Tag: ความผิดปกติ

  • มารู้จักกับ 9 โรคหายาก พร้อมกับอาการแปลกประหลาดที่เราอาจไม่เคยเห็นกันมาก่อน

    มารู้จักกับ 9 โรคหายาก พร้อมกับอาการแปลกประหลาดที่เราอาจไม่เคยเห็นกันมาก่อน

    ความผิดปกติทางร่างกายหลายๆ อย่างในปัจจุบันนั้นสามารถอธิบายได้ด้วยกระบวนการทางการแพทย์ แต่โรคที่เรารู้จักกันทั่วไปนั้นอาจเป็นแค่เรื่องธรรมดาไปในทันที เมื่อเทียบกับโรคที่เพื่อนๆ กำลังจะได้เห็นกันต่อไปนี้ ทั้งหมดนี้คือโรคที่เราอาจไม่ได้เห็นกันในชีวิตประจำวัน เรียกว่าเป็นโรคหายากที่แทบไม่มีใครรู้จักมาก่อนเลยก็ว่าได้ ยิ่งไปกว่านั้นอาการต่างๆ ของแต่ละความผิดปกติก็ดูเหมือนจะแปลกเหนือความคาดหมายของเราอีกด้วย เราลองไปทำความรู้จักกับโรคเหล่านั้นกันดูดีกว่า ว่าแต่ละอาการมันเป็นอย่างไรบ้าง และเกิดขึ้นจากอะไร   1. โรค Fibrodysplasia Ossificans Progressive (FOP) มีอีกชื่อหนึ่งว่าโรค Stone Man Syndrome เพราะอาการของมันจะทำให้ส่วนต่างๆ ของร่างกาย อย่างเช่น กล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ และเอ็น เปลี่ยนเป็นเหมือนกับกระดูก มีลักษณะแข็งยึดติดกัน ทำให้ขยับตัวแทบไม่ได้เหมือนกับมนุษย์หิน ซึ่งมันจะเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงวัยเด็กตอนที่ร่างกายกำลังเกิดกระบวนการสร้างกระดูก โรคตามกรรมพันธุ์นี้มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากๆ เพียงแค่ 1 ในสองล้านคน และเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาเยียวยา หากใครพยายามที่จะผ่าตัดเอากระดูกบางส่วนออก บริเวณที่ทำการผ่าตัดนั้นก็จะยิ่งมีกระดูกงอกขึ้นมามากกว่าเดิม   2. โรค Cotard’s Delusion คืออาการทางจิตหายากที่ทำให้ผู้ป่วยเชื่อว่าตัวเองมีบางส่วนของร่างกายหายไป อย่างเช่นสมอง หรืออาจคิดว่าตัวเองตายไปแล้ว ทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะไม่กิน ไม่อาบน้ำ อยู่แต่ในสุสานหรือป่าช้า เพราะการได้เจอคนตายทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าได้เจอพวกเดียวกัน โรคนี้จึงมีอีกชื่อว่า Walking Corpse…

  • หญิงสาวผู้เกิดมาพร้อมกับ ‘ขน’ เต็มตัว แต่เธอก็เรียนรู้และอยู่กับมันอย่างมีความสุข

    หญิงสาวผู้เกิดมาพร้อมกับ ‘ขน’ เต็มตัว แต่เธอก็เรียนรู้และอยู่กับมันอย่างมีความสุข

