรับศิลปินชาวเม็กซิกัน José Rodolfo Loaiza Ontiveros ได้ทำความฝันของเราให้ดับสลายไปในพริบตา เมื่อเขาได้นำเอาตัวละครเหล่านี้มีเขียนในรูปแบบใหม่ แบบที่เราไม่คาดคิดมาก่อน ชื่อของภาพชุดนี้คือ “Disenchanted” เผยให้เห็นด้านมืดของมนุษย์ที่ไม่กล้าเปิดเผยที่ไหนมาก่อนทั้งโรคถ้ำมอง ความหยิ่งยะโส การเสพติด และอีกมากมาย เราไปชมผลงานของเขากันเลย     มีบางรูปที่เหมียวไม่ค่อยเห็นด้วยนะ เช่นรูปการรักร่วมเพศ ปัจจุบันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ไม่ดี แถมยังเป็นสิ่งที่งดงามอีกด้วย ที่มา sobadsogood

  • แปลไทยแบบชัดๆ จากคลิปสอบสวน Martin Shkreli ชายที่คนทั้งโลกหมั่นไส้ที่สุดในขณะนี้

    แปลไทยแบบชัดๆ จากคลิปสอบสวน Martin Shkreli ชายที่คนทั้งโลกหมั่นไส้ที่สุดในขณะนี้

    เชื่อว่าหลายคนคงได้ชมคลิปนี้กันแล้วนะครับ สำหรับคลิปสอบสวน Martin Shkreli บุรุษที่ชาวอเมริกันและชาวโลกพร้อมใจกันเกลียดมากที่สุดคนหนึ่ง "Pharma Bro" goes to Washington Today was Martin Shkreli's day in Congress, but that didn't stop him from acting the part as “the most hated man in America.” Posted by Quartz on Thursday, February 4, 2016   ท้าวความเล็กน้อย ใครที่ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรมา เขาคือคนที่เข้าซื้อ Turing Pharmaceutical บริษัทที่ถือสิทธิบัตรยา Daraprim ที่เป็นยาต้าน HIV แต่เพียงผู้เดียว นั่นทำให้เขาสามารถกำหนดราคาได้ตามใจชอบโดยไม่มีความผิดทางกฎมาย และเขาได้ปั่นมันขึ้นไปจาก 13.5 ดอลลาร์ เป็น 750 ดอลลาร์ หรือว่า…

  • Martin Shkreli ผู้ปั่นราคายาต้าน HIV บุคคลที่โดนเกลียดมากที่สุด ตอนนี้ปั่นราคายาเพิ่มอีกตัว

    Martin Shkreli ผู้ปั่นราคายาต้าน HIV บุคคลที่โดนเกลียดมากที่สุด ตอนนี้ปั่นราคายาเพิ่มอีกตัว

    ถ้าหากว่าเอ่ยชื่อของ Martin Shkreli บางคนอาจจะมาไม่ทันหรือยังไม่รู้จักชื่อเสีย(ง) เรียงนามของพ่อหนุ่มคนนี้ เขาเป็นคนที่โดนเกลียดมากที่สุดในช่วงนี้เลยก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นบุคคลที่เห็นแก่ตัว ไร้น้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยการปั่นราคายาต่อต้านเชื้อ HIV ที่พุ่งสูงไปถึง 5,000 เท่ากว่าราคาที่แท้จริง     Martin Shkreli ผู้บริหารระดับ CEO ของบริษัท Turing Pharmaceuticals จากที่เคยทำวีรกรรมแสบเอาไว้ ตอนนี้ก็เอาอีกด้วยการปั่นราคายารักษาโรคอเมริกันทริพาโนโซม (Chagas Disease) เป็นลักษณะของการติดเชื้อปรสิตที่สามารถทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว     ด้วยการกระทำแบบนี้ทำให้ชีวิตของผู้คนนับร้อยนับพันต้องตกอยู่ในความเสี่ยง จากปกติที่ตัวยารักษาโรคอเมริกันทริพาโนโซม ควรจะอยู่ที่ 50 ดอลลาร์ (1,811 บาท) โดนปั่นสูงไปถึง 60,000 ถึง 100,000 ดอลลาร์ (2.17 ล้าน ถึง 3.62 ล้านบาท)     วีรกรรมก่อนหน้านั้นคือยาต่อต้านเชื้อ HIV ที่บริษัทของเขาผูกขาดและเป็นผู้จัดจำหน่ายเพียงผู้เดียว จากราคาที่ควรจะเป็นอยู่ที่ 13.50 ดอลลาร์ (489 บาท) มีราคาพุ่งสูงถึง…

  • อุรุกวัยอนุญาตให้ 2 บริษัทสามารถขายกัญชาได้อย่างเสรี เพื่อป้องกันการค้าแบบผิดกฏหมาย!!

