เรื่องราวของเจ้าลาผู้ถูกใช้งานเกือบสิ้นชีวา แต่ยังไม่สิ้นบุญเพราะมีคนมาช่วยเหลือได้ทัน…

เราทุกคนคงทราบดีอยู่แล้วว่า ลา เป็นสัตว์ที่ใกล้เคียงกับม้า แต่ด้วยความฉลาดของมันที่มีน้อยกว่า เลยทำให้มันถูกนำมาใช้แรงงานตั้งแต่สมัยอดีตกาล

การนำสัตว์มาช่วยเบาแรงก็ถือเป็นเรื่องดีอยู่หรอก แต่ยกเว้นในกรณีที่สัตว์ตัวนั้นถูกใช้งานอย่างหนักจนเกือบตาย อย่างเช่นกรณีของเจ้าลา จากประเทศสเปนตัวนี้

 

ภาพที่ถูกแชร์ต่อไปทั่วโซเชียล เจ้าลาผู้ลากเกวียนอย่างหนัก จนร่างกายทนไม่ไหวล้มพับลงไปต่อหน้าเจ้าของ

 

จากเหตุการณ์อันน่าสงสารที่เกิดขึ้นกับเจ้าลา ทำให้มีพลเมืองดีคนหนึ่งรีบแจ้งเรื่องราวนี้ไปยังองค์กรช่วยเหลือสัตว์ ที่ประจำอยู่ในประเทศสเปน

‘เป็นเรื่องน่าผิดหวังที่เรายังได้เห็นมนุษย์ ใช้แรงงานสัตว์อย่างหนัก และไม่มีการดูแลพวกมันให้ดีพอตามที่ควรจะเป็น และถือเป็นหน้าที่ของเรา ที่จะช่วยทำให้ปัญหานี้หมดไป’ Veronica Sanchez จากองค์กรดังกล่าวให้สัมภาษณ์

 

ภาพของลาผู้อาภัพ และเจ้าของเก่าของมัน

 

ถึงแม้ว่าองค์กรช่วยเหลือสัตว์จะยื่นเรื่องนี้ไปยังกรมตำรวจ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เข้ามาช่วยเหลือดูแลปัญหาในส่วนนี้

แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ ทำให้มีการเริ่มต้นที่จะสร้างแคมเปญด้วยตนเองบนเว็บไซต์ Change.Org ซึ่งหลังจากผ่านไปเพียง 13 ชั่วโมง ก็มีชาวเน็ตมากกว่า 12,000 คน เข้ามาร่วมลงชื่อสนับสนุน

 

โดยแคมเปญนี้เป็นการเรียกร้องให้มีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ภาครัฐ เข้ามาช่วยเหลือลาผู้โชคร้าย

 

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ทีมช่วยเหลือจากภาครัฐก็ได้เข้ามาดูอาการเจ้าลาตัวดังกล่าว พวกเขาวินิจฉัยและพบว่ามันต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร่งด่วน

เนื่องจากเจ้าลาต้องอยู่ในภาวะขาดสารอาหาร ติดเชื้อตรงบริเวณกีบเท้า และมีแผลบนลำตัวมากมาย ที่เกิดจากการใช้แรงงานอย่างหนักหน่วง

 

เจ้าหน้าที่เลยตั้งชื่อให้มันว่า Vida ซึ่งแปลว่า ‘ชีวิต’ นั่นเอง

 

มีการเจาะสายน้ำเกลือเพื่อให้มันได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน

 

บริเวณกีบที่ติดเชื้อก็ต้องมีการรักษาพยาบาลเช่นเดียวกัน

 

ซึ่งตอนนี้มันได้ย้ายไปอาศัยอยู่กับพี่น้องลาที่ถูกช่วยเหลือมามากถึง 300 ชีวิต

 

และไม่น่าเชื่อว่าจากลาที่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด วันนี้มันได้กลายเป็นลาที่ดูสุขภาพแข็งแรงขึ้นมากอีกครั้ง

 

ต้องขอบคุณพลเมืองดีชาวสเปน ที่ช่วยกันทำให้เจ้าลากลับมามีชีวิตได้ดังเดิมอีกครั้ง

ที่มา: TheDodo

Comments

Leave a Reply