    โรคที่ติดต่อทางพันธุกรรมเป็นโรคที่เราไม่สามารถควบคุมได้ และบางทีมันก็ก่อให้ให้เกิดความผิดปกติที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วย เหมือนกับเธอคนนี้ที่เกิดมาพร้อมกับภาวะผิดปกติ ทำให้เธอมีขนตามตัวจนเหมือนกับผู้ชาย แต่เธอก็บอกว่าในทุกวันนี้เธอเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมันได้แล้ว โดยหญิงสาวคนดังกล่าวมีชื่อว่า Leah Jorgensen วัย 33 ปี เธอเป็นผู้ป่วยกลุ่มอาการรังไข่มีถุงน้ำจำนวนมาก (Polycystic Ovary Syndrome, PCOS) รวมถึงมีความผิดปกติของฮอร์โมน จึงทำให้เธอมีขนขึ้นตามส่วนต่างๆ ของร่างกายเหมือนกับผู้ชาย จนทำให้เธอดูแตกต่างไปจากผู้หญิงคนอื่นๆ     อาการดังกล่าวปรากฏชัดตั้งแต่เธอมีอายุ 14 ปี และนั่นก็ทำให้เธอถูกเรียกว่า ‘ผู้ชาย’ โดยพวกกลุ่มที่ชอบกลั่นแกล้งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เธอต้องสวมเสื้อแขนยาวกับกางเกงขายาวเพื่อปกปิดขนของเธอมาเป็นระยะเวลายาวนานถึง 13 ปีเต็มๆ “มีผู้หญิงคนหนึ่งวาดภาพของฉันลงในกระดาษ ซึ่งภาพที่เธอวาดนั้นมันมีขนตามบริเวณส่วนต่างๆ ของฉันด้วย ภาพที่ฉันเห็นมันทำให้ฉันคิดว่าตัวเองเป็นตัวประหลาดจริงๆ” “ฉันรู้สึกอาย ไม่กล้าสู้หน้าผู้คน รวมถึงมีความกลัวร่วมด้วย บางทีฉันก็รู้สึกว่าตัวเองมีความเป็นผู้หญิงน้อยลง” Leah กล่าว     นอกจากนี้เธอยังบอกอีกว่า ไม่กล้าที่จะเข้าใกล้ผู้คนเพราะกลัวว่าพวกเขาจะเห็นขนที่ขึ้นบนใบหน้าของเธอ และเหตุนี้เองทำให้กว่าจะมีจูบแรกของเธอก็มีอายุปาเข้าไปถึง 27 ปี รวมถึงต้องหลีกเลี่ยงการทำฟันถึง 12 ปีอีกด้วย “ฉันปกปิดพวกมันด้วยเสื้อผ้า และต้องโกนขนที่ใบหน้าตลอดเวลา ซึ่งถ้าฉันอยากจะโชว์ส่วนไหนก็จะเป็นเฉพาะส่วนที่ฉันโกนขนแล้วเท่านั้น” “มันทั้งร้อนและมีเหงื่อชุ่มเมื่อเข้าฤดูร้อน และเพราะฉันต้องสวมเสื้อฮู้ดอยู่แทบตลอดทั้งปี ทำให้บางครั้งฉันแทบจมกองเหงื่อตายเลย” Leah กล่าว     แต่ก็มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับเธอในเดือนธันวาคม…

  • เด็กน้อยผู้รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ หลังจากที่เกิดมามีสมองอยู่ข้างนอก

    เด็กน้อยผู้รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ หลังจากที่เกิดมามีสมองอยู่ข้างนอก

