สัมภาษณ์แนวคิดดีๆ จาก “คุณทากะ” หนุ่มญี่ปุ่นผู้ศรัทธาพุทธศาสนา จึงมาบวชในประเทศไทย

ปกติแล้วในประเทศไทยเราจะได้เห็นว่าพระส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนไทย ส่วนน้อยมากๆ ที่จะมีชาวต่างชาติมาบวชเป็นพระเพื่อศึกษาพระธรรมอย่างจริงจัง

#เหมียวเลเซอร์ เองได้มีโอกาสสัมภาษณ์ชาวต่างชาติท่านหนึ่ง อันเป็นผู้ศรัทธาพระพุทธศาสนาและรักประเทศไทยมากๆ คนหนึ่ง เขาก็คือ คุณทากะ จากเมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นท่านนี้นั่นเอง

 

 

คุณทากะ เพิ่งจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของการเป็นพระในประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งปัจจุบันลาสิกขาและกลับภูมิลำเนาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่เราจะมาเรียนรู้มุมมองของชาวต่างชาติต่อการบวชเป็นพระในไทยกันสักหน่อย ว่าเขาจะมีความคิดและความรู้สึกอย่างไรบ้างกับการบวชในครั้งนั้น (บทสัมภาษณ์ดังกล่าวได้รับการอนุญาตให้เผยแพร่แล้ว)

 

 

ก่อนอื่นเลยต้องกล่าวถึงคุณทากะสักนิดหน่อย เขาเป็นชาวญี่ปุ่นจากเมืองโอซาก้า เลือกเรียนเอกภาษาไทยจากมหาวิทยาลัยโอซาก้า อันเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางมาประเทศไทยของเขา

เหมียวเลเซอร์: สวัสดีครับ #เหมียวเลเซอร์ จากเว็บไซต์แคทดั๊มบ์ ตามที่คุยไว้ว่าอยากจะนำเรื่องราวและแนวคิดของคุณทากะ ไปเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ของเราครับ

คุณทากะ: สวัสดีครับ ผมชื่อทากะครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ

เหมียวเลเซอร์: ยินดีที่รู้จักครับ ขออนุญาตคุณทากะ ช่วยแนะนำตัวให้ฟังหน่อยจะได้มั้ยครับผม

คุณทากะ: ได้ครับ บ้านเกิดอยู่โอซาก้าใกล้ๆ สนามบินคันไซครับ ตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยผมเริ่มเรียนภาษาไทยเป็นวิชาเอกที่มหาวิทยาลัยโอซาก้าครับ

เหมียวเลเซอร์: โอ้ ตั้งใจเรียนภาษาไทยมาเลยเหรอครับ

คุณทากะ: จริงๆ แล้ว ตอนแรกไม่ได้สนใจเรียนภาษาไทยครับ เเต่ผมเลือกภาษาไทยก็เพราะว่าคะแนนสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยไม่ดี คิดว่าการเรียนเอกภาษาไทยคงมีอัตราแข่งขันต่ำกว่าภาษาอื่นๆ ก็เลยสมัครไปครับ

 

 

เหมียวเลเซอร์: อ๋อครับ ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นในการมาที่ประเทศไทยรึเปล่าครับ

คุณทากะ: ใช่ครับ ก่อนจะเรียนภาษาไทย ผมไม่รู้จักเกี่ยวกับประเทศไทยเเม้เเต่น้อย รู้จักเเต่ชื่ออาหารไทย “ต้มยำกุ้ง” เท่านั้น แต่ไม่เคยกินมาก่อนครับ

เหมียวเลเซอร์: ครับผม ความรู้สึกเกี่ยวกับประเทศไทยครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้างครับ ทั้งก่อนมาไทยและหลังมาไทยแล้ว

คุณทากะ: ก่อนไปประเทศไทยผมมีภาพลักษณ์ต่อประเทศไทยว่า เป็นประเทศกำลังพัฒนา อาจจะเป็นเพราะคนญี่ปุ่นที่ไม่รู้จักกับประเทศไทยส่วนใหญ่จะมีความรู้สึกลำเอียงแบบนี้อยู่น่ะครับ

แต่พอได้ไปประเทศไทยเเล้ว ผมตกใจมาก มีตึกสูงเยอะๆ ไม่คิดไม่ฝันว่ามันคือประเทศไทย จนรู้สึกอายกับความไร้เดียงสาของตัวเองครับ และคนไทยส่วนใหญ่ปฏิบัติดูแลผมอย่างดี ใจดีมาาาาาาก มีปัญหาอะไรก็เข้ามาช่วย ประทับใจมากๆครับ แต่ตอนนั้นพูดภาษาไทยไม่ได้เลยครับ ได้แค่ สวัสดีครับ และขอบคุณครับ เท่านี้ครับ

