Tag: deer

  • ลูกกวางมูสหลงทางเดินหาแม่ไม่เจอ เห็นพี่ทหารก็เลยขอดูดนม เพราะคิดว่าเป็นแม่

    ลูกกวางมูสหลงทางเดินหาแม่ไม่เจอ เห็นพี่ทหารก็เลยขอดูดนม เพราะคิดว่าเป็นแม่

    ทหารมีหน้าที่ต้องรักษาความสงบของประเทศ และช่วยเหลือทุกชีวิตให้อยู่อย่างมีความสุข ซึ่งในบางครั้งทุกชีวิตไม่ได้หมายถึงเฉพาะคนเท่านั้น แต่รวมไปถึงเพื่อนร่วมโลกตัวอื่นๆ ด้วย นายทหาร Erich Jyri Prikko เป็นทหารที่ประจำอยู่แถบป่าของประเทศเอสโตเนีย เขาเป็นทหารในสังกัดที่ดูแลพื้นที่แถบทะเลสาบ Võrtsjärv     เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2018 ตอนที่เขาเดินเข้าไปในป่าเพื่อหาที่ชิ้งฉ่อง เขาก็บังเอิญไปเจอลูกกวางมูสตัวหนึ่ง มันเดินอยู่ตามลำพังและมีท่าทางตกใจเล็กน้อย เขาไม่อยากจะทำให้มันตกใจไปมากกว่านี้ ก็เลยเดินไปหลบอยู่ตรงต้นไม้ข้างๆ แล้วหวังว่ามันจะเดินกลับไปหาแม่ของมันเอง เขาจะได้ไปทำธุระของเขาต่อสักที     แต่ลูกกวางมูสกลับไม่ได้เดินหนีไป หลังจากมันลังเลอยู่พักหนึ่งมันก็เดินตรงเข้ามาหาเพื่ออ้อนเขา บางทีเขาคงดูไม่มีพิษมีภัยมันก็เลยเข้ามาเพื่อขอความช่วยเหลือ แถมมันยังเอาจมูกดันมาตรงร่องรักแร้ของเขาด้วย Prikko คิดว่ามันคงคิดว่าเขาเป็นแม่ของมัน ก็เลยมาขอดูดนมให้หายหิวล่ะมั้ง     แน่นอนว่าเขาไม่มีน้ำนมให้มันดูดกินหรอก ก็เลยช่วยให้มันหายหิวไม่ได้ แต่เขาก็ไม่อยากจะปล่อยมันไว้ตามลำพังเหมือนกัน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะพามันกลับไปหาแม่เลย เมื่อไม่รู้ว่าควรต้องทำยังไง เขาก็เลยติดต่อไปที่ส่วนกลางเพื่อแจ้งสถานการณ์ให้สัตวแพทย์ประจำสังกัดทราบ พอสัตวแพทย์รู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้วพวกเขาก็เลยบอกแล้วทหารหนุ่มพาลูกมูสกลับไปยังจุดที่เจอตอนแรก แล้วคอยสังเกตการณ์ก็พอ     ไม่นานนักก็มีสัตวแพทย์จากส่วนกลางมาตรงจุดที่เขาอยู่ พวกเขาเอานมใส่ขวดมาป้อนให้ลูกกวางมูสเผื่อในกรณีที่แม่กวางไม่กลับมาแถวนี้มันจะได้ไม่หิว แต่ระหว่างที่ป้อนนมลูกวางมูสพวกเขาก็พยายามทำภารกิจให้เงียบเชียบที่สุด จะได้ไม่ทำให้สัตว์ที่ผ่านไปมาตกใจกลัว Prikko ยังคงเฝ้าลูกกวางอยู่ตรงนั้นต่อไปจนค่ำ แม้จะดึกมากแล้วเขาก็ยังหลับเฝ้ามันอยู่ตรงนั้น และกลางดึกนั้นเองเขาก็ตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงลูกกวางร้อง พอตามไปดูที่จุดเดิมก็เห็นรอยเท้าของลูกกวางและกวางตัวใหญ่อีกตัวหนึ่ง จึงตีความได้ว่าแม่ของมันพามันกลับไปได้อย่างปลอดภัยแล้วล่ะ     พี่ทหารเขาก็ใจดีจังเลยนะ เรียกคนมาช่วยลูกกวางแล้วก็ยังนั่งเฝ้ารอแม่ให้มารับมันไปอีก สมแล้วที่เป็นคนทำหน้าที่รักษาความสงบของประเทศชาติ…

