ไขปริศนาคาใจ จะเกิดอะไรขึ้นหากนักบิน “คามิกาเซะ” รอดชีวิตจากการปฏิบัติการ


เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยได้ยินเรื่องราวของฝูงบินโด่งดังแห่งกองทัพญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง อย่างฝูงบิน “คามิกาเซะ” กันมาบ้าง

นี่คือกองกำลังจู่โจมพิเศษซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปี 1944 ที่ญี่ปุ่นเริ่มมีแนวโน้มจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในสงคราม และขึ้นชื่อเรื่องความบ้าระห่ำนำเครื่องบินพุ่งเข้าชนเป้าหมาย (ซึ่งมักเป็นเรือรบ) แบบสละชีวิต ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่หวาดกลัวมากๆ ของฝั่งพันธมิตร

ด้วยลักษณะการรบเช่นนี้ เราก็คงไม่คิดว่าจะมีนักบินคามิกาเซะที่มีโอกาสได้กลับมาจากสนามรบเป็นแน่

แต่เคยสงสัยกันไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากนักบินคามิกาเซะเกิดรอดจากการรบมาได้จริงๆ พวกเขาจะมีโอกาสได้ใช้ชีวิตต่อไปหรือไม่? และพวกเขาจะถูกคนรอบข้างมองอย่างไร? ในวันนี้เราจะไปชมเรื่องราวอีกด้านของนักบินคามิกาเซะกันครับ

 

 

เรื่องราวของนักบินที่รอดชีวิตจากฝูงบินคามิกาเซะนั้น แม้จะฟังดูไม่น่าเชื่อก็ตามแต่ส่วนมากแล้วก็ถูกเล่าจากนักบินที่รอดชีวิตมาโดยตรง

โดยพวกเขามักจะเป็น นักบินที่เข้ารับการฝึกแต่ยังไม่ทันได้ขึ้นบินสงครามก็จบไปก่อน กับนักบินที่เริ่มขึ้นออกปฏิบัติการแล้วแต่กลับรอดกลับมาได้โดยทำภารกิจไม่สำเร็จ

คนกลุ่มแรกนั้นโดยมากแล้วจะมีชีวิตไม่ต่างกับทหารผ่านศึกที่จงรักภักดีมากๆ เท่าไหร่นัก คือพวกเขามักจะรู้สึกแย่ที่ไม่ได้เสียสละตัวเองเพื่อประเทศ และรู้สึกว่าตนทำให้ทุกคนผิดหวัง แต่ก็ไม่ได้ถูกปฏิบัติที่แย่อะไรนัก

ปัญหาคือคนกลุ่มที่สองต่างหาก

 

ฮิซาชิ เทซึกะหนึ่งในนักบินที่เข้ารับการฝึกแต่ยังไม่ทันได้ขึ้นบินสงครามก็จบไปก่อน

 

แน่นอนว่าหากเอาเครื่องพุ่งชนเป้าหมายสำเร็จมันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่นักบินจะรอดกลับมาจากปฏิบัติการ ดังนั้นนักบินที่เริ่มขึ้นออกปฏิบัติการแล้วแต่ไม่ได้จบชีวิตตัวเอง ถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่

1. กลุ่มที่ออกปฏิบัติการแล้วต้องพบกับปัจจัยภายนอกจนไม่สามารถทำภารกิจได้ เช่นเครื่องบินขัดข้องกลางทางหรืออากาศไม่เป็นใจ

2. กลุ่มที่ออกปฏิบัติการแล้ว และเครื่องบินก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่กลับไม่กล้าพอที่จะจบชีวิตตัวเองจริงๆ

 

เคอิจิ คุวาฮาระ ในวัย 17 ปี ยอมรับว่าตนถึงกับ “หน้าซีด” และกลัวมากเมื่อเขาได้รับคำสั่งให้เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยคามิกาเซะ

 

คนกลุ่มแรกนั้นตามปกติแล้วหากยืนยันได้ว่าพวกเขากลับมายังฐานทัพเพราะเหตุจำเป็นจริงๆ พวกเขาจะไม่ถูกลงโทษใดๆ และแค่ต้องเตรียมตัวออกปฏิบัติการใหม่ในภายหลังเท่านั้น

