Tag: ยีราฟ

  • บ่าวสาวกำลัง ‘ถ่ายพรีเวดดิง’ แต่ถูกแขกไม่ได้รับเชิญบุก แถมยังขโมยจูบเจ้าบ่าวซะงั้น!?

    บ่าวสาวกำลัง ‘ถ่ายพรีเวดดิง’ แต่ถูกแขกไม่ได้รับเชิญบุก แถมยังขโมยจูบเจ้าบ่าวซะงั้น!?

    งานแต่งงานถือเป็นงานแห่งความประทับใจ ที่อาจจะเกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียวในช่วงชีวิตของเรา และมันจะสร้างความประทับใจให้กับเราไปตราบนานเท่านาน และงานแต่งงานของคู่รักคู่นี้จะติดตราตรึงใจพวกเขาไปตลอดกาล เพราะระหว่างที่กำลังถ่ายภาพพรีเวดดิงอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเจ้ายีราฟตัวหนึ่งมาขโมยจูบของเจ้าบ่าวไปซะงั้น!?     Tristan Burns และ Luke Karshagen จัดงานแต่งงานขึ้นที่ Areena Riverside Resort เป็นทั้งรีสอร์ตและเขตอนุรักษ์ธรรมชาติในประเทศแอฟริกาใต้ “ตอนแรกฉันกังวลว่ามันจะทำร้ายเรา แต่เจ้า Abby (ชื่อของยีราฟ) มันน่ารักกว่าที่เราคิด” คุณ Burns เล่า “อยู่ๆ มันก็โผล่หัวออกมาจากพุ่มไม้ใหญ่ แล้วก็เดินเข้ามาท่ามกลางกลุ่มของพวกเราที่กำลังถ่ายรูปกันอยู่” เธอเล่าเสริม     เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เองก็ทำให้ช่างภาพ Stephanie Norman ตกใจเองเช่นกัน เพราะเธอไม่เคยรับมือกับอะไรแบบนี้มาก่อน “เราถูกโฟโต้บอมบ์โดยยีราฟตัวใหญ่ จู่ๆ ก็เดินเข้ามาท่ามกลางวงของเจ้าบ่าวเจ้าสาว กับบรรดาเพื่อนๆ แล้วก็ขโมยจุ๊บเจ้าบ่าว 1 ที จากนั้นก็เดินวนเวียนอยู่แถวนี้เป็นเวลากว่า 20 นาที”     “ตอนแรกทุกคนต่างก็เกร็งกันหมด แต่สักพักพอรู้ว่ามันไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด ก็เริ่มหันมาถ่ายรูปร่วมกันอย่างสนุกสนานกับเจ้า Abby” ช่างภาพเล่า    …

  • คนผิดหรือยีราฟผิด หลังมีคลิปยีราฟเอาหัวมุดเข้าไปในรถจนกระจกแตกทั้งบาน!?

    คนผิดหรือยีราฟผิด หลังมีคลิปยีราฟเอาหัวมุดเข้าไปในรถจนกระจกแตกทั้งบาน!?

    กลายเป็นคลิปไวรัลที่ถูกพูดถึงกันอย่างหนาหู เมื่อคู่รักชาวอังกฤษคู่หนึ่งเดินทางไปยัง สวนสัตว์เปิด West Midland Safari Park ในวุร์สเตอร์เชอร์ เคาท์ตีของประเทศอังกฤษ และถูกยีราฟตัวหนึ่งบุกเข้ามาในรถ ตัวคลิปนั้นจะโชว์ให้เราเห็นภาพที่ทั้งสองขับรถเข้าไปยังสวนสัตว์เปิด ซึ่งทั้งสองได้เปิดกระจกรถทิ้งไว้จนกระทั่งยีราฟตัวหนึ่งสังเกตเห็น มันเดินตรงเข้ามาและใช้หน้ามุดเข้าไปในตัวรถเพื่อมองหาอาหารด้วยท่าทีขี้เล่น แต่แล้วเหตุการณ์ที่แม้แต่คนถ่ายภาพยังคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น     ทางเจ้าของรถได้ปรับกระจกรถขึ้น แต่ดูเหมือนว่าเจ้ายีราฟจะไม่สนใจเท่าไหร่ ซึ่งเมื่อยีราฟไม่ยอมเอาหน้าออก กระจกที่เลื่อนขึ้นจึงบีบเข้ากับศีรษะของยีราฟจนแตกออก ทำให้ทั้งคนและยีราฟตกใจเป็นอย่างมาก      หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ในตอนแรกคนก็ตั้งคำถามว่าใครผิด แต่ผ่านไปสักระยะชาวเน็ตก็เริ่มพากันแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าคู่รักทั้งสองนั่นแหละทำผิด โดยเฉพาะแฟนหนุ่ม ซึ่งถ้าเราดูดีๆ เราจะเห็นว่าแฟนหนุ่มได้เอามือเลื่อนไปกดปุ่มปิดกระจกรถ จนเป็นสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว   “คนอยู่ในรถบ้าหรือเปล่า เลื่อนกระจกขึ้นขณะที่หัวยีราฟยังอยู่ในรถเนี่ยนะ? ฉันไม่สนใจกระจกหรอกนะว่ามันจะเป็นยังไง ที่ฉันสนคือตาของยีราฟต่างหาก!!”   นอกจากนี้ชาวเน็ตก็ยังพากันเป็นห่วงเจ้ายีราฟกันยกใหญ่ ว่ามันบาดเจ็บไหม ตาของมันเป็นอะไรจากกระจกหรือเปล่า พร้อมกับบ่นคู่รักต่อกันอีกยกใหญ่   “พวกเราน่าจะเห็นตรงกันนะว่าเหตุการณ์นี้ ยีราฟคือผู้เสียหาย” .   อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จากทางสวนสัตว์เปิด West Midland Safari Park ก็ได้ออกมาบอกถึงอาการของยีราฟตัวดังกล่าวว่า “หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว พวกเราได้เข้าไปตรวจเช็กสภาพของเจ้ายีราฟทันที…

