1. ความรู้เกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง และบัตรออกเสียงประชามติ

เข้าใจให้ชัดเกี่ยวกับ “บัตรเลือกตั้ง” และ “บัตรออกเสียงประชามติ”
ในการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ประชาชนผู้มีสิทธิจะได้รับบัตรลงคะแนนมากกว่าหนึ่งใบ ซึ่งแต่ละใบมีหน้าที่และวิธีการใช้ที่แตกต่างกัน หากไม่เข้าใจความแตกต่าง อาจทำให้เกิดความสับสนและส่งผลให้บัตรลงคะแนนกลายเป็นบัตรเสียโดยไม่ตั้งใจ การทำความเข้าใจลักษณะและวิธีใช้บัตรแต่ละประเภทจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ทุกคะแนนเสียงถูกนับอย่างสมบูรณ์
บัตรเลือกตั้งคืออะไร ใช้เลือกใคร
บัตรเลือกตั้ง คือบัตรที่ใช้สำหรับเลือกผู้แทนของประชาชนเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัตรเลือกตั้งใช้เพื่อแสดงเจตจำนงในการเลือก “ผู้แทน” หรือ “พรรคการเมือง” ตามรูปแบบของบัตรแต่ละใบ เพื่อให้เข้าไปทำหน้าที่แทนประชาชนในรัฐสภา ในการเลือกตั้งทั่วไป ผู้มีสิทธิจะได้รับบัตรเลือกตั้ง จำนวน 2 ใบ ได้แก่
บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
บัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ
บัตรออกเสียงประชามติคืออะไร ใช้ตัดสินเรื่องใด
บัตรออกเสียงประชามติ คือบัตรที่ใช้แสดงความเห็นของประชาชนโดยตรง ต่อประเด็นสำคัญของประเทศที่รัฐกำหนดให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ
การออกเสียงประชามติไม่ใช่การเลือกบุคคลหรือพรรคการเมือง แต่เป็นการตอบคำถามที่กำหนดไว้ เช่น
“เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” ต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งผลการลงคะแนนจะสะท้อนเจตจำนงของประชาชนโดยตรง
ลักษณะบัตร สี สัญลักษณ์ และข้อความสำคัญ
เพื่อป้องกันความสับสน บัตรแต่ละประเภทจะมีลักษณะแตกต่างกันอย่างชัดเจน เช่น สีของบัตรแตกต่างกัน บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง สีเขียว บัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ สีชมพู และบัตรออกเสียงประชามติ สีเหลือง มีข้อความระบุชัดเจนว่าเป็น “บัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง” “บัตรเลือกตั้ง สส.
แบบบัญชีรายชื่อ”หรือ “บัตรออกเสียงประชามติ”
มีช่องหรือสัญลักษณ์สำหรับทำเครื่องหมายกากบาท ✖ ในบัตรแต่ละประเภท
วิธีทำเครื่องหมายที่ถูกต้อง
การทำเครื่องหมายที่ถูกต้องเป็นหัวใจสำคัญของการนับคะแนน การทำเครื่องหมายผิดวิธี แม้เพียงเล็กน้อย อาจทำให้บัตรนั้นไม่สามารถนับเป็นคะแนนได้ การทำเครื่องหมายที่ถูกต้อง คือ
ใช้เครื่องหมายกากบาท ✖ ลงในช่องที่กำหนดเพียงช่องเดียวต่อบัตร
ต้องไม่ทำเครื่องหมายอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่กำหนด
ต้องไม่เขียนข้อความ หรือสัญลักษณ์ใด ๆ เพิ่มเติมบนบัตร
ตัวอย่างบัตรดีและบัตรเสีย
บัตรดี
ทำเครื่องหมายกากบาท ✖ ชัดเจน อยู่ในช่องที่กำหนด
ไม่มีรอยขีดเขียนหรือสัญลักษณ์อื่นเพิ่มเติม
ไม่ฉีก ขาด หรือบัตรเสียหาย
บัตรเสีย
ทำเครื่องหมายมากกว่า 1 ช่อง
ทำเครื่องหมายนอกช่องหรือไม่ชัดเจน
เขียนข้อความ สัญลักษณ์ หรือเซ็นชื่อบนบัตร
บัตรชำรุด ฉีก หรือมีรอยที่ทำให้ไม่สามารถระบุเจตนาได้
หากมีข้อสงสัย ควรสอบถามกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งก่อนทำเครื่องหมาย เพื่อป้องกันความผิดพลาด
สรุป: เข้าใจบัตร = เสียงไม่หาย
บัตรเลือกตั้งและบัตรออกเสียงประชามติมีหน้าที่ต่างกันแต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือการสะท้อนเจตจำนงของประชาชน การรู้จักบัตรแต่ละใบ อ่านให้ครบ และทำเครื่องหมายให้ถูกต้อง จะช่วยให้ทุกเสียงของประชาชนถูกนับอย่างสมบูรณ์
2. กระบวนการใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ

การเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติเป็นกระบวนการสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางของประเทศ เพื่อให้การใช้สิทธิเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และไม่พลาดสิทธิของตนเอง
การเข้าใจขั้นตอนตั้งแต่ก่อนเข้าหน่วยเลือกตั้งจนถึงการหย่อนบัตรจึงเป็นสิ่งจำเป็น บทความนี้จะพาไล่เรียงทุกขั้นตอนอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้อย่างมั่นใจ
เตรียมตัวก่อนไปเลือกตั้ง
การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยให้การใช้สิทธิเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่เสียเวลา ก่อนออกจากบ้าน ควรเตรียมความพร้อมดังนี้
ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งของตนเองให้เรียบร้อย
จำเบอร์คนที่รัก พรรคที่ชอบ เพื่อไม่ให้กาผิดเบอร์
เตรียมหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน (หมดอายุใช้ได้) บัตรหรือหลักฐานอื่น ที่ทางหน่วยงานราชการออกให้ที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เช่น บัตรประจำตัวข้าราชการ ใบขับขี่ พาสปอร์ต ที่ยังไม่หมดอายุ
เผื่อเวลาเดินทางไปใช้สิทธิภายในเวลาที่กำหนด คือ เวลา 08.00 – 17.00 น.
ขั้นตอนการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ
-
- ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อที่ปิดประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้ง คือ รายชื่อ
ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ - การเตรียมตัวก่อนเข้าคูหา จำลำดับที่ของตัวเอง หมายเลขผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและหมายเลขพรรคการเมืองที่จะเลือก เตรียมหลักฐานแสดงตน เช่นบัตรประชาชน (หมดอายุก็ใช้ได้) บัตรหรือหลักฐานอื่น ที่ทางหน่วยงานราชการออกให้ที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือเปิดผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD , DLT QR LICENCE , บัตรคนพิการ , ทางรัฐ
- ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อที่ปิดประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้ง คือ รายชื่อ
- แสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ยื่นหลักฐานแสดงตน แจ้งลำดับที่ ต่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
ลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส.
- ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง สส. และรับบัตรเลือกตั้ง สส. ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือ
ที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง ทั้ง 2 ประเภท รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน - เข้าคูหาลงคะแนนเลือกตั้ง สส. ทำเครื่องหมายกากบาท ✖ ลงในช่องทำเครื่องหมาย ในบัตรทั้ง 2 ใบ โดยบัตรแบ่งเขตเลือกผู้สมัครได้เพียง 1 คนเท่านั้น ส่วนบัตรแบบบัญชีรายชื่อ เลือกพรรคการเมืองได้เพียง 1 พรรค เท่านั้น
หากไม่ประสงค์เลือกใครให้กากบาท ✖ ในช่อง “ ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด”
หากไม่ประสงค์เลือกพรรคใดให้กากบาท ✖ ในช่อง “ ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด”
พับบัตรเลือกตั้งตามรอยพับ แล้วออกจากคูหา
- หย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. ลงในหีบบัตรเลือกตั้ง นำบัตรเลือกตั้งพับแล้วหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภทให้ถูกต้องด้วยตนเอง
- แสดงตนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ หลังจากหย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. เสร็จแล้วให้เดินไปยังจุดถัดไปในที่เลือกตั้งเดียวกันเพื่อขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ โดยยื่นหลักฐานแสดงตนและแจ้งลำดับที่ตาม
บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ - ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ และรับบัตรออกเสียงประชามติ ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ รับบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน
- เข้าคูหาลงคะแนนออกเสียงประชามติ เข้าคูหาและทำเครื่องหมายกากบาท ✖เพียงช่องเดียวในช่อง “เห็นชอบ“ หรือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความคิดเห็น” พับบัตรออกเสียงตามรอยพับ แล้วออกจากคูหา
- หย่อนบัตรประชามติ และออกจากที่เลือกตั้ง นำบัตรออกเสียงประชามติที่พับแล้ว หย่อนลงในหีบบัตรออกเสียงประชามติด้วยตนเอง และเดินออกจากที่เลือกตั้ง ตามทางออกที่กำหนด
หากพบปัญหาเมื่อมาใช้สิทธิ
หากพบปัญหาในระหว่างการใช้สิทธิ เช่น ไม่พบชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ ได้รับบัตรไม่ครบหรือบัตรชำรุดพบความผิดปกติในการดำเนินการเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิสามารถแจ้งหรือขอความช่วยเหลือจากกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้ทันที เพื่อให้การใช้สิทธิเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สรุป: ใช้สิทธิไม่ยาก แค่รู้ขั้นตอน
กระบวนการใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติไม่ได้ซับซ้อน หากเตรียมตัวให้พร้อม และทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง การรู้ขั้นตอนตั้งแต่เข้าหน่วยเลือกตั้งจนถึงหย่อนบัตร จะช่วยให้ทุกคะแนนเสียงของประชาชนถูกนับอย่างสมบูรณ์
3. ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และการมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง

ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และการมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง
การเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้เกิดขึ้นจากหน้าที่ของหน่วยงานรัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยกลไกตรวจสอบและการมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน หนึ่งในกลไกสำคัญนั้นคือ “ผู้ตรวจการเลือกตั้ง” ซึ่งทำหน้าที่เฝ้าระวังและดูแลความเรียบร้อยของกระบวนการเลือกตั้ง ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในฐานะผู้สังเกตการณ์และผู้แจ้งเบาะแส
ผู้ตรวจการเลือกตั้งคือใคร
ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และ ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด เป็นตำแหน่งที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเกี่ยวกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งผู้ตรวจการเลือกตั้ง คือบุคคลที่ผ่านการคัดเลือกหรือแต่งตั้ง และจัดทำเป็นบัญชีรายชื่อไว้ตามกฎหมาย เมื่อบุคคลใดได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ใดจะเรียกว่า “ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด” ซึ่งรวมถึงกรุงเทพมหานครด้วย
ผู้ตรวจการเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระ ไม่สังกัดพรรคการเมือง และไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ทำหน้าที่เป็นกลไกตรวจสอบเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย
หน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการเลือกตั้ง
การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการเลือกตั้งมีเป้าหมายเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาก่อนที่จะกระทบต่อความสุจริตของการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการเลือกตั้งมีหน้าที่และอำนาจสำคัญ ได้แก่
1.ตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ของรัฐ
และมีอำนาจแจ้งเตือนให้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากไม่แก้ไขให้ถูกต้อง ให้รายงาน กกต. ทราบโดยเร็ว
2.ตรวจสอบการกระทำที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมือง หรือการกระทำที่ทำให้การเลือกตั้ง ไม่สุจริต เที่ยงธรรม หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย
3.มีอำนาจเข้าไปในที่เลือกตั้ง หรือสถานที่นับคะแนนเลือกตั้ง
4.ปฏิบัติงานอื่นตามระเบียบ คำสั่ง ประกาศ หรือมติของ กกต. หรือที่ได้รับมอบหมายเพิ่มเติม
การทำงานร่วมกับประชาชนและเจ้าหน้าที่
ผู้ตรวจการเลือกตั้งทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้ง กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงประชาชนผู้มาใช้สิทธิ การทำงานร่วมกันในลักษณะนี้ช่วยให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบด้าน และสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
ในส่วนของเจ้าหน้าที่
ผู้ตรวจการเลือกตั้งทำหน้าที่ “ตรวจ – เตือน – ให้แก้ไข” การปฏิบัติงานในพื้นที่ หากพบว่ายังไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงรายงานให้ กกต. ทราบต่อไป ถือเป็นกลไกควบคุมคุณภาพการปฏิบัติงานในระดับพื้นที่
ในส่วนของประชาชน
กกต. ได้จัดให้มีระบบและศูนย์รับเรื่องร้องเรียน รวมถึงช่องทางแจ้งเบาะแสต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถส่งข้อมูลหรือข้อสงสัยเข้ามาได้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และหน่วยงานในพื้นที่สามารถเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงได้อย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างสถานการณ์ที่ผู้ตรวจการเลือกตั้งเข้าดูแล
ผู้ตรวจการเลือกตั้งจะทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานต่อ กกต. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ผู้ตรวจการเลือกตั้งอาจเข้าดูแลหรือสังเกตการณ์ในกรณี เช่น
พบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการหาเสียงที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย
พบความผิดปกติในการจัดการหน่วยเลือกตั้ง
มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการนับคะแนนหรือการรายงานผล
มีเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของการเลือกตั้ง
บทบาทของประชาชนในการสังเกตการณ์
การมีส่วนร่วมของประชาชนช่วยเสริมการทำงานของผู้ตรวจการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประชาชนทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลความโปร่งใสของการเลือกตั้งได้ โดยการสังเกตการณ์การดำเนินการเลือกตั้งในพื้นที่ของตน
ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด
ไม่สนับสนุนหรือมีส่วนร่วมในการกระทำที่เข้าข่ายทุจริต
แจ้งเบาะแสหรือข้อสงสัยเมื่อพบความผิดปกติ
ช่องทางแจ้งเหตุหรือข้อสงสัย
หากพบเห็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง สามารถแจ้งเบาะแสหรือข้อสงสัยได้
ผ่านช่องทางต่าง ๆ การแจ้งข้อมูลควรเป็นไปด้วยความสุจริต และไม่แจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จหรือกลั่นแกล้งผู้อื่น
– แอปพลิเคชัน ตาสับปะรด สามารถแจ้งเบาะแสได้ทั้งข้อความ ภาพ เสียง หรือคลิปวิดีโอ ดาวน์โหลดฟรี ได้ทั้งในระบบ Android และ iOS
– ศูนย์รับแจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้ง โทร.021418860 021418579 และ 021418858
– สายด่วน 1444
– สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
– สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและกรุงเทพมหานคร
สรุป: เลือกตั้งโปร่งใส เริ่มจากทุกคนช่วยกัน
ผู้ตรวจการเลือกตั้งเป็นกลไกสำคัญในการดูแลความสุจริตของกระบวนการเลือกตั้ง แต่ความโปร่งใสจะเกิดขึ้นอย่างแท้จริง เมื่อประชาชนทุกคนตระหนัก มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ และไม่เมินเฉย
4. กระบวนการจัดการเลือกตั้งโดยกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง

ในวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ ประชาชนอาจเห็นเพียงขั้นตอนการเข้าคูหาและหย่อนบัตร แต่เบื้องหลังความเรียบร้อย โปร่งใส และเป็นธรรมของกระบวนการทั้งหมดนั้น เกิดจากการทำงานของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ก่อนเปิดหน่วยไปจนถึงการปิดหีบและนับคะแนน
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจบทบาทและขั้นตอนการทำงานของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นต่อระบบการเลือกตั้งของประเทศ
กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งคือใคร
ในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง จะมีเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง คอยดูแลและอำนวยความสะดวกตลอดกระบวนการ ซึ่งประกอบด้วย
ประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียง 1 คน กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) 8 คน และกรรมการประจำหน่วยออกเสียง (กปส.) 4 คน ทำหน้าที่หลักในการจัดการและควบคุมการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติในหน่วยนั้น ๆ เช่น
ดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งและออกเสียง
ดำเนินการนับคะแนนในที่เลือกตั้งและที่ออกเสียง
รายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งและการออกเสียง
ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยเฉพาะคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ
พิจารณาและวินิจฉัยกรณีการใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ การทักท้วงเกี่ยวกับการดำเนินการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ หรือการคัดค้านการนับคะแนนหรือการรวมคะแนน
กล่าวโทษเมื่อเห็นว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียง
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 2 คน ทำหน้าที่สนับสนุนการทำงานของ กปน. และดูแลความเรียบร้อย เช่น
รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยบริเวณที่เลือกตั้งและที่ออกเสียง
สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและกรรมการประจำหน่วยออกเสียง
รักษาความปลอดภัยบัตรเลือกตั้งและบัตรออกเสียง หีบบัตรเลือกตั้งและหีบบัตรออกเสียง เอกสารและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องตลอดระยะเวลาจนเสร็จสิ้นภารกิจ
การเตรียมหน่วยเลือกตั้งก่อนเปิดลงคะแนน
ก่อนเปิดการลงคะแนน กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องเตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบ ขั้นตอนเหล่านี้ช่วยให้ทุกอย่างพร้อมและเป็นไปตามกฎหมายก่อนเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ ได้แก่
