ย้อนรอย “การทดลองของแรนดี การ์ดเนอร์” เมื่อหนุ่มวัย 16 อดนอน 11 วัน เพื่อโครงงานในโรงเรียน

Date:

ย้อนกลับไปในปี 1963 ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เด็กหนุ่มวัย 16-17 ปี สองคนได้เริ่มทำการทดลองประหลาด ด้วยการ “ไม่นอนให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้” ภายในโครงงานวิทยาศาสตร์ของโรงเรียน

พวกเขาคือ แรนดี การ์ดเนอร์ และ บรูซ แม็คอลิสเตอร์ สองหนุ่มผู้ที่เดิมทีแล้วแค่อยากจะศึกษาผลกระทบของการอดนอนต่อสมรรถภาพทางปัญญาและสมรรถภาพทางกายของมนุษย์

แต่ใครจะไปคิดว่าการทดลองของพวกเขา จะกลายเป็นอะไรที่โด่งดัง จนได้รับการบันทึกไว้ภายในหนังสือกินเนสส์บุ๊กเลย

 

 

แรนดีและบรูซเริ่มต้นการเตรียมการด้วยการทอยเหรียญเพื่อดูว่าใครจะจะต้องเป็นคนทนต่อการไม่นอนเป็นเวลานานในการทดลอง และคนที่แพ้เสี่ยงทายในวันนั้นก็คือ แรนดีนั่นเอง

การทดลองของทั้งสองคนในเวลานั้น ไม่ได้มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่ เพราะด้วยความที่ยังเด็กพวกเขาจึงไม่คิดที่จะทำวิจัยเป็นรูปเล่มเต็มรูปแบบนัก

อย่างไรก็ตามการเตรียมตัวของพวกเขาก็บังเอิญไปเข้าหูของ วิลเลียม ซี. เดนท์ นักวิจัยด้านการนอนหลับของสแตนฟอร์ด เข้าพอดี ซึ่งทำให้การทดลองที่ดูเหมือนจะหายไปกับความทรงจำได้ง่ายๆ นี้ กลายเป็นอะไรที่มีรายงานรองรับอย่างละเอียดไป

 

“ตอนนั้นผมอาจเป็นคนเดียวในโลก
ที่ทำการวิจัยเรื่องการนอนหลับเลย”

วิลเลียม ซี. เดนท์

 

จากซ้ายไปขวา บรูซ แม็คอลิสเตอร์, แรนดี การ์ดเนอร์, วิลเลียม ซี. เดนท์ และผู้ช่วยโจ มาร์เซียโน่

 

อ้างอิงจากรายงานการวิจัย เพื่อให้แรนดีตื่นตัวไม่หลับไป ทีมงานจะให้เขาเล่นพินบอลและบาสเกตบอล ช่วยกันคอยเฝ้าไม่ให้เขานอนราบ ถึงขนาดที่แม้แต่เวลาเด็กหนุ่มเข้าห้องน้ำ เขาจะต้องพูดผ่านประตูห้องน้ำทุกครั้งไม่ให้งีบหลับในห้องน้ำ

ในช่วงแรกของการทดลองอาการของแรนดีเป็นไปตามที่หลายๆ คนคาดไว้ เขามีปัญหาในการระบุวัตถุด้วยการสัมผัสในวันที่สองของการทดลอง ในขณะที่เริ่มอารมณ์แปรปรวนและพูดไม่ชัดในวันที่สาม

 

 

อย่างไรก็ตามตั้งแต่วันที่สี่ อาการของแรนดีก็เริ่มที่จะเปลี่ยนไปในทางที่ “แปลก” ขึ้นเรื่อยๆ เขามีอาการเห็นภาพหลอนว่าตัวเองเป็น Paul Lowe นักอเมริกันฟุตบอลผิวดำที่มีชื่อเสียง

ก่อนที่ในต่อมาเขาจะเห็นบ้านของตัวเองกลายเป็นทางเดินในป่า และทุกสิ่งก็มีแต่จะเลวร้ายลงเรื่อยๆ ด้วย

 

“หลังจากวันนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็เหมือนถูกกดลงชักโครก…

มันเหมือนกับว่ามีใครบางคนกำลังเอากระดาษทรายมาถูกสมองของผม ร่างกายของผมยังพอถูไถ แต่จิตใจของผมเหมือนถูกยิงเลย”

แรนดี การ์ดเนอร์เล่าถึง
ประสบการณ์อดนอนในภายหลัง

 

แรนดีทดสอบความสามารถในการดมกลิ่นในวันที่ 5 ของการทดลอง

 

ในอีกภายวันข้างหน้า คำพูดของแรนดีได้เริ่มช้าและเลือนลางขึ้น ในขณะที่ความจำของเขาแย่ลง เริ่มที่จะพูดอะไรแล้วหยุดไปครึ่งทาง ลืมไปว่ากำลังจะไปไหน และมีความหวาดระแวงสูงขึ้น

ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวกลับยังเล่นปิงปองต่อไปได้ราวกับเป็นความทรงจำที่ฝังในเบื้องลึกของจิตใจไปแล้ว

ในวันสุดท้ายของการทดลองแรนดีแทบจะกลายเป็นตุ๊กตาที่ไม่มีความรู้สึกใดๆ ต้องการการกระตุ้นอย่างต่อเนื่องเพียงเพื่อจะตอบคำสั้นๆ แถมเขายังเขาพูดโดยโทนเสียงที่เลือนลางสุดทน

