เผยโฉม!! ตัวร้ายที่ร้ายกาจที่สุดในดิสนีย์ แท้จริงแล้วอยู่ในเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูรนี่เอง…

เมื่อไม่นานมานี้ก็คงมีผู้อ่านจำนวนไม่น้อยที่หัวเสียจากการอ่านบทความที่ #เหมียวฝึกหัด ได้แฉเรื่องราวการจุมพิตของเจ้าชายกับเจ้าหญิงสโนว์ไวท์ (อ่านได้ที่นี่) และเบื้องหลังเส้นผมของเจ้าหญิงราพันเซล (อ่านได้ที่นี่) ไปแล้ว เราก็ไม่หยุดแค่นั้น เพราะรอบนี้เป็นคิวของเรื่องของเจ้าหญิงเบลล์กับแฟนหนุ่มหน้าขนนั่นเอง ฮรี่ ฮรี่ ฮรี่… (ยิ้มกรุ้มกริ่ม)

ในครั้งนี้เราจะพูดถึงการ์ตูนอนิเมชันของดิสนีย์ที่โด่งดังจนมีการนำมารีเมคเป็นเวอร์ชันคนแสดงอย่างเรื่อง Beauty and the Beast หรือโฉมงามกับเจ้าชายอสูรนั่นเอง

ซึ่งในอนิเมชันก็ได้อธิบายที่มาของเรื่องราวความเป็นมาว่า เจ้าชายหนุ่มผู้หยิ่งยโสที่อาศัยอยู่ในปราสาทยิ่งใหญ่นั้นปฏิเสธที่จะต้อนรับหญิงแก่หน้าตาอัปลักษณ์ที่มาเคาะประตูเพื่อขอพักอาศัยโดยแลกกับดอกกุหลาบเป็นสิ่งตอบแทน

 

 

แต่ความจริงแล้วหญิงแก่นั้นเป็นแม่มดแสนสวยแปลงกายมา เธอได้สั่งสอนเจ้าชายว่าอย่าตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอกและสาปให้เขากลายเป็นอสูร นอกจากนั้นคนใช้ทั้งหมดทุกคนในปราสาทยังพลอยซวยไปด้วย ถูกสาปให้กลายเป็นข้าวของเครื่องครัวและของใช้ต่างๆ อย่างไม่มีเหตุผล

และดอกกุหลาบที่แม่มดมอบให้นั้นเป็นดอกกุหลาบวิเศษ ที่จะบานจนกระทั่งเจ้าชายมีอายุ 21 ปี ในการที่จะแก้คำสาปนั้นเขาจะต้องหารักแท้ให้พบก่อนที่ดอกไม้จะเหี่ยวเฉาและร่วงโรยจนไม่เหลือสักกลีบ มิฉะนั้นเขาจะต้องอยู่ในร่างอสูรไปตลอดกาล

 

 

เนื่องจากอับอายในรูปร่างหน้าตาของตนเอง ทำให้เจ้าชายเลือกที่จะเก็บตัวในปราสาทตลอดเวลา ก่อนที่เบลล์ นางเอกของเรื่องจะแอบย่องเข้ามาในปราสาทและกลายเป็นโรค Stockholm Syndrome หรือโรคที่ทำให้รู้สึกตกหลุมรักหรือมีใจให้กับผู้ร้ายที่ลักพาตัว หรือจับเป็นตัวประกันนั่นเอง

เมื่อเบลล์อยู่ในปราสาทก็พบกับเหล่าข้าวของเครื่องใช้ที่มีชีวิต และพวกเขาก็ได้ร้องเพลงที่มีชื่อว่า Be Our Guest ให้เธอได้ฟัง ซึ่งก็มีเนื้อเพลงท่อนหนึ่งที่ได้กล่าวว่า “10 ปีที่สนิมกิน ได้แต่นั่งปัดฝุ่นจนชาชิน” และเราก็ได้เห็นว่าดอกกุหลาบเริ่มร่วงโรยแล้ว ทำให้เราคาดการณ์ได้ว่าเจ้าชายในตอนที่โดนสาปมีอายุไม่เกิน 11 ขวบเท่านั้น

 

เพลง Be Our Guest เวอร์ชันภาษาไทย

 

หลายคนที่ได้ยินก็อาจจะคิดว่า มันก็คงเป็นแค่เนื้อเพลงที่เขียนมาให้คล้องจองกันเฉยๆ หรือเปล่า? แต่ความจริงแล้วเนื้อเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูรนั้นถูกบอกเล่าผ่านเนื้อเพลงเป็นหลัก เช่นการที่เบลล์ร้องเพลงเกี่ยวกับความฝันของเธอ หรือการที่แกสตอง ตัวร้ายของเรื่องร้องเพลงเกี่ยวกับแผนที่จะจับพ่อของเบลล์เป็นตัวประกัน หรือแม้กระทั่งเนื้อเพลงเกี่ยวกับเบลล์และเจ้าชายอสูรเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ต่อกันและกัน