  • หนุ่มนิรนามเห็นกวางจะจมน้ำ เลยโดดลงทะเลสาบไปช่วยมันโดยไม่ลังเล

    หนุ่มนิรนามเห็นกวางจะจมน้ำ เลยโดดลงทะเลสาบไปช่วยมันโดยไม่ลังเล

    เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2018 ที่ผ่านมา มีคนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ในเขต Montgomery County รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าเห็นกวางตัวหนึ่งอยู่ในทะเลสาบใกล้ๆ แต่มันหาทางขึ้นไม่ได้ ถ้าปล่อยไว้มันอาจจมน้ำตาย เจ้าหน้าที่รีบรุดไปช่วยมันตรงจุดที่ได้รับแจ้ง แต่เมื่อพวกเขาไปถึง ก็เห็นชายคนหนึ่งที่ชื่อ Patrick อยู่ในน้ำกับเจ้ากวางแล้ว เขาโดดลงไปช่วยมันก่อนทั้งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือผลประโยชน์ใดๆ เลย     ชายคนนั้นใช้ห่วงยางช่วยชีวิตประคองตัวเจ้ากวางไว้ แล้วเขาก็ว่ายน้ำพาเจ้ากวางไปที่ขอบทะเลสาบเพื่อที่จะพามันขึ้นไปยังพื้นหญ้าที่ปลอดภัยอีกครั้ง เขาต้องว่ายเลียบขอบทะเลสาบไปทั้งๆ ที่แบกเจ้ากวางอยู่เพราะที่กั้นรอบๆ นั้นสูงเกินกว่าที่จะปีนขึ้นมาได้ กว่าจะถึงตรงบันไดขึ้นลงทะเลสาบก็นานพอสมควรเลย เมื่อเขามาถึงตรงบันไดขึ้นลง เจ้าหน้าที่ที่รออยู่กับอุ้มเจ้ากวางกลับมาอยู่บนสนามหญ้าอย่างปลอดภัย แล้วเขาก็ได้บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไปแชร์ในโซเชียลมีเดียด้วย     พอกวางตัวนั้นขึ้นมาบนฝั่ง มันก็ดูอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด แค่จะยืนยังยืนไม่ค่อยอยู่เลย แต่อย่างน้อยมันก็มั่นใจได้แล้วว่าตัวเองรอดพ้นจากอันตรายมาได้แล้วล่ะ มีรายงานมาว่ากวางตัวนั้นนอนพักอยู่ตรงที่เดิมนาน 4 ชั่วโมงก่อนจะตื่นขึ้นมา แล้ววิ่งกลับเข้าไปในป่าซึ่งเป็นถิ่นของตัวเองอย่างปลอดภัย แม้จะไม่ใช่การกระทำที่ยิ่งใหญ่อะไร แต่ชายคนนี้ก็ยอมเอาตัวเองเสี่ยงภัยไปช่วยมัน แถมยังไม่บอกชื่อเต็มของตัวเองเพราะไม่อยากได้ชื่อเสียงจากการช่วยเหลือสัตว์ด้วย อย่างไรก็ตามชาวเน็ตและเจ้าหน้าที่ก็ชื่นชมเขาอย่างมาก เพราะคนจิตใจดีแบบนี้หากันไม่ได้ง่ายๆ หรอก     ที่มา: the dodo

  • รถไฟญี่ปุ่นติดตั้ง “เสียงร้องของสัตว์” เตือน “กวาง” ให้รู้ว่ารถไฟกำลังใกล้เข้ามา ช่วยหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ

    รถไฟญี่ปุ่นติดตั้ง “เสียงร้องของสัตว์” เตือน “กวาง” ให้รู้ว่ารถไฟกำลังใกล้เข้ามา ช่วยหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ

    จากข้อมูลของหนังสือพิมพ์ Asahi Shimbun พบว่าระหว่างที่รถไฟกำลังวิ่งอยู่ในช่วงเย็นและช่วงดึก ในเขตที่มีสัตว์อาศัยอยู่ใกล้เคียงมักจะมีสัตว์ป่า (โดยเฉพาะกวาง) มาขวางทางรถไฟอยู่ จนมักจะเกิดอุบัติเหตุรถไฟชนสัตว์ตายอยู่บ่อยครั้ง เพื่อแก้ไขปัญหานี้นักวิจัยจึงได้คิดค้นวิธีป้องกันไม่ให้สัตว์เข้ามาใกล้รถไฟจนโดนชน แล้วก็พบว่าการติดตั้งเสียงเตือนของรถไฟเป็นเสียงร้องของสัตว์ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ดีมาก     หลังจากที่พบว่ามีกวางถูกรถไฟชนอยู่บ่อยครั้ง นักวิจัยกลุ่มหนึ่งจึงรวมตัวกันขึ้นเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหานี้ จะได้ช่วยไม่ให้สัตว์ป่าต้องตายโดยใช่เหตุ จากการรวบรวมข้อมูลแล้ว ก็พบว่าเมื่อเปิดสัญญาณเตือนก่อนจะถึงบริเวณที่กวางรวมกันอยู่จะทำให้พวกมันมีโอกาสโดนชนน้อยลง นักวิจัยจึงใช้ประโยชน์จากข้อมูลส่วนนี้รวมเข้ากับข้อมูลที่ว่ากวางกลัวเสียงเห่าของสุนัข เกิดเป็นสัญญาณเตือนภัยเสียงสุนัขเห่าขึ้นมา     จากนั้นจึงทำการทดสอบโดยใช้เสียงร้องของกวางยาว 3 วินาที ผสมกับเสียงเห่าของสุนัขยาว 20 วินาที แล้วให้รถไฟนำไปเปิดใช้ในตอนกลางคืน ผลที่ได้นั้นเป็นที่พึงพอใจมาก พบว่ารถไฟจะเจอกวางประมาณ 7.5 ครั้งในระยะการวิ่งทุกๆ 100 กิโลเมตร และเมื่อเปิดใช้เสียงสัญญาณสุนัขเห่าแล้วก็ทำให้กวางโดนชนลดน้อยลงมาก Railway Technical Research Institute ที่เป็นสถาบันวิจัยข้อมูลเกี่ยวกับรถไฟระบุว่าเสียงสัญญาณนี้ช่วยลดจำนวนกวางที่โดนชนได้ถึง 45 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว     เจ้าหน้าที่จากสถาบันวิจัย Railway Technical Research Institute บอกกับหนังสือพิมพ์ Asahi ว่า “ถ้าหากว่าเสียงสัญญาณแบบใหม่นี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มันจะช่วยลดความจำเป็นที่จะต้องติดตั้งสิ่งกีดขวางเพื่อป้องกันสัตว์ป่าในหลายพื้นที่” เขายังพูดอีกว่า “พวกเราหวังว่าเสียงสัญญาณนี้จะสามารถนำไปใช้ในระบบได้อย่างทั่วถึงทั้งในบริเวณภูเขาและบริเวณอื่นๆ ด้วย…

  • ใจสั่งมา!! กวางหนุ่มสุดหื่นหาที่ระบายผิดที่ผิดทาง ด้วยการไปคร่อมรูปปั้นกวางซะอย่างงั้น

    ใจสั่งมา!! กวางหนุ่มสุดหื่นหาที่ระบายผิดที่ผิดทาง ด้วยการไปคร่อมรูปปั้นกวางซะอย่างงั้น

