ย้อนอดีตเมืองแห่งความมืดมิด “สลัมลอยฟ้าเกาลูน” กับตำนานแห่งวิถีชีวิตผู้คนในขณะนั้น

เชื่อว่า เมืองแต่ละเมืองต่างก็มีประวัติศาสตร์ที่ถูกจารึกไว้ เมื่อเวลาผ่านไป เรื่องราวของผู้คนในอดีต เหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ก็จะถูกบันทึกไว้ว่า สถานที่แห่งนี้เคยเกิดอะไรขึ้น และมันก็จะเป็นบทเรียนบทหนึ่งที่ทำให้ลูกหลานรุ่นต่อไปได้เรียนรู้

ตำนานแห่งเมือง Kowloon Walled City ของฮ่องกง หลายๆ คนอาจจะไม่คุ้นกับชื่อเมืองนี้เท่าไหร่ เพราะว่าปัจจุบัน เมืองแห่งนี้ถูกทุบทิ้งและกลายเป็นสวนสาธารณะสวยๆ ให้ชาวเมืองไปแล้ว

แล้วท่านรู้หรือไม่ ว่าก่อนหน้าจะมาเป็นสวนสาธารณะ ก่อนหน้านี้มันเคยเป็นดินแดนแบบไหนมาก่อน?

 

 

ในยุคที่อังกฤษเข้าครอบครองฮ่องกงในปี 1898 เกาะเกาลูนที่เป็นส่วนหนึ่งของฮ่องกง ได้รับการยกเว้นให้ยังอยู่ในการปกครองของจีนอยู่ จำนวนประชากรที่เคยอาศัยในเมืองนี้คาดการณ์ว่ามีจำนวนหลายแสนคน นั่นหมายความว่าเมืองนี้จะต้องแออัดมากๆ

 

เมืองแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองเถื่อน เนื่องจากรัฐบาลอังกฤษไม่ได้เข้ามาวุ่นวายอีกทั้งรัฐบาลจีนก็ปฏิเสธที่จะรับผิดชอบ มันกลายเป็นแหล่งซ่องสุมอาชญากรรม สิ่งของผิดกฏหมาย และคุณภาพชีวิตของชาวเมืองก็แย่มาก

 

ด้วยความจำกัดของเนื้อที่ การก่อสร้างในเมืองแห่งนี้ก็นิยมที่จะสร้างตึกสูงๆ ติดกันจนทำให้เรียกกันว่าเป็นเมืองแห่งความมืดมิดเพราะว่าตึกที่สร้างติดกันมากๆ ทำให้แดดส่องเข้าไม่ถึง

.

 

วิถีชีวิตของผู้คนที่อยู่ในเมืองแห่งนี้อยู่ด้วยความยากลำบากสุดๆ ทั้งแก๊งมาเฟียท้องถิ่น การค้าประเวณี ยาเสพติด และบ่อนการพนัน ระบบสารธารณูปโภคก็ไม่ดีนัก น้ำประปา แสงไฟส่องสว่างมีไม่เพียงพอ เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยก็ต้องพึ่งหมอเถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

ปี 1987 รัฐบาลจีนเริ่มเห็นว่าสภาพความเป็นอยู่ของคนในเมืองนี้แย่เกินจะเยียวยาแล้ว จึงได้ไล่คนที่อาศัยในเมืองนี้ออกไปอยู่นอกเมืองแห่งนี้ บางส่วนก็ออกไปตั้งต้นชีวิตใหม่ที่เมืองอื่นในฮ่องกง และทำการรื้อถอนตึกทั้งหมดในเวลา 5 ปี

 

ปัจจุบันเมืองร้างแห่งนี้ หลังจากที่ทุบตึกออกจนหมดสิ้นก็ได้กลายเป็นสวนสาธารณะ เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของฮ่องกง แต่ก็ยังมีโมเดลจำลองเมืองที่ถูกทุบทิ้งไปให้นักท่องเที่ยวได้ดูอีกด้วย

ที่มา abandonedspaces , kapook

Comments

Leave a Reply