กำลังมีความรักอยู่รึเปล่า? มาดู 10 สัญญาณที่บ่งบอกว่าความสัมพันธ์ของคุณนั้นแย่ตั้งแต่เริ่มต้น

ใครๆ ก็ล้วนเคยมีความรักกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในวัยใดก็ตาม แต่ความรักที่คุณกำลังมีอยู่ในตอนนั้น ความจริงแล้วมันอาจไม่ใช่ความรักที่ดีก็เป็นได้ ถ้าคุณตกหลุมรักใครสักคนในทันทีโดยไม่รู้จักเขาคนนั้นมาก่อน ถ้าคุณไม่สามารถหยุดคิดถึงเขาคนนั้นได้ หรือว่าถ้าอารมณ์ของคุณนั้นขึ้นอยู่กับอีกฝ่ายว่าเขาจะสนใจคุณหรือไม่ นั่นแสดงว่าคุณอาจกำลังมีแนวโน้มที่จะเจอความสัมพันธ์ที่ไม่ดีอย่างที่คิดไว้

เหตุการณ์แบบนี้มักจะเกิดขึ้นกับคนที่ไม่มีความรักต่อตัวเองมากพอ จึงทำให้มีความรู้สึกที่อยากจะได้รับความรักจากคนอื่น ทำให้กลายเป็นวงจรความสัมพันธ์ที่แย่ อาจทำให้เกิดความอยากเป็นเจ้าของและพยายามที่จะเอาชนะกันมากกว่าที่จะสร้างความสุขให้แก่กันและกัน

นี่คือ 10 สัญญาณที่บ่งบอกว่าความรักของคุณนั้นแย่เสียตั้งแต่เริ่ม อ่านไว้แล้วไปลองปรับตัวดูหากไม่ต้องการให้ความสันพันธ์นั้นจบลงหรือต้องทนเจอกับอะไรแย่ๆ ไปตลอด

 

10. คุณคิดทันทีว่าได้พบกับคู่ชีวิตของคุณแล้ว

มีหลายคู่มากมายที่มั่นใจกับการเดตครั้งแรกและรีบกลับบ้านมาด้วยความรู้สึกตื่นเต้นที่ได้พบกับคู่ชีวิตสุดแสนเพอร์เฟกต์ที่เฝ้ารอคอยมาทั้งชีวิต แต่มันจะเป็นแบบนั้นจริงหรือ? ถ้าคุณได้พบกับคนที่มอบความตื่นเต้นให้ ลองรอจนกว่าความรู้สึกนั้นจะเบาลงและดูว่ารู้สึกอย่างไรหลังจากนั้น

ถ้าได้เจอกับสถานการณ์แบบนี้ ให้ลองพักอยู่กับตัวเองทุกๆ 2-3 วันและพยายามหาอะไรอย่างอื่นทำที่คอยดึงดูดความสนใจไม่ให้คิดถึงแต่คนๆ นั้น

 

9. คุณคิดไปเองมากเกินไป

ในช่วงเริ่มต้นของความสัมพันธ์ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการฟังมากกว่าพูด ถ้าเขาพูดออกมาว่า “ฉันไม่ใช่คนง่ายๆ นะ” นั่นหมายความว่าเขากำลังบอกคุณล่วงหน้าเกี่ยวกับตัวของเขาเอง พยายามอย่ามองข้ามข้อมูลเหล่านี้ไป

อย่าพยายามคิดไปเองว่า “ไร้สาระน่า เราจัดการได้” เมื่ออีกฝ่ายให้คำเตือนมาแบบนี้ แสดงว่าเขาไม่คิดว่าคุณคู่ควรกับเขาหรือไม่อยากสานต่อความสัมพันธ์ ถ้าหากได้ยินคำพูดเหล่านี้บ่อยๆ ก็คงต้องหาว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น หรือพิจารณาตัวเองอีกครั้งว่าจะสานต่อความสัมพันธ์หรือไม่

 

8. คุณปฏิเสธเพื่อนของคุณเพื่อทำให้คู่ของคุณประทับใจ

อย่าผลักไสไล่ส่งเพื่อนของคุณเพื่อที่จะได้มีความสัมพันธ์กับคนอื่น เมื่อคุณเริ่มคบกับใครสักคน มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่จะโฟกัสในการทำให้คนรักประทับใจเพียงผู้เดียวและนำเรื่องราวมาแบ่งปันกับเพื่อนๆ แต่อย่าลืมว่าเพื่อนๆ ก็อยากใช้เวลาร่วมกับคุณเช่นกัน และเพื่อนๆ ก็คงไม่อยากนั่งฟังเราอวดเรื่องราวความรักอยู่ตลอดเวลา

 

7. คุณทิ้งงานอดิเรกของคุณไป

อย่าลืมว่างานอดิเรกหรือกิจกรรมที่เราชอบนั้นว่าเป็นอะไร การที่มีใครสักคนเข้ามาในชีวิตของคุณนั่นไม่ได้หมายถึงว่าเขาต้องมาแทนที่สิ่งต่างๆ ในชีวิตหรืองานอดิเรกที่คุณเคยชอบทำ แต่คนที่เข้ามานั้นควรจะเป็นการเติมสิ่งดีๆ เข้ามามากกว่าการแทนที่