  • “ยีราฟ” กำลังจะสูญพันธุ์แบบเงียบๆ เนื่องจากการแข่งขันล่าสัตว์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

    “ยีราฟ” กำลังจะสูญพันธุ์แบบเงียบๆ เนื่องจากการแข่งขันล่าสัตว์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

    แม้เราจะคุ้นเคยกับยีราฟ เพราะไม่ว่าจะเดินทางไปสวนสัตว์ที่ไหนก็ตาม จะต้องมียีราฟให้เราได้เห็นกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยีราฟที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติกำลังลดจำนวนลงเรื่อยๆ จนพวกมันอาจสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้นี้โดยที่คุณเองก็อาจไม่ทันรู้ตัวเหมือนกัน ประชากรของยีราฟในแทบประเทศแอฟริกาใต้มีจำนวนลดลงกว่า 40% ถือเป็นตัวเลขที่เยอะมากในระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการจัดการแข่งขันกันล่ายีราฟเพื่อถ้วยรางวัล     เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมปี 2017 เว็บไซต์ International Union for the Conservation of Nature (IUCN) ได้เปิดเผยข้อมูลที่เชื่อกันว่าปัจจุบันเหลือยีราฟตามธรรมชาติราวๆ 97,500 ตัว ด้านกลุ่มนักอนุรักษนิยมได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลจัดให้ยีราฟเป็นสัตว์ที่อยู่ในกลุ่มสัตว์ใกล้สูญพันธุ์   ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาชาวอเมริกันมีการนำเข้ากระดูกยีราฟแกะสลักกว่า 51,402 ชิ้น หนังกว่า 3,008 ชิ้น และชิ้นส่วนอื่นๆ อีกกว่า 3,744 ชิ้น นอกจากการถูกล่าแล้ว เหล่ายีราฟยังสูญเสียถิ่นที่อยู่เนื่องจากมีรถแล่นผ่านและเสาไฟฟ้าถูกตั้งขึ้นในหลายๆ ที่     การลดจำนวนลงเรื่อยๆ ของยีราฟ ถูกบดบังด้วยข่าวคราวการล่าแรด กอริลล่า และช้างมากกว่า ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้เห็นว่ายีราฟเองก็ค่อนข้างวิกฤติเช่นกัน Jeff Flocken หัวหน้ากองทุนระหว่างประเทศเพื่อสวัสดิภาพสัตว์ประจำอเมริกาเหนือกล่าวว่า “เมื่อตอนที่ผมทำงานวิจัยยีราฟชิ้นนี้ในเคนย่าเมื่อไม่กี่ปีก่อน พวกมัน (ยีราฟ) ค่อนข้างสมบูรณ์ดีและไม่มีใครตั้งคำถามว่าพวกมันยังโอเคไหม” “แต่เมื่อไม่นานมานี้เราได้หันกลับไปสำรวจพวกมันอีกครั้งอย่างจริงจัง และได้เห็นการลดจำนวนของพวกมันซึ่งทำให้ช็อกมาก…

  • ยีราฟได้รับอิสระภาพคืน ดีใจไปหน่อย หกล้มหัวคะมำเฉย โถ่ๆ  ใจเย็นๆ นะลูกกกกก

    ยีราฟได้รับอิสระภาพคืน ดีใจไปหน่อย หกล้มหัวคะมำเฉย โถ่ๆ ใจเย็นๆ นะลูกกกกก

    หากเพื่อนๆ ต้องย้ายไปอยู่ในที่ที่ไม่ใช่บ้านนานๆ แน่นอนว่าหลายๆ คนต้องรู้สึกคิดถึงบ้านอย่างแน่นอน และเมื่อได้เวลากลับบ้านก็จะดีใจออกนอกหน้าเลยแหละ เช่นเดียวกับเจ้ายีราฟตัวที่เราจะพูดถึงในข่าว เจ้ายีราฟตัวนี้มันดีใจเป็นอย่างมาก ที่จะได้กลับป่า ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านของมัน แต่เพราะมัวแต่ดีใจมันจึงไม่ได้สนใจอะไรอย่างอื่นเลย จึงทำให้มันก้าวพลาดและลื่นล้มหัวคะมำไปซะงั้น     โดยในคลิปวิดีโอที่ถูกเผยออกมา มันถูกถ่ายในแอฟริกาใต้ แถวๆ ประเทศบอตสวานา เจ้ายีราฟทั้งสองตัวถูกขนมส่งลงในป่าแห่งใหม่ ยีราฟทั้งสองตัวน่าจะดีใจมาก รีบวิ่งออกมาจากรถขนส่งไปยังป่า ซึ่งเสมือนบ้านหลังใหม่ของมัน แต่ประเด็นมันอยู่ตรงเจ้ายีราฟตัวแรกนี่แหละ เจ้านี่ดูเหมือนออกอาการดีใจอย่างเห็นได้ชัด ดี๊ด๊าสุดๆ ไปเลย จากที่เห็นในวิดีโอมันวิ่งออกมาจากตู้คอนเทนเนอร์อย่างรวดเร็ว แต่พลาดลื่นเข้า ทำให้ตัวมันนั้นลอยไปตกตรงพื้นข้างล่างเลย น่าจะเจ็บน่าดู แต่ถึงแม้ว่าเจ้ายีราฟจะเกิดอุบัติเหตุล้มลงแรงแบบนั้น เพื่อนๆ หลายคนอาจจะเป็นห่วงมัน แต่สบายใจได้ เพราะว่าไม่นานเจ้ายีราฟตัวนี้ก็ลุกขึ้นมาเอง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฮ่าๆ   สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นนนนนน!! . .   ไปดูเป็นวิดีโอกันเลยดีกว่า ว่ามันไปทำอีท่าไหนถึงได้ล้มหัวคะมำ    โถ… เจ้ายีราฟ เจ็บมั้ยนั่น… ที่มา Dailymail