 

เหมียวเลเซอร์: แต่คุณทากะตอนนี้ภาษาไทยยอดเยี่ยมเลยนะครับเนี่ย

คุณทากะ: ก็นิดหน่อยครับ 555 เพราะเมื่อสามปีที่เเล้ว ผมไปเรียนแลกเปลี่ยนที่เชียงใหม่ครับ ประมาณ 8 เดือนครับ

 

 

เหมียวเลเซอร์: แล้วในส่วนของการมาบวชเป็นพระ คุณทากะคิดอย่างไรครับ ถึงตัดสินใจบวช

คุณทากะ: ผมมีรากฐานที่ตัดสินใจบวช 3 ข้อ ครับ

ข้อเเรก ผมอยากจะตอบแทนบุญคุณที่เคยได้รับมาจากคนไทยครับ คือได้ยินได้ฟังมาว่าคนที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการบวชของคนรู้จัก เขาจะได้บุญเยอะกว่าเดิม และเป็นสิ่งที่น่ายินดี ความคิดแบบนี้ทำให้ผมคิดว่า อยากจะตอบแทนบุญคุณกับคนไทยที่เคยช่วยดูแลชีวิตของผม อยากให้เพื่อนทุกคนได้บุญและมีความสุขครับ

ข้อที่สอง ผมอยากจะสัมผัสศาสนาพุทธของประเทศไทยครับ ตั้งแต่ผมมาประเทศไทยเป็นครั้งแรก ผมเห็นความศรัทธาของคนไทยต่อศาสนาพุทธครับ ผมรู้สึกซาบซึ้งมาก ไม่เหมือนที่ญี่ปุ่นเลยครับ และตัวเราเองก็ถูกเสน่ห์ศาสนาพุทธของเมืองไทยดึงดูด ทำให้รู้สึกว่าผมอยากจะศึกษาและเข้าใจวัฒนธรรมของประเทศไทยครับ

ข้อสุดท้าย คือผมอยากจะแสดงความเคารพวัฒนธรรมและประเพณีของประเทศไทยครับ ผมเป็นคนต่างชาติ แต่รักประเทศไทยมาก รักจริงๆ ผมเคารพทุกอย่างของประเทศไทย แม้จะมีข้อเสียเยอะ แต่ก็พยายามมองในแง่ดี และพยายามจะเข้าใจทุกอย่างของประเทศไทยครับ

ผู้ชายคนไทยอายุ 20 ปีเเล้ว เขาจะบวชกัน ไม่เหมือนประเพณีที่ญี่ปุ่นครับ ผมรักประเทศไทยและเคารพประเพณีของประเทศไทย ผมก็เลยอยากปฏิบัติตามประเพณีนั้นครับ

 

 

เหมียวเลเซอร์: แบบว่าซึมซับความเป็นไทยไปเยอะพอสมควรเลยนะครับเนี่ย จากที่คุณทากะกล่าวมา ความแตกต่างของพุทธศาสนาในไทยกับญี่ปุ่นค่อนข้างจะมากพอสมควร เพราะว่าเป็นคนละนิกายกันเลย

อย่างในญี่ปุ่นพระถือว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพ แต่สำหรับในไทย พระเป็นบุคคลที่คนไทยนับถือมากๆ คุณทากะมีความคิดเห็นระหว่างพระญี่ปุ่นกับพระไทยอย่างไรครับ

คุณทากะ: ผมคิดว่าพระญี่ปุ่นก็มีหลายนิกายนะครับ แต่ส่วนมาก กินเหล้าได้ แต่งงานได้ ขับรถได้ เอาเงินใช้เพื่อเกิดประโยชน์ต่อตัวเองได้ ไม่เคร่งครับ ไม่ค่อยเป็นที่นับถือจากประชาชนเท่าไหร่

แต่บางนิกายก็ยังเคร่งครัด พระที่ปฎิบัติธรรมในที่ลึกๆ ของภูเขาก็ยังมีอยู่ครับ และในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ศาสนาพุทธกับสิงโต (จริงๆคือ ชินโต แต่คุณทากะพิมพ์ไทยไม่เก่ง เลยตอบว่าสิงโต) ถูกผสมปนกันบ่อยๆ คนญี่ปุ่นบางคนยังแยกแยะไม่ถูกว่า เขาจะนับถืออะไรกันอย่างแท้จริง