    เราอาจเคยได้ยินกันมาก่อนว่าเด็กที่คลอดออกมาไม่ได้หมายความว่าจะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ทุกคน เพราะยังมีบางคนที่อาจเกิดมาแล้วต้องเสียชีวิตไปจากความผิดปกติของร่างกาย ซึ่งเด็กคนนี้ก็เกือบจะได้เป็นหนึ่งในนั้น แต่เขาก็สามารถรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์และโตขึ้นมาอย่างมีความสุข เด็กน้อยคนนี้มีชื่อว่า Jamie Daniel จากเมือง Nuneaton เขตวาร์วิคเชอร์ ประเทศอังกฤษ เขาเกิดเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2008 แต่ในวันเดียวกันนั้นก็เกือบจะเป็นวันตายของเขา เพราะความผิดปกติที่ติดตัวมาเกือบทำให้เขาต้องตายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง   Jamie เด็กที่เกิดมามีความผิดปกติ และเกือบต้องเสียชีวิตในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงหลังคลอด   Jamie คลอดออกมาพร้อมกับพี่สาวฝาแฝด Lucy หญิงสาวที่เกิดมาพร้อมร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ครบ 32 ประการ แต่ในขณะเดียวกัน Jamie กลับเกิดมามีน้ำหนักตัวแค่ประมาณ 1 กิโลกรัมเท่านั้นเอง แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาเกือบเสียชีวิตลงตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลกก็คือ ความผิดปกติที่เรียกว่า Encephalocele ทำให้สมองของเด็กน้อยออกมาอยู่ด้านนอกกะโหลกศีรษะ แพทย์ที่ทำคลอดทำใจไว้แล้วว่าเด็กคนนี้คงไม่มีโอกาสรอดแน่ๆ     Leanne Daniel แม่ของเด็กน้อยเล่าว่ามีการพบความผิดปกติของ Jamie ตั้งแต่ตอนที่ไปตรวจครรภ์ในสัปดาห์ที่ 31 ซึ่งตอนนั้นหมอบอกว่าเด็กอาจจะเกิดมาแล้วตายเลย หรือไม่อย่างนั้นก็อาจมีความผิดปกติที่ร้ายแรงมากๆ และแนะนำให้เธอทำแท้งเอาเด็กคนนี้ออก แต่ทว่าน้ำคร่ำของเธอไหลออกมาก่อนเวลาที่กำหนด…

  • จากการศึกษาและงานวิจัยบอกว่า ‘การเสพติดเซลฟี่’ อาจเป็นอาการผิดปกติของจิตใจก็ได้

    จากการศึกษาและงานวิจัยบอกว่า ‘การเสพติดเซลฟี่’ อาจเป็นอาการผิดปกติของจิตใจก็ได้

    ในโซเชียลมีเดีย เราอาจได้เห็นเพื่อนๆ เซลฟี่โพสต์ลงในโซเชียลมีเดียกันจนเป็นเรื่องปกติ แต่มันอาจจะไม่ปกติอีกต่อไป เมื่องานวิจัยได้ออกมาเผยว่าการเซลฟี่อาจเป็นความผิดปกติทางจิตอย่างหนึ่ง ย้อนกลับไปในปี 2014 สมาคมจิตเวชอเมริกัน หรือรู้จักกันในชื่อ APA ได้พูดถึงความผิดปกติทางจิตอย่างหนึ่งที่ชื่อว่า Selfitis คือคนที่ถูกการเซลฟี่เข้าครอบงำ ต่อมาในปี 2017 จึงได้มีงานวิจัยออกมาเพื่อยืนยันและจำแนกประเภทของอาการชนิดนี้     งานวิจัยดังกล่าวถูกตีพิมพ์ใน วารสารนานาชาติที่เกี่ยวกับสุขภาพจิตและการเสพติด เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน โดยนักวิจัยสองคนจากมหาวิทยาลัย Nottingham Trent University ในอังกฤษ และ Thiagarajar School of Management ในอินเดีย พวกเขาต้องการยืนยันว่าอาการทางจิตดังกล่าวนั้นมีอยู่จริงและต้องการแบ่งระดับความรุนแรงออกมาให้เราเห็นภาพกันได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ตามเงื่อนไขต่างๆ ที่ถูกวางเอาไว้     ทั้งสองใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยจำนวนหลายร้อยคน เพื่อทำการสัมภาษณ์แบบกลุ่ม หลังจากนั้นพวกเขาก็แบ่งระดับความรุนแรงของพฤติกรรมการถูกครอบงำจากเซลฟี่ออกมาเป็น 3 ระดับดังนี้ ระดับ 1 ขั้นเริ่มต้น หมายถึงคนที่ถ่ายเซลฟี่อย่างน้อยวันละ 3 ครั้ง แต่ไม่ได้โพสต์รูปเหล่านั้นลงโซเชียล ระดับ 2 ขั้นรุนแรง หมายถึงคนที่ถ่ายเซลฟี่อย่างน้อยวันละ 3 ครั้ง…

  • Bigglesworth กระต่ายไร้ขนกับเอกลักษณ์ความน่ารัก กลายเป็นดาวเด่นโซเชียลไปซะแล้ว!!

