นักวิทย์เผยการค้นพบ “ตัวฆ่า HIV” หลังพัฒนาแอนติบอดี้ ที่สามารถจัดการเชื้อได้ถึง 99%!!

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า HIV ได้คร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่าปีละหลายล้านคน เช่นเดียวกับการพัฒนาในด้านการแพทย์ ที่เหล่านักวิจัยพยายามค้นหาแอนติบอดี้เพื่อฆ่าเชื้อ HIV ที่ได้ผลมากที่สุด

ล่าสุดดูเหมือนว่าการแพทย์ใกล้จะเอาชนะเชื้อ HIV ได้แล้ว เมื่อทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ร่วมมือกับทีมวิจัยจากบริษัท Sanofi และได้ค้นพบแอนติบอดี้ที่สามารถต้านเชื้อไวรัสได้สูงถึง 99% เลยทีเดียว

 

โดยทีมวิจัยเชื่อว่าการทดลองกับลิงในครั้งนี้ จะนำไปการพัฒนายาต้าน HIV ให้แก่มนุษย์ได้

 

ก่อนหน้านี้ทีมวิจัยได้ทดสอบกับลิง 24 ตัว ด้วยการฉีดไวรัส HIV เข้าสู่ร่างกายของพวกมัน และเมื่อนักวิจัยได้ทำการฉีดแอนติบอดี้ตัวใหม่เข้าไป ก็พบว่าไม่มีเชื้อ HIV ในลิงเหล่านั้น ที่สามารถเกิดการกลายพันธุ์ต่อไปได้

สำหรับระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ในปัจจุบัน คือจะไม่สามารถรับมือกับคุณสมบัติการกลายพันธุ์ของเชื้อ HIV ได้ ทำให้หลังจากนั้นภูมิคุ้มกันเราจึงเต็มไปด้วยเชื้อไวรัสในเวลาต่อมา

ทว่ามีเพียงผู้ป่วยจำนวน 1% เท่านั้น ที่ร่างกายมีคุณสมบัติสามารถพัฒนาเชื้อจุลินทรีย์ในร่างกายที่เรียกว่า ‘Spikes’ ได้ ซึ่ง Spikes (หรือ broadly neutralising antibodies) มีคุณสมบัติที่ไม่สามารถกลายพันธุ์

ทีมนักวิจัยจึงชี้ว่าอาจนำส่วนนี้มาใช้ในการพัฒนาแอนติบอดี้ได้ต่อไป…

 

 

จากการวิจัยทั้งหมดทำให้ทีมวิทยาศาสตร์ ได้ค้นพบวิธีการที่จะนำเอาแอนติบอดี้ทั้ง 3 อย่างมารวมกัน (tri-specific antibody)

Dr. Gary Nabel หนึ่งในทีมวิจัยจากบริษัท Sanofi ให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า “เป็นการทดลองที่น่าอัศจรรย์ใจ และดูมีประสิทธิภาพสูงกว่าแอนติบอดี้ตัวอื่นๆ ที่เคยพบมา”

 

 

ปัจจุบันคาดว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อ HIV ทั่วโลกมากถึง 36.7 ล้านคน และน่าตกใจที่มีเพียง 60% เท่านั้นที่รู้ว่าตัวเองมีเชื้อ HIV โดยจากสถิติเมื่อปี 2015 พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากเชื้อตัวนี้มากถึง 1.1 ล้านคนภายในปีเดียว

แม้ว่าการทดลองทั้งหมดนี้จะได้ผลลัพธ์เป็นที่น่ายินดี แต่ทางทีมวิจัยก็เน้นย้ำว่า หากนำมาทดลองในภูมิคุ้มกันของมนุษย์ยังต้องคำนึงถึงเงื่อนไขหลายๆ อย่าง ซึ่งการทดลองแอนติบอดี้ต้านไวรัสในมนุษย์คาดว่าจะมีขึ้นภายในปี 2018 นี้

 

 

วิทยาการแพทย์ได้ก้าวล้ำข้ามไปอีกขั้นแล้วสินะ และหวังว่าในอนาคตเราอาจจะได้เห็นยาที่สามารถกำจัด HIV ได้หมดในมนุษย์แบบแน่นอนเกิดขึ้นจริงๆ ก็เป็นได้…

ที่มา: IndependentMetro

Comments

Leave a Reply