ส่วนศาสนาพุทธของประเทศไทย ได้รับการอนุรักษ์จากสังคมไทยมาอย่างยาวนาน มีแก่นแท้ของศาสนาอย่างชัดเจน พระไทยเป็นที่นับถือจากประชาชนและเป็นตัวแทนที่สือทอดศาสนาพุทธเป็นเวลานาน

 

 

เหมียวเลเซอร์: ครับผม จากนั้นแล้วเนี่ย คุณทากะก็ตัดสินใจบวชใช่มั้ยครับ เมื่อเข้าสู่พิธีการบวชที่มีขั้นตอนหลายอย่าง รู้สึกอย่างไรบ้างครับ อย่างเช่นจะต้องเข้าฝึกปฏิบัติธรรมไปซักระยะ ก่อนที่จะได้พบกับพระอุปัชฌาย์ การโกนหัว การท่องบทสวด เป็นภาษาบาลี

คุณทากะ: ใช่เเล้วครับ ก่อนบวช รู้สึกลำบากมากๆครับ เพราะต้องท่องบทสวดมนต์ให้คล่องเสียก่อน และการสวดมนต์เป็นภาษาบาลี ยากมากครับ ออกเสียงก็ไม่ชัด ถูกพระอาวุโสกำชับหลายครั้ง เสียสละเวลานอนพยายามท่องบทสวดมนต์ในความมืด

ไหนจะต้องฉันข้าวมื้อเดียว รู้สึกหิวข้าวมาก ท้องร้องแบบไม่เคยเป็นแบบนี้ในชีวิตมาก่อน ต้องใช้เวลาปรับตัวมากครับ พระอาจารย์สอนให้ผมว่า เป็นพระต้องมีความอดทน มีความพยายาม และมีสติกำกับไว้ตลอดเวลา คำสอนนี้ได้ฟังเกือบทุกวันครับ อันเป็นแก่นแท้คำสอนของศาสนาพุทธ

ส่วนในวันงานอุปสมบท นาคทุกคนได้โอกาสบอกขอบคุณกับพ่อเเม่ที่มาถึงจุดๆนี้ ผมประทับใจเเละรู้สึกโชคดีที่ได้โอกาสบวชครับ ถึงจะพ่อเเม่ไม่ได้มาในงานอุปสมบทเเต่บอกขอบคุณกับเจ้าภาพที่ให้โอกาสเเทนโดยนึกถึงพ่อเเม่ที่อยู่ญี่ปุ่นครับ

 

 

เหมียวเลเซอร์: เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์เลยนะครับ วันอุปสมบท การสำนึกคุณของผู้มีพระคุณ อย่างผมตอนเป็นนาคนี่ร้องไห้เลยล่ะครับ ฮ่าๆๆ

คุณทากะ: ฮ่าาาาา ซึ้งมากจริงๆครับ

เหมียวเลเซอร์: คุณทากะบวชในวัดป่าใช่มั้ยครับ เห็นจากในรูปสวมจีวรสีน้ำตาลเข้ม

คุณทากะ: ใช่ครับ วัดป่าหนองไผ่จังหวัดสกลนครครับ พบกับพระอาจารย์เป็นลูกศิษย์ของหลวงตามหาบัว ท่านเก่งมาาาาาากๆๆๆๆ บารมีของท่านสูงมากครับ

 

 

เหมียวเลเซอร์: ประสบการณ์ที่นั่นเป็นอย่างไรครับ เจอะเจออะไรบ้าง

คุณทากะ: ไม่ได้เจอผีนะครับ 5555 แต่เจองูเห่า เเมงป่อง ลิง ควาย หิ่งห้อย บลาๆๆๆ เจอความระเบียบอย่างสูงของวัดครับ การใช้ชีวิตในหมู่คณะสงฆ์ จะทำอะไรก็ต้องสังเกตรอบตัวดีๆ พระอาจารย์สอนว่า เป็นพระต้องมีความสวยงาม มีความเรียบร้อย จึงต้องสำรวมทั้งกาย วาจา ใจ ทุกวินาที เคร่งมากครับ

 

สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ที่หลวงพี่ทากะต้องเจอ!!

เตรียมใจให้พร้อม มีภาพงูและตุ๊กแก

เตือนแล้วนะ

เตือนแล้วนะ!!