    Bigglesworth กระต่ายไร้ขนกับเอกลักษณ์ความน่ารัก กลายเป็นดาวเด่นโซเชียลไปซะแล้ว!!

    ภาพของ Mr. Bigglesworth เจ้ากระต่ายไร้ขนแสนน่ารักตัวนี้ กำลังกลายเป็นสิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่ฮอตที่สุดในโลกอินเตอร์เน็ต ณ ขณะนี้เลยก็ว่าได้ นั่นอาจเป็นเพราะความน่ารักที่ไม่เหมือนใคร เลยทำให้เจ้ากระต่ายได้รับความสนใจเป็นพิเศษ   แถมยังดูเหมือนแมวไร้ขนของ Dr. Evil จากภาพยนตร์เรื่อง Austin Powers อีกด้วย   วันที่ 29 สิงหาคม 2017 ทางเว็บไซต์เดลีเมล์ได้เผยภาพน่ารักๆ ของ Mr. Bigglesworth กระต่ายพันธุ์เร็กซ์วัยเพียง 2 เดือน ที่มีความน่ารักมุ้งมิ้งเหมือนกับกระต่ายทั่วๆ ไป แต่สิ่งที่ทำให้มันดูแตกต่าง ก็คงเป็นเพราะว่าเจ้า Bigglesworth เกิดมาพร้อมกับความผิดปกติทางพันธุกรรมที่หาได้ยากมากๆ จึงทำให้มันกลายเป็นกระต่ายไร้ขนนั่นเอง     ด้วยความที่ไม่เหมือนใครเลยทำให้เจ้า Bigglesworth ได้กลายเป็นหนึ่งในดาวเด่นบนโลกอินสตาแกรม โดยในตอนนี้มีคนเข้าไปติดตามมันมากกว่า 14,000 คนแล้วจ้า (ถ้าอยากสนับสนุนน้องเพื่อนๆ ก็ไปฟอลโล่ในไอจี loafy_mrbigglesworth ได้เลย)     ทางด้าน Cassandra Hall คุณแม่ลูกสองและนักออกแบบกราฟฟิก วัย 40 ปี…

