วิจัยพบ ทานสารให้ความหวานแทนน้ำตาลมากไป เสี่ยงเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้น ไม่ต่างอะไรจากน้ำตาลเลย


ด้วยสังคมที่มีแนวโน้มจะรักสุขภาพขึ้นทุกวันเช่นนี้ “สารให้ความหวานแทนน้ำตาล” ได้กลายเป็นอีกหนึ่งวัตถุปรุงอาหาร ที่กำลังมีบทบาทอย่างมาก ในผลิตภัณฑ์หลายชนิดไปแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามในทางวิทยาศาสตร์ มันก็ยังคงเป็นเรื่องถกเถียงกันเรื่อยมาว่าสารให้ความหวานเหล่านี้ จะปลอดภัยจริงๆ หรือไม่ เพราะอย่างล่าสุดนี้เองในงานวิจัยใหม่จากที่ฝรั่งเศสนักวิทยาศาสตร์ก็เพิ่งจะออกมารายงานว่า

คนที่ทานสารให้ความหวานแทนน้ำตาลในปริมาณสูงกว่าค่าเฉลี่ยนั้น จะมีแนวโน้มเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยถึง 13% ซึ่งทำให้สารให้ความหวานเหล่านี้มีความเสี่ยง เกี่ยวกับมะเร็งไม่ต่างอะไรจากน้ำตาลเลย

นักวิทยาศาสตร์พบความจริงในข้อนี้จากการเก็บข้อมูลการทานอาหารจากผู้ใหญ่ชาวฝรั่งเศส 102,865 คนในช่วงเวลาเฉลี่ยเกือบแปดปี ก่อนนำมันไปเปรียบเทียบกับอัตราการเกิดมะเร็งของคนเหล่านั้น

โดยพวกเขาพบว่าทานสารให้ความหวานอย่าง “แอสพาร์เทม” หรือ “เอซีซัลเฟมเค” สูงกว่าค่าเฉลี่ย จะพบกับความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งโดยรวมเพิ่มขึ้นถึง 15% และความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น 22%

แถมอัตราที่สูงขึ้นนี้ยังดูจะมีความเชื่อมโยงกับโรคมะเร็งที่เกี่ยวกับโรคอ้วนด้วย ซึ่งทำให้ผลกระทบของสารให้ความหวานต่อมะเร็ง ออกมาใกล้เคียงกับผู้ทานน้ำตาลสูงกว่าค่าเฉลี่ยตามปกติเลย

แน่นอนว่าแม้ผลทดลองจะออกมาเช่นนี้ มันก็ไม่ได้หมายความว่าสารให้ความหวานจะเป็นสิ่งที่ก่อมะเร็งโดยตรงแต่อย่างไร เพียงแต่ตัวเลขทั้งสองมีความสัมพันธ์กันและแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นก็เท่านั้น

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามการศึกษานี้ก็แสดงให้เห็นได้เป็นอย่างดีว่าการเปลี่ยนมาทานสารให้ความหวานแทนน้ำตาล อาจจะไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่หลายคนคิด

และการทานหวานมากเกินไป ก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีทั้งสิ้น ไม่ว่าความหวานนั้นจะมาจากน้ำตาลหรือสารให้ความหวานทดแทนก็ตาม

 

 

ที่มา

journals.plos.org/plosmedicine/article?id=10.1371/journal.pmed.1003950

www.iflscience.com/health-and-medicine/artificial-sweeteners-linked-increased-cancer-risk-large-scale-study/

theconversation.com/sweeteners-may-be-linked-to-increased-cancer-risk-new-research-179709


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
ปิดพัฒนาระบบ เจอกันอีกเร็วๆ นี้นะครับ