เนื้อเพลงทั้งหมดของเรื่องนั้นไม่ได้เป็นแค่การเปรียบเปรย แต่เป็นการให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับตัวละครและเนื้อเรื่องแก่คนดู

 

แผนของแกสตองในเนื้อเพลงที่กล่าวว่า “เมื่อฉันมองดูที่ตาแก่โง่งั่งนั่น เห็นไหมว่าฉันได้สัญญากับตัวเองไว้ว่าจะแต่งงานกับเบลล์ และตอนนี้ฉันก็กำลังวางแผนอยู่

 

เมื่อมองย้อนไปในบทนำของเรื่องแล้วก็พบว่าเจ้าชายหนุ่มที่ปฏิเสธที่พักพิงให้กับหญิงแก่นั้นไม่ได้เป็นแค่เจ้าชายหนุ่มเท่านั้น แต่เป็นถึงขั้นเจ้าชายเด็กน้อยเลยทีเดียว ซึ่งเรื่องราวที่ได้กล่าวในตอนต้นนั้นแตกต่างกับสิ่งที่เกิดขึ้นในความเป็นจริงมากๆ

เนื่องจากเจ้าชายนั้นไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นเด็กหนุ่มผู้หยิ่งยโสนิสัยแย่ แต่กลับเป็นเด็กน้อยที่อายุพอๆ กับเราในสมัยที่ยังนั่งดูขบวนการห้าสีหรือดูการ์ตูนอยู่หน้าทีวีเลยทีเดียว

 

 

การที่หญิงแก่อัปลักษณ์มาเคาะประตูกลางดึก และมีเด็กอายุ 11 ขวบมาพบก็คงไม่แปลกที่จะโดนปฏิเสธง่ายๆ เพราะปกติเราก็คงถูกพ่อแม่สอนมาว่าอย่าเปิดประตูรับคนแปลกหน้ากลางดึก ยิ่งไปกว่านั้นหญิงแก่ผู้นั้นอาจจะตัวเหม็นอับชื้นหรือเหม็นกลิ่นสาบหมาป่าก็เป็นได้ แถมเธอยังจะมอบของแปลกๆ ให้อีกต่างหาก ซึ่งผู้ใหญ่ก็คอยสอนพวกเราอยู่เรื่อยว่าอย่ารับของจากคนแปลกหน้า

และเมื่อหญิงแก่ผู้นั้นคืนร่างเป็นแม่มดแสนสวย เด็กน้อยก็ได้กราบขอโทษเพราะเขาเป็นเด็กดีที่ไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอโกรธ แต่แม่มดผู้นั้นกลับใจร้ายแบบสุดๆ ไม่มีความเมตตาต่อเด็กที่มีอายุเพียง 11 ขวบที่ทำในสิ่งที่เด็กมีความรับผิดชอบควรกระทำ เธอสาปให้เด็กน้อยกลายเป็นอสูรรูปร่างหน้าตาน่ากลัว

 

 

แค่นั้นยังไม่พอ แม่มดแสนสวยผู้นั้นยังสาปคนใช้ทุกคนทั้งหมดในปราสาทให้กลายเป็นข้าวของเครื่องใช้อีกด้วย ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิดและไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ถือว่าเป็นแม่มดที่ใจร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์การ์ตูนดิสนีย์เลยทีเดียว

หลังจากที่เจ้าชายถูกสาป เขาก็ทำได้แค่ซ่อนตัวอยู่ในปราสาทจนกระทั่งเป็นวัยรุ่น เมื่อเวลาผ่านไปก็พบว่าเขานั้นไม่มีทักษะในการเข้าสังคมเลยแม้แต่น้อย อย่างที่เราได้เห็นในการ์ตูนว่าเขาทำตัวไม่ถูกด้วยซ้ำเมื่อเจอกับผู้หญิงตัวเป็นๆ และเขาไม่รู้จะทำตัวยังไงเมื่อพบกับพ่อของเบลล์ในปราสาท เขาไม่ได้แสดงอาการเหมือนกับผู้ใหญ่ แต่กลับแสดงอาการเหมือนกับเด็กน้อยเจ้าอารมณ์ ซึ่งนั่นแหละก็คือสิ่งที่เขาเป็นอยู่ในตอนนั้นนั่นเอง

อสูรที่เราได้เห็นในการ์ตูนนั้นไม่ใช่อสูรจริงๆ เขาไม่ใช่ผู้ร้ายด้วยซ้ำ เขาก็เป็นเพียงแค่เด็กน้อยที่ไม่มีโอกาสได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างที่เขาควรเป็น

 

 

แต่ทั้งหมดที่กล่าวมาก็เป็นแค่การวิเคราะห์เท่านั้น ซึ่งอาจจะไม่เป็นความจริงตามเนื้อเรื่องก็เป็นได้

ที่มา Thefilmtheorists

Comments

Leave a Reply