    ขึ้นชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตแล้วสิ่งที่น่าจะเกิดมาพร้อมกันก็คือเรื่องอารมณ์ทางเพศ ซึ่งการมีอารมณ์ทางเพศถือว่าเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ แต่หากระบายมันออกผิดที่ผิดทางอาจจะเป็นเรื่องที่สุดฮาเหมือนเจ้ากวางตัวนี้ ที่มันดันไปขึ้นคร่อมรูปปั้นซะอย่างงั้น.. เรื่องราวเกิดขึ้นในรัฐวิสคอนซิน ประเทศสหรัฐบอเมริกา เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งสามารถจับภาพกวางหนุ่มกลัดมันตัวหนึ่งกำลังพยายามข่มขืนกวางสาวตัวหนึ่ง โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่า กวางสาวตัวนั้นเป็นแค่รูปปั้นเท่านั้นเอง   ขอนิดนึงนะน้องสาวสุดสวย   ในตอนเริ่มต้นนั้นเจ้ากวางตัวนี้ได้พยายามจะขี่รูปปั้นกวางตัวแรก แต่ว่าพอมันรู้ว่ากวางที่มันไปหื่นใส่ด้วยนั้นไม่ใช่กวางที่มีชีวิตจริงๆ  มันเลยเปลี่ยนเป้าหมายไปยังกวางตัวที่สองแทน   ตัวแรกไม่เล่นด้วย เลยจัดตัวที่สองซะเลย   ซึ่งมันก็หารู้ไม่ว่ากวางทางเลือกที่สองของมันนั้นก็เป็นรูปปั้นเช่นเดียวกัน งานนี้จึงไม่รู้ว่าเจ้ากวางสุดเจ้าชู้ได้เสร็จสมอารมณ์หมายเหมือนที่มันตั้งใจไว้หรือไม่ แต่ที่รู้ๆ ก็คือมันได้สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้แก่ชาวเน็ตทั่วโลกอย่างมากมายเลย   อย่า อย่าหยุดยั้ง ก้าวไปในสิ่งที่หมาย   ซึ่งภาพทั้งหมดที่สาวคนนี้ได้บันทึกไว้ ได้กลายมาเป็นภาพที่พิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่มีแค่คนเท่านั้นที่มีรสนิยมทางเพศแบบแปลกๆ แต่กับสัตว์โลกชนิดอื่นๆ พวกมันก็มีความชอบที่ต่างออกไปเหมือนกันนะ   วิดีโอขณะกวางกลัดมันตัวนี้กำลังขยี้รูปปั้นกวางสุดฮา   แหม พี่กวางนี่ก็หน้ามืดตามัวจริงๆ เลยว่าไหม…   ที่มา: dailymail

  • นักท่องเที่ยวสุดห่าม พยายามเข้าไปถ่ายรูปแบบชิคๆ กับกวาง ทั้งที่มีป้ายเตือนถึงอันตราย

    นักท่องเที่ยวสุดห่าม พยายามเข้าไปถ่ายรูปแบบชิคๆ กับกวาง ทั้งที่มีป้ายเตือนถึงอันตราย

    เวลาเราไปเที่ยวสวนสัตว์ เราจะเห็นป้ายเตือนที่คอยบอกว่าห้ามทำสิ่งใดบ้าง เพราะอาจจะเป็นอันตรายต่อตัวเองหรืออาจจะเป็นอันตรายต่อสัตว์ได้ แต่ก็มีคนบางจำพวกที่ไม่รู้ถึงความอันตรายของสัตว์เหล่านี้โดยเข้าไปถ่ายรูปใกล้ๆ เพียงเพื่อให้ได้มาเพียงรูปภาพสวยๆ เท่านั้น Ted Shillitto ช่างภาพอายุ 70 ปี ได้เฝ้าดูนักท่องเที่ยวที่พยายามเข้าไปถ่ายภาพกับกวางอย่างใกล้ชิด ถึงแม้ว่าจะมีป้ายเตือนถึงอันตราย แต่ก็ไม่สนใจ จนเป็นภาพชินตา     โดยเขาได้เฝ้าดูเหตุการณ์ที่ Wollaton Hall Park ในเมือง Nottingham ประเทศอังกฤษ “ผู้คนไม่รู้ว่าสัตว์เหล่านี้มีอันตรายมากขนาดไหน ยิ่งในช่วงฤดูผสมพันธุ์ที่พวกมันจะยิ่งมีความดุร้ายมากขึ้น เพราะมักจะมีการต่อสู้เกิดขึ้นเพื่อเรียกร้องความสนใจจากตัวเมีย” Ted กล่าว เขาได้พยายามเตือนนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่ก็ไม่มีใครสนใจและยังคงถ่ายรูปแบบที่พวกเขาทำกันต่อไป     ก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์ที่กวางทำร้ายคนเกิดขึ้น ซึ่งผู้เคราะห์ร้ายคือ Yuan Li อายุ 43 ปี ดีไซน์เนอร์จากเลย์ตันสโตนซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของลอนดอน เธอบอกว่า “นึกว่าตัวเองตายไปแล้ว” หลังจากเธอโดนเขากวางแทงเข้าที่ช่วงท้องและขา ระหว่างที่พยายามเข้าไปถ่ายรูปใกล้ๆ จนเธอต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยด่วน     เมื่อรูปทั้งหลายได้ถูกเผยแพร่ออกไปชาวเน็ตก็มีความเห็นที่หลากหลายเช่นกัน อย่าง   “ถึงกวางจะมีความสวยงาม แต่ก็อย่าลืมว่ายังไงมันก็เป็นสัตว์ป่าอยู่นะ” , “เมื่อมีคนบุกรุกพื้นที่ของคุณ ไม่ว่าเป็นคนหรือสัตว์ก็ต้องป้องกันตัวเองทั้งนั้นแหละ”     เห็นอย่างนี้แล้วทางที่ดีหากเพื่อนๆ ไปเที่ยวสวนสัตว์หรือไปเจอสัตว์เหล่านี้ที่ไหน ก็พยายามอย่าเข้าใกล้จะเป็นการดีกว่าเนอะ เพราะยังไงพวกมันก็ยังมีสัญชาตญาณความเป็นสัตว์ป่าอยู่ จริงไหม…   ที่มา: dailymail

