Jamie Oliver จากอดีตเด็กที่มี ‘ความบกพร่อง’ สู่การเป็นหนึ่งในเชฟที่รวยสุดในโลก!!!

สำหรับวันนี้เราก็มีเรื่องราวสุดประทับใจของคนที่ไม่ยอมแพ้ต่อชีวิตและโชคชะตามาฝากเพื่อนๆ กัน ว่าแล้วเราลองมาชมกันเลยดีกว่าว่าจะสุดยอดขนาดไหน!!?

Jamie Oliver ในวัยเด็กของเขานั้นค่อนข้างลำบากเลยทีเดียว เพราะเขาเกิดมาพร้อมกับโรค Dyslexia ทำให้เขามีความบกพร่องในการอ่าน และมีปัญหาในด้านการเรียนรู้อย่างมาก (ถ้าใครนึกภาพไม่ออกก็คือโรคเดียวกับเพอร์ซี่ แจ็คสันนั่นแหละ)

แต่ถือว่าหนูน้อย Jamie ในตอนนั้นยังโชคดีมากๆ เพราะโดยพื้นฐานแล้วเขาเป็นคนที่ชอบทานอาหารและสนุกกับมัน ประกอบกับการที่พ่อแม่ของเขามีร้านอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่งไว้ให้เขาฝึกซ้อมฝีมือและฝึกหัดอยู่เสมอๆ

 

Jamie Oliver

1

 

แต่ยิ่งทำไปมันยิ่งใช่ จนเมื่อเขาเรียนหนังสือจบมาอย่างยากลำบาก เขาจึงพยายามสมัครงานเป็นเชฟทำอาหารหลายๆ ที่ จนได้มีโอกาสไปทำงานในร้านอาหารอิตาเลี่ยนแห่งหนึ่งในละแวก มาถึงจุดๆ นี้เขาก็พบว่าตัวเองสามารถทำอาหารชนิดนี้ได้ดีเป็นพิเศษ!!?

โอกาสในการพลิกผันชีวิตของเขาก่อเกิดในปี 1997 ที่ผู้จัดรายการของสำนักข่าว BBC ได้เผอิญเห็นเขาออกทีวีช่วงสั้นๆ ในรายการทำอาหารรายการหนึ่ง เกิดปิ๊งเข้ากับเชฟหนุ่มของเราเข้าให้อย่างจัง เพราะสไตล์การอธิบายและทำอาหารที่แม้จะเป็นเรื่องยากๆ ก็สามารถทำให้ผู้ชมดูจนเข้าใจกันได้ง่ายๆ

หลังจากนั้นทางผู้จัดก็เลยชักชวนเชฟหนุ่มมาทำรายการอาหารที่ชื่อว่า The Naked Chef ซึ่งผลก็เป็นไปตามคาด รายการนี้ทำให้เขาดังเป็นพลุแตก และได้รับเชิญไปรายการทำอาหารอีกหลายๆ รายการจนเขากลายมาเป็นหนึ่งในเชฟที่รวยที่สุดในโลก!!?

 

แถมไม่พอยังเคยถูกจัดอันดับโดยนิตยสาร Forbes ว่าเป็นเชฟที่มีทรัพย์สินมากกว่า 10,000 ล้านบาทเสียอีก!!?

2

 

พอดังและประสบความสำเร็จแล้ว Jamie ก็ไม่ลืมที่จะตอบแทนชุมชนด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการมีบทบาทสำคัญในการเรียกร้องให้เปลี่ยนอาหารของในโรงเรียนของอังกฤษให้ดีต่อสุขภาพเด็กมากขึ้น แถมยังส่งผลไปถึงโรงเรียนในประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

และทุกๆ ปีเขาก็มีโครงการที่จะให้โอกาสเด็กๆ ด้อยโอกาสหรือมีปัญหาด้านต่างๆ เข้ามาฝึกงานและทำอาหารในร้านของเขา เป็นดั่งการให้โอกาสและกระตุ้นให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น

 

3

 

สำหรับตอนนี้น่ะเหรอ?? ก็เรียกได้ว่าเขาเป็นเศรษฐีคนหนึ่งไปแล้วล่ะ เพราะมีร้านอาหารเป็นของตัวเองแล้ว และไม่ใช่แค่ร้านเดียวนะ กว่า 50 ร้านเลยล่ะ!!! แถมยังมีหนังสือทำอาหารเป็นของตัวเองมากมายที่พิมพ์ขายอยู่ตามท้องตลาด

แต่กระนั้น ถึงจะประสบความสำเร็จขนาดนี้โรค Dyslexia ก็เล่นงานเขาหนักหน่วงเหมือนกัน เพราะกว่าจะสามารถอ่านหนังสือสักเล่มจบนั้น เขาก็มีอายุได้กว่า 38 ปีแล้วล่ะ ซึ่งหนังสือเรื่องแรกที่เขาอ่านจบได้เสียทีก็คือนวนิยายชื่อดัง Hunger Games : Catching Fire ล่ะ!!!

 

และนี่ก็คือเรื่องราวสุดประทับใจของเขานะจ๊ะ เป็นยังไงกันบ้างเอ่ยยยย #จ่าสิบเหมียว ก็หวังว่าเพื่อนๆ จะนำไปใช้สร้างแรงบันดาลใจในการทำงานและใช้ชีวิตกันนะจ๊ะ ^^

ที่มา: Wegointer

Comments

Leave a Reply