อย่าทำให้คนที่คุณรักกลายเป็นศูนย์กลางจักรวาลของคุณ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการทำความเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมสำหรับคู่รักของคุณเลย หากความสุขหรืออารมณ์ของคุณขึ้นอยู่กับคนรักทั้งหมด

 

6. อย่ามองข้ามสัญญาณเตือนภัย

พยายามสนใจกับความรู้สึก ความสงสัยใดๆ ก็ตามที่คุณมี ถ้าพฤติกรรมของคู่รักของคุณที่รบกวนจิตใจ อย่าลังเลที่จะบอกกับเขาในทันที อย่าหวังว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้วยตัวของเขาเอง แต่บอกครั้งเดียวก็เพียงพอแล้วสำหรับคนที่เห็นค่าในตัวเราในการที่เขาจะเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น

อย่าพยายามหาเหตุผลมาอธิบายพฤติกรรมที่ต่อต้านคุณจากเหตุการณ์กระทบกระเทือนในวัยเด็ก จากที่ทำงานหรือสิ่งที่เขากำลังประสบในครอบครัว ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นผู้กอบกู้ความรู้สึกของคู่รักของคุณ ถ้าคุณต้องตกเป็นผู้รับเคราะห์ในความสัมพันธ์ คุณต้องรีบหาคำตอบว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้นได้

 

5. คุณเชื่อใจความคิดเห็นของคู่รักไปซะทุกอย่าง

ถ้าอยู่ๆ คุณก็ทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อนเพียงเพราะว่าคู่รักของคุณขอให้คุณทำ นั่นหมายความว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ดี ถ้าคุณกำลังแทนที่ความเชื่อของตัวเองด้วยความเชื่อของคู่รักของคุณ แสดงว่าคุณกำลังสูญเสียความเป็นตัวเองอยู่

การปรับตัวนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่การหลับหูหลับตาเชื่อทุกอย่างที่คนรักของคุณพูด กลายเป็นเงาคอยตามหลัง นอกจากจะส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพจิตใจแล้วยังอาจส่งผลทำให้คู่ของคุณให้ความสนใจกับคุณน้อยลงอีกด้วย

 

4. หึงทุกคนที่ขวางหน้า

ลองคิดดีๆ ว่าเหตุผลของความหึงนั้นมีจริงๆ รึเปล่า หรือว่าคุณแค่จินตนาการไปเอง ความหึงเหล่านี้อาจส่งผลเสี่ยงให้ความสัมพันธ์นั้นพังทลายได้ ซึ่งสาเหตุนั้นไม่ได้มาจากคนอื่นที่ไหนเลย แต่มาจากตัวคุณเองล้วนๆ ไม่มีใครที่จะทนอยู่กับความไม่เชื่อใจได้ตลอดเวลาหรอก

 

3. คุณไม่สามารถทนอยู่โดยไม่มีคู่รักของคุณอยู่ข้างๆ ได้

เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนมักอยากจะใช้เวลาร่วมกับคนรักตลอดเวลา แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรรู้ว่าการใช้เวลาห่างกันบ้างก็มีค่าเช่นกัน จำไว้ว่ามีสิ่งที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง พยายามรักษาระยะห่างอย่างเหมาะสมถ้าคุณไม่อยากรู้สึกอึดอัดจนเกินไป

พยายามอย่าใจจดใจจ่อกับการมองโลกในแง่ลบ เช่นหวาดระแวงว่าเขาจะมีคนอื่น บางทีเขาอาจจะยุ่งอยู่กับงานหรือกำลังใช้เวลาอยู่กับเพื่อนๆ ก็ได้ ความกังวลของคุณนั้นไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นหรอก มีแต่จะทำให้แย่ลงทั้งนั้น

 

2. ยอมรับพฤติกรรมแย่ๆ ของคนรัก

ความรักมักจะทำให้ตาบอดเสมอ แต่การที่คุณสนใจสังเกตสิ่งเล็กๆ น้อยๆ หรือการกระทำของคู่รักต่อคุณหรือต่อคนอื่นๆ นั้นเป็นสิ่งที่ดี ถ้าคู่ของคุณทำดีกับคุณในเดตครั้งแรก แต่เวลาถัดมาเขาดันตะโกนด่าเด็กเสิร์ฟซะงั้น นี่เป็นสัญญาณที่ไม่ดี หากหมดช่วงโปรโมชันคุณอาจจะลงเอยกลายเป็นคนที่ถูกบ่นถูกด่าประจำ

 

1. การพูดคำว่า “ไม่” ช่างยากเหลือเกิน

คุณจะปฏิเสธคู่รักของคุณลงรึเปล่าล่ะ? จริงๆ แล้วคุณไม่จำเป็นจะต้องยอมรับทุกอย่างที่คู่รักของคุณขอหรอกนะ อย่าลังเลที่จะปฏิเสธคำเชิญชวนหากคุณไม่ได้สนใจจริงๆ หรือไม่มีเวลาว่างไป ไม่มีเหตุผลเลยที่จะยอมฝืนตกลงเพียงเพราะไม่อยากขัดใจคู่รักของคุณ หรือกลัวว่าคู่รักของคุณจะไม่เข้าใจในเหตุผลของคุณ อย่ายอมสูญเสียตัวเองเพื่อทำให้คนอื่นมีความสุข เพราะคุณจะไม่มีความสุขเสียเอง

 

ที่มา Brightside

Comments

Leave a Reply