    อุรุกวัยอนุญาตให้ 2 บริษัทสามารถขายกัญชาได้อย่างเสรี เพื่อป้องกันการค้าแบบผิดกฏหมาย!!

    ยังคงเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนมากๆ กับพืชสีเขียวที่มีผู้คนร้องเรียนให้กลายเป็นสิ่งที่สามารถค้าขายกันได้ถูกต้องตามกฏหมาย แต่ก็ยังมีอีกฝ่ายที่มองว่าเจ้ากัญชาเนี่ย ยังไงก็คือสิ่งเสพติด ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์อื่นใดได้นอกจากการดึงดาว     ซึ่งในบางประเทศก็ได้อนุญาตให้กัญชาเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฏหมายแล้ว สามารถซื้อขายกันได้อย่างสะดวก อย่างเช่นในประเทศอุรุกวัย ที่ยอมให้บริษัท 2 แห่งค้าขายกัญชาได้อย่างเสรี แต่ทั้งนี้ก็ต้องควบคุมปริมาณในการเพาะปลูกด้วย แต่ไม่ได้ควบคุมถึงลักษณะของพันธ์ุและความเข้มข้น     อย่างไรก็ตามผู้ที่คัดค้านก็เชื่อว่าการที่เปิดให้มีธุรกิจกัญชาถูกกฏหมายนั้นไม่ถือว่าเป็นทางออกที่ดี อาจจะส่งผลทำให้เกิดสิ่งที่ตรงกันข้ามซะมากกว่า ทางฝั่งผู้ที่สนับสนุนธุรกิจกัญชาก็กล่าวว่าการอนุญาตให้ธรุกิจกัญชาถูกกฏหมายนั้นเป็นวิธีการแก้ไขการค้าอย่างผิดกฏหมาย ป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพมาแสวงหาผลประโยชน์จากกัญชา รวมไปถึงปลอดภัยต่อผู้ใช้กัญชาด้วย     มองในอีกมุมหนึ่งก็คือกัญชายังเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตยาเพื่อใช้ในการรักษาทางการแพทย์อีกด้วย ทั้งนี้นักวิจัยต่างก็สนับสนุนให้นำกัญชามาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเผื่อในอนาคตจะสามารถมาใช้ในทางการแพทย์ต่อไป     และอาจจะสร้างรายได้ให้กับประเทศได้อย่างมหาศาลอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามผู้ที่คัดค้านต่างก็เห็นเพียงแค่ว่ามันไม่มีประโยชน์อื่นใดนอกจากเป็นสารเสพติด   ที่มา : BBC Thai

  • คลิปจำลองน่ารู้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เมื่อเรารับประทาน ‘ยาเม็ด’ เข้าไปในร่างกาย!!?

    คลิปจำลองน่ารู้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เมื่อเรารับประทาน ‘ยาเม็ด’ เข้าไปในร่างกาย!!?

    เพื่อนๆ เคยสงสัยกันบ้างรึเปล่าล่ะว่า เวลาที่เราไม่สบาย ทำไมต้องทานยาเม็ดด้วย และวยาเม็ดเนี่ยพอเข้าสู่ร่างกายของเราไปแล้ว มันจะเป็นยังไงกันหนออออ ไม่ต้องสงสัยแล้วล่ะ เพราะวันนี้เรามีคลิปวิดีโอเจ๋งๆ ว่าด้วยเรื่องของพอยาเม็ดเข้าไปในร่างกายของเราแล้วจะเป็นอย่างไร ลองมาดูกันเลย   ทั้งแบบละลายไปเลยก็มี   ระเบิดตู้มมมมม   หรือค่อยๆ แพร่ไปแบบนี้   เห็นแบบนี้ไม่ค่อยเท่าไหร่ ลองมาชมแบบเต็มๆ ได้ที่นี่เลยเมี๊ยวว   หายสงสัยแล้วเนาะว่าพอกินยาไปแล้วจะเป็นยังไง ดีแล้วล่ะเนาะ อิอิ ที่อัดมาเป็นเม็ด ไม่งั้นเราได้กินแบบออริจินัลก็คงไม่ไหวอ่ะเนาะ >< ที่มา: Buzzfeed