  • รีบเลย!! สวนสัตว์อังกฤษเปิดรับสมัคร ‘คนเลี้ยงยีราฟ’ โดยให้ค่าจ้างถึงปีละ 1 ล้านบาท

    รีบเลย!! สวนสัตว์อังกฤษเปิดรับสมัคร ‘คนเลี้ยงยีราฟ’ โดยให้ค่าจ้างถึงปีละ 1 ล้านบาท

    ด้วยเอกลักษณ์อันทรงเสน่ห์ และลำคอที่ยาวกว่าสัตว์อื่นใดในโลกของ ‘ยีราฟ’ อาจจะทำให้ใครหลายคนตกหลุมรักในความมหัศจรรย์ของมันได้อย่างง่ายๆ และสำหรับใครที่เคยเกิดความคิดอยากจะเลี้ยงยีราฟแล้วล่ะก็ ตอนนี้โอกาสของคุณมาถึงแล้ว เพราะในตอนนี้สวนสัตว์แห่งหนึ่งกำลังเปิดรับสมัครคนเลี้ยงยีราฟ โดยเฉพาะ!! โดยสวนสัตว์แห่งนั้นคือสวนสัตว์ Chester ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษ โดยพวกเขากำลังเปิดรับสมัครคนเลี้ยงยีราฟน่ารักๆ ซึ่งหน้าที่หลักๆ ของงานนี้ก็คือ ดูแลกิจวัตรประจำวันต่างๆ ของมันเพียงเท่านั้น     หากว่ามองเพียงผ่านๆ อาจจะดูเหมือนกับว่างานนี้เป็นงานที่ง่ายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่อย่างนั้น เพราะว่าพวกเขาได้กำหนดคุณสมบัติสำหรับตำแหน่งนี้เอาไว้ และหากใครสนใจอยากลองสมัครแล้วล่ะก็ มาลองดูคุณสมบัติที่สวนสัตว์แห่งนี้กำหนดเอาไว้ดีกว่า   คุณสมบัติที่ต้องการ 1. มีวุฒิการศึกษาระดับ HND (อนุปริญญาขั้นสูงสุดของประเทศอังกฤษ) หรือระดับปริญญาในสาขาสัตวศาสตร์ หรือมีประสบการณ์ที่เทียบเท่า 2. มีความรู้ความชำนาญในด้านการเลี้ยงสัตว์และการจัดการ โดยเฉพาะยีราฟหรือตัวโอคาพี 3. มีประสบการณ์ในการทำงานในสวนสัตว์, สวนซาฟารีรวมถึงการผ่าตัด 4. มีความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ รวมถึงการปรัับปรุงสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดูแลสัตว์ 5. มีความเป็นผู้นำสูง 6. สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี 7. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยง เพื่อให้พนักงานทุกคนตระหนักถึงความปลอดภัยและการจัดการอย่างเต็มที่ 8. มีทักษะการสื่อสารที่ยอดเยี่ยมทั้งเขียนและพูด 9. มีใบขับขี่ที่ถูกต้องในสหราชอาณาจักร 10. สามารถทำงานขั้นต่ำ…

  • สิงโตตัวผู้ทั้ง 2 ช่วยกันล่า “ยีราฟ” ตัวใหญ่…2 รุม 1 แบบนี้เหยื่อคอยาวจะรอดไหมนะ

    สิงโตตัวผู้ทั้ง 2 ช่วยกันล่า “ยีราฟ” ตัวใหญ่…2 รุม 1 แบบนี้เหยื่อคอยาวจะรอดไหมนะ

    ถือเป็นอีกชุดภาพถ่ายวินาทีแห่งชีวิตที่สร้างความลุ้นระทึกให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอุทยานแห่งชาติ Kgalagadi Transfrontier Park ประเทศบอตสวานา เมื่อ 2 สิงโตเจ้าป่า ได้วิ่งไล่ล่าเหยื่อร่างสูงอย่างยีราฟ เพื่อกินเป็นอาหาร     เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 สำนักข่าวเดลีย์เมลได้เผยภาพของ Michael Cohen ช่างภาพจากนิวยอร์ก ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์วินาทีแห่งความเป็นความตาย ซึ่งภาพถ่ายของเขาได้แสดงให้เห็นว่า… สิงโตตัวผู้ทั้ง 2 กำลังใช้ทักษะทั้งหมดที่มีในการต่อสู้กับเหยื่อที่สูงใหญ่กว่าพวกมัน ทางด้านเจ้ายีราฟผู้เคราะห์ร้ายก็พยายามดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อหาหนทางหนี แต่ทว่าดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้าง เพราะสุดท้ายมันก็ตกเป็นเหยื่ออันโอชะของสิงโตคู่รักไปซะแล้ว     สองสิงโตกำลังเสี่ยงชีวิตของตัวเองในการเข้าจู่โจมเหยื่อขนาดใหญ่   ส่วนยีราฟก็พยายามหนีสุดชีวิต   เป็นการจู่โจมเหยื่อที่ดุเดือดมาก และสุดท้ายดูเหมือนว่ายีราฟผู้น่าสงสารจะไปไม่รอดซะแล้ว   “ผมสังเกตเห็นยีราฟขนาดใหญ่กำลังวิ่งหนีสิงโตที่พยายามจะฆ่ามัน สิงโตตัวผู้น่าจะมีน้ำหนักประมาณ 180 กิโลกรัม ส่วนเจ้ายีราฟก็ตัวสูงและใหญ่กว่ามันมาก ซึ่งมันก็พยายามปกป้องตัวเองอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายมันก็ไม่สามารถต้านทานแรงปะทะของสิงโต 2 ตัวได้ไหว จนทำให้มันทรุดตัวลงบนพื้น และกลายเป็นเหยื่อของสิงโตไปในที่สุด” Michael กล่าว   . . .   ที่มา…

  • นักท่องเที่ยวซาฟารีได้แจ็คพ็อต เมื่อยีราฟกว่า 30 ชีวิตพากันเดินข้ามถนน ฮุย เล่ ฮุ้ย!!

