Tag: 5000

  • เตรียมปรับแก้กฎหมายใหม่ ลืมใบขับขี่ปรับสูงสุด 1 หมื่นบาท เพิ่มโทษขับขี่ผิดกฏจราจรอีกไม่เกิน 5 พันบาท!!!

    เตรียมปรับแก้กฎหมายใหม่ ลืมใบขับขี่ปรับสูงสุด 1 หมื่นบาท เพิ่มโทษขับขี่ผิดกฏจราจรอีกไม่เกิน 5 พันบาท!!!

    คนขี้ลืมต้องระวังเลยนะจ๊ะ เพราะวันนี้เหมียวมีข่าวคราวในวงการกฎหมายจราจรมาฝากเพื่อนๆ กันแหละ บอกได้เลยว่าแค่เห็นราคาก็เจ็บจี๊ดถึงทรวงในเลยเมี๊ยวววว เกี่ยวกับความคืบหน้าในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.จราจร 2552 โดยมีการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องโทษของการลืมพกใบขับขี่ ซึ่งจากเดิม หากลืมพกจะถูกปรับ 1,000 บาท เป็นปรับ 5,000-10,000 บาทแทน!!!   ลืมใบขับขี่ปรับ 5,000-10,000 บาท!!!   แถมยังมีกฎหมายเพิ่มเติมในส่วนของการเสนอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยึดรถที่กระทำผิดได้ทันที เพราะปัจจุบันตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก เจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจยึดรถ ต้องอาศัยกฎหมาย ป.วิอาญา ซึ่งใช้ได้ชั่วคราวเท่านั้น ส่งผลให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่สะดวกเท่าที่ควร   ลืมใบขับขี่ปรับสูงสุด 10,000 บาท และมีอำนาจยึดรถได้ทันที!!!   ยังไม่หมดแค่นี้นะจ๊ะ เพราะทางที่ประชุมยังเตรียมพิจารณาการเพิ่มโทษการขับขี่หวาดเสียว, จอดกีดขวางจราจร, ขับย้อนศร, ขับแซงในเวลาคับขัน จากเดิมโทษปรับอยู่ที่ 400-1,000 บาท ปรับเป็น 1,000-5,000 บาทด้วยกัน ซึ่งค่าในส่วนของค่าปรับนั้น ได้มอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้ดุลยพินิจในการเปรียบเทียบปรับได้ตามเหมาะสม ส่วนเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงแก้ไขค่าปรับครั้งนี้ ทางที่ประชุมชี้แจงว่าเป็นการปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ปัจจุบัน   ลองชมคลิปกันได้ที่นี่   อื้อหืออออ เห็นแบบนี้แล้ว อย่าลืมพกใบขับขี่กันเชียวนะจ๊ะ…

  • ประวัติศาสตร์ 5,000 ปี แห่งการ “แต่งหน้า” สะท้อนสังคมของผู้หญิงในอดีตถึงปัจจุบัน!!

    ประวัติศาสตร์ 5,000 ปี แห่งการ “แต่งหน้า” สะท้อนสังคมของผู้หญิงในอดีตถึงปัจจุบัน!!

    ถ้าใครอยากหัดแต่งหน้า เพียงแค่คุณเข้าไปในยูทูบ ก็จะมีคลิปวิธีสอนแต่งหน้าอยู่หลากหลายรูปแบบ เป็นพันๆคลิปเลยก็ว่าได้ บางคนก็แต่งหน้าเป็นอาชีพหลัก ว่าแต่การแต่งน้านี่มันเริ่มมาตั้งแต่ตอนไหนกันนะ แล้วทำไมมันต้องเป็นของที่คู่กับ “ผู้หญิง” มาตลอดด้วย Lisa Eldridge เธอเป็นช่างแต่งหน้ามืออาชีพ และเป็นนักเขียนเจ้าของหนังสือ Face Paint: The Story of Makeup ที่ได้เขียนอธิบายประวัติศาสตร์การแต่งหน้าที่มีมานานกว่า 5,000 ปี อีกทั้งยังมีคลิปนี้ที่สรุปใจความสำคัญของการแต่งหน้าแต่ละยุค เริ่มจาก…   ยุคอียิปต์โบราณ ถือเป็นยุคบุกเบิกในการแต่งหน้าเลย แต่การแต่งหน้าในสมัยนั้นแต่งทั้งชายและหญิงทุกชนชั้น   ยุคกรีกโบราณ ในยุคนั้นเป็นยุคที่ผู้ชายเป็นใหญ่ มีหน้าที่ออกไปทำงานหาเลี้ยง และผู้หญิงอยู่บ้าน ในยุคนั้นจะแต่งหน้าบางๆ เน้นทาหน้าขาว ส่วนแก้มและริมฝีปากจะใช้พืชหรือผลไม้ในการแต่งแต้มสี   ยุคกลาง(ยุโรป) ในตอนนั้นมีคริสเตียนที่ได้ออกมาบอกกล่าวเรื่องราวที่ว่าการแต่งหน้าถือเป็นการหลอกลวง ดังการการแต่งหน้าถือเป็นเรื่องน่ารังเกียจและบาป   ศตวรรษที่ 16 ถ้าอยู่ในสังคมชนชั้นสูงในเวนิส ถือว่ามีอะไรให้แต่งเยอะเลย เพราะที่นั่นถือเป็นเมืองแฟชั่นแห่งการแต่งหน้าของคนรวยเลยก็ว่าได้ แต่สิ่งที่เขาเอามานั้นล้วนแต่เป็นของที่มีผลร้ายต่อใบหน้าเป็นอย่างมาก   ศตวรรษที่ 18 การแต่งหน้าในสมัยนี้เหมือนเป็นการบอกสถานะทางสังคม โดยเฉพาะที่ประเทศฝรั่งเศสที่เหมือนเป็นศูนย์กลางการแต่งหน้าทั่วยุโรป การแต่งหน้ากลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการแต่งสีฉูดฉาดด้วยการปัดแก้มแดงๆ    …