  • สาวใจแกร่งวัย 18 มีสภาพร่างกายเหมือนคนอายุ 144 ปี เพราะเกิดจากโรคแก่ก่อนวัย

    สาวใจแกร่งวัย 18 มีสภาพร่างกายเหมือนคนอายุ 144 ปี เพราะเกิดจากโรคแก่ก่อนวัย

    Rochelle Pondare สาววัย 18 จากประเทศฟิลิปปินส์ ผู้ที่เกิดมาปกติเหมือนกับเด็กทั่วๆ ไป แต่เมื่อเธออายุครบ 3 ขวบ ร่างกายของเธอก็ดูผิดปกติไปจากเดิม ผมของเธอร่วงจนหมดศีรษะ อีกทั้งผิวหนังของเธอก็เริ่มเหี่ยวย่น และหย่อนคล้อยเหมือนกับคนแก่ และภายหลังเธอก็ได้ทราบจากการวินิจฉัยว่าเธอป่วยเป็นโรค ‘โพรจีเรีย’ หรือโรคแก่ก่อนวัยนั่นเอง ซึ่งโรคที่เธอเป็น เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม โดยการกลายพันธุ์ของยีน จึงทำให้เซลล์ของอวัยวะและเนื้อเยื่อทำงานผิดปกติ ดังนั้นทำให้ร่างกายเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้ถึงเธอจะมีอายุครบ 18 ปี แต่สภาพร่างกายของเธอกลับแก่เทียบเท่ากับคนอายุถึง 144 ปีเลยทีเดียว และแม้ว่า Rochelle จะเป็นหนึ่งในคนที่เป็นโรคแก่ก่อนวัย แต่เธอก็ยังเข้มแข็ง และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขให้เหมือนกับคนปกติทั่วไป อีกทั้งเธอยังหวังว่า อยากจะมีชีวิตให้ยืนยาวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ Rochelle ต้องทนทรมานอยู่กับอาการปวดเมื่อยตามตัว หายใจหอบ และเหนื่อยง่าย แต่เธอก็พยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด และเข้าตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้เธอยังบอกอีกว่า ครอบครัวคือกำลังใจที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้เธอเข้มแข็ง และพยายามยืนหยัดให้ได้ด้วยตนเอง ยังไงเหมียวก็ต้องขอชื่นชม และเป็นกำลังใจให้กับ Rochelle Pondare และอยากที่จะให้เธอสู้ต่อไป เพื่อที่จะได้สร้างความสุข และรอยยิ้มให้กับครอบครัว และคนรอบข้างของเธอไปนานๆ หากใครที่กำลังท้อแท้ และสิ้นหวังกับชีวิต…

  • พนักงานห้าง Tesco พบ ‘โคเคน’ กว่า 1 กิโลกรัม ถูกซุกไว้ในกล่องใส่กล้วย

    พนักงานห้าง Tesco พบ ‘โคเคน’ กว่า 1 กิโลกรัม ถูกซุกไว้ในกล่องใส่กล้วย

    เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ Metro ได้รายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกเรียกให้เข้ามาสืบสวนยังห้างสรรพสินค้า Tesco ในเมืองเบิร์กไชร์ประเทศอังกฤษ หลังพนักงานจากห้างดังได้พบยาเสพติดเป็นโคเคนมูลค่ากว่า 54 ล้านบาท ถุกซุกอยู่ภายในกล่องใส่กล้วย   หลังจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ภายในห้างดัง มีกล่องใส่ของขวัญหนักประมาณ 1 กิโลกรัม ซึ่งภายในพบกล่องเล็กๆที่ถูกห่อด้วยเทปสีแดง สันนิษฐานกันว่าเพื่อทำเครื่องหมายให้แตกต่างจากกล่องอื่นๆ   แหล่งข่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “กล่องใส่กล้วยนั่นถูกซ้อนขึ้นไว้บนกรงเหล็ก และถูกแกะหีบห่อเพื่อเตรียมวางไว้ในชั้นวางของแล้ว พนักงานรายหนึ่งสังเกตเห็นเทปสีแดงที่พันอยู่ จึงตัดสินใจนำมันลงมาเพื่อตรวจสอบดู เขาเปิดกล่องและเห็นบรรจุภัณฑ์ที่อยู่ใต้กล้วย และเขาก็รู้ทันทีว่ามันคืออะไร”   หลังจากตรวจพบโคเคนดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า จะยังไม่มีการจับกุมใดๆ และอาจต้องสืบหาต้นตอของผู้ที่นำโคเคนมาซุกไว้ในห้างสรรพสินค้าต่อไป ทางด้านโฆษกของ Tesco ก็ได้ออกมาแสดงท่าทีว่าจะให้ความช่วยเหลือแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ ที่มา metro