เผยภาพดาวเทียมล่าสุด หลังภูเขาไฟใต้น้ำระเบิด จากที่เป็น “เกาะ” เชื่อมกัน ตอนนี้หายต๋อมไปแล้ว


2 แชร์

การระเบิดของภูเขาไฟใต้ทะเลบริเวณเกาะฮังกา-ฮายาไป ได้รับความสนใจไปทั่วโลก เพราะนอกจากจะเป็นการระเบิดครั้งใหญ่แล้ว ยังส่งผลกระทบทั้งเรื่องของเสียง ทั้งเรื่องของคลื่น นำไปสู่การเตือนภัยสึนามิในแถบประเทศแปซิฟิกแทบทั้งหมด

 

สำหรับเกาะฮังกา-ฮายาไป อยู่ใกล้กับประเทศตองกา ก่อนหน้าการระเบิดในปี 2014 นั้นมีลักษณะเป็น 2 เกาะที่อยู่ห่างกัน แต่จากการระเบิดทำให้เถ้าทับถม จนกลายเป็นเหมือนเกาะเพียงเกาะเดียว

โดยจะสังเกตได้ว่าแนวเกาะที่อยู่ห่างกันนั้นยังเห็นเป็นแนวเขาที่ค่อนข้างชัดเจน ส่วนที่เป็นเถ้าภูเขาไฟ ก็เป็นพื้นที่แยกชัดเจนเช่นกัน

 

ภาพจากอีกมุมหนึ่ง

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ภูเขาไฟจะปะทุครั้งล่าสุดในวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมานั้น ก่อนการระเบิดได้มีภาพหนึ่งกลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์

นั่นก็คือภาพของปากปล่องภูเขาไฟที่ยุบตัวลงไป ก่อนการระเบิดเพียงไม่กี่ชั่วโมง จนเกาะทั้งสองกลายเป็นพื้นที่แยกห่างจากกันอีกครั้ง

 

โพสต์แสดงภาพก่อนระเบิดไม่กี่ชั่วโมง

 

ล่าสุด หลังจากการปะทุของภูเขาไฟเริ่มเบาบางลง มีการเปิดเผยภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดจากทางสำนักข่าวซินหัว ซึ่งเป็นภาพที่ทำให้เราแปลกใจไม่น้อยอีกเช่นกัน

โดยเราจะเห็นว่า เมื่อเทียบกับตัวเกาะเดิม พื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะนั้นจมลงใต้ทะเล ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าเกิดจากการยุบตัวของพื้นดินบริเวณที่เคยเป็นเกาะเดิม

 

ภาพเปรียบเทียบระหว่างวันที่ 11 เมษายน 2021 กับ 17 มกราคม 2022

 

รายงานระบุว่าภาพถ่ายเหล่านี้บันทึกโดยดาวเทียมเวิลด์วิว02 (Worldview02) ดาวเทียมเซนติเนล-1 (Sentinel-1) ดาวเทียมเรดาร์ชนิดช่องรับคลื่นสังเคราะห์ (SAR) และดาวเทียมเกาเฟิน-1 (Gaofen-1)

ซึ่งเผยให้เห็นว่าพื้นที่บางส่วนของเกาะฮังกา-ฮายาไป สูญหายหลังเกิดเหตุภูเขาไฟใต้ทะเลปะทุรุนแรง

 

ภาพดาวเทียมเปรียบเทียบชัดๆ ระหว่างวันที่ 4 มกราคม 2022 ประมาณ 10 วันก่อนการระเบิด

 

และพื้นที่เดียวกัน ในวันที่ 16 มกราคม เพียงไม่ถึง 48 ชั่วโมงหลังการระเบิด

 

ภาพล่าสุดนี้ ทำให้เราได้เห็นทั้งความมหัศจรรย์ ความยิ่งใหญ่ และการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าทึ่งของสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นโดยพลังของธรรมชาติเอง

ทั้งนี้ ภูเขาไฟฮังกา ตองกา-ฮังกา ฮายาไป (Hunga Tonga-Hunga Ha’apai) ซึ่งอยู่ใต้ทะเลใกล้กับเกาะฮังกา-ฮายาไป เกิดการปะทุรุนแรงเมื่อช่วงเช้าวันที่ 14  มกราคม และปะทุซ้ำอีกครั้งช่วงบ่ายวันที่ 15 มกราคม

ส่งผลทำให้มวลเถ้าถ่านภูเขาไฟ ก๊าซ และไอน้ำพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า วัดความสูงได้ถึง 20 กิโลเมตร และสร้างผลกระทบไปไกลนับพันกิโลเมตร

 

เรียบเรียง #ประธานเหมียว


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

2 แชร์
ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
ปิดพัฒนาระบบ เจอกันอีกเร็วๆ นี้นะครับ