ครบรอบ 10 ปี “ไอโฟน” ย้อนดูไอโฟนตั้งแต่รุ่นแรกจนรุ่นล่าสุด คุณได้ครอบครองรุ่นไหนบ้าง?

ปัจจุบันมีสมาร์ทหลายรุ่นให้ผู้คนได้เลือกใช้ หนึ่งในนั้นคือ Apple  ที่ได้เปิดตัวโทรศัพท์ไอโฟน และไม่ว่าจะออกมากี่รุ่นๆ ก็ได้รับความนิยมเสมอ

และในปีนี้ก็เป็นที่ 10 แล้วสำหรับไอโฟน ทำให้หลายคนนึกย้อนไปถึงตอนที่ Apple เปิดตัวไอโฟนรุ่นแรกจนกระทั่งรุ่นล่าสุด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอกหรือลูกเล่นของไอโฟนแต่ละรุ่นที่มีความแตกต่างกัน

เรามาดูดีกว่าเพื่อนๆ เคยครอบครองไอโฟนรุ่นไหนบ้าง

 

iPhone – 2007

เรียกได้ว่าเป็นโทรศัพท์รุ่นแรกๆ ที่มาในรูปแบบจอสัมผัส ความกว้าง 3.5 นิ้ว ราคาจะขึ้นอยู่กับหน่วยความจำ คือ 8GB ราคา 20,000 บาท 4GB ราคา 17,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. นั่นหมายความว่าคุณจะไม่สามารถเสียบหูฟังขนาดอื่นได้ อีกอย่างหนึ่งคือแบตโทรศัพท์รุ่นนี้ค่อนข้างอยู่ได้ไม่นาน

ที่สำคัญคือไม่มี 3G ส่วนตัวเครื่องภายนอกนั้นทำด้วยหินอลูมิเนียมอย่างสวยงาม

 

iPhone 3G – 2008

รุ่นนี้มีการดีไซน์ที่ค่อนข้างดูดี ด้านหลังทำจากพลาสติกสีดำเงาแทนอลูมิเนียม รองรับ 3G ทำให้สามารถใช้เน็ตผ่าน WiFi ได้ และได้ปรับปรุงหูฟังกับแบตเตอร์รี่ให้ดีขึ้นด้วย

นอกจากนี้ยังมีกล้องความชัด 2 ล้านพิกเซล อย่างไรก็ตามได้มีการยกเลิกรุ่นที่หน่วยความจำ 4GB ไป เหลือแต่ 8GB ขึ้นไป และกลายเป็นความจำมาตรฐานในตอนนั้น

 

iPhone 3GS – 2009

เป็นรุ่นที่ได้รับการอัพเดตซอฟต์แวร์ ทำให้สามารถบันทึกวิดีโอ รับส่งข้อความและรูปภาพได้ นอกจากนี้มันยังมาพร้อมกับกล้อง 3.2 ล้านพิกเซล ซึ่งถือว่ามีความคมชัดในระดับหนึ่งสำหรับเวลานั้น

ในช่วงเวลานี้เองที่ทำให้ App Store เป็นที่รู้จักมากขึ้นเพราะมีการดาวน์โหลดแอพมากกว่าที่เคย ที่สำคัญมันยังสามารถจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากได้

 

iPhone 4 – 2010

นี่คือสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ถูกออกแบบให้มีความบางที่สุดในโลก และเรียกได้ว่าเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมจนทำให้โทรศัพท์รุ่นอื่นๆ ตกอันดับลงอย่างเห็นได้ชัด

แต่ในขณะที่เดียวกันโทรศัพท์ยี่ห้ออื่นก็พยายามฟื้นตัวด้วยการผลิตสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอใหญ่กว่า 4 นิ้ว เพราะไอโฟนยังยืนยันที่จะทำหน้าจอแค่ 3.5 นิ้ว เท่านั้น

ไอโฟน 4 ใช้งานด้วยระบบคล้ายๆ 3GS ที่สามารถอัพเกรดได้เรื่อยๆ ในขณะที่กล้องก็ได้รับการปรับปรุงให้ชัดขึ้นเช่นกัน จอแสดงผลเป็นจอเรตินา ซึ่งมีความหนาแน่นและคมชัดพอดีกับสายตาของมนุษย์มากทึ่สุด