  • รวม 10 อาการสภาวะทางจิตอันแปลกประหลาด ความนึกคิดที่แตกต่างไปจากคนธรรมดา…

    รวม 10 อาการสภาวะทางจิตอันแปลกประหลาด ความนึกคิดที่แตกต่างไปจากคนธรรมดา…

    จากสถิติ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งโลกจะมีอาการผิดปกติในเรื่องของจิตใจหรือพฤติกรรม แต่ในความผิดปกติที่มากมายแตกต่างกันไปเหล่านั้น เราลองมาดูอาการที่ให้ความรู้สึกว่าแปลก พิลึกกว่าที่เราเคยได้ยินมาก่อน… กับความผิดปกติทางด้านจิตใจที่ส่งต่อไปยังการทำงานของร่างกาย ที่ออกมาในรูปแบบของพฤติกรรมความคิดแปลกๆ ทั้ง 10 ความผิดปกติ   1.Quasimodo Syndrome   โรคนี้ถือว่ามีอาการที่น่ากลัวอยู่มากเลยทีเดียว เพราะจะคิดว่าตัวเองนั้นมีร่างกายที่ผิดปกติหรือมีความบกพร่องที่เกินจริง จะส่องกระจกอยู่ตลอดเพื่อพยายามจับผิดตัวเอง ถึงขนาดไม่ชอบที่จะถ่ายรูปเพราะกลัวว่าจะเห็นในข้อบกพร่องของตัวเองในภาพ มีความภูมิใจในตัวเองน้อยมาก และกลัวการเข้าสังคมเพราะคิดว่าคนอื่นจะหัวเราะเยาะในความผิดปกติที่ตัวเองคิดไว้   2.Erotomania   ผู้ป่วยจะคิดว่ามีคนตกหลุมรักตัวเองอยู่ แล้วคนคนนั้นก็คือบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคมเช่น ดารานักร้อง จินตนาการเอาว่าเหล่าคนดังนั้นจะส่งสัญญาณแสดงความรักมาให้อยู่ตลอด และจะพยายามติดต่อกลับไปหาด้วยวิธีต่างๆ เพื่อเป็นการแสดงถึงความรัก ถึงแม้ว่าคนดังเหล่านั้นจะตอบปฏิเสธ แต่ก็ยังคิดว่านั่นคือการเก็บให้เรื่องของพวกเขาเป็นความลับต่อสาธารณชนเพียงแค่นั้น   3.Capgras Delusion   อาการก็คือจะมีความเชื่อว่าตัวเองหรือคนใกล้ตัวนั้นถูกแทนที่ด้วยร่างฝาแฝด และจะคิดว่าเรื่องแย่ๆ ที่ได้ทำลงไปนั้นไม่ใช่ฝีมือของตน แต่เป็นฝีมือของอีกร่างหนึ่งที่ไม่ใช่ตัวเองแต่มีลักษณะเหมือนกันมากๆ โรคนี้มักจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กับโรคจิตเภท   4.Fregoli Delusion   เขาจะเชื่อว่าคนแปลกหน้ารอบตัวคือคนที่พวกเขารู้จัก แต่แค่ปลอมตัวมาเพื่อหวังผลประโยชน์บางอย่าง ซึ่งโรคดังกล่าวนั้นได้รับการอธิบายครั้งแรกในปี 1927 เมื่อเด็กสาวคนหนึ่งเชื่อว่าตัวเองถูกติดตามจากนักแสดงในโรงละครที่เธอไปบ่อยครั้ง ทำการปลอมตัวมาเป็นคนที่เธอรู้จักหรือเคยเห็นหน้า  …

  • หนุ่มจีนวัย 19 ปี มีหน้าอกด้านขวาขยาย คล้ายเต้านมผู้หญิง หมอเชื่อฟาสต์ฟู้ดคือตัวการ!!

    หนุ่มจีนวัย 19 ปี มีหน้าอกด้านขวาขยาย คล้ายเต้านมผู้หญิง หมอเชื่อฟาสต์ฟู้ดคือตัวการ!!

    สำหรับผู้หญิงแล้ว การมีนมเล็กถือเป็นปัญหาระดับชาติเลยก็ว่าได้ แต่ถ้ามีหน้าอกใหญ่ต่างก็เป็นที่พอใจของใครต่อใครอยู่แล้ว ซึ่งถ้าหากสถานการณ์นี้ไปเกิดขึ้นกับผู้ชายล่ะ เชื่อว่ามันจะต้องเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมาก โดยเฉพาะในเคสของ Xiao Yang หนุ่มวัย 19 ปี จากมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ที่หน้าอกข้างหนึ่งของเขากลับขยายใหญ่ผิดปกติ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเต้านมของผู้หญิงโดยอยู่ประมาณคัพ A และที่แย่ไปกว่านั้นคือ นมมันดันโตขึ้นมาข้างเดียว ส่งผลให้หน้าอกของเขาไม่เท่ากันซะด้วย     วันที่ 11 สิงหาคม 2560 ทางเว็บไซต์ต่างประเทศมีรายงานว่า Xiao Yang หนุ่มวัย 19 รายนี้ ได้สังเกตเห็นหน้าอกด้านขวาของเขาเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเมื่อตอนอายุ 13 ปี โดยภายหลังทางพ่อแม่ของเขาก็ได้พาไปรักษาที่โรงพยาบาลหลายแห่งในจีน ทางแพทย์ก็ไม่สามารถค้นพบวิธีในการรักษาได้ จนในที่สุด เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ภายหลังจากที่เขาได้เข้าไปรักษากับ Dr. Pan Zhongliang แพทย์จากโรงพยาบาล Wenzhou Central Hospital เขาก็ได้เข้าเครื่องเครื่องอัลตราซาวด์ ซึ่งผลที่ได้แสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตของเต้านมด้านขวาที่มีขนาดเท่ากับหน้าอกคัพ A ของผู้หญิง     ในขณะที่อกด้านซ้ายของเขากลับมีลักษณะเป็นปกติ และไม่แสดงอาการบวมใดๆ ด้วยเหตุนี้…

