มหาวิทยาลัยสหรัฐฯ ออกแบบเทคโนโลยีใหม่ ฝังในแขนช่วยให้คุณหลับได้ ในทุกที่ทุกเวลา

Date:

เคยเป็นกันไหม? พอเวลาถึงเวลาที่สมควรจะหลับทีไร ยังไงๆ ก็หลับไม่ลงเสียที จนหลายๆ ทีก็ถึงขั้นต้องพึ่งยานอนหลับ แล้วสุดท้ายก็ต้องมานั่งบ่นว่าทำไมเราถึงไม่สามารถนอนเวลาที่อยากนอนเสียที

ถ้าคำตอบของคุณคือ “ใช่” ก็ขอให้ดีใจได้เลย ปัญหาที่ว่านี้มันอาจจะหมดไปในอนาคตอันใกล้นี้แล้วก็ได้!!

 

 

นั่นเพราะเมื่อล่าสุดนี้เองทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์นสหรัฐอเมริกา ก็เพิ่งจะออกมาเปิดเผยการออกแบบอุปกรณ์แบบฝังในร่างกายตัวใหม่ ซึ่งจะสามารถทำให้คุณควบคุมวงจรการนอนหลับ/ตื่น ได้ดั่งใจเลย

โดยเจ้าอุปกรณ์ตัวใหม่นี้มีชื่อว่า “NTRAIN” (Normalizing Timing of Rhythms Across Internal Networks of Circadian Clocks) อุปกรณ์ที่ผสมผสานการใช้ชีววิทยาสังเคราะห์และไบโออิเล็กทรอนิกส์

ในการกระตุ้นการสร้างเปปไทด์สำคัญหลายชนิด ด้วยการใช้แสงจากอุปกรณ์ที่ถูกฝังลงไปในร่างกาย ก่อนที่จะยิงเปปไทด์ที่ได้มาไปเลี้ยงร่างกายโดยตรงในเวลาที่ต้องการ ส่งผลให้ผู้ใช้รู้สึกง่วงได้แม้ไม่ใช่เวลานอนปกติ

ซึ่งทางทีมวิจัยอ้างว่า จะสามารถช่วยให้ผู้ที่วัฏจักรการนอนได้รับผลกระทบจากชั่วโมงการทำงานที่ผิดปกติ การย้ายไทม์โซน หรือแค่เป็นโรคนอนไม่หลับ สามารถนอนหลับได้ง่ายขึ้น

 

 

“ระบบควบคุมนี้ช่วยให้เราส่งเปปไทด์ประเภทเราอยากได้ เข้าสู่กระแสโลหิตโดยตรงตามความต้องการ

ไม่จำเป็นต้องพกยา ไม่จำเป็นต้องฉีดอะไร

และขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้ทำให้เครื่องใช้ได้นานแค่ไหน คุณอาจไม่จำเป็นต้องเติมอะไรให้เครื่องนี้เลยด้วยซ้ำ
แค่ฝังมันทีเดียวคุณจะเหมือนได้ร้านขายยาที่ไม่มีวันหมดเลย”

Jonathan Rivnay ผู้ตรวจสอบหลักของโครงการระบุ

 

 

โครงการที่ว่านี้ในปัจจุบันได้รับทุนจากสำนักโครงการวิจัยขั้นสูงด้านกลาโหมสหรัฐฯ หรือ DARPA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมันจะทำให้พวกเขาได้รับเงินทุนกว่า 1 พันล้านบาทเป็นเวลานานถึง 4 ปีครึ่ง

ภายใต้แนวคิดที่ว่ากลาโหมจะสามารถเอา NTRAIN ไปใช้งานกับหน่วยงานสำคัญต่างๆ อย่างหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้น (First Responder) คนงานกะซึ่งรับผิดชอบงานสำคัญๆ และแน่นอนว่ารวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารด้วย

 

 

นั่นทำให้ในปัจจุบันโครงการ NTRAIN นั้น ได้ถูกวางขั้นตอนการวิจัย เป็นสามขั้นตอนใหญ่ๆ อย่างเป็นทางการแล้ว โดยในขั้นตอนแรกของการวิจัยจะเป็นการสร้างตัวอุปกรณ์ขึ้นมาจริงๆ

ก่อนที่มันจะถูกนำไปทดลองว่าให้งานได้อย่างที่หวังไหมในการทดลองขั้นที่สอง และนำไปทดลองกับมนุษยืจริงๆ ในในการทดลองขั้นที่สามซึ่งเป็นขั้นสุดท้ายอีกที

 

 

และในกรณีที่ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ทางทีมงานก็หวังว่าในอนาคตปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับก็อาจจะกลายเป็นอดีตไป

ในขณะที่ระบบของพวกเขาเองก็อาจจะถูกนำไปประยุกต์ใช้เพื่อส่งมอบโมเลกุลอื่นๆ ซึ่งอาจมีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ต่อไปได้เลย

 

ที่มา iflscience

Share post:

Subscribe

spot_imgspot_img

Popular

More like this
Related

เผยภาพล่าสุด “อาจารย์แม่” นักพูดชื่อดัง ในวัย 87 ปี หลายคนบอก จำเสียงได้ขึ้นใจเลย

ชาวเน็ตแชร์ภาพอาจารย์แม่ อดีตนักพูดชื่อดังในวัย 87 ปี หลายคนบอกแค่เห็นภาพก็จำเสียงได้แล้ว เมื่อไม่นานมานี้ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพของ อาจารย์แม่ รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ ครูบาอาจารย์...

‘บาส’ ถูกศาลเชียงรายสั่งจำคุก ด้วย ม.112 จำนวน 27 กระทง จำนวน 42 ปี ก่อนลดโทษเหลือ 28 ปี

'บาส - มงคล ถิระโคตร' พ่อค้าเสื้อออนไลน์และนักกิจกรรมการเมืองจังหวัดเชียงรายวัย 29 ปี ถูกศาลเชียงรายสั่งจำคุกด้วย ม.112...

เตรียมย้ายมาเป็นเสี่ย! สเปอส์ จ่อคว้าตัว “เปโดร ปอร์โร่” มาเล่นกับราชาเบอร์ 10

ล่าสุด ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทีมจากกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ ได้มีข่าวว่ากำลังเจรจาขั้นตอนสุดท้ายในการคว้าตัว "เปโดร ปอร์โร่" ครับ เปโดร ปอร์โร่...

พี่คือฮีโร่ตัวจริง! สาเหตุที่ Jeremy Renner โดนรถตักหิมะทับ เพราะพยายามหยุดรถ เพื่อช่วยหลานชายไม่ให้ถูกทับ

ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมามีอีกหนึ่งข่าวที่น่าตกใจคือ Jeremy Renner หรือ ฮอว์คอาย ของพวกเราถูกรถตักหิมะ (PistenBully) ทับ จนบาดเจ็บสาหัสและต้องพักฟื้นร่างกายนานหลายเดือน ก่อนหน้านี้...