รองสำนักแรงงานปักกิ่ง ลงพื้นที่เป็นไรเดอร์ส่งอาหาร รับรู้ปัญหาหน้างานจริง-ไปแก้ให้ตรงจุด

Date:

ว่ากันด้วยเรื่องของการแก้ปัญหาของภาครัฐที่ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นการสั่งการลงมาจากผู้มีตำแหน่งสูงกว่า ให้เจ้าหน้าที่ระดับล่างลงมือปฏิบัติตามคำสั่งที่ได้รับมาแบบเป๊ะๆ ไม่ค่อยมีการรับฟังข้อมูลหรือลงพื้นที่จริงเพื่อให้การแก้ไขนั้นตรงจุดอย่างลงตัวและบรรลุผล

 

 

ยกตัวอย่างเช่นการได้รับคำสั่งปฏิบัติให้แก้ไขปัญหาจากคนมีตำแหน่งระดับสูง จึงเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ระดับรองลงมาที่ต้องมานั่งคิดนั่งเขียนนโยบายในห้องทำงานของตน ที่ประชาชนมักจะคอยตำหนิว่าเอาแต่นั่งในห้องทำงาน ไม่เคยมาเจอหรือสัมผัสชีวิตของคนทำมาหากินจริงๆ

 

 

และเรื่องของนายหวังหลิน รองผู้อำนวยการสำนักแรงงานมัพันธ์ กรมสวัสดิการแห่งกรุงปักกิ่ง ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวอย่างให้กับเจ้าหน้าที่รัฐจนโด่งดังได้ใจประชาชนไปเมื่อไม่นานมานี้

นั่นก็เป็นเพราะว่าเขาได้ลงพื้นที่ไปสัมผัสชีวิตแรงงานของชาวบ้านด้วยตัวเอง ลองสัมผัสชีวิตการทำงานของไรเดอร์ขับมอเตอร์ไซค์ไปส่งอาหารตามจุดต่างๆ

 

 

โดยนโยบายนี้เป็นคำสั่งจากปักกิ่งที่สั่งมาตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา โดยระบุให้หน่วยงานระดับกรมและสำนักลงไปสัมผัสกับชีวิตจริงในสังคมที่เป็นอยู่

 

 

ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเรียนรู้ถึงปัญหาและข้อเสียต่างๆ รวมไปถึงความทุกข์และความเสี่ยงของผู้ใช้แรงงาน โดยเจาะจงลงไปที่กลุ่มไรเดอร์ขับมอเตอร์ไซค์ส่งอาหาร ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามความต้องการของสังคม

 

 

อย่างไรก็ตามสวัสดิการและสวัสดิภาพของแรงงกลุ่มนี้ยังไม่ได้รับการคุ้มครอง รวมไปถึงยังถูกเอาเปรียบจากบริษัทต้นสังกัดหรือมักจะเรียกพวกเขาเป็นพาร์ทเนอร์

 

 

รองผู้อำนวยการหวังหลินจึงอาสาเป็นตัวแทนของสำนักมาสัมผัสชีวิตของไรเดอร์ว่าจะเป็นอย่างไร พวกเขาจะต้องเจอกับอะไรบ้างในแต่ละวัน และรายได้นั้นจะมากมายขนาดไหน? ด้วยการเริ่มต้นฝึกงานร่วมกับไรเดอร์ตัวจริงเป็นเวลา 1 วัน ก่อนที่จะต้องออกมาลุยเดี่ยวในวันถัดไป

 

 

โดยในวันแรกของท่านรองนั้นไม่ได้เรียบง่ายเสียทีเดียว เพราะเขาดันไปส่งผิดอาคารบ้าง หาร้านไม่เจอบ้าง โทรติดต่อลูกค้าไม่ได้ พบกับการจราจรที่แออัดติดขัดไปส่งช้าทำให้โดนปรับเงิน

นอกจากนี้ยังมีสารพัดปัญหาอีกมากมายที่จะต้องเจอในแต่ละวัน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่บรรดาเหล่าไรเดอร์หาเช้ากินค่ำต้องเจอทุกวัน

 

 