    นักท่องเที่ยวซาฟารีได้แจ็คพ็อต เมื่อยีราฟกว่า 30 ชีวิตพากันเดินข้ามถนน ฮุย เล่ ฮุ้ย!!

    ปกติเวลาพูดถึงสัตว์ข้ามถนนถ้าเป็นบ้านเรา เราก็คงนึกถึงวัว เป็ด ไก่ หรือสุนัขที่เราจะเห็นกันบ่อยๆ ส่วนถ้าเป็นเมืองนอกก็อาจจะเป็นกวางหรือไก่งวงเท่านั้น แต่จะเป็นอย่างไร หากคุณได้เจอกับฝูงยีราฟกว่า 30 ตัวล่ะ!! เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นที่อุทยานแห่งชาติ Maasai Mara ประเทศเคนย่า โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งได้บังเอิญไปเจอเข้ากับฝูงยีราฟกว่า 30 ตัวที่อยู่ดีๆ ก็เดินออกมาจากพุ่มหญ้าและพากันเดินข้ามถนนอย่างใจเย็น Sonali นักท่องเที่ยวชาวอินเดียที่เห็นเหตุการณ์ได้เล่าว่า วินาทีนั้นเขาถึงกับตะลึงในยีราฟฝูงนั้น พวกมันเดินข้ามถนนอย่างใจเย็น แน่นอนว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวของเขาก็หยุดรถให้จากนั้นก็ต่างพากันลงจากรถเพื่อมาบันทึกภาพเหตุการณ์ที่ฟังแล้วแสนธรรมดา แต่ตัว Sonali บอกว่าพอเห็นกับตามันสุดยอดมากเลยล่ะ… เขาเล่าว่า “ตอนที่พวกมันเริ่มเดินออกมาจากพุ่มหญ้า พวกเราถึงกับหยุดนิ่งเพื่อดูพวกมันเดิมข้ามถนนนานกว่า 20 นาทีเลยทีเดียว ผมไม่เคยเห็นอะไรที่สุดยอดแบบนี้มาก่อนในชีวิต”   ใครจะคิดว่าแค่ภาพสัตว์ข้ามถนน มันจะตื่นตาตื่นใจได้ขนาดนี้   ปกติเราจะไม่ค่อยเห็นพวกมันทำแบบนี้กันเป็นฝูงใหญ่ๆ สักเท่าไหร่   อย่างมากก็ตัวสองตัวพร้อมกับลูกๆ   ยีราฟนี่ช่างเป็นสัตว์ที่น่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ ด้วยคอที่ยาวและขนาดตัวของพวกมัน…   กว่าจะข้ามจนเสร็จกินเวลากว่าครึ่งชั่วโมง แต่ก็คุ้มค้ากับภาพธรรมชาติที่ไม่ได้มีให้ดูบ่อยๆ นะ   ที่มา dailymail

  • หาชมยาก ภาพ “ยีราฟเผือก” แม่-ลูกถูกถ่ายวิดีโอได้เป็นครั้งแรกที่ป่าประเทศเคนยา

    หาชมยาก ภาพ “ยีราฟเผือก” แม่-ลูกถูกถ่ายวิดีโอได้เป็นครั้งแรกที่ป่าประเทศเคนยา

    ยีราฟ อาจเป็นสัตว์ตัวโปรดของหลายๆ คน ด้วยรูปร่างสูงๆ คอยาวๆ สีเหลืองสดใส แถมเสน่ห์จากดวงตาแป๋วแหว๋วของมัน ทำให้หลายๆ คนตกหลุมรักมันเป็นจำนวนไม่น้อยเลยล่ะ จากที่เราเคยเห็นๆ กันว่า เจ้ายีราฟเนี่ยมันมีสีเหลืองออกน้ำตาล แถมมีลายตามร่างกายใช่ไหมล่ะ แต่แล้วก็มีการค้นพบ “ยีราฟเผือก” ลำตัวสีขาวจั๊วะ เป็นที่ฮือฮาให้กับชาวบ้านในละแวกนั้น แถมงานนี้ไม่ได้มาตัวเดียวด้วยน่ะสิ เค้ามากันแบบแพ็คคู่แม่ลูก เลยจ้า   สวัสดี เรามาอย่างเป็นมิตร .   การค้นพบในครั้งนี้เกิดขึ้นที่เขตอนุรักษ์ธรรมชาติอิสฮัปบินีฮิโรลา ในเขตการิซซา ประเทศเคนยา ยีราฟเผือกแม่ลูกได้เดินเข้ามาในเขตอนุรักษ์ แทะเล็มต้นใบใบหญ้ากันอย่างสบายใจ การปรากฏตัวของยีราฟเผือกนี้ ทำให้นักอนุรักษ์สามารถบันทึกคลิปวิดีโอของมันไว้ได้ ถือว่าหาชมได้ยากมากเลยทีเดียว   คลิปเต็มๆ ระหว่างที่ยีราฟเผือกปรากฏตัว   ยีราฟเผือกที่พบมีผิวเป็นสีขาวทั้งลำตัว ไม่มีสีเหลืองสีน้ำตาลเหมือนดั่งยีราฟตัวอื่นๆ แต่ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าเจ้าแม่ยีราฟนั้นมีความผิดปกติทางพันธุกรรม เกิดเป็นภาวะผิวเผือกหรือที่เรียกว่า Leucism ซึ่งความผิดปกตินี้เป็นความผิดปกติในการสร้างเม็ดสีในบางส่วนเท่านั้น แต่ตามร่างกายของมันก็ยังมีสีคล้ำอ่อนๆ เป็นลวดลายบนลำตัวอีกด้วย อีกทั้งดวงตาก็ยังเป็นสีดำสนิทเหมือนเดิม   .   เจ้ายีราฟเผือกแม่ลูกสองตัวนี้ ได้เข้ามาหากินในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่า และถูกพบเห็นโดยชาวบ้านในละแวกนั้น พวกมันดูไม่ตื่นตกใจกับชาวบ้านแม้แต่น้อย .   ยีราฟเผือกทั้งสองหากินร่วมกับยีราฟปกติทั่วไปโดยทั่วไป โดยไม่ได้ถูกมองว่าแตกต่างจากพวกแต่อย่างใด…