  • เพราะสีเราไม่เท่ากัน!? โรค ‘Heterochromia Iridum’ ภาวะผิดปกติ บ่อเกิดของตาสองสี

    เพราะสีเราไม่เท่ากัน!? โรค ‘Heterochromia Iridum’ ภาวะผิดปกติ บ่อเกิดของตาสองสี

    เชื่อว่าหลายๆคนต้องเคยเห็นดารา นักแสดง หรือศิลปินคนดัง ที่มีนัยตาสองสีกันมาบ้างแหละ แล้วเราเคยสงสัยกันมั้ยว่า จริงๆแล้วมันเกิดจากอะไร เราไปหาคำตอบพร้อมๆกันเลย     อาการผิดปกตินี้ทางวิทยาศาสตร์มีชื่อเรียกว่า ‘Heterochromia Iridum’ (เฮทเทอโร-โครเมีย อิริดั้ม) ซึ่งสาเหตุก็เกิดจากการที่ค่าเม็ดสีเมลานินได้ดวงตาทั้งสองข้างมีไม่เท่ากัน และสามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นผ่านพันธุกรรม หรือบางกรณีก็อาจเกิดจากอุบัติเหตุได้ด้วยเช่นกัน   แม้แต่ในแมวเหมียว ก็สามารถเกิดอาการนี้ได้เช่นกันนะ…   การถ่ายทอดผ่านพันธุกรรม ต้องบอกก่อนว่าสีนัยตาของแต่ละคนนั้น จะขึ้นอยู่กับปริมาณเม็ดสีเมลานินที่อยู่ในม่านตาของเรา ซึ่งโดยปกติคนทั่วไปจะมีค่าเม็ดสีที่เท่ากันทั้งสองข้าง ทำให้มีนัยตาเหมือนกัน แต่สำหรับกรณีผู้ที่มีอาการผิดปกติ มีค่าเมลานินเม็ดสีในดวงตาสองข้างไม่เท่ากัน ก็จะส่งผลให้เกิดอาการ ‘Heterochromia Iridum’ เนี่ยแหละ ซึ่งทางการแพทย์พบว่าโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากคิดเป็น 1 ใน 1,000,000 เลยทีเดียว   Kate Bosworth ดาราสาวจากเรื่อง Superman Return (2003) ผู้มีอาการผิดปกติดังกล่าว   เคสที่เกิดจากอุบัติเหตุ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเคสที่เกิดขึ้นยากกว่าพันธุกรรมซะอีก ซึ่งในกรณีนี้เราขอยกตัวอย่างเคสของ David Bowie ศิลปินชื่อดังที่ล่วงลับไปแล้ว เรื่องมันมีอยู่ว่าเดิมทีเจ้าตัวมีสีนัยตาที่เหมือนคนปกติทั่วไปนั่นแหละ แต่ด้วยเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกับเพื่อนสนิทในช่วงวัยรุ่น แล้วมีการชกต่อยกันเกิดขึ้น…

  • หนุ่มมีติ่งเนื้องอกคล้ายหางตั้งแต่เกิด พ่อแม่เชื่อว่านำโชค แต่ทรมานจนต้องตัดออก!!