  • กวางน้อยติดมนุษย์แจ หลังถูกแม่กวางทิ้งและเจอหนุ่มใจดีช่วงเลี้ยงดูระหว่างที่มันอ่อนแอ

    กวางน้อยติดมนุษย์แจ หลังถูกแม่กวางทิ้งและเจอหนุ่มใจดีช่วงเลี้ยงดูระหว่างที่มันอ่อนแอ

    เชื่อว่าคนรักสัตว์คนไหนได้อ่านเรื่องราวที่เหมียวกำลังจะเล่าต่อไปนี้แล้วล่ะก็ รับรองว่าต้องซึ้งไปตามๆ กันแน่นอน เพราะเรื่องราวที่เหมียวจะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องของเจ้ากวางตัวหนึ่ง ที่จับพลัดจับผลูมาเกิดเอาหลังบ้านมนุษย์ และถูกเขาเลี้ยงดูอย่างดี จนมันไม่อยากจะจากเขาไปไหนอีกเลย   เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา แชแนลยูทูบ honeysada ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอของเจ้ากวางตัวหนึ่ง ที่ดันมาคลอดลูกแฝดอยู่ในสวนหลังบ้านของชายคนหนึ่งนามว่า Darius แต่น่าเสียดายที่ลูกกวางตัวหนึ่งได้บาดเจ็บที่ขา ทำให้มันไม่สามารถเดินตามแม่และพี่ของมันไปได้ แม่กวางจึงตัดสินใจทิ้งมันไว้ที่นี่   นาย Darius ได้บรรยายไว้ในคลิปวิดีโอของเขาว่า “ด้วยนักล่ามากมายในป่า มันแทบไม่มีโอกาสจะรอดชีวิตเลย ผมไม่ได้สนับสนุนให้นำสัตว์ป่ามาเป็นสัตว์เลี้ยงหรอกนะ แต่มันเป็นกรณีพิเศษจริงๆ”   หลังจากนั้นเขาก็นำเอาเจ้ากวางน้อยมาดูแลประคบประหงมอย่างดี พร้อมกับทำเฝือกใส่ขาของมัน เพื่อให้เจ้ากวางกลับมามีสุขภาพแข็งแรงและยืนได้อีกครั้ง และเมื่อถึงเวลาเขาก็เตรียมที่จะนำมันกลับไปปล่อยคืนสู่ป่าแบบที่มันควรจะเป็น   แต่อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเจ้ากวางน้อยก็ค่อยๆ แน่นแฟ้นมากขึ้น แถมเจ้าสุนัขที่เขาเลี้ยงไว้ก็ยังเป็นมิตรคอยดูแลเพื่อนใหม่ของมันเช่นกัน นั่นทำให้เจ้ากวางอยากอยู่กับเขาต่อไปเรื่อยๆ และไม่ยอมไปไหนเลย   หลังจากใช้เวลาในการให้อาหารมันทุกๆ 4 ชั่วโมง มันก็เริ่มแข็งแรงและเรียนรู้ที่จะเดินอีกครั้ง   แม้ว่าเจ้ากวางจะติดนาย Darius ขนาดหนัก และไม่ยอมไปไหนเลย แต่เขาก็รู้ดีว่าไม่มีใครสามารถแทนที่แม่จริงๆ ของมันได้ เขาจึงตัดสินใจจะพามันกลับไปยังป่าของมัน   นาย Darius พยายามนำมันไปปล่อยอยู่หลายครั้ง แต่ก็ดูจะไม่เป็นผล…