  • นักอนุรักษ์จัดให้ ‘ยีราฟ’ อยู่ในสัตว์ “ใกล้สูญพันธุ์” หลังมีจำนวนลดลง 40% ในช่วง 30 ปี

    นักอนุรักษ์จัดให้ ‘ยีราฟ’ อยู่ในสัตว์ “ใกล้สูญพันธุ์” หลังมีจำนวนลดลง 40% ในช่วง 30 ปี

    ที่ผ่านเราคงเคยได้ยินมาบ่อยๆ ว่ามีสัตว์หลายชนิดที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ จนนำไปสู่การจัดให้อยู่ในประเภทของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่ต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวด ล่าสุดสัตว์ที่เราคุ้นเคยอย่างยีราฟก็ถูกจัดให้อยู่ในประเภทของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เช่นกัน หลังจากที่นักอนุรักษ์พบว่ามียีราฟเหลือน้อยกว่า 100,000 ตัวในป่า     ก่อนหน้านี้ยีราฟถูกจัดให้อยู่ใน “สัตว์ที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์” แต่ตอนนี้มันถูกจัดให้อยู่ใน “สัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์” เนื่องจากจำนวนยีราฟลดลงถึง 40% ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุที่ยีราฟมีจำนวนลดลงนั้น เป็นเพราะการสูญเสียที่อยู่อาศัย การล่าสัตว์ผิดกฎหมาย และความวุ่นวายที่เกิดในประเทศแอฟริกา ซึ่งเป็นที่อยู่หลักของพวกมัน ทาง International Union for the Conservation of Nature (IUCN) เปิดเผยว่า ยีราฟอาศัยอยู่ทั่วแอฟริกาตอนใต้และทางตะวันออก แต่มีประชากรน้อยกว่าที่ตะวันตกและแอฟริกากลาง     จากการสำรวจพบว่า จำนวนยีราฟลดลงประมาณ 151,702 – 163,452 ตัวในปี 1985 และ 97,562 ตัวในปี 2015 ทั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากจำนวนประชากรมนุษย์ที่เติบโตขึ้น ซึ่งมักจะส่งผลกระทบต่อสัตว์ในทางลบ และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมยีราฟจึงถูกจัดให้อยู่ในสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ และคงเป็นหน้าที่ของเราทุกคนในการอนุรักษ์สัตว์ป่าและช่วยกันสอดส่องดูแลไม่ให้พวกมันถูกคุกคามไปมากกว่านี้     ที่มา telegraph

  • จุใจไปกับภาพถ่ายสัตว์โลกสายฮา จากการประกวด ‘Comedy Wildlife Photography Awards’

    จุใจไปกับภาพถ่ายสัตว์โลกสายฮา จากการประกวด ‘Comedy Wildlife Photography Awards’

    หลายๆ คนอาจจะเป็นแฟนคลับของเหล่าสัตว์ป่าที่แสนน่ารักๆ ไม่ว่าจะเป็นน้องแพนกวิ้น หรือเจ้าแมวน้ำอุ๋งๆ กันแน่เลยใช่ไหมล่ะ อ่า… ถ้าหากใครชื่นชอบโมเม้นต์น่ารักๆ ของพวกสัตว์แล้วล่ะก็ห้ามพลาดเรื่องที่เรานำมาฝากกันเลยล่ะ เพราะวันนี้เราได้รวบรวมภาพเหล่าสัตว์โลกสายฮาจากงานประกวด Comedy Wildlife Photography Awards มาให้ชมกัน…     การประกวดภาพถ่ายสัตว์โลกสุดฮาที่ว่านี้ ได้รับความสนใจจากช่างภาพมากมายทั่วโลก ซึ่งในปีที่ผ่านมามีภาพที่ส่งเข้าประกวดมากถึง 2,200 ภาพจาก 75 ประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว คุณ Tom Sullam ผู้จัดการประกวดดังกล่าวเล่าถึงที่มาที่ไปของงานครั้งนี้ว่า “ผมอยากให้การประกวดนี้เป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์พวกสัตว์ป่า ภาพความน่ารักของพวกมันคงจะทำให้หลายๆ คนตระนักถึงความสำคัญของพวกเค้าได้”   เจ้าหมาจิ้งจอกที่แอบชิ้งฉ่องในสนามกอล์ฟ เมือง San Jose รัฐแคลิฟอร์เนีย   เจ้าเพนกวิ้นกับท่าทางแปลกๆ ของมันใน Isla Martillo ประเทศอาร์เจนตินา   เจ้าลิงอินดรีกำลังบอกว่าสบายมากพวก!!   เจ้านกฮูกตาเดียว จากประเทศชิลี   ภาพของเหล่านกที่กำลังพูดคุยกัน จากประเทศโคลอมเบีย   แมลงตัวน้อยที่ออกมาทักทายช่างภาพ   เจ้าจิงโจ้ที่กำลังฝึกท่ากังฟูอยู่กลางทุ่งหญ้า ในประเทศออสเตรเลีย   การคำราม (เชิงหาว) ของเจ้าป่า จากประเทศแทนซาเนีย ผลงานที่เข้าร่วมประกวดในปี 2011…

  • หญิงสาวผู้มีความฝันอยากเป็น “ยีราฟ” เฝ้าใส่ห่วงคอตัวเอง เพื่อยืดให้ยาว ย๊าว ยาว!!

    หญิงสาวผู้มีความฝันอยากเป็น “ยีราฟ” เฝ้าใส่ห่วงคอตัวเอง เพื่อยืดให้ยาว ย๊าว ยาว!!

    เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเคยมีอะไรที่ตัวเองชอบจนถึงขีดสุดแล้วรู้สึกว่า เฮ้ย!! เราจะต้องเป็นแบบนั้นให้ได้ เราจะต้องมีแบบนี้ให้ได้ ซึ่งแน่นอนว่าหญิงสาวที่เรากำลังจะพูดถึง ก็มีความรู้สึกแบบนั้นเช่นกัน เธอคนนี้มีชื่อว่า Sydney Smith อายุ 30 ปีจากลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย ผู้ซึ่งเรียกตัวเองว่า “แม่ยีราฟสาว” โดยเธอต้องการที่จะให้ทั้งโลกรู้ว่าเธอคือผู้หญิงที่มีคอยาวที่ซู๊ดดดดด     ซึ่งหลายคนคงเดาว่าเธอจะได้ต้องได้รับแรงบรรดาลใจจากกะเหรี่ยงคอยาวบ้านเราแน่ๆ ใช่แล้วคุณเดาไม่ผิด เพราะเธอได้แรงบรรดาลใจจากชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวจริงๆ แต่ไม่ใช่แค่นั้นเธอยังชื่นชอบในตัวยีราฟด้วย พอเอาทั้งสองมาผสมกัน ก็เลยเกิดเป็นแรงบรรดาลใจนี้ขึ้นมา ด้วยเหตุนี้เธอจึงเริ่มหันมาสวมเหล็กที่คอวงแหวนที่คอเหมือนกับชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาว ซึ่งใช้เวลา 5 ปีค่อยๆ เพิ่มวงแหวนที่เธอใส่จนมีจำนวนมากถึง 15 วง แถมตอนนี้มันยังหนักถึง 2 กิโลกรัม ส่วนจุดประสงค์ของเจ้าวงแหวนที่คอก็เพื่อที่มันจะได้กดช่วงไหล่ลงไป เพื่อยืดกระดูกคอให้ยาวขึ้นตามแบบที่กะเหรี่ยงคอยาวทำนั่นเอง     “ฉันใช้เวลานานถึง 5 ปี ใช้ชีวิตอยู่กับวงแหวนที่คอ แต่แล้วฉันก็รู้สกว่าฉันถูกมันครอบงำชีวิตไปซะแล้ว ฉันกลายเป็นคนเก็บตัว เหมือนกับว่าทุกอย่างในชีวิตขึ้นอยู่กับวงแหวนพวกนี้” “ฉันไม่สามารถที่จะทำงานแบบคนปกติได้เต็มที่ในอเมริกา ถ้ายังคงสวมใส่วงแหวนพวกนี้อยู่” นั่นทำให้หลังจากใช้ชีวิตกับความฝันเป็นยีราฟสาวมา 5 ปี เธอตัดสินใจถอดมัน เลิกยุ่งกับมัน แล้วเข้ารับการกายภาพบำบัดเพื่อให้คอกลับมาเป็นปกติ     แม้เธอจะถอดมันออกมาสักระยะแล้ว…

  • สงสัยจะว่าง…ชาวเน็ตตั้งข้อสงสัย ถ้ายีราฟต้องใส่ “เนคไท” มันจะต้องใส่ตรงไหน?!?!

    สงสัยจะว่าง…ชาวเน็ตตั้งข้อสงสัย ถ้ายีราฟต้องใส่ “เนคไท” มันจะต้องใส่ตรงไหน?!?!

    มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ช่างสงสัย พวกเขาสงสัยไปหมดทุกเรื่องตั้งแต่ เกิดมายังไง ตายแล้วไปไหน จักรวาลนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งคำถามเหล่านั้น ล้วนมีส่วนช่วยให้มนุษย์พัฒนาขึ้นไปอีกขึ้นหนึ่ง แต่บางครั้ง มนุษย์ก็ชอบตั้งคำถามแบบเห็นแล้วก็รู้สึกว่า “ไม่ต้องถามก็ได้มั้ง” ออกมาเหมือนกัน อย่างเช่นคำถามนี้ “ถ้ายีราฟต้องใส่เนคไท มันต้องสวมตรงไหนกันนะ”     โดย Jeremy Hammond นักแสดงตลกชื่อดังได้โพสคำุถามดังกล่าวลงบนทวิเตอร์ส่วนตัวของตนเอง และเมื่อชาวเน็ตได้เห็นคำถามนั้น ก็ได้เข้ามาแสดงความเห็นกันมากมาย ซึ่งแต่ละคนก็มีความเห็นแตกต่างกันไป เช่น   “ไม่รู้เหมือนกัน ปกติเห็นยีราฟส่วนใหญ่ถ้าไม่ตกงาน ก็ถูกจับขังในสวนสัตว์”   “ตำแหน่งของไทจะขึ้นอยู่กับสถานนะในสังคม ถ้าตัวไหนเป็นหัวหน้าจะใส่ด้านบน ถ้าตัวไหนเป็นผู้จัดการเฉยๆ ก็ใส่ตรงกลาง ส่วนตัวไหนเป็นพนักงานปกติก็ผูกด้านล่างไป”   “ตอนเช้าใส่ออกบ้านก็อยู่ด้านบนหรอก แต่พอทำงานมาทั้งวัน ต้องเจอทั้งลิงบาบูน ทั้งสิงโต ตอนเย็นก็เลยไปอยู่ด้านล่างอย่างที่เห็น”   “นึกว่าปกติใส่แต่โบว์หูกระต่ายซะอีก”   “ลองนึกดูนะ ปกติมนุษย์ใส่ไทด์ตรงไหนล่ะ ด้านบนหรือด้านล่าง?”   “มีแต่มนุษย์มาคอมเมนต์ ไม่เห็นมียีราฟบ้างเลย ให้พวกมันตัดสินกันเองเถอะว่าต้องใส่ตรงไหน”   “เออ แล้วพวกแพนด้านล่ะ พวกมันใส่ไทด์กันรึเปล่า แล้วถ้าใส่จะใส่ยังไง”…

  • 15 ภัตตาคารสุดหรู เน้นหนักเรื่อง “บรรยากาศ” ชีวิตนี้ต้องไปนั่งให้ได้สักครั้ง!!!

