หนุ่มโตเกียววัย 43 ถูกจับกุม เพราะสักชื่อย่อของตัวเองลงไปที่ก้นของพนักงานเมดสาววัย 19 ปี

ความรักอาจเป็นสิ่งสวยงาม แต่ว่าสิ่งนั้นก็อาจทำให้คนเราเกิดความคิดและการกระทำที่ไม่ดีตามมาได้ เหมือนอย่างความรักของชายคนหนึ่งที่มีให้กับหญิงสาว จนทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเขต Taito กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อ Naohiro Kobayashi วัย 43 ปี ทำการสักชื่อย่อของตัวเองเอาไว้ลงบนตูดของสาวน้อยวัย 19 ปีที่เขาแอบหลงรัก

 

Naohiro ชายที่ทำความผิดในครั้งนี้

 

Naohiro เป็นทั้งนักลงทุนและเป็นหุ้นส่วนบริหารร้านเมดคาเฟ่แห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว จึงทำให้เขาได้เจอกับเหยื่อสาวรายนี้ที่ทำงานเป็นลูกจ้างของร้าน

จนกระทั่งในเดือนพฤศจิกายน 2017 เขาได้พาเธอกลับไปยังหอพักของตัวเอง ก่อนที่จะมอมเธอด้วยน้ำผลไม้ผสมแอลกอฮอล์ 90 เปอร์เซ็นต์ จนทำให้หญิงสาวเมาแล้วหมดสติไป

ในขณะที่เธอไม่รู้สึกตัวอยู่นั้น เขาก็ทำการสักรูปตัว N เอาไว้บนตูดของเธอด้วยหมึกสีดำและเข็มที่สะอาด ซึ่งเขาไม่ได้สักลงไปเพียงรอยเดียว แต่เขาสักเอาไว้ถึง 5 รอยสักเลยทีเดียว

 

ภาพประกอบบทความไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

 

จากการรายงานของสำนักข่าว Sora News เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2018 จึงทำให้ทราบว่าชายคนนี้ถูกจับกุมตัวเป็นที่เรียบร้อย และเขาให้การสารภาพว่า “ผมเพียงต้องการแสดงให้เห็นว่าเธอคือผู้หญิงของผม เพื่อยืนยันในความรักของเรา”

นอกจากนั้นเพื่อนบ้านของ Naohiro ก็ยังบอกกับเจ้าหน้าที่อีกว่า พวกเขามักจะเห็นชายคนนี้พาผู้หญิงวัยรุ่น อายุ 20 ต้นๆ กลับมาที่ห้องอยู่เสมอ จึงทำให้ตำรวจยังคงทำการสืบสวนกันต่อไปเพื่อหาดูว่า มีหญิงสาวคนอื่นอีกหรือไม่ที่ตกเป็นเหยื่อของชายคนนี้

 

ภาพประกอบบทความไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

 

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ชาวเน็ตญี่ปุ่นจำนวนมากรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของเขา และเข้ามาแสดงความคิดเห็นเอาไว้ว่า

“เป็นผู้ชายที่เลวร้าย ชั่วช้ามากจริงๆ”

“น่าสะอิดสะเอียนจริงๆ เด็กสาวคนนั้นยังเด็กพอที่จะเป็นลูกของเขาได้เลยนะ”

“การที่ทำให้เธอสลบด้วยแอลกอฮอล์แบบนั้น เขาสามารถฆ่าเธอได้ด้วยพิษของแอลกอฮอล์ภายในแก้วเลยนะนั่น”

“บ้าไปแล้ว..”

“นั่นมันไม่ใช่การสักแล้ว แต่มันคือการล่วงละเมิดและลวนลามหญิงสาวชัดๆ”

 

ภาพประกอบบทความไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

 

การที่เราปฏิบัติกับคนอื่น เหมือนเห็นพวกเขาเป็นแค่สิ่งของของเรา นั่นอาจไม่ได้เรียกว่าความรักแต่เป็นความเห็นแก่ตัวมากกว่านะ

 

ที่มา: rocketnews24

Comments

Leave a Reply