ในขณะที่สำหรับกลุ่มที่สองหากพวกเขากลับไปยังฐานทัพพวกเขาจะต้องถูกตราหน้าว่าเป็นคนขี้ขลาด ทำให้ตระกูลตัวเองเสียชื่อเสียง และลงโทษอย่างรุนแรงทั้งทางกายและทางใจ

ถึงอย่างนั้นก็ตามด้วยความที่ญี่ปุ่นในเวลานั้นเริ่มจะต้องพึ่งพาทุกอย่างที่หาได้ การลงโทษนักบินเหล่านี้จะจบอยู่ในระดับที่พวกเขาสามารถขึ้นบินได้อีกครั้งในวันต่อๆ ไป เว้นเสียแต่ว่านี่คือ “การบินครั้งสุดท้าย” ของนักบินแล้ว

 

 

การบินครั้งสุดท้ายที่ว่านี้หมายถึงเพดานจำกัดที่นักบินคามิกาเซะแต่ละคนจะสามารถกลับมายังฐานทัพได้โดยที่ทำภารกิจไม่สำเร็จ โดยนักบินแต่ละคนจะสามารถขึ้นบินได้ทั้งหมด 9 ครั้ง

และหากจำนวนนี้หมดลงแต่นักบินยังคงกลับมาฐานทัพอีก พวกเขาจะถูกประหารชีวิตในฐานะคนขี้ขลาดในที่สุด

 

USS Columbia ถูกจู่โจมโดย

 

แน่นอนว่านับกันจริงๆ แล้วมีนักบินไม่มากนักที่จะกลับมายังฐานบ่อยมากพอที่จะถูกประหารชีวิตในรูปแบบนี้ เพราะการฝึกของนักบินคามิกาเซะ โดยพื้นฐานแล้วล้วนแต่จะออกแบบมาให้นักบินหนุ่มเลือกที่จะทิ้งชีวิตตัวเองทั้งสิ้น

พวกเขาจะถูกเข้าเยี่ยมชมการฝึกจากจักรพรรดิฮิโรฮิโตะโดยตรง ถูกบอกให้เขียนจดหมายลาตายถึงที่บ้าน ต้องบินกันไปเป็นกลุ่มเพื่อกดดันไม่ให้ใครเปลี่ยนใจ แถมในแหล่งข้อมูลบางแหล่งยังถึงขั้นบอกว่า

เครื่องบินของนักบินเหล่านี้มีน้ำมันมากพอแค่การบินเที่ยวเดียวเท่านั้นเลยด้วย

 

นักบินคามิกาเซะดื่มสาเกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนภารกิจ

 

ไม่ว่าจะทางไหนเราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อเราพูดถึงฝูงบินคามิกาเซะคนส่วนใหญ่ก็คงคิดว่านักบินของฝูงบินเหล่านี้คงจะไม่มีใครที่มีโอกาสได้รอดชีวิตกลับมานัก

และนั่นก็ทำให้เหล่านักบินที่รอดชีวิตมาจากฝูงบินนี้จริงๆ มักจะกลายเป็นบุคคลที่ถูกโลกลืมไปได้ไม่ยากเลย

 

ที่มา theguardian และ historyofyesterday


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
เลือกประเภทเนื้อหา
เล่าเรื่อง-สอบถาม
ตั้งกระทู้ถาม หรือเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ พร้อมภาพประกอบเนื้อหา
รูปภาพ
โพสต์ภาพน่าสนใจ ทั้งสวยงาม น่ารัก หรือฮาๆ ก็มาได้หมด
จัดอันดับ
บทความจัดอันดับสิ่งต่างๆ สมาชิกสามารถโหวตให้อันไหนขึ้นมาติดท็อปสุดก็ได้
จัดประกวด
คล้ายบทความจัดอันดับ แต่สมาชิกสามารถส่งเรื่องของตัวเอง มาโหวตแข่งกันได้
โพลล์
ทำโพลล์สอบถามความเห็นเพื่อนๆ ว่าคิดยังไงกับแต่ละเรื่องบ้าง?