ถัดมาในวันที่สอง ท่านรองต้องมาลุยเดี่ยวแบบไม่มีพี่เลี้ยง อาศัยประสบการณ์ในวันแรกมาเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง โดยตั้งเป้าจะขอทำรอบให้ได้เงินอย่างน้อย 100 หยวน (580 บาท) ขี่ส่งอาหารแบบนอนสต็อป 12 ชั่วโมงเต็ม

 

 

ทว่ามันก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวังต้องการเนื่องจากเวลาทั้งหมด 12 ชั่วโมงนั้น เขากลับรับส่งอาหารได้เพียงแค่ 5 ออเดอร์เท่านั้น ได้เงินมาแบบไม่คุ้มเหนื่อยอยู่ที่ 41 หยวน (197 บาท) ซึ่งแน่นอนว่าเป็นจำนวนเงินที่น้อยมากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพในปักกิ่ง

 

 

ที่หนักไปกว่านั้นก็คือเจอการจราจรติดขัดช่วงค่ำ ทำให้การวิ่งรถไปส่งอาหารนั้นล่าช้าว่าเวลานัดหมาย โดนหักเงินสูงถึง 60% จนได้ค่าจ้างเพียงแค่ 6.6 หยวน (31 บาท)

 

 

ท่านรองเปิดเผยความรู้สึกว่างานแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย จนถึงขนาดที่ตัวเองรู้สึกท้อเพราะทำงานหนัก 12 ชั่วโมงแต่ทำเงินได้เพียงน้อยนิด ไม่ได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้เลย

ซึ่งการลงพื้นที่สัมผัสชีวิตไรเดอร์ของนายหวังลินนั้นจะถูกนำไปเขียนรายงานและปรับนโยบายเพื่อนำมาแก้ไข้และบังคับใช้ได้อย่างตรงจุดตามความพอใจของประชาชน

 

 

“ยุคปัจจุบันจะต้องมีนโยบายที่ยืดหยุ่น ลงรายละเอียดในแต่ละอาชีพ จะให้เขียนนโยบายรวมทุกอาชีพไม่ได้ เนื่องจากอาชีพเกิดใหม่จะต้องมีการหาข้อมูลให้มากกว่านี้”

“พอแล้วกับการมานั่งเขียนนโยบายจากบนโต๊ะทำงาน สวัสดิภาพแรงงานที่จะได้ผล ผู้บังคับใช้กฎหมายต้องเข้าใจอาชีพนั้นๆ อย่างแท้จริงต่างหาก”

เพื่อให้มีผลครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ การเอาเปรียบและความขัดแย้งระหว่างนายจ้างและลูกจ้างจะลดน้อยลง

 

 

ผลที่ตามมาจากการลงไปสัมผัสชีวิตแรงงานด้วยตัวเอง ต่อมาบริษัทรับส่งอาหารเจ้าใหญ่ของจีนถึงกับพากันออกแถลงการณ์ในเวลาไล่เลี่ยกันเพื่อทบทวนการปรับเงินค่าจ้างกรณีที่ไปส่งช้ากว่ากำหนด รวมไปถึงจะมีการจัดทีมงานตามสำรวจความเป็นอยู่ของไรเดอร์ พร้อมกับพัฒนาแอปให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

 

 

การกระทำดังกล่าวของรองหวังหลินทำให้เกิดการ ‘ขยับตัว’ ของหน่วยงานรัฐอื่นๆ ของจีนมากขึ้น รวมไปถึงกระตุ้นให้เหล่ากิจการร้านค้าต่างๆ ไม่เอาเปรียบประชาชนจนมากเกินไป

ทั้งนี้ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานรัฐจีนเริ่มเอาจริงเอาจังกับการลงพื้นที่ไปสัมผัสชีวิตจริงของผู้คนแล้ว ทั้งนี้ก็ทำให้รู้สึกได้ว่าชาวจีนมีรัฐบาลที่คอยดูแลปกป้องจริงๆ ไม่ใช่นั่งอยู่แต่ในห้องทำงานแล้วก็สั่งการไปวันๆ

 