    หนุ่มมีติ่งเนื้องอกคล้ายหางตั้งแต่เกิด พ่อแม่เชื่อว่านำโชค แต่ทรมานจนต้องตัดออก!!

    ตอนเด็กๆ หลายๆ คนคงเคยมีความฝันว่าอยากจะลองมีหางเหมือนกับสัตว์ดู มันคงจะน่ารักไม่น้อยเลยทีเดียวล่ะ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วมันไม่ได้เป็นเรื่องที่ดีหรอกนะ เอาล่ะเราลองไปชมเรื่องราวของเด็กหนุ่มผู้มีหางติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดกันเลยดีกว่า… หนุ่มอินเดียวัย 18 ปี ใช้ชีวิตมากับติ่งเนื้อที่งอกออกมาบริเวณหลังคล้ายกับหางยาวประมาณ 18 เซนติเมตรมาตลอดชั่วชีวิต เชื่อว่านี่เป็นติ่งเนื้อที่ยาวที่สุดที่เคยพบเห็นกันมาเลยทีเดียว ผู้ปกครองของเขานั้นพยายามที่จะซ่อนเจ้าหางนี้เอาไว้เพราะเชื่อว่ามันเป็นเหมือนเครื่องรางที่จะช่วยให้โชคดี     แต่เมื่อช่วงวนที่ 29 เดือนกันยายน ที่ผ่านมา หนุ่มรายนี้ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลในเมือง Nagpur รัฐ Maharashtra ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศอินเดีย ก็เพราะว่าตรงส่วนที่เป็นหางน่ะมันเริ่มที่จะสร้างความเจ็บปวดให้กับเขาแล้ว   และในที่สุดมันก็ถูกผ่าออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!!   อาการเจ็บป่วยนี้ทางการแพทย์เรียกว่าเป็นอาการผิดปกติของการพัฒนาระบบประสาทและบีบอัดจนทำให้เกิดเป็นก้อนเนื้อคล้ายหางออกมาที่บริเวณหลังของเขา จริงๆ แล้วถ้าตรวจพบตั้งแต่เด็กๆ ก็สามารถรักษาได้ตั้งแต่ตอนนั้นเลย แต่ในกรณีนี้ทางครอบครัวของเด็กหนุ่มนั้นปกปิดเอาไว้ไม่ให้คุณหมอและทางโรงพยาบาลรู้     คุณหมอ Pramod Giri หัวหน้าทีมแพทย์ที่ทำการผ่าตัดศัลยกรรม ที่โรงพยาบาลได้กล่าวว่า “มันเป็นเคสที่หาได้ยากมากๆ และพวกเราก็ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย” “เขาถูกแอดมิทเข้าโรงพยาบาลในทันทีที่บอกว่ามีอาการเจ็บปวดที่บริเวณหลังอย่างรุนแรง ซึ่งมันสร้างปัญหาให้กับเขาในเวลานั่งและนอนเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เด็กหนุ่มยังได้รับผลกระทบทางจิตใจอีกด้วย เพราะเจ้าติ่งเนื้อที่มีลักษณะคล้ายหางนั่นน่ะมันโตขึ้นในทุกๆ วัน เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องแอบซ่อนมันเอาไว้ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้คนอื่นรู้” “พ่อแม่ของเขานั้นรู้เรื่องนี้มาตลอด แต่พวกเขาก็ปฏิเสธที่จะพาลูกชายไปหาหมอ เพราะคิดว่าเจ้าหางนั่นน่ะเป็นเครื่องรางที่จะให้โชคกับเด็กหนุ่ม” คุณหมอกล่าว    …