รับมอบวัสดุ อุปกรณ์ และเอกสารที่ใช้ในการเลือกตั้ง
จัดเตรียมสถานที่เลือกตั้ง วางผังพื้นที่ คูหา หีบบัตร และป้ายประกาศ
ตรวจสอบประกาศ คำสั่ง และแบบพิมพ์ให้ครบถ้วนถูกต้อง
นำคำสั่ง ประกาศต่าง ๆ ไปปิดที่ป้ายประกาศหน้าที่เลือกตั้ง/ที่ออกเสียง
เปิดหีบบัตรเพื่อตรวจนับจำนวนบัตรเลือกตั้ง/บัตรออกเสียง
และจัดทำประกาศจำนวนบัตรเลือกตั้ง/บัตรออกเสียง ปิดประกาศไว้ ณ ที่เลือกตั้ง/ที่ออกเสียง
หน้าที่ระหว่างการลงคะแนน
ในช่วงเวลาการลงคะแนน กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งมีหน้าที่สำคัญในการควบคุมกระบวนการให้เป็นไปอย่างถูกต้อง เช่น
ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและหลักฐานแสดงตนของผู้มาใช้สิทธิ
มอบบัตรเลือกตั้งให้แก่ผู้มาแสดงตนใช้สิทธิ
ควบคุมคูหาและหีบบัตรให้เป็นไปตามกฎหมาย
อำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิหย่อนบัตรเลือกตั้งด้วยตนเอง และหย่อนบัตรให้ถูกหีบ
ดูแลไม่ให้นำบัตรออกจากที่เลือกตั้ง และแนะนำผู้มีสิทธิไม่ให้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย
ช่วยเหลือคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ
จัดระเบียบการเข้าใช้คูหาและติดประกาศคำเตือนในคูหาทุกคูหา
การดูแลความเรียบร้อยและความเป็นธรรม
กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งมีอำนาจควบคุมดูแลการปฏิบัติงานในหน่วย เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย หากมีการทักท้วงหรือคัดค้าน กปน. จะต้องรับคำทักท้วง ตรวจสอบข้อเท็จจริง และบันทึกไว้ในรายงานเหตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง
ในขณะเดียวกัน ผู้แทนพรรคการเมืองสามารถเข้ามาสังเกตการณ์ได้ แต่ต้องไม่แทรกแซงหรือรบกวนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่
การปิดหน่วยและเตรียมนับคะแนน
เมื่อถึงเวลาปิดหน่วยเลือกตั้ง กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจะดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ได้แก่
เตรียมแบบพิมพ์และอุปกรณ์ที่ใช้ในการนับคะแนน
จัดสถานที่นับคะแนนให้เหมาะสมและเปิดเผย
เปิดหีบบัตรต่อหน้าผู้มีสิทธิและผู้สังเกตการณ์
นับคะแนนอย่างต่อเนื่อง เปิดเผย และบันทึกผลตามแบบรายงานที่กำหนด
หลักความโปร่งใสและตรวจสอบได้
กระบวนการจัดการเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้ง ยึดหลักความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ โดย
ทุกขั้นตอนมีแบบพิมพ์ รายงาน และการลงลายมือชื่อเป็นหลักฐาน
มีการปิดประกาศข้อมูลต่อสาธารณะ ณ หน่วยเลือกตั้ง
เปิดโอกาสให้ผู้แทนพรรคการเมืองและประชาชนสังเกตการณ์
มีระบบบันทึกเหตุการณ์และคำทักท้วง เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
สรุป: เบื้องหลังความเรียบร้อยของวันเลือกตั้ง
ความเรียบร้อย โปร่งใส และเป็นธรรมของวันเลือกตั้ง ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการทำงานอย่างเป็นระบบของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง การเข้าใจเบื้องหลังเหล่านี้ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่า ทุกคะแนนเสียงได้รับการดูแลอย่างรอบคอบและเป็นธรรม
5. การอำนวยความสะดวกแก่คนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ

การเลือกตั้งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะมีข้อจำกัดทางร่างกาย อายุ หรือสภาพร่างกายใดก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตระหนักถึงหลักการนี้มาโดยตลอด และได้กำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ คนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ สามารถเข้าถึงการใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติได้อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม
หลักการเลือกตั้งที่ทุกคนเข้าถึงได้
การเลือกตั้งที่แท้จริงต้องเป็นการเลือกตั้งที่ ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม กฎหมายเลือกตั้งได้กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องจัดให้มีการอำนวยความสะดวกในการออกเสียงลงคะแนนสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ไว้เป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ข้อจำกัดทางร่างกายหรือวัย กลายเป็นอุปสรรคต่อการใช้สิทธิของประชาชน
สิทธิของคนพิการและผู้สูงอายุในการเลือกตั้ง
