จากคลิปสามีเกาหลีลดน้ำหนักเพื่อภรรยา ทั้งสองกลับโดนคอมเมนต์ต่อว่าจำนวนมาก

ก่อนหน้านี้ในเดือนสิงหาคม 2017 #เหมียวมู่ทู่ เคยนำเสนอเรื่องราวของ Hugh Gwon หนุ่มเกาหลีผู้เปลี่ยนแปลงตัวเอง พยายามลดน้ำหนักเพื่อเป็นกำลังใจให้ภรรยา Nicholas สาวชาวออสเตรเลียที่ประสบปัญหาการมีลูกยาก

(อ่านข่าวเก่าได้ที่ สามีตัดสินใจลดน้ำหนักจนมีซิกแพ็ค เพื่อให้กำลังใจภรรยา ในช่วง ‘ภาวะมีบุตรยาก’)

จากการออกกำลังกายและควบคุมอาหารของเขา ทำให้สามารถลดน้ำหนักลงไปได้มากถึง 22 กิโลกรัม ในระยะเวลา 23 สัปดาห์ และภรรยาก็ตั้งท้องได้สำเร็จด้วยการทำเด็กหลอดแก้ว

 

จากความพยายามของเขา ทำให้เปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้

 

เขาและภรรยารู้สึกยินดีกับผลลัพธ์ในครั้งนี้มาก

 

ฟิตเปรี๊ยะ จำแทบไม่ได้เลยทีเดียว

 

แต่ก็ไม่ได้มีเพียงเรื่องราวดีๆ เท่านั้น เพราะหลังจากที่ทั้งคู่โพสต์คลิปความพยายามและการประสบความสำเร็จของนาย Hugh ลงในโลกโซเชียล จนทำให้ชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ในหลากหลายแง่มุม ทำให้ทั้งสองต้องเจอการโจมตีในแง่ลบจากหลายๆ ความคิดเห็น

 

คลิปความพยายามและการเปลี่ยนแปลงของหนุ่มเกาหลีคนนี้

 

คอมเมนต์จากชาวเน็ตที่เข้ามาโจมตีพวกเขาในหลายๆ เรื่อง..

 

เมื่อ Hugh ลดน้ำหนักแล้ว นี่คงถึงตาของคุณภรรยาแล้วแหละ

.

 

ชาวเน็ตคนนี้เข้ามาบอกว่า Nicholas ดูอ้วนมากๆ และมองว่านี่คือการกดขี่เรื่องเพศที่เหมือนบังคับให้ผู้ชายต้องมาออกกำลังกายอย่างหนัก แต่ผู้หญิงที่อ้วนเหมือนกันกลับไม่ต้องทำอะไร

 

คอมเมนต์ที่บอกว่านั่นไม่ใช่คนคนเดียวกัน แต่คนเอเชียก็หน้าเหมือนกันหมด แค่เอาคนที่ผอมมาแทนที่คนอ้วนเท่านั้นเอง

 

ดูเหมือนว่าชาวเน็ตคนนี้ก็เชื่อว่านั่นคือคนละคนเหมือนกัน

 

ชายคนนี้มาบอกด้วยว่า ในรูปเปรียบเทียบหน้าตาไม่เหมือนกันเลยนะ

.

 

ส่วนพ่อหนุ่มคนนี้ เข้ามาวิจารณ์ว่าควรลดน้ำหนักเพื่อตัวเราเองมากกว่า และต่อว่าไปถึงภรรยาของ Hugh พร้อมกับบอกอีกว่า เทรนเนอร์สาวในคลิปดูเหมาะสมกับเขามากกว่าอีก

 

หลังจากที่ทั้งสองได้เจอกับการโจมตีอย่างหนักในหลายๆ ความคิดเห็น Nicholas จึงได้ออกมาพูดถึงเรื่องที่มีบอกว่าตัวเองอ้วน ทั้งๆ ที่จริงเธอแค่กำลังท้อง 6 เดือนอยู่เท่านั้นเอง

 

เธออยากตอบหลายๆ คอมเมนต์ไปเลยว่า “ฉันกำลังท้อง 6 เดือนอยู่เข้าใจมั้ย!!!”

 

เธอโพสต์รูปก่อนที่เธอจะท้องให้ทุกคนได้เห็น

 

สุดท้ายแล้วการแสดงความคิดเกี่ยวกับคนคนหนึ่ง เราควรไตร่ตรองให้ดีก่อนและไม่ควรต่อว่าใครไปตามอารมณ์ เพราะเมื่อไหร่ที่เราต้องเจอแบบนั้นกับตัวเอง เราก็คงไม่ชอบหรอกจริงมั้ย

 

ที่มา: nextshark

Comments

Leave a Reply