    15 ภัตตาคารสุดหรู เน้นหนักเรื่อง “บรรยากาศ” ชีวิตนี้ต้องไปนั่งให้ได้สักครั้ง!!!

    เวลาเราจะเลือกร้านอาหารสักร้าน ก็มีปัจจัยอยู่ไม่กี่อย่าง เช่น รสชาติ ราคา หรือ บรรยากาศ ซึ่งวันนี้ #เหมียวสามสี จะพาทุกท่านไปพบกับภัตตาคารสุดหรูที่ตั้งอยู่ในบรรยากาศที่งดงามจนแทบลืมไปเลยว่าจะมาทานอาหาร และภัตตาคารที่คัดมานั้นก็มีหลากหลายอารมณ์ให้ได้เลือกกัน บางอันก็ใกล้ชิดธรรมชาติซะจนธรรมชาติจะมากินอาหารกับเราเลย บางที่ก็อยู่ใต้แสงเหนือ เรียกได้ว่าขนกันมาจากทั่วโลกกันเลยทีเดียว จะรอช้าอยู่ทำไม ไปดูกันเลยว่าจะมีที่ไหนกันบ้าง!!   ทานอาหารใต้น้ำกับ Ithaa Undersea Restaurant ที่ Alif Dhaal Atoll, Maldives   แบ่งอาหารให้กับยีราฟได้ที่ Giraffe Manor ใน Langata, Kenya   ทานอาหารในถ้ำกับ Ristorante Grotta Palazzese ที่ Puglia, Italy   ทานอาหารใต้น้ำตกกับ Labassin Waterfall Restaurant ใน Villa Escudero Resort, Philippines   มื้ออาหารบนภูเขาไฟที่ El Diablo…

  • และนี่คือสาเหตุที่ ‘ยีราฟ’ ต้องมีคอยาว เพราะจะได้ยื่นมาจุ๊ฟกับ ‘แรด’ คอกข้างๆ ห๊ะ!??

    และนี่คือสาเหตุที่ ‘ยีราฟ’ ต้องมีคอยาว เพราะจะได้ยื่นมาจุ๊ฟกับ ‘แรด’ คอกข้างๆ ห๊ะ!??

    ช่วงสัปดาห์ก่อนเราได้นำเสนอเรื่องราวความรัก(?) ของจิ้งโจ้กับน้องหมูสุดน่ารักไป นั่นทำให้เรารู้ว่าบางครั้งความรักก็แสนยิ่งใหญ่และไร้ซึ่งพรมแดน และวันนี้อีกครั้งที่ #เหมียวอ๊อดโด้ จะพาเพื่อนๆ ไปชมภาพสุดประทับใจของความรักระหว่างสัตว์โลก ที่จะทำให้เพื่อนๆ เห็นแล้วต้องอมยิ้มอย่างแน่นอน!!   เรื่องราวเกิดขึ้นที่สวนสัตว์ Dvur Kralove ในประเทศสาธารณรัฐเช็ก เมื่อยีราฟตัวหนึ่งได้พยายามยื่นหน้าข้ามกำแพงที่แบ่งอาณาเขตของสัตว์แต่ละชนิด เพื่อไปจุ๊บกับ “แรดดำ” ที่อาศัยอยู่คอกข้างๆ   ซึ่งเจ้าแรดตัวนี้ก็รู้งาน เดินมาคลอเคลียกับเจ้ายีราฟอย่างมากความสุข   โดยแรดดำตัวนี้ชื่อว่า Josef เป็นหนึ่งในสองแรดดำที่เพิ่งย้ายมาอาศัยอยู่ที่สวนสัตว์ Dvur Kralove และสวนสัตว์แห่งนี้เอง ก็เป็นสวนสัตว์ที่มีประชากรสัตว์ใกล้สูญพันธ์จากแอฟริกามากที่สุดในทวีปยุโรป .   เห็นแล้วรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกเนอะ 🙂 ที่มา Dailymail

  • ‘Henry’ น้องหมาพันธ์อิตาเลียน เกรย์ฮาวด์ มาพร้อมกับคอยาวๆ ชอบทำหน้าตาแบ๊วๆ ใส่กล้อง

    ‘Henry’ น้องหมาพันธ์อิตาเลียน เกรย์ฮาวด์ มาพร้อมกับคอยาวๆ ชอบทำหน้าตาแบ๊วๆ ใส่กล้อง

    สุนัขพันธุ์อิตาเลียน เกรย์ฮาวด์ เป็นที่มีความสุนัขร่าเริง สนุกสนาน ตื่นตัว และฉลาด ซึ่งในอดีตสุนัขพันธุ์นี้จะนิยมนำมาใช้ในการล่าสัตว์ ดังนั้นจึงทำให้ภาพลักษณ์ของมันกลายเป็นสุนัขที่มีความดุร้าย แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ซะหน่อย เพราะนิสัยที่แท้จริงของมันน่ารักจะตาย แถมยังไม่ดุร้ายอย่างที่คิด เช่นเดียวกับเจ้า Henry สุนัขพันธุ์อิตาเลียน เกรย์ฮาวด์ จากรัฐอัลเบอร์ตา ประเทศแคนาดาตัวนี้ ที่มาพร้อมกับงานอดิเรกคือการนอนเป็นชีวิตจิตใจ จนใครเห็นเป็นต้องหลงรักแบบนี้เลย…     เจ้า Henry เป็นหมาที่ชอบถ่ายเซลฟี่ โดยมุมประจำของมันก์คือ การทำหน้าแบ๊วๆ ทำตาโตๆ พร้อมโชว์จมูกสีดำอันบิ๊กบึ้มของมันเข้าใส่กล้อง จนบังเกิดเป็นภาพน้องหมาน่าแบ๊วที่สุดในปฐพี     และที่สำคัญนอกจากความแบ๊วแล้ว สิ่งหนึ่งที่ดึงดูดสายตาผู้คนให้หันมาจ้องมอง ก็คงจะเป็นคอยาวๆ ที่ดูคล้ายยีราฟของมันนี่แหละ ที่สร้างเสน่ห์ให้หน้าตาของมันดูน่ารักมุ้งมิ้ง   นี่ Henry ไง…หมานะไม่ใช่ยีราฟ   เจ้า Henry  มีขาและคอที่ยาวตามธรรมชาติของสุนัขสายพันธุ์นี้   ชิบะ ชิสุ หรือจะเป็นคอร์กี้ ก็ต้องพ่ายแพ่ความน่ารักให้กับเจ้า Henry   และด้วยความน่ารักของมัน จึงทำให้ในตอนนี้มีผู้คนเข้าไปตามติดชีวิต Henry  ในอินสตาแกรมกว่า…

