รัสเซียไม่น้อยหน้า ทดสอบขีปนาวุธนิวเคลียร์ที่มีอานุภาพทำลายประเทศได้ในพริบตา

ก่อนหน้านี้หลายคนคงได้ยินข่าวประเทศเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธนิวเคลียร์กันไปบ้างแล้ว ประเทศมหาอำนาจอย่างรัสเซียจึงไม่ยอมน้อยหน้า ทำการทดสอบขีปนาวุธของตัวเองบ้างซะเลย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา เมื่อทางรัสเซียได้ทดสอบขีปนาวุธไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ RS-28 Sarmat หรือรู้จักกันในชื่อ Satan 2 เป็นมิสไซล์นำวิถีที่มีพลังทำลายล้างมหาศาล

 

 

ขีปนาวุธดังกล่าวถูกยิงจากจุดปล่อยจรวดที่ชื่อว่า Plestek Cosmodrome ตั้งอยู่ในเมือง Mirny หลังจากนั้นมันก็ได้พุ่งออกไปไกลกว่า 5,700 กิโลเมตรเพื่อไปยังเป้าหมายพื้นที่ทดสอบขีปนาวุธที่ชื่อว่า Kura

 

ในครั้งนี้เป็นการปล่อยจรวดมิสไซล์นำวิถีเป็นครั้งที่ 3 ของปี เพราะก่อนหน้านี้รัสเซียเคยทดสอบขีปนาวุธชื่อว่า Topol

 

กองกำลังทหารของรัสเซียได้ออกมาบอกว่า ขีปนาวุธ Satan 2 นี้มีอานุภาพร้ายแรงขนาดที่ว่าชนะทุกการป้องกันและสามารถลบประเทศหนึ่งให้หายไปได้ในพริบตา เพราะมันได้บรรทุกหัวรบนิวเคลียร์เอาไว้ภายในถึง 12 อัน ซึ่งคาดว่ามันจะพร้อมใช้งานได้จริงในปี 2019 – 2020

 

Satan 2 หนักกว่า 100 ตัน และอานุภาพของมันรุนแรงกว่าระเบิดที่ถูกทิ้งในฮิโรชิม่าและนางาซากิ เมื่อปี 1945 กว่า 2,000 เท่า

 

นอกจากนั้นทางรัสเซียก็ได้ทำการทดสอบขีปนาวุธชนิดอื่นเพิ่มเติม ได้แก่ ขีปนาวุธนิวเคลียร์นำวิถีที่ยิงจากเรือดำน้ำ และเครื่องบินปล่อยระเบิด

การยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์จากเรือดำน้ำมี 2 ลูกที่ได้ทำการทดสอบในทะเล Okhotsk ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น และจรวดลูกที่สาม ทำการทดสอบในทะเล Barents บนมหาสมุทรอาร์กติก

ส่วนการทดสอบเครื่องบินปล่อยระเบิด ได้มีการทดสอบที่คาบสมุทรคัมชัตคา , สาธารณรัฐโคมิ และพื้นที่ทางทหารของรัสเซียที่ตั้งอยู่ในประเทศคาซัคสถาน

 

ภาพแสดงจุดที่มีการทดสอบขีปนาวุธในครั้งนี้

 

การทดสอบทั้งหมดที่ว่ามานั้นเป็นส่วนหนึ่งของ Zapad War Games เป็นการฝึกและพัฒนากองกำลังทหารเพื่อให้พร้อมสำหรับสงครามที่จัดขึ้นระหว่างรัสเซียและประเทศเบลารุส โดยการทดสอบทุกอย่างเป็นไปตามผลลัพธ์ที่ได้ตั้งเอาไว้ ลุล่วงไปได้ด้วยดี

 

 

ในขณะเดียวกัน องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (หรือที่เรียกว่า NATO) รู้สึกกังวลเกี่ยวกับข้อมูลกองกำลังทหาร เพราะจำนวน ขนาด และขอบเขตที่ทางรัสเซียได้แจ้งเอาไว้ก่อนการฝึกทดสอบมีความแตกต่างจากตอนที่ทำจริงพอสมควร ทำให้ทางองค์การคิดได้ว่ารัสเซียอาจใช้การฝึกนี้เป็นข้ออ้างเพื่อวางกำลังเอาไว้บนชายแดนยุโรป

 

 

อย่างไรก็ตามการไม่เกิดสงครามคงเป็นสิ่งที่ดีสุดแล้ว

เพราะสงครามจะตามมาด้วยการสูญเสียอยู่เสมอ

 

ที่มา: dailymail

Comments

Leave a Reply