ตามมาตรา 92 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 กำหนดให้ กกต. ต้องจัดการอำนวยความสะดวก หรือจัดให้มีการช่วยเหลือในการออกเสียงลงคะแนน
ภายใต้การกำกับดูแลของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งโดยต้องเป็นไปด้วย ความยินยอมและเจตนาของผู้ใช้สิทธิ สิทธิในการเลือกตั้งของคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ จึงเป็นสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในหน่วยเลือกตั้ง
กกต. ได้สั่งการให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง จัดและควบคุมการลงคะแนน พร้อมกำหนดสถานที่เลือกตั้งกลางสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ โดยคำนึงถึงความสะดวกในการเข้าถึงเป็นสำคัญ สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้มีสิทธิ สามารถกาบัตรลงคะแนนได้ด้วยตนเองอย่างสะดวกและปลอดภัยเช่น
ทางเดินเรียบ มีช่องทางให้รถวีลแชร์เข้า–ออกได้สะดวก
จัดวางคูหาให้ห่างจากคูหาอื่นอย่างน้อย 1.50 เมตร
โต๊ะวางคูหาออกเสียงลงคะแนนต้องมีความสูงไม่เกิน 0.75 เมตร
จัดเก้าอี้ไว้ในคูหา เพื่อให้ผู้สูงอายุหรือผู้มีข้อจำกัดทางร่างกายนั่งลงคะแนนได้
การขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
ในกรณีที่คนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ สามารถกาบัตรลงคะแนนได้ด้วยตนเอง กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจะคอยอำนวยความสะดวก โดยไม่เข้าไปแทรกแซงการตัดสินใจ
หากลักษณะทางกายภาพไม่สามารถกาบัตรเองได้ ผู้มีสิทธิสามารถขอให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือญาติหรือบุคคลที่ไว้วางใจ ช่วยกาบัตรเลือกตั้งแทนได้ โดยต้องเป็นไปด้วยความยินยอม และตามเจตนาของผู้มาใช้สิทธิ กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจะบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าว ไว้ในรายงานเหตุการณ์ประจำที่เลือกตั้ง (ส.ส. 5/6) ซึ่งถือว่าเป็นการลงคะแนน โดยตรงและลับ ตามกฎหมาย
ข้อห้ามและหลักการช่วยเหลืออย่างถูกต้อง
การช่วยเหลือผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องอยู่ภายใต้หลักการสำคัญ การช่วยเหลือที่ไม่เป็นไปตามหลักการดังกล่าว
อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งได้ ได้แก่
ต้องไม่ชี้นำหรือบังคับการตัดสินใจ
ต้องไม่ทำการแทนโดยพลการ
ต้องเคารพเจตนาของผู้ใช้สิทธิเป็นหลัก
ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
ตัวอย่างสถานการณ์การอำนวยความสะดวก
ผู้สูงอายุใช้รถวีลแชร์: หน่วยเลือกตั้งจัดทางลาดและคูหาที่เหมาะสม
ผู้พิการทางสายตา: มีบัตรทาบและเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก
ผู้ทุพพลภาพทางมือ: ขอให้กรรมการหรือบุคคลที่ไว้วางใจช่วยกาบัตรแทนโดยยึดเจตนาของผู้ใช้สิทธิเป็นสำคัญ
สรุป: ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังในการใช้สิทธิ
การเลือกตั้งที่ดีไม่ใช่เพียงการจัดให้มีการลงคะแนน แต่คือการทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการใช้สิทธิได้จริง มาตรการอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ สะท้อนหลักการสำคัญของประชาธิปไตยว่า ทุกเสียงมีค่าและไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังในการใช้สิทธิเลือกตั้ง
6. กระบวนการนับคะแนนและการรายงานผลคะแนนเลือกตั้ง

หลังจากปิดหีบเลือกตั้ง สิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุดคือ “คะแนนจะถูกนับอย่างไร” และ “ผลเลือกตั้งเชื่อถือได้แค่ไหน” กระบวนการนับคะแนนเลือกตั้งของประเทศไทย ถูกกำหนดไว้อย่างละเอียดตามระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ทุกคะแนนเสียงได้รับการนับอย่างถูกต้อง เปิดเผย และสามารถตรวจสอบได้ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจขั้นตอนการนับคะแนน ตั้งแต่ระดับหน่วยเลือกตั้ง ไปจนถึงการรายงานผลในระดับประเทศ
การเริ่มนับคะแนนหลังปิดหน่วยเลือกตั้ง
เมื่อถึงเวลาปิดหน่วยเลือกตั้ง กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) จะเริ่มกระบวนการนับคะแนนทันที โดย ไม่สามารถเลื่อนหรือประวิงเวลาได้ ก่อนเริ่มนับคะแนน กปน. จะจัดทำประกาศเกี่ยวกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ไป และแบ่งหน้าที่การนับคะแนนออกเป็น 2 ชุด ได้แก่ ชุดนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต ชุดนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ การแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจน ช่วยลดความสับสนและป้องกันความผิดพลาดในการนับคะแนน
