ย้อนรอย “คดีฆาตกรรมไทลินอล” คดีปิดไม่ลงเมื่อ 40 ปีก่อน ที่ทำให้ยามีบรรจุภัณฑ์แบบปัจจุบัน

Date:

เชื่อว่าในยุคปัจจุบัน คงจะไม่มีใครอีกแล้วที่ไม่เคยเห็นยาเม็ดสักครั้งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ยาแก้ปวด แก้อักเสบ หรือยาพารา

แต่เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมยาส่วนใหญ่ของโลกถึงมักจะมีบรรจุภัณฑ์เป็นแผงๆ ที่ทำให้เราต้องแกะยาออกมาทีละเม็ดกัน? ทำไมบริษัทยาส่วนใหญ่ถึงไม่เลือกที่จะบรรจุยาในขวดยาไปเลย? ทั้งๆ ที่มันน่าจะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการหุ้มยาทีละเม็ด

เชื่อหรือไม่ว่าการตัดสินใจเช่นนี้มีที่มามาจากคดีฆาตกรรมเมื่อราว 40 ปีก่อน และเราก็ยังจับตัวคนร้ายของคดีที่ว่าไม่ได้เสียด้วย

 

 

เรื่องราวของคดีฆาตกรรมที่ว่านี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน ค.ศ. 1982 เมื่อในพื้นที่เมืองชิคาโกของสหรัฐอเมริกา ได้เกิดเหตุ กลุ่มคน 4 คนในพื้นที่ต่างๆ กัน 3 แห่งได้แก่

1. เด็กสาววัย 12 ปีชื่อ แมรี่ เคลเลอร์แมนในแถบชานเมือง

2. พนักงานไปรษณีย์ วัย 27 ปีจากอาร์ลิงตันไฮทส์ ชื่อ อดัม เจนัส

3. ครอบครัวของ อดัม เจนัส ซึ่งประกอบด้วย สแตนลีย์ เจนัส ผู้เป็นพี่ชาย และ เทเรซ่า เจนัส น้องเขยของเขา

ทั้งหมดได้เสียชีวิตอย่างมีปริศนาจากพิษไซยาไนด์ หลังจากที่พวกเขาทานยาพาราเซตามอลของแบรนด์ยาชื่อดังอย่าง “ไทลินอล” ที่ผลิตโดย “จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน” เข้าไป

 

 

ในตอนแรกนั้นทางตำรวจไม่ได้ มองการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นว่ามาจากพิษในตัวยาโดยตรง แต่เป็นเหตุผลต่างๆ กันอย่างอาการหัวใจวาย หรือรับยาเกินขนาดเป็นหลัก

อย่างไรก็ตามในหลายวันต่อมาตำรวจกลับพบว่ามีผู้เสียชีวิตในรูปแบบนี้อีกถึง 3 รายโดยทั้งหมดล้วนแต่มียาพาราเซตามอลไว้ในครอบครอง

และขวดยาส่วนใหญ่ก็มีกลิ่นอัลมอนด์ อันเป็นลักษณะของไซยาไนด์ด้วย

 

 

เรื่องที่เกิดขึ้นนี้แน่นอนว่าทำให้สินค้าจากไทลินอลและจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันต้องถูกทำการตรวจสอบอย่างละเอียดในทันที อย่างไรก็ตามทางตำรวจกลับพบว่าสินค้าของบริษัทยาเหล่านี้ ไม่ได้มีขั้นตอนการผลิตใดๆ ที่น่าจะเป็นปัญหาเลย

กลับกันตัวยาที่เหยื่อส่วนมากทานเข้าไปนั้น กลับมีร่องรอยของการถูกดัดแปลงหลังจากออกจากมือผู้ผลิต ซึ่งหากบวกกับการที่เหตุแบบนี้เกิดแค่ในชิคาโก

ทางตำรวจก็คาดว่านี่น่าจะเป็นการลงมือของผู้ไม่หวังดี ที่แอบเอายาออกจากชั้นวางขาย ฉีดไซยาไนด์ลงในแคปซูลเจลก่อนปิดผนึกบรรจุภัณฑ์อีกครั้ง และวางมันกลับลงไปบนชั้น

 

 

