11 วาทะของฆาตกรต่อเนื่องคดีดัง หลากคำสารภาพที่เอ่ยถึงความรู้สึก จากเบื้องลึกในจิตใจ

เมื่อมีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้น ส่วนใหญ่แล้วจะจบลงที่การคลี่คลายคดีจนนำไปสู่ผู้ลงมือตัวจริง และความสูญเสียจะเกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียว

ทว่าบนโลกแห่งความโหดร้ายนี้ กลับเกิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่องมากมาย และยิ่งเมื่อได้ฟังคำสารภาพถึงแรงจูงใจและวิธีการกระบวนความคิดของเหล่าฆาตกร ก็ยิ่งทำให้รู้สึกและสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวภายใต้เบื้องลึกในจิตใจของพวกเขา…

 

Robert Pickton – อยากทำเพิ่มอีกครั้ง น่าจะทำให้ถึง 50

 

อดีตชาวไร่ฟาร์มหมูจากแคนาดา นาย Pickton อาจจะลงมือกับเหยื่อผู้หญิงไปมากถึง 49 ราย และทำลายศพเหล่านั้นด้วยการนำไปแยกชิ้นส่วนและบดให้ละเอียด จนกลายมาเป็นอาหารให้กับหมูในฟาร์ม ทว่าในขณะที่ต้องสงสัยก็เผลอปริปากให้กับตำรวจนอกเครื่องแบบ และถูกจับกุมตัวในปี 2002

 

Gary Lee Sampsonผมเปลี่ยนวิธีเพราะหน่ายกับการที่มีเลือดติดเสื้อ

 

ในปี 2017 นาย Sampson ยอมรับว่าลงมือฆาตกรรมเหยื่อไป 3 รายจากปี 2001 และเขาก็ยอมให้จับกุมแต่โดยดี ซึ่งในระหว่างที่เขาเผยคำสารภาพ สิ่งที่เขาพูดถึงก็คือเริ่มลงมือด้วยวิธีการใช้ของมีคมแทงเหยื่อ แต่เลือกใช้วิธีการบีบและรัดคอแทนจนเหยื่อสิ้นใจในตอนท้าย ด้วยสาเหตุข้างต้น

 

Carl Panzram – สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผมไม่เคยรู้สึกเสียใจเลย

 

Carl Panzram ยอมรับสารภาพว่าลงมือฆาตกรรมเหยื่อ 21 ราย และมีเพศสัมพันธ์กับชายและเด็กชายไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย

หนึ่งในคดีที่ร้ายแรงที่สุดเกิดขึ้นในช่วง 1920 เมื่อเขาจ้างชาย 6 คน มาทำงานบนเรือกับเขา แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ยิงชายทั้ง 6 คนทิ้งและนำไปเป็นอาหารจระเข้

โดยคำพูดเหล่านี้ ถูกเขียนมาจากปลายปากกาของเขา ลงในอัตชีวประวัติระหว่างจำจองอยู่ในคุก ระบุว่า ‘สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผมไม่เคยรู้สึกเสียใจเลย ผมเกลียดชาติพันธุ์มนุษย์ทุกคนรวมทั้งตัวผมเองด้วย’

 

Edmund Kemper – ที่ผมฆ่านักเรียนหญิงก็เป็นเพราะแม่ คนพวกนี้ชอบพูดให้ผู้ชายดูเสียหาย

 

Edmund ลงมือฆาตกรรมนักเรียนหญิง 6 ราย เพื่อนสนิทของแม่ และแม่ของเขาเอง ในขณะที่มีอายุเพียง 24 ปี ภายหลังจากลงมือฆาตกรรมผู้เป็นแม่แล้ว เขาก็มีเพศสัมพันธ์กับหัวของผู้เป็นแม่ และหลังจากเสร็จกิจเขาจึงโทรแจ้งตำรวจเพื่อมอบตัว ปัจจุบันยังถูกจองจำอยู่ในคุกรัฐแคลิฟอร์เนีย

 

Alexander Pichushkin – ผมคิดว่าจะฆ่าเธอหรือปล่อยผ่าน แต่สุดท้ายก็ลองเสี่ยง เพราะผมรู้สึกอยากจะทำ

 

สำหรับ Pichuskin หรือนักฆ่ากระดานหมากรุก ลงมือฆาตกรรมผู้คนตั้งแต่จำนวน 48 – 60 รายในบริเวณสวนสาธารณะของกรุงมอสโก

ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าเขากำลังพยายามทำยอดแข่งกับ Andrei Chikatilo ฆาตกรต่อเนื่องอีกราย และเขากล่าวไว้ว่าพยายามเพิ่มจำนวนตัวเลขของช่องสี่เหลี่ยมบนกระดานหมากรุกในหัว (64 ช่อง) ด้วยจำนวนของเหยื่อที่ถูกลงมือฆ่า

 

Aileen Wuornos – ฉันฆ่าผู้ชายไป 7 คน ที่ผ่านการคิดและวางแผน ทั้งฆ่าทั้งปล้นมาแล้ว

 