ขั้นตอนการนับคะแนนต่อหน้าผู้สังเกตการณ์
การนับคะแนนจะดำเนินการ ต่อหน้าประชาชนและผู้สังเกตการณ์ โดยจัดสถานที่นับคะแนนให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน เช่น ใช้เชือกกั้นแนวเขตบริเวณนับคะแนน ตั้งกระดานขีดคะแนนแยกตามประเภทบัตร จัดที่นั่งสำหรับผู้แทนพรรคการเมืองและผู้สังเกตการณ์
วิธีการนับคะแนนทีละบัตร ทุกขั้นตอนดำเนินการอย่างเปิดเผยและต่อเนื่อง จนกว่าจะนับบัตรในหีบครบทุกใบ
กปน. คนที่ 1 หยิบและคลี่บัตรเลือกตั้งทีละฉบับ ตรวจสอบเบื้องต้นว่าเป็นบัตรดี บัตรเสีย หรือบัตรไม่เลือกผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด
กปน. คนที่ 2 วินิจฉัยบัตรและอ่านผลเสียงดังชัดเจน
หากเป็นบัตรดี จะอ่านหมายเลขผู้สมัครหรือพรรคการเมือง
หากเป็นบัตรไม่เลือก จะอ่านว่า “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” หรือ “ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด”
หากเป็นบัตรเสีย จะอ่านว่า “เสีย” พร้อมระบุเหตุผล และ กปน.ไม่น้อยกว่า 2 คน สลักหลังบัตรว่า “เสีย” พร้อมระบุเหตุผลว่าเป็นบัตรเสียเพราะเหตุใด
กปน. คนที่ 3 ขานทวนและขีดคะแนนลงในแบบขีดคะแนน โดยให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นมองเห็นการขีดคะแนนได้ชัดเจน
กปน. คนที่ 4 เจาะบัตรที่วินิจฉัยแล้ว พับบัตรและแยกใส่ภาชนะตามประเภท คือ บัตรดี บัตรเสีย หรือบัตรไม่เลือก
การบันทึกและประกาศผลประจำหน่วย
หลังจากนับคะแนนเสร็จสิ้น กปน. จะจัดทำรายงานผลการนับคะแนนตามแบบพิมพ์ที่กำหนด พร้อมลงลายมือชื่อเป็นหลักฐาน หลังจากนั้น จะมีการปิดประกาศผลคะแนนประจำหน่วยเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ทันที การปิดประกาศผลหน้าหน่วย เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการเลือกตั้งโปร่งใสในระดับพื้นที่
การส่งผลคะแนนเข้าสู่ระบบกลาง
เมื่อเสร็จสิ้นการนับคะแนนและจัดทำเอกสารครบถ้วน กปน. จะดำเนินการส่งหีบบัตร เอกสาร และรายงานผล
ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนที่ กกต. กำหนด ข้อมูลผลคะแนนจากทุกหน่วยเลือกตั้ง จะถูกรวบรวมเข้าสู่ระบบกลาง เพื่อใช้ในการรายงานผลในระดับเขต จังหวัด และระดับประเทศต่อไป
การรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการและเป็นทางการ
ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ คือผลที่รายงานจากการนับคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้ง และการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น ใช้เพื่อให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
ผลคะแนนอย่างเป็นทางการ คือผลที่ผ่านกระบวนการตรวจสอบ การพิจารณาคำร้อง และการรับรองตามกฎหมาย โดย กกต. จะประกาศภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
สรุป: โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกขั้นตอน
กระบวนการนับคะแนนเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นเพียงการนับจำนวนบัตร แต่เป็นกระบวนการที่ออกแบบมาอย่างละเอียด เพื่อให้ทุกคะแนนเสียงของประชาชนมีคุณค่า ตั้งแต่การเปิดหีบ นับคะแนนต่อหน้าสาธารณะ บันทึกผล ปิดประกาศ และรายงานเข้าสู่ระบบกลาง ทุกขั้นตอนดำเนินการบนหลัก ความโปร่งใส และตรวจสอบได้
7. การแจ้งเบาะแส เงินรางวัล และพยานในคดีเลือกตั้ง

แจ้งเบาะแสทุจริตเลือกตั้งอย่างไร ให้ปลอดภัยและได้รับความคุ้มครอง
การเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน
หนึ่งในบทบาทสำคัญของประชาชนคือ การแจ้งเบาะแสการทุจริตเลือกตั้ง ซึ่งกฎหมายได้กำหนดสิทธิ ความคุ้มครอง และมาตรการสนับสนุนไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้แจ้งเหตุสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย บทความนี้จะอธิบายว่า การทุจริตเลือกตั้งคืออะไร ใครบ้างที่สามารถแจ้งเบาะแสได้ แจ้งอย่างไร
รวมถึงสิทธิ เงินรางวัล และการคุ้มครองพยานในคดีเลือกตั้ง
การทุจริตเลือกตั้งคืออะไร
การทุจริตเลือกตั้ง หมายถึง การกระทำใด ๆ ที่ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง และส่งผลให้การเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย การกระทำเหล่านี้มีโทษทางอาญาอย่างร้ายแรง ทั้งจำคุก ปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เช่น
การแจกเงิน แจกสิ่งของ หรือให้ประโยชน์อื่นใดเพื่อจูงใจให้เลือกหรือไม่เลือก