 

เหมียวเลเซอร์: แบบว่าการเป็นพระใหม่มักจะมีพระพี่เลี้ยงมาบอกว่า ระวังเจอผีนะ อะไรงี้ กลายเป็นว่าพระหลอกพระกันเอง 555555

คุณทากะ: แต่โชคดีที่ได้เป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์ที่น่านับถือมาก เกือบทุกคนถามมานะครับ ว่าเจอผียัง? 5555

เหมียวเลเซอร์: นั่นสิครับ เป็นคำถามที่ฮิตมากๆ ความเชื่อของคนไทยน่ะครับ แบบว่าเป็นพระใหม่จะมีผีมาขอส่วนบุญ

คุณทากะ: ผมไม่เจอนะ อาจเป็นเพราะผมสายตาสั้นด้วย เจอแต่ตุ๊กแกที่กุฏิทุกคืน

 

 

เหมียวเลเซอร์: 555555 แล้วคุณทากะแก้ปัญหายังไงครับ

คุณทากะ: ปล่อยวางครับ เป็นพระต้องรู้จักปล่อยวางครับ 5555 แต่โดนมดกัด ถูกยุงโจมตีตอนนอนหลับ นี่เป็นทุกข์ที่ปล่อยวางยากที่สุดครับ…..

เหมียวเลเซอร์: แต่ก็อดทนผ่านมันมาได้ ไม่ฆ่าแม้แต่ตัวเดียวใช่มั้ยครับ

คุณทากะ: ไม่ฆ่าครับ เป็นสิ่งต้องห้ามครับ ต้องมีสติ แต่บางครั้งก็รู้สึกคันเลยเกา จนบางทียุงตายก็มี..

เหมียวเลเซอร์: อ่าครับ ไม่ได้ตั้งใจอ่ะเนอะ

คุณทากะ: ใช่ครับ เพราะมันคันมาก จะปัดจะไล่ยังไง ยุงในป่าก็ไม่หนี น่ากลัว…

 

 

เหมียวเลเซอร์: มาถึงในเรื่องของกิจวัตรในแต่ละวันบ้าง การเป็นพระจะต้องตื่นเช้าตรู่ เตรียมตัวห่มจีวร ทำวัตรเช้า ออกบิณฑบาต รู้สึกว่ายากมั้ยครับ? ไหนจะต้องสะพายย่าม ถือบาตร ให้พรญาติโยมด้วย

คุณทากะ: ตอนเเรก ต้องใช้เวลาเพื่อคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตครับ วางตัวไม่ถูก แต่หลังๆ พอชินกับการใช้ชีวิตแล้วรู้สึกว่าเหมือนอยู่คนละโลกเลยนะครับ ชาวบ้านที่สวนไปมา หยุดเดินและน้อมตัวไหว้ผม ซาบซึ้งมากครับ สัมผัสถึงความศรัทธาที่แท้จริง…

การใช้ชีวิตเป็นพระ ไม่มีอะไรสบาย ไม่มีอะไรที่สนุก แต่ต้องอดทนต่อหลายๆ เรื่อง ผมเข้าใจว่าเป็นแบบนี้จึงได้รับความเคารพนับถือจากผู้คน

 

 

เหมียวเลเซอร์: หากเราวางตัวเหมาะสม ญาติโยมจะรู้สึกศรัทธามากครับ ตลอดการบวช คุณทากะได้อะไรกลับไปบ้างครับ มีความเปลี่ยนแปลงในชีวิตหรือความคิดอย่างไร นำไปปรับใช้กับชีวิตที่ญี่ปุ่นด้วยรึเปล่าครับ?

คุณทากะ: จากการบวชในครั้งนั้นทำให้ผมรู้ว่า เวลาจะทำอะไร เราต้องใส่ใจทำ อย่าทำครึ่งๆ กลางๆ การใช้ชีวิตเป็นพระก็เหมือนกันครับ อย่าทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ ตั้งใจทำในทุกๆ เรื่อง

การนั่งสมาธิ ทำให้ผมจิตใจสงบมาก สามารถมองตัวเองจากข้างนอกได้ ทำให้ลดความผิดพลาดได้ครับ คิดว่าอยู่ประเทศไหนก็ใช้ได้เหมือนกันครับ จงใส่ใจ จงมีสติ จงมีสมาธิ จะนำความสำเร็จมาสู่ชีวิต

 

.

 

เหมียวเลเซอร์: อ่าครับ ขอบคุณสำหรับทุกคำตอบของคุณทากะมากๆ ครับ

คุณทากะ: ยินดีมากๆ ครับ ดีใจที่ได้แบ่งปันความคิดเห็นกันครับ

 

พระคุนิอะกิอนาลโย

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับอีกหนึ่งความรู้สึกของชาวต่างชาติกับการมาบวชเป็นพระในประเทศไทยของเรา หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับการนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันของเพื่อนๆ ได้นะครับ

เรียบเรียงและสัมภาษณ์โดย #เหมียวเลเซอร์

Comments

Leave a Reply