และทดสอบความสามารถของเขาก็แทบจะต้องหยุดลงทันทีที่เริ่ม เพราะไม่ว่าจะสั่งอะไรเด็กหนุ่มก็ดูจะลืมมันไปแทบจะในทันที

 

 

ผลการทดลองนี้ ทำให้ทีมวิจัยสรุปว่าในช่วงที่อดนอนสมองของแรนดีบางส่วนได้เขาสู่ภาวะชื่อ “Catnapping” ซึ่งเป็นภาวะที่เซลล์ประสาทเยื่อหุ้มสมองบางส่วนปิดตัวลง แม้เจ้าของร่างจะยังตื่นอยู่ ส่งผลให้การทำงานของสมองลดลงอย่างที่เห็น

ซึ่งภาวะที่ว่านี้ในภายหลังถูกพบว่าไม่ได้เกิดแค่กับมนุษย์เท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นกับหนูภายในการทดลองอดนอนคล้ายๆ กันด้วย

 

 

ท้ายที่สุดแล้วแรนดี การ์ดเนอร์ก็ถูกบันทึกว่าใช้ชีวิตโดยที่ไม่ได้นอนเลยยาวนานถึง 11  วัน นานที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกว่ามนุษย์เคยทำมันในเวลานั้น ทำให้นอกจากการทดลองแล้ว เด็กหนุ่มคนนี้ยังได้รับการบันทึกชื่อไว้ในกินเนสส์บุ๊กด้วย

เขาต้องถูกติดตามอาการอย่างใกล้ชิดหลังการทดลองไปอีกหลายวัน และต้องนอนพักยาวๆ เพื่อให้ร่างกายได้พัก ซึ่งในช่วงเวลานั้นเขาถูกรายงานว่ามีการเข้าสู่ช่วงหลับฝัน หรือ REM Sleep บ่อยมากๆ

ถึงอย่างนั้นก็ตามไม่นานนักเด็กหนุ่มก็กลับเป็นปกติได้อีกครั้ง โดยที่ดูจะไม่มีผลข้างเคียงที่อันตรายถึงชีวิต

 

“สมองบางส่วนปิดตัวลงและฟื้นฟู ในขณะที่บางส่วนของมันตื่น

นี่เป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผลเลย ว่าทำไมสิ่งที่เลวร้ายที่สุด
(ความตาย) ถึงไม่เกิดขึ้นกับคนที่อดนอน”

บรูซ แม็คอลิสเตอร์
กล่าวถึงการทดลองกับ BBC

 

 

และแม้หลังจากในวันนั้นจะมีข่าวคนทำลายสถิติการอดนอนของแรนดีอยู่หลายครั้ง แต่พวกเขาก็ไม่ได้รับการบันทึกชื่อโดยกินเนสส์บุ๊กแต่อย่างไร เนื่องจากกินเนสส์บุ๊กไม่สนับสนุนกิจกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้เข้าร่วมนั่นเอง

 

ที่มา sciencealert, drshellenberger และ iflscience

Share post:

Subscribe

spot_imgspot_img

Popular

More like this
Related

อินเดียจัด “ตลาดเจ้าบ่าว” ให้สาวๆ เลือกช้อป “สามี” ที่ใช่ อีกหนึ่งทางเลือกของคนโสด

เป็นเวลากว่า 700 ปีแล้วที่รัฐ Bihar ของอินเดีย ได้จัดตลาดสุดแปลกอย่าง "ตลาดเจ้าบ่าว" โดยเปิดให้บรรดาผู้หญิงและครอบครัวของพวกเธอ มาจับจ่าย...

ยูทูบเบอร์ โชว์รูป เทรนต์ แข้งลิเวอร์พูล ทักแฟนเขามา จึงขอให้ทำแต้มในเกมให้ได้เยอะๆ “แล้วเธอจะให้นายดูจิ๋มส์”

เมื่อวานนี้ (17 สิงหาคม) WillNE ทูบเบอร์ชื่อดังที่มีคนตามกว่า 4.6 ล้านชาวอังกฤษวัย 26 ปี...

หมาบีเกิ้ลหายจากบ้านไป 2 อาทิตย์ ก่อนโผล่ในถ่ายทอดสดฟุตบอล สุดท้ายจบแฮปปี้

หนุ่มทำหมาบีเกิ้ลหายไป 2 อาทิตย์ จนสิ้นหวังแล้วว่าอาจไม่ได้เจอกันอีก แต่แล้วสุนัขของเขาก็ไปโผล่ในการถ่ายทอดสดฟุตบอล จึงได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง     เรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่ประเทศชิลี มาเธียส กาโยโซ่ หนุ่มจากเมือง...

หนุ่มมุสลิมงง ลงไปทิ้งขยะ กลับมาเจอ “ไซหลง” นั่งในรถ – ‘มาไงเนี่ย เลี้ยงไม่ได้!!’

ทำเอาหนุ่มมุสลิมรายหนึ่งหัวจะปวดเลย เมื่ออยู่ดีๆ ก็มีแขกแปลกหน้าที่ไม่ได้รับเชิญกระโดดขึ้นรถ แถมตีมึนไม่ยอมลงจากรถด้วย... ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Dee Kridsana ซึ่งเป็นชาวมุสลิม เล่าว่า เมื่อวานตนกำลังจะเข้าบ้าน...