การเรียกรับเงินหรือทรัพย์สินแลกกับการลงคะแนน
การซื้อสิทธิขายเสียง
การทุจริตในการนับคะแนน หรือการรายงานผล
ใครบ้างที่สามารถแจ้งเบาะแสได้
การแจ้งเบาะแสการทุจริตเลือกตั้ง ไม่ได้จำกัดเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น แต่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม โดยผู้มีสิทธิแจ้ง ได้แก่ ประชาชนทั่วไป ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมือง การแจ้งเบาะแสจากประชาชน เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้การตรวจสอบการเลือกตั้งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ช่องทางและวิธีการแจ้งเบาะแส
หากพบเห็นหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้งสามารถแจ้งเบาะแสหรือส่งหลักฐานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หลายช่องทาง เช่น
แอปพลิเคชัน “ตาสับปะรด” สามารถแจ้งข้อมูล ข้อความ ภาพ เสียง หรือคลิปวิดีโอ
สายด่วน กกต. 1444
ศูนย์รับแจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้ง โทร. 02 141 8860 / 02 141 8579 / 02 141 8858
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือกรุงเทพมหานคร
ข้อมูลที่แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับ และต้องเป็นการแจ้งด้วยความสุจริต ไม่แจ้งข้อมูลเท็จหรือกลั่นแกล้งผู้อื่น
ระยะเวลาและผลทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายกำหนดผลทางกฎหมายตามช่วงเวลาที่พบการทุจริต ดังนี้
ก่อนหรือในวันเลือกตั้ง หาก กกต. พบเหตุสงสัยทุจริต มีอำนาจสั่งยกเลิกการเลือกตั้งและให้มีการเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง)
ก่อนประกาศผลเลือกตั้ง หากพบว่าผู้สมัครกระทำหรือสนับสนุนการทุจริต กกต. สามารถสั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 1 ปี และหากผู้นั้นเป็นผู้ชนะเลือกตั้งให้สั่งยกเลิกการเลือกตั้ง (ใบส้ม)
หลังประกาศผลเลือกตั้ง หากพบการทุจริตในเขตเลือกตั้ง กกต. สามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา
เพื่อพิจารณาและสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง)
กรณีร้ายแรง หากมีหลักฐานชัดเจนว่าผู้สมัครทุจริต อาจถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (ใบดำ)
หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง)
เงินรางวัลและสิทธิประโยชน์ของผู้แจ้งเบาะแส
กกต. ได้กำหนด รางวัลนำจับ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสการทุจริตเลือกตั้ง หากข้อมูลที่แจ้งนำไปสู่การจับกุม ดำเนินคดี และศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ผู้แจ้งจะได้รับ รางวัลนำจับเป็นเงินสดสูงสุด 1 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในกรณีที่ผู้ขายเสียงหรือผู้รับเงิน แจ้งการกระทำดังกล่าวต่อ กกต. ก่อนถูกจับกุม ผู้นั้นจะไม่ต้องรับโทษ และไม่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ตามที่กฎหมายกำหนด
การคุ้มครองพยานในคดีเลือกตั้ง
คดีทุจริตเลือกตั้งมักเป็นอาชญากรรมซ่อนเร้น ผู้ให้ข้อมูลหรือพยานอาจเผชิญกับการข่มขู่ คุกคาม
หรือความเสี่ยงต่อความปลอดภัย ด้วยเหตุนี้ การคุ้มครองพยานจึงเป็นกลไกสำคัญ เพื่อให้การปราบปรามการทุจริตดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมาตรการคุ้มครองพยาน เพื่อดูแลความปลอดภัยและสิทธิของผู้ให้ข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด
ตัวอย่างกรณีการแจ้งเบาะแส
มีหลากหลายกรณี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการแจ้งเบาะแสของประชาชนมีบทบาทสำคัญต่อความสุจริตของการเลือกตั้งตัวอย่างเช่น
ประชาชนพบการแจกเงินหรือสิ่งของในช่วงหาเสียง จึงถ่ายภาพหรือคลิปวิดีโอส่งผ่านแอป “ตาสับปะรด”
ผู้มีสิทธิพบความผิดปกติในการนับคะแนน แจ้งเหตุผ่านสายด่วน กกต. เพื่อให้เข้าตรวจสอบทันที
ผู้รับเงินซื้อเสียงแจ้งข้อมูลต่อ กกต.ก่อนถูกจับกุม ทำให้ไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย
สรุป: ช่วยกันรักษาการเลือกตั้งที่สุจริต
การเลือกตั้งที่สุจริตไม่ใช่หน้าที่ของ กกต. หรือเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียวแต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนทุกคน การแจ้งเบาะแสอย่างถูกขั้นตอน พร้อมการคุ้มครองพยานและสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม
ช่วยสร้างความมั่นใจว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนได้รับการดูแลอย่างจริงจัง