นอร์เวย์ขออนุมัติงบ 400 ล้าน อัปเกรดอุโมงค์พันธุ์พืช 1 ล้านชนิด รับมืออากาศอันเลวร้าย…

หลายคนคงรู้จักสถานที่แห่งนี้ที่มีชื่อว่า Svalbard ซึ่งเป็นสถานที่ที่สำคัญของโลกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว เพราะมันคืออุโมงค์เก็บรักษาเมล็ดพืชพันธุ์จำนวนนับล้านชนิดเอาไว้ เพื่อรับมือกับวันสิ้นโลกที่อาจจะเกิดขึ้นได้ (อ่านประวัติอุโมงค์ได้ที่นี่)

โดยเมื่อไม่นานมานี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการขนย้ายเมล็ดพันธุ์พืชชนิดใหม่กว่า 70,000 ชนิด นำไปเก็บรักษาเพิ่มเติม ทำให้จำนวนทั้งหมดนั้นทะลุยอดถึง 1 ล้านชนิดแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นก้าวที่สำคัญของมวลมนุษยชาติอีกขั้นหนึ่ง

 

 

แต่ในการที่จะทำให้อุโมงค์แห่งนี้คงอยู่ต่อไปและปกป้องเมล็ดพืชจากสภาพอากาศอันแปรปรวนนั้น ทางรัฐบาลนอร์เวย์มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล เพื่อทำการต่อเติมและเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุโมงค์

และเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2018 ก็เป็นวันที่อุโมงค์แห่งนี้ได้เปิดใช้งานมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว โดยตั้งอยู่ที่เกาะ Svalbard ซึ่งอยู่ระหว่างเกาะหลักของประเทศนอร์เวย์กับขั้วโลกเหนือ ทำหน้าที่ปกป้องเมล็ดพันธุ์พืชจากภัยพิบัติ สงครามโลกหรือภาวะโลกร้อน

 

 

แต่ด้วยความที่สภาพอากาศของโลกเรานั้นเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น และอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งในช่วงปี 2017 อุโมงค์แห่งนี้ต้องประสบกับเหตุการณ์น้ำท่วม ก่อให้เกิดความเสียหายบางส่วน (อ่านข่าวเก่าได้ที่นี่)

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้กระทรวงเกษตรและอาหารของรัฐบาลประเทศนอร์เวย์ ได้ทำการยื่นเรื่องเบิกงบประมาณจำนวน 100,000,000 โครนนอร์เวย์ หรือประมาณ 403,000,000 บาทไทย เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพให้กับธนาคารเมล็ดพันธุ์แห่งนี้สามารถยืนหยัดในระยะยาวได้

 

 

ถึงแม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะตั้งอยู่ในแถบอาร์กติก แต่มีการคำนวณไว้ว่าในปี 2100 อุณภูมิของ Svalbard จะเพิ่มสูงขึ้นจาก -5.9 องศาเซลเซียส เป็น 3.3 องศาเซลเซียส และมีโอกาสเกิดฝนตกเพิ่มขึ้น 40%

ทำให้รัฐบาลต้องเพิ่มมาตรการและเสริมความแข็งแกร่ง เพื่อรับมือกับปัญหาอุณภูมิที่สูงขึ้นและเพิ่มปริมาณพื้นที่สำหรับเก็บเมล็ดพืชเพิ่มเติม

แผนการเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในอนาคตนั้น ทาง Svalbard จะต้องเพิ่มตัวทำความเย็น ท่อคอนกรีตและแหล่งพลังงานฉุกเฉิน ซึ่งกำแพงสำหรับป้องกันน้ำท่วมได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากเกิดเหตุในครั้งก่อน

 

 

ในเรื่องของประโยชน์ของอุโมงค์นั้น ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีที่แล้วในช่วงสงครามกลางเมืองในประเทศซีเรีย ก็ได้มีการยื่นเอกสารเพื่อทำการกู้ยืมเมล็ดพันธุ์จากธนาคารเป็นครั้งแรก และนั่นก็ทำให้สถานที่แห่งนี้ดูมีความจำเป็นในอนาคตอย่างมาก

ที่มา Gizmodo, Regjeringen, BBC

Comments

Leave a Reply