ที่มา: thepaper, sina, 163

Share post:

Subscribe

spot_imgspot_img

Popular

More like this
Related

นักข่าวเผย ช่องฟรีทีวีของจีน ฉายบอลโลก ตัดช็อตซูมแฟนบอลออก กลัวประชาชนเห็นภาพฝูงชนไม่สวมหน้ากากอนามัย

อันนี้เหมือนเป็นประเด็นที่ค่อนข้างจะซีเรียส และถูกพูดถึงกันในสื่อของต่างประเทศครับ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกของประเทศจีน ที่มีนักข่าวออกมาเปิดเผยว่า มีการตัดเอาจังหวะที่กล้องจับไปบนอัฒจันทร์ออก ประเด็นนี้เกิดขึ้นกับช่อง CCTV ที่เป็นเหมือนกับช่องโทรทัศน์ฟรีทีวีหลักของจีน ซึ่งนักข่าวก็ได้เอามาเทียบให้ดูกันจะ ๆ ว่าบอลโลกที่ฉายในช่อง...

อย่างปั่น บรูโน มาร์ส โพสต์ขอบคุณแฟน ๆ ในบาห์เรน ที่มาชูป้ายบอกรัก แต่เอ๊ะ!?…

ไม่รู้ว่าพี่แกชอบแกงตัวเองหรืออะไรดี เพราะล่าสุด บรูโน มาร์ส นักร้องชื่อดัง ได้โพสต์ขอบคุณแฟน ๆ ชาวบาห์เรน ที่มาต้อนรับกันอย่างอบอุ่น โดยในภาพจะเห็นว่าแฟนคลับอุตส่าห์ทำป้ายมาให้กำลังใจ เขียนว่า...

เนย์มาร์ โผล่ดูบอลที่สนาม ในโซนแฟนบอล คนแห่รุมถ่ายรูป แต่เจ้าตัวลงภาพว่าดูผ่านทีวี

เป็นเหตุการณ์ควันหลงจากฟุตบอลโลก นัดที่บราซิลลงฟาดแข้งกับสวิตเซอร์แลนด์เมื่อคืนที่ผ่านมาครับ เรื่องของเรื่องก็คือมีผู้คนพบเห็น "เนย์มาร์" สตาร์ดังของทีมชาติบราซิล ออกมาเดินเพ่นพ่านในกรุงโดฮาประเทศกาตาร์ แถมยังไปนั่งชมทีมชาติของตัวเองเตะในโซนที่นั่งของ "แฟนบอล" ทำให้แฟนบอลหลายคนแห่รุมเข้าไปขอถ่ายรูปด้วยทั้งตอนอยู่บนอัฒจันทร์ และตอนที่เดินเล่นในเมือง   ชมคลิปได้ที่นี่ https://twitter.com/FOXSoccer/status/1596858466760466438   แต่เอ๊ะ...!? บางอย่างมันแปลก...

คลิปไวรัลชายนุ่งผ้าเช็ดตัวเล่นมือถือ กลางบ้าน แมวนั่งจ้องสิ่งน่าสงสัย ก่อนกระโดดตะปบ คนตั้งคำถาม “มันเห็นอะไร!?”

เป็นอุทาหรณ์สำหรับทาสแมว โดยเฉพาะเพศชายทั้งหลาย เวลาเข้าห้องน้ำออกมา อย่าไปเดินเพ่นพ่านผ่านเจ้าเหมียว ไม่เช่นนั้นจะโดนแบบนี้... อันนี้เป็นคลิปวิดีโอที่กำลังดังอยู่ในโซเชียลมีเดียของจีนเลยครับ เป็นคลิปจากกล้องวงจรปิดที่ตั้งเอาไว้ในบ้านของชายหนุ่มคนหนึ่ง บันทึกเหตุการณ์ตอนที่พ่อหนุ่มเจ้าของบ้านเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จมาหมาด ๆ นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมายืนกดมือถืออยู่กลางห้องนั่งเล่น ขณะเดียวกันเจ้าเหมียวที่เขาเลี้ยงเอาไว้ ตามรายงานชื่อว่าน้อง...