น่าเสียดายที่ด้วยลักษณะการลงมือแบบนี้ ถือว่าตามจับได้ยากมากในสมัยนั้น และแม้ต่อมาทางจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันจะได้รับจดหมายขู่เอาเงินแลกกับการหยุดฆ่าคน ที่เชื่อว่ามาจากผู้ลงมือก็ตาม

สุดท้ายแล้วเมื่อผู้ส่งจดหมายโดนจับทางตำรวจก็พบว่าเขาแค่อาศัยจังหวะข่าวไม่ดีเพื่อรีดไถเงินจากจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันเท่านั้น ไม่ใช่คนที่ลงมือผสมไซยาไนด์ลงในยาจริงๆ

(ชายคนนี้ต่อมาถูกตัดสินโทษข้อหาขู่กรรโชกทรัพย์และต้องรับโทษจำคุก 20 ปี)

 

เพื่อไม่ให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกตลอดช่วงการสืบสวนและหลังจากคดีนี้ บริษัทหลายแห่งจึงปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ยาของตัวเองใหม่

ไม่ว่าจะเป็นการบรรจุยาแบบ 3 ชั้นในกล่องปิดกาว มีซีลฟอยล์ และแหวนพลาสติกรอบคอขวด การหันไปใช้ยาแบบที่ไม่เป็นแคปซูลเพื่อให้ยากต่อการฉีดสารไม่พึงประสงค์เข้าไป หรือการหันไปใช้แผงยาเพื่อให้ง่ายต่อการสังเกตว่ายาถูกแกะหรือไม่

 

 

ไม่นานนักความพยายามเหล่านี้ก็ถูกนำไปออกแบบเป็นกฎหมายบรรจุภัณฑ์ยาของทางองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ และกลายเป็นมาตรฐานที่ถูกใช้ต่อไปทั่วโลก

เรียกได้ว่าแม้จะจับคนร้ายไม่ได้ก็ตาม แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นก็นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการยาเลยจริงๆ

 

ที่มา iflscience และ pbs

Share post:

Subscribe

spot_imgspot_img

Popular

More like this
Related

เว็บวาไรตี้ดัง Buzzfeed ปลดพนักงาน 180 คน แล้วเอา AI มาเขียนคอนเทนต์แทน

เป็นอีกหนึ่งสัญญาณ ที่บ่งบอกว่าตอนนี้ AI กำลังจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเหล่ามนุษย์ ล่าสุดมีรายงานว่า Buzzfeed เว็บข่าววาไรตี้ชื่อดังของประเทศสหรัฐอเมริกา กำลังทำงานร่วมกันกับบริษัท OpenAI ผู้พัฒนา...

สุดช็อตฟีล “Netflix” บอกให้ “โควตซีนที่ชอบที่สุด” เจอบอก “แต่แอปพี่ แคปแล้วจอดำนะ”

กำลังเป็นจังหวะขำๆ ในโลกออนไลน์เลยครับ เมื่อช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ทวิตเตอร์ Netflixth ได้ออกมาทวีตบอกให้ผู้ติดตาม "โควตซีนที่ชอบที่สุดใน Netflix" มาแบ่งปันกัน แต่ปัญหาคืออย่างที่หลายๆ...

เขียนโค้ดขั้นต้น อาจจะง่ายขึ้นอีกขั้น OpenAI จ้าง “กองทัพนักพัฒนา” ช่วยฝึก AI ให้ เขียนโค้ดเก่งยิ่งขึ้นอีก

เมื่อพูดถึงความสามารถที่กำลังเป็นที่จับตามองของ ChatGPT "การเขียนโค้ด" ก็คงเป็นหนึ่งในสิ่งที่หลายๆ คิดขึ้นมาเป็นอย่างแรกๆ ดังนั้นนี่จึงอาจจะเป็นข่าวที่น่าจับตามองเลย เมื่อล่าสุดนี้เองสำนักข่าวในต่างประเทศได้ออกมารายงานว่าบริษัท OpenAI เจ้าของ ChatGPT...

อดีตพนักงาน Meta อ้าง “Facebook” จงใจให้แอป กินแบตผู้ใช้กว่าที่ควร เพื่อเอาพลังงานไป “ทดลองฟีเจอร์ใหม่”

ถือเป็นอีกหนึ่งข่าวที่ฟังดูไม่ค่อยจะดีของ Facebook เลยครับ เมื่อล่าสุดนี้เอง ได้มีอดีตพนักงานของบริษัท Meta ชื่อ George Hayward...