หญิงผู้ตั้งใจใช้ชีวิตบนวีลแชร์ เพื่อเติมเต็มความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็น ‘คนพิการช่วงล่าง’

คนพิการแทบทุกคนอยากกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ยืน เดิน วิ่ง หรือทำอะไรหลายๆ อย่างได้เหมือนกับคนทั่วไป แต่เธอคนนี้กลับคิดไปอีกแบบหนึ่งเพราะเธอกลับต้องการที่จะใช้ชีวิตอย่างคนพิการซะเอง

ความพิการและจะได้นั่งรถวีลแชร์นั้นคือความใฝ่ฝันของ Chloe Jennings สาววัย 61 ปีจากเมือง Salt Lake City ในรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา

ทุกวันนี้ความใฝ่ฝันของเธอสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง เพราะเธอได้ใช้ชีวิตอยู่บนรถเข็นตามที่เธอต้องการแล้ว

 

.

 

สาเหตุที่ทำให้เธอมีความต้องการแบบนั้นก็เพราะเธอป่วยเป็นโรค Body Integrity Identity Disorder (หรือเรียกว่า BIID) ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอยากจะตัดแขนขาของตัวเองออกไป หรือมองว่าการได้เป็นคนพิการคือความสุขของชีวิต

เธอถูกวินิจฉัยว่าป่วยเป็นอาการดังกล่าวตั้งแต่ปี 2008 ทำให้หลังจากนั้นเธอเลือกที่จะใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับการนั่งรถเข็น แต่เธอก็ยังคงสามารถยืนและเดินได้ด้วยตัวเองหากจำเป็น อย่างเช่นเวลาขึ้นลงบันได

 

.

 

เธอยังคงมีบางกิจกรรมที่ออกไปทำเหมือนกับคนปกติ ยกตัวอย่างการเล่นสกีน้ำแข็ง การปีนเขา หรือการขับรถ ที่ทุกวันนี้เธอก็ยังคงออกไปเล่นอยู่บ้าง

แต่สิ่งที่น่ากลัวจากความต้องการของเธอก็คือ เธอต้องการจะพิการมากจนถึงขั้นคิดว่าต้องการขับรถไปชนเพื่อให้ขาของตัวเองขยับไม่ได้ แม้แต่ตอนที่เธอรถชนในปี 2009 เธอก็บอกว่าสิ่งนั้นอาจเกิดขึ้นจากความตั้งใจของตัวเองก็ได้

เพราะอย่างนั้นจึงทำให้คนในครอบครัวและเพื่อนๆ รู้สึกกังวลว่าเธอจะพยายามวิ่งเข้าหาอันตรายเพื่อให้ตัวเองได้พิการอย่างที่ฝันไว้ แต่มันอาจจะไม่ได้จบแค่ความพิการเสมอไป มันอาจร้ายแรงมากกว่านั้นก็ได้

 

.

.

 

ทางออกสำหรับการทำให้ความฝันของเธอเป็นจริงก็คือการผ่าตัดด้วยฝีมือแพทย์ผู้ชำนาญ เพื่อให้เธอพิการโดยที่ไม่ต้องเสี่ยงอันตราย แต่วิธีการนี้ก็ติดอยู่ที่ราคาอันแสนแพง ทำให้เธอต้องตัดใจไป

แต่ในปี 2017 นี้ เว็บไซต์ Boredom Therapy ก็ได้ออกมาบอกว่าเพื่อนและครอบครัวของเธอพยายามช่วยกันเก็บเงินให้ได้ครบราวๆ 814,000 สำหรับการผ่าตัดดังกล่าว

 

.

 

คลิปที่หญิงสาวได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้ในปี 2013

.

 

แน่นอนว่าความต้องการของเธอเกิดขึ้นจากความผิดปกติจึงทำให้มันออกมาแปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร แต่เชื่อว่าความเข้าใจและการช่วยเหลือจากครอบครัวและคนรอบข้าง คงทำให้เธอสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขแน่นอน

 

ที่มา: boredomtherapy , mirror , odditycentral

Comments

Leave a Reply