‘Jonnie Peacock’ นักวิ่งพาราลิมปิกเจ้าเหรียญทอง ทำเวลาช้ากว่า ‘ยูเซน โบลท์’ ไปแค่ 1 วินาที!!

“ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้” คงเป็นหนึ่งในประโยคที่ใครหลายๆ คนเคยได้ยิน และเรื่องราวต่อไปนี้จะมาพิสูจน์ให้เห็นว่าประโยคข้างบนนี้ไม่ได้กล่าวเกินจริงเลยแต่อย่างใด…

Jonathan Peacock หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Jonnie เป็นนักกรีฑาพาราลิมปิกตัวแทนของประเทศอังกฤษ ที่เพิ่งได้เหรียญทองจากการรายการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในพาราลิมปิกที่ริโอ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง

 

1

 

Jonnie Peacock เป็นชาวอังกฤษเกิดที่เมืองเคมบริดจ์ เมื่ออายุได้ 5 ขวบเขาต้องประสบกับปัญหาอาการป่วย เยื่อหุ้มในสมองติดเชื้ออย่างรุนแรง เป็นเหตุให้เขาต้องถูกตัดขาขวาตั้งแต่ช่วงล่างหัวเข่าลงไป

 

2

 

ในวันแรกที่เขาไปคัดตัวพาราลิมปิกนั้นทางโรงพยาบาลก็ได้ถามว่าเขาต้องการที่จะเล่นกีฬาอะไร ทางโรงพยาบาลจะได้ทำขาเทียมให้กับเขาได้ถูก และเขาก็ตอบไปว่า “ผมอยากเล่นฟุตบอล”

เขามีไอดอลทางด้านกีฬาเป็นนักฟุตบอล David Beckham ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากๆ ในเวลานั้น ซึ่งทั้งคู่ก็ได้มีโอกาสถ่ายภาพร่วมกันด้วย

ทาง David Beckham ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แสดงความยินดีถึงหนุ่มน้อย Peacock ที่ได้เหรียญทองในการแข่งขันที่ริโออีกด้วย “ผมโชคดี ที่เคยมีโอกาสได้พบกับเด็กน้อยสุดห้าวหาญนามว่าจอนนี่ พร้อมกับคุณแม่ และตอนนี้ เขาสามารถคว้าเหรียญทองพาราลิมปิก ที่ริโอ เดอ จาเนโร ผมขอแสดงความยินดี และขอบคุณสำหรับแรงบันดาลใจ” 

 

7

 

ช่วงที่เขาต้องไปโรงเรียนนั้นมักจะโดนเพื่อนๆ ล้อเป็นประจำ ด้วยการเรียกชื่อของเขา Peacock แปลว่านกยูง เพราะขาเทียมของเขานั้นมันมีรูปร่างคล้ายกับนกยูง บางครั้งก็เรียกว่า “Sausage Leg” (ไอ้ขาไส้กรอก)

แต่ภายหลังพ่อหนุ่ม Peacock นั้นก็ได้จับพลัดจับผลูกลายเป็นนักกรีฑา และลงแข่งขันอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรายการพาราลิมปิกชิงแชมป์โลกที่เมืองแมนเชสเตอร์เมื่อปี 2012

แต่ก่อนหน้านั้นในปี 2010 เขาได้ทำลายสถิติโลกจากการวิ่ง 100 เมตรของนักกีฬาผู้พิการ ในการแข่งขันย่อยที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทำเวลาไป 10.85 วินาที ทำลายสถิติเดิมของ Marlon Shirley ที่เคยทำไว้ 10.91 วินาที

ตั้งแต่นั้นมาเขาก็เริ่มกอบโกยความสำเร็จของตัวเองและในปี 2012 นั้น เขาก็สามารถคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ประเภทความพิการ T44 ไปได้สำเร็จ

 

ต่อมาในการแข่งขันพาราลิมปิกที่ริโอเขาก็สามารถทำสถิติป้องกันแชมป์ของตัวเองได้สำเร็จและทำสถิติไว้ที่ 10.81 วินาที ซึ่งช้ากว่าสถิติเหรียญทองโอลิมปิกของ Usane Bolt นักวิ่งอันดับ 1 ของโลก ที่ทำไว้ในโอลิมปิกเมื่อเดือนที่แล้วไปเพียง 1 วินาทีเท่านั้น (9.81 วินาที)

 

3

 

ต้องขอชื่นชมในความพยายามของพ่อหนุ่ม Jonnie เลยจริงๆ เพราะเขาต้องอดทนต่อเรื่องราวต่างๆ มากมายกว่าจะประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นเราเองก็เช่นกันหากพบเจอเรื่องเลวร้ายก็ขอให้สู้กับมัน พยายามให้ถึงที่สุด แล้วสักวันหนึ่งวันที่เราฝันไว้มันต้องเป็นจริงอย่างแน่นอน ^^

emo-140

ที่มา : wikipedia, theguardian

Comments

Leave a Reply