ทำความรู้จักกับ 7 ชนิดของเบียร์ เรื่องพื้นฐานที่คอเบียร์รู้ไว้ไม่เสียหาย

เบียร์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง แต่จะมีผู้ดื่มสักกี่คนที่รู้ว่าเบียร์แต่ละชนิดนั้นมีอะไรบ้าง และมันแตกต่างกันอย่างไร?

โลกแห่งเบียร์เป็นโลกที่ไร้ขีดจำกัด เพราะรสชาติของเบียร์มีให้เลือกมากมาย รสชาติของเบียร์ก็เป็นเสน่ห์ของแต่ละพื้นที่ และเบียร์แต่ละรสชาติก็มีความซับซ้อน

เบียร์นั้นแบ่งได้เป็น Ale และ Larger แต่ก็สามารถแบ่งประเภทย่อยไปได้อีก เช่น Pale Ales, India Pale Ales (IPAs), Porters, Stouts และ Wheat เป็นต้น

 

 

Lagers นั้นประกอบไปด้วยสไตล์ที่หลากหลาย และถือเป็นจุดเริ่มต้นทั่วไปสำหรับนักดื่มเบียร์มือใหม่ เป็นเบียร์ที่ถือกำเนิดมาจากประเทศเยอรมัน

หมักจากมอลต์ข้าวบาเลย์และฮอปส์ ด้วยยีสต์ประเภทหมักนอนก้น (bottom-fermentation yeast) โดยจะหมักที่อุณหภูมิประมาณ 5 – 15 องศาเซลเซียส

ส่วนใหญ่เบียร์ Lagers นั้นจะมีสีอ่อนใส มีรสฮอปส์ที่เข้มข้น ได้กลิ่นมอลต์อ่อนๆ และมีแอลกอฮอลล์ประมาณ 3 – 5%

 

Ale จะมีสีเข้มกว่า และรสชาติขมกว่า Lagers ยีสต์ของเบียร์ Ale จะถูกหมักในอุณหภูมิที่สูงประมาณ 15 – 20 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่สูงกว่าที่ใช้ในการหมักเบียร์ประเภท Lagers และยีสต์จะอยู่บนสุดของเบียร์ มีปริมาณแอลกอฮอล์ 4.5 – 6.5%

 

ความแตกต่างของสีระหว่าง Ale (ซ้าย) และ Lager (ขวา)

 

Pale Ales ก็มีฮอปส์เช่นกัน แต่มีในปริมาณที่ต่ำกว่า IPAs และเบียร์ Pale Ales ส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบด้วยข้าวมอลต์ ง่ายต่อการดื่ม และได้กลิ่นฮอปส์แบบจัดเต็ม

 

India Pale Ales หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า IPAs นั้นมีที่มาจาก Pale Ales แต่คำว่า India เกิดขึ้นเพราะขณะนั้นประเทศอังกฤษส่งเบียร์ Pale Ales ไปยังประเทศอินเดีย แล้วเบียร์เกิดเสียเพราะใช้เวลานานเกินไป

ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นจึงใส่ดอกฮอปส์ลงไป เพราะช่วยยับยั้งแบคทีเรีย และไม่ทำให้เบียร์เสีย อีกทั้งยังทำให้เบียร์มีแอลกอฮอลล์สูงขึ้น จึงเมาง่ายขึ้นนั่นเอง

IPAs เป็นการรวมสไตล์ที่หลากหลายของรสชาติ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรสชาติของฮอปส์ สมุนไพร และรสชาติผลไม้ แต่ก็มีรสชาติขมได้ ขึ้นอยู่กับระดับแอลกอฮอลล์ และความหลากหลายของฮอปส์ที่ใช้นั่นเอง

 

Stouts หรือเบียร์ดำเป็นเบียร์ที่ได้จากการหมักเมล็ดข้าวบาเลย์ที่อบจนเกือบไหม้ จึงมีกลิ่นหอมคล้ายกาแฟ เรียกได้ว่ามีทั้งกลิ่นเข้ม และสีเข้ม โดย Stouts แตกต่างกับ Porters ตรงที่จะมีสีเข้มกว่า เพราะใช้ปริมาณมอลต์คั่วมากกว่านั่นเอง

แต่ Stouts ก็สามารถให้รสหอมของกาแฟเอสเปรสโซ่ ครีม และนมได้เช่นกัน เบียร์นี้มีสีเข้มจึงให้ความรู้สึกว่ามันดื่มยาก แต่อันที่จริงแล้วมันก็มีรสชาติหวานแฝงอยู่ด้วย

 

Porters มีรากฐานมาจากประเทศอังกฤษ มันมีสีคล้ำเพราะส่วนผสม เช่น ช็อกโกแลต มอลต์คั่ว ซึ่ง Porters จะมีกลิ่นกาแฟน้อยกว่า Stouts และ Porters จะมีรสช็อกโกแลตมากกว่าด้วย

 

Wheat หรือ ข้าวสาลี เป็นส่วนผสมของมอลต์ ทำให้เครื่องดื่มมีสีอ่อน มีระดับแอลกอฮอลล์น้อย ดื่มง่าย เหมาะกับการดื่มช่วงฤดูร้อน ผสมกับผลไม้ เช่น มะนาว หรือ ส้ม เป็นต้น

 

ที่มา: time, bjcp, bonappetit, thespruceeats, craftbeering

Comments

Leave a Reply