ไขปริศนาคาใจ ทำไมต้นไม้ที่เชอร์โนบิล ถึงไม่ตายไปเพราะกัมมันตรังสี

Date:

เมื่อพูดถึงภัยพิบัติเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล เชื่อว่าคงมีหลายๆ คนที่นึกภาพของดินแดนแห่งความตายที่สิ่งมีชีวิตไม่อาจที่จะเข้าไปอาศัยอยู่ได้ขึ้นมาเป็นสิ่งแรกๆ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว พื้นที่ของเชอร์โนบิลจริงๆ แล้วมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่มากกว่าที่เราคิด เพราะนอกจากเหล่าสัตว์ป่าที่เริ่มกลับเข้าไปอยู่ในพื้นที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแล้ว

เหล่าพันธุ์ไม้ที่อยู่ในพื้นที่เอง โดยมากก็ไม่ได้ตายไปด้วยกัมมันตรังสีมาตั้งแต่แรกแล้วด้วย สังเกตได้จากภาพถ่ายหลายๆ ภาพตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน

 

 

เชื่อว่าเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คงมีเพื่อนๆ หลายคนไม่น้อยที่เริ่มสงสัยกันขึ้นมาแล้วว่าเพราะอะไรกัน ต้นไม้ในพื้นที่เชอร์โนบิลถึงสามารถเอาชีวิตรอดได้ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยระดับกัมมันตรังสีที่สูงจนคนคงตายไปสักสิบรอบได้

เพื่อที่จะตอบคำถามนี้ ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าอันตรายของกัมมันตรังสีต่อสิ่งมีชีวิตนั้นโดยมากแล้วจะมาจากการที่มันส่งผลกระทบต่อเซลล์และ DNA ของสิ่งมีชีวิต

ไม่ว่าจะโดยการทำให้เซลล์ตายไปอย่างรวดเร็ว (ในกรณีที่โดนกัมมันตรังสีมากๆ) หรือทำให้เซลล์เปลี่ยนแปลงไปจากที่ควร (อย่างเนื้องอก หรือมะเร็ง)

 

 

แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงแบบนี้ย่อมเป็นอันตรายต่อสัตว์ป่าและมนุษย์อย่างเห็นได้ชัด เพราะเซลล์และอวัยวะในร่างกายของเรานั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้ทำงานไปด้วยกัน ดังเช่นที่มนุษย์จะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้หากขาดสมอง หัวใจ หรือปอด

กลับกันสำหรับพืชแล้ว พวกมันมีระบบภายในที่ยืดหยุ่นกว่ามนุษย์และสัตว์มาก เนื่องจากพวกมันไม่สามารถขยับตัวเพื่อหนีจากพื้นที่อันตรายได้ ดังนั้นแทนที่จะมีโครงสร้างที่ถูกกำหนดตายตัวแบบสัตว์ พืชจะ “สร้าง” โครงสร้างขึ้นในระหว่างที่มันเติบโต

 

 

และหนึ่งในความสามารถที่สำคัญที่สุดในการสร้างโครงสร้างขึ้นมาใหญ่ของพืช ก็คือความสามารถในการสร้างเซลล์ทุกชนิดที่ต้นไม้ส่วนนั้นต้องการขึ้นมาใหม่นั่นเอง (เช่นการที่เราสามารถงอกรากพืชจากกิ่งที่ตัดมาได้เป็นต้น)

ความสามารถทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ช่วยให้พืชทดแทนเซลล์ที่เสียไปจากกัมมันตรังสีได้ดีกว่าสัตว์มาก

อีกทั้งต่อให้ DNA ของพวกมันได้รับความเสียหายจนสร้างเนื้องอกขึ้นมา เนื้องอกเหล่านั้นก็มักจะไม่กระจายไปตามส่วนต่างๆ เหมือนมะเร็งในสัตว์ ด้วยระบบผนังรอบเซลล์พืช ทำให้ต่อให้มีเนื้องอกพืชก็จะสามารถจัดการกับมันได้ง่ายๆ

 

 

เท่านั้นยังไม่พอนักเมื่อนักวิจัยลองทำการตรวจสอบพืชในพืชที่เชอร์โนบิล พวกเขาก็ยังพบอีกว่าพืชเหล่านี้นั้นมีการปรับเปลี่ยนสารเคมีในตัวเองเพื่อให้ตัวเองได้รับความเสียหายจากกัมมันตรังสีได้ยากขึ้นอีกด้วย

เรียกได้ว่าเป็นการปรับตัวที่น่ากลัวมากๆ จนไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมพืชจึงสามารถเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ที่โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลมาได้

 

 

และก็เป็นพลังแห่งการปรับตัวนี้เองที่ทำให้แนวคิดเรื่องดินแดนรกร้างหลังสงครามนิวเคลียร์ที่สื่อต่างๆ นำเสนอในปัจจุบัน ค่อยๆ เปลี่ยนไปจากทะเลทรายกว้างเป็นป่าเขียวขจีไปในช่วงหลายปีมานี้นั่นเอง

 

ที่มา livescience

Share post:

Subscribe

spot_imgspot_img

Popular

More like this
Related

Tom Hiddleston กำลังจะมีเจ้าตัวน้อยคนแรกกับคู่หมั้นสาว Zawe Ashton แล้ว

เผลอแปบเดียวโลกิ หรือ Tom Hiddleston ของพวกเรากำลังจะมีเจ้าตัวน้อยออกมาลืมตาดูโลกแล้วค่ะ เมื่อล่าสุดคู่หมั้นสาว Zawe Ashton วัย 37...

สโมสรเทนนิสทดลองใช้ “น้องหมา” แทนเด็กเก็บบอล สุดท้ายแผนล่ม เพราะน้องไม่ยอมคืนบอลให้

"เด็กเก็บบอล" ถือเป็นหน้าที่สำคัญในการแข่งขันเทนนิส และด้วยความที่ "น้องหมา" เป็นสิ่งมีชีวิตที่เก่งกาจในเรื่องของการวิ่งไล่เก็บลูกกลมๆ ทางบริษัทประกันสัตว์เลี้ยงอย่าง ManyPets จึงผลักดันให้มีแผนการใช้น้องหมาแทนเด็กเก็บบอลในทัวร์นาเมนต์การแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดัน 2023 ซะเลย ไม่นานมานี้ทางสโมสรวิลตัน...

กลุ่มวัยรุ่นจี้ชิง “เข็มพระเกี้ยว” นักเรียนบดินทรเดชา-ทำร้ายร่างกาย สารภาพ ‘แค่อยากได้’…

#เหมียวขี้ส่อง ถึงกับต้องทำหน้างง เมื่อกลุ่มชาย 3 คน ทำการจี้เข็มพระเกี้ยวของนักเรียนบดินทรเดชา อยากรู้เหลือเกิน ทำเพื่อ..?? เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 29...

JSL ยุติการดำเนินงานบางส่วน 8 ปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบหนัก ทั้งโควิดและดิจิตอลดิสรัปชั่น

ช่วงเมื่อคืน (29 มิถุนายน 2565) มีข่าวแว่วข่าวลือมาว่าบริษัทด้านสื่อรายใหญ่ที่มีอายุยืนคู่สังคมไทยมานาน กำลังจะทำการปิดตัวแบบฟ้าผ่า ทำให้หลายคนต่างพากันเดาว่าจะเป็นบริษัทไหน... ปรากฎว่าในเช้าวันที่ 30 มิถุนายน...