  • รู้จักเจ้า ‘โอโม่’ ยีราฟสีขาวตัวเดียวในทานซาเนีย พร้อมกับแฟชั่นโมฮอร์คสุดเก๋

    รู้จักเจ้า ‘โอโม่’ ยีราฟสีขาวตัวเดียวในทานซาเนีย พร้อมกับแฟชั่นโมฮอร์คสุดเก๋

    บอกก่อนเลยว่าภาพเหล่านี้ไม่ได้ผ่านการโฟโต้ช็อปแต่อย่างใด มันเกิดขึ้นจริงเมื่อมียีราฟตัวหนึ่งคลอดออกมามีสีขาวทั้งตัว ไม่เหมือนกับยีราฟทั่วไปที่มีสีเหลืองออกส้ม เจ้ายีราฟตัวนี้มีชื่อว่า “โอโม่” อายุ 15 เดือน จุดเด่นของมันคือการมีลำตัวสีขาว แต่ก็ยังมีลวดลายความเป็นยีราฟอยู่ ซึ่งหาได้ยากมากๆตามธรรมชาติ การที่ตัวมันเป็นสีขาวนั้นเกิดจากโรค Leucism ซึ่งเป็นความผิดปกติของสูญเสียเม็ดสีไปในร่ายกาย เจ้าโอโม่ถูกเจอครั้งแรกในอุทยานแห่งชาติ Tarangire ในทานซาเนีย โดยผู้ก่อตั้งสถาบัน Wild Nature ดอกเตอร์ Derek Lee เจ้าโอโม่นี้มันมีพฤติกรรมเหมือนยีราฟทั่วๆ ไป คืออยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ แต่ที่ทำให้มันโดดเด่นก็คือสีของตัวมันนั่นเอง   แต่การที่มันมีสีขาวก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน ก็คือปกติแล้วยีราฟก็จะเป็นเหยื่อของสัตว์ล่าเนื้อ แต่สีขาวของมันที่ให้มันเด่นกว่าคนอื่น จึงทำให้เป็นเป้าหมายของสัตว์เหล่านี้   Derek Lee และผู้ช่วยจึงพยายามที่จะปกป้องเจ้ายีราฟตัวนี้จากการถูกล่า เพื่อให้มันได้มีชีวิตอยู่ไปได้นานๆ จนมีลูก   เหมียวก็เพิ่งเคยเห็นยีราฟสีขาวเหมือนกัน มองแรกๆนึกว่าม้าลาย ที่มา boredpanda

  • ชมภาพยีราฟกับช้างน้อยกำพร้า กลายมาเป็นเพื่อนซี้ต่างสายพันธุ์ นัวเนียใกล้กันไม่ห่าง น่ารักจริงๆ

    ชมภาพยีราฟกับช้างน้อยกำพร้า กลายมาเป็นเพื่อนซี้ต่างสายพันธุ์ นัวเนียใกล้กันไม่ห่าง น่ารักจริงๆ

    สัตว์โลกที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ แม้ว่ามันจะแตกต่างกัน หรือคนละสายพันธุ์กัน แต่มันก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ ก็เหมือนกับสัตว์โลกแสนน่ารักอย่างยีราฟกับลูกช้างคู่นี้ ที่ได้กลายเป็นคู่หูคู่ซี้ประจำอุทยานแห่งชาติไนโรบี ประเทศเคนยาไปซะแล้ว     ซึ่งก่อนที่พวกมันจะมาเป็นเพื่อนกันนั้น Kiko ยีราฟน้อยวัย 1 เดือน ได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ เพราะมันถูกพบในขณะที่กำลังเดินโดดเดี่ยวอยู่ในป่าในไนโรบียังไงละเหมียว     แต่ด้วยความที่เจ้า Kiko เด็กเกินไป มันจึงไม่สามารถนอนในคอกยีราฟได้ ทางเจ้าหน้าที่เลยให้มันไปอยู่ในคอกของเจ้า Loboito ลูกช้างวัย 3 สัปดาห์ ที่เพิ่งได้รับความช่วยเหลือ หลังถูกพบโดดเดี่ยวอยู่ในป่าที่แซมบูรูแทนเช่นกัน     เมื่อสัตว์สองตัวนี้ได้เจอกัน ไม่น่าเชื่อเลยว่า พวกมันได้กลายเป็นเพื่อนคู่ซี้กันไปซะแล้ว   นอกจากมันจะสนิทสนม และตัวติดกันแจแล้ว เจ้าสัตว์สองตัวนี้ ยังไปตีสนิทกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลมันอีกด้วย น่ารักจริงๆ     ‘ถ้าสัตว์สองตัวนี้ไม่ได้รับความเชื่อเหลือได้ทันเวลา พวกมันอาจไม่มีชีวิตรอด ซึ่งกว่าที่มันจะถูกปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ สัตว์สองตัวจะต้องถูกดูแลไปจนกว่าจะโต และแข็งแรงมากขึ้นกว่านี้’ เจ้าหน้าที่หน่วยงานดูแลสัตว์กำพร้ากล่าว     เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าประทับใจของเพื่อนรักต่างสายพันธุ์คู่นี้ ที่ไม่ว่าพวกมันจะแตกต่างกันแค่ไหน แต่มันก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ แถมยังดูรักกัน สนิทสนมกันสุดๆ…