นอกจากนี้ ไอโฟน 4 ยังเป็นรุ่นแรกที่มีกล้องหน้า และมี FaceTime หรือวิดีโอคอลก็ได้รับการรู้จักมากขึ้นในช่วงเวลานี้เช่นกัน

 

iPhone 4s – 2011

เป็นรุ่นที่มีการอัพเกรดคุณภาพกล้องให้ดีขึ้นอีกระดับ ด้วยระบบเซนเซอร์ 5MP ถึง 8MP และได้เพิ่มความจำจาก 32GB เป็น 64GB

นอกจากนี้ไอโฟน 4s ยังเป็น 4G LTE รุ่นแรกที่มาพร้อม Siri ซึ่งเป็นตัวช่วยอ่านข้อความแทนผู้ใช้

 

iPhone 5 – 2012

เนื่องจากโทรศัพท์คู่แข่งเริ่มกลับมาตีตลาดอีกครั้ง ทำให้ Apple เปิดตัวไอโฟน 5 ที่มีหน้าจอกว้างขึ้นกว่าเดิมคือ 5 นิ้ว จนทำให้ไอโฟนรุ่นก่อนหน้านี้ดูเล็กไปเลย

นอกจากยังมีการติดตั้งระบบ iOS ที่มีให้อัพเดตเรื่อยๆ ส่วนดีไซน์ภายนอกก็เน้นความแข็งแกร่งและความสวยเนี๊ยบในเวลาเดียวกัน

 

iPhone 5s – 2013

เป็นรุ่นแรกที่มีการติดตั้งระบบสแกนลายนิ้วมือจนได้รับความนิยมในทั่วโลก และยังได้เปิดตัวสีใหม่คือสีทอง ที่มีความกะทัดรัด ใช้งานสะดวก จนกลายเป็นอีกหนึ่งรุ่นของไอโฟนที่มียอดขายถล่มทลาย

iPhone 6/6 Plus – 2014

การทำงานภายในจะคล้ายกับไอโฟน 5s แต่หน้าจอของไอโฟนจะกว้างมากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค คือ 4.7 และ 5.5 สำหรับไอโฟน 6 พลัส

นอกจากนี้ยังเพิ่มหน่วยความจำสูงสุดถึง 128GB และเพิ่มขนาดของแบตเตอร์รี่ด้วยเพื่อป้องกันการโค้งงอ เพราะตัวเครื่องทั้งใหญ่และยาวกว่าเดิม

 

iPhone 6s/6s Plus – 2015

ไอโฟน 6 จะใช้จอสัมผัสด้วยระบบ 3D มีแบตเตอร์รี่ขนาดใหญ่ มีการประมวลผลที่ดีขึ้น โดยรวมแล้วถือว่าเป็นรุ่นที่ค่อยข้างสมบูรณ์เลยทีเดียว

ที่สำคัญยังเป็นการเปิดตัวไอโฟน Rose Gold ครั้งแรกจนได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งยังมาพร้อมกับกล้องที่มีความคมชัดตั้งแต่ 8-12 ล้านพิกเซล

 

iPhone 7/7 Plus – 2016

นี่คือ 2 รุ่นล่าสุด เป็นรุ่นที่มีระบบป้องกันฝุ่นและกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง มีสีแดงทึบและสีแดงด้านที่เป็นสีท็อปของรุ่นนี้ และที่สำคัญ Apple ได้ยกเลิกหน่วยความจำ 16GB ไป เหลือเพียง 32, 64 และ 128 GB เท่านั้น

 

จริงๆ แล้วไม่ได้มีแค่นี้ แต่ยังมีรุ่นพิเศษคือ 5C และ SE ซึ่งมีราคาที่ต่ำกว่ารุ่นที่หลักที่ได้กล่าวเอาไว้เพื่อให้ผู้คนได้ครอบครองไอโฟนง่ายขึ้น

แล้วเพื่อนๆ ล่ะ กำลังใช้ไอโฟนรุ่นไหนอยู่? แน่นอนว่าไอโฟนไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้แต่กำลังจะออกตัวใหม่ที่อัพเกรดดีกว่าเดิม น่าสนใจกว่าเดิม ซึ่งหลายคนก็คงเก็บเงินรอไว้แล้วเช่นกัน

 

ที่มา distractify

Comments

Leave a Reply