เธอเคยเป็นหญิงขายบริการในช่วงปลายยุค 80 มาก่อน และลงมือฆ่าชายที่มารับเธอไปทำงานในปี 1989 เธอถูกจับได้และถูกตัดสินว่ามีความผิดกับคดีฆาตกรรมชายอีก 5 ราย เธอถูกสั่งประหารชีวิตไปในปี 2002 ด้วยการฉีดยาประหาร

 

Mary Bell – ฉันรู้ว่าเขาตายแล้ว ฉันก็แค่อยากเห็นเขาอยู่ในโลงศพ

 

Mary Bell ลงมือฆาตกรรมด้วยวัยเพียง 11 ปี จากการรัดคอเด็กชายวัย 4 ขวบ ไม่กี่เดือนต่อมาลงมือกับเด็กชายวัย 3 ขวบ โดยที่หลังจากลงมือกับเด็กชายคนแรก เธอเดินไปเคาะประตูหน้าบ้านของพ่อแม่เด็กเพื่อถามหาถึงเด็กชาย

เมื่อพ่อแม่บอกเธอว่าเด็กชายเสียชีวิตไปแล้ว เธอจึงกล่าวประโยคด้วยใจความว่า “โอ้ ฉันรู้แล้วล่ะว่าเขาตาย ฉันแค่อยากเห็นเขาอยู่ในโลงศพนั่นแหละ”

 

Richard Ramirez – คุณก็รู้ว่าผมเป็นฆาตกร ผมอยากนั่งเก้าอี้ไฟฟ้า ทั้งที่พวกเขาควรจะยิงผมทิ้งข้างถนนไปแล้ว ผมอยากได้ปืนเอามาเล่นรัสเซียนรูเล็ต

 

ในช่วงยุค 80 Ramirez บุกรุกขึ้นบ้านไปทั้งหมด 13 หลังในรัฐแคลิฟอร์เนียช่วงยามวิกาล ทำร้ายและฆ่าบุคคลที่อยู่ในบ้าน โดยอ้างว่าซาตานบีบบังคับให้เขาลงมือทำทุกครั้ง

จนกระทั่งในปี 1985 เขาสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและขอร้องให้ทำการฆาตกรรมเขาทิ้ง ด้วยวิธีการต่างๆ นานา ดีกว่าต้องมานั่งจองจำอยู่ในคุก

 

Joel Rifkin – คุณแค่มองพวกเขาเป็นสิ่งของ ตราบใดที่ผมบอกว่าอยากจะเลิก มันก็จะกลับมาเกิดขึ้นอีก

 

เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1989 จนกระทั่งปี 1993 เขาลงมือฆาตกรรมไปทั้งหมด 17 ครั้ง ในนิวยอร์กซิตี้และเกาะลองไอซ์แลนด์ ส่วนใหญ่จะถูกหั่นและตัดหัว

ในปี 2011 เขาเปิดอกพูดคุยอย่างสบายๆ เกี่ยวกับคดีที่เขาก่อ เปรียบเปรยให้เห็นภาพว่าการเสพติดการฆ่าคนนั้น เลิกได้ยากพอๆ กับการเลิกสูบบุหรี่ ปัจจุบันเขามีโทษติดคุกยาวนานถึง 203 ปี

 

Joe Metheny – ถ้าคุณเอาเนื้อ (คนและสัตว์) มาผสมกัน ไม่มีใครรู้หรือสัมผัสความแตกต่างได้หรอก

 

Joe Metheny ลงมือฆาตกรรมไป 8 ครั้งตั้งแต่ปี 1976 โดยหลังจากลงมือฆ่าแล้ว เขาจะนำชิ้นส่วนเนื้อของเหยื่อมาผสมกับเนื้อสัตว์

และนำเนื้อที่ผสมแล้วนำมาทำเป็นเบอร์เกอร์ขายให้กับลูกค้าได้ทาน และหนึ่งในประโยคคำพูดของเขา หลังจากที่ถูกพิพากษาไปแล้วคือ “คำว่าขอโทษจะไม่มีทางหลุดมาจากปากของผม เพราะสำหรับพวกเขาแล้วมันจะเป็นคำโกหก”

 

Jeffrey Dahmer – แรงจูงใจเดียวที่มีคือผมต้องการควบคุมคนคนนั้น เป็นคนที่ผมคิดว่ามีเสน่ห์ทางกายภาพ และอยากจะเก็บพวกเขาไว้ให้นานที่สุด

 

เขาลงมือข่มขืน ฆ่า และตัดตอน ทั้งเด็กชายและผู้ชายทั้งหมด 17 รายในช่วงปลายยุค 70 และเมื่อถูกตำรวจบุกถึงบ้านในปี 1991

ก็พบกับชิ้นส่วนร่างกายอวัยวะต่างๆ ถูกแช่ไว้ในตู้เย็น Dahmer ได้ให้สัมภาษณ์สื่อหลายต่อหลายครั้ง ก่อนที่จะถูกฆาตกรรมในระหว่างจำคุกในปี 1994

 

ที่มา: oxygen, thesun, cbslocal, upi, biography, en.rian.ru, theguardian, ozy, psychologytoday, reuters, standard

Comments

Leave a Reply