9 สัญญาณเตือนสุขภาพ จากอาการ ‘หูอื้ออึง’ เสียงในหูที่คุณไม่ควรปล่อยผ่านไป!!

ว่ากันว่าคนที่รู้เรื่องรางกายของเราดีที่สุดนั้นไม่ใช่คุณหมอหรือคุณแม่ แต่หากเป็นตัวเรานั้นเอง และบ่อยครั้งที่ร่างกายของเราก็มักจะส่งสัญญาณเตือนเวลาที่เราละเลยเรื่องสุขภาพมากเกินไป อย่างเช่นอาการปวดท้อง ปวดหัว หรือไอเรื้อรังนั่นเอง

และนอกจากอาการข้างต้นแล้ว ก็ยังมีอีกหนึ่งสัญญาณเตือนจากร่างกายที่เรามักจะไม่ค่อยได้ใส่ใจกันอย่างเช่นอาการหูอื้อนั่นเอง

อ่า… และเจ้าอาการที่ว่านี้จะบอกอะไรกับเรานอกจากเวลาขึ้นที่สูงบ้างนั้น ขอเชิญพบกับ!! 9 สัญญาณเตือนสุขภาพ จากอาการ ‘หูอื้ออึง’ ที่คุณไม่ควรปล่อยผ่าน

 

 

1. คุณฟังเพลงดังเกินไปหรือเปล่า!?

แน่นอนว่าการเปิดเสียงเพลงดังๆ นั้นถือเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คุณหูอื้อ และนอกจากนี้ผู้ที่ต้องทำงานอยู่กับเสียงดังตลอดเวลาก็อาจจะมีอาการที่ว่านี้ด้วยก็ได้ ดังนั้นถ้าหากอยากหลีกเลี่ยงอาการเหล่านี้ล่ะก็ควรลดเสียงเพลงลงหน่อย ส่วนใครที่ต้องทำงานที่มีเสียงดังก็อย่าลืมหาเครื่องป้องกันมาใส่ไว้ล่ะ

 

2. ได้เวลาทำความสะอาดหูกันแล้วเพื่อนรัก

บางครั้งอาการหูอื้อของคุณก็อาจจะเกิดจากการละเลยความสะอาดก็ได้ เพราะบางครั้งคราบไขมันที่อยู่ในหูก็อาจจะไปปิดกันทำให้คุณมีอาการหูอื้อได้นั่นเอง

 

3. หัวของคุณได้รับการกระทบกระเทือนรึเปล่า!?

อาการหูอื้อถือเป็นหนึ่งในสาเหตุที่มาจากศีรษะถูกกระแทก นอกจากนี้อาการอื่นๆ ที่ทำให้คุณรู้สึกคลื่นไส้เวียนศีรษะ หรือทำงานที่มีความเสียงสูง ก็อาจจะทำให้มีอาการหูอื้อได้เช่นกัน

 

4. อาจจะไม่ค่อยเกี่ยวกัน แต่คุณควรไปพบหมอฟันนะ!!

โรค Temporomandibular Joint หรืออาการผิดปรกติของขากรรไกร ซึ่งมีการเชื่อมต่อกับกะโหลกศีรษะของเราอาจจะทำให้การได้ยินของคุณมีความผิดปรกติได้เช่นกัน

 

5. ยาบางตัวอาจจะทำให้คุณเกิดอาการหูอื้อ

ยาบางตัวนั้นก็อาจจะทำให้เกิดอาการหูอื้อได้เช่นกัน ดังนั้นถ้าหากว่าคุณไม่แน่ใจปริมาณการทานในแต่ละมื้อหรือผลข้างเคียงของยาล่ะก็ อย่าลืมถามคุณเภสัชกรคนสวยให้แน่ใจก่อนรับยากลับบ้านล่ะ

 

6. บางทีมันก็อาจจะเป็นความผิดปรกติของกระดูกในหู

การเจริญเติบโตที่ผิดปรกติของกระดูกในหูชั้นกลาง อาจทำให้เกิดความผิดปรกติในการได้ยินหรือที่เรียกว่าอาการ Otosclerosis ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรม โดยส่วนมากแล้วมักจะแสดงอาการเมื่อตอนคุณอายุ 30 ปี แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะปัจจุบันสามารถใช้การศัลยกรรมเพื่อรักษาได้

 

7. ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการ

บางครั้งอาการหูอื้อก็อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของปริมาณของเหลวในหูที่ผิดปรกติ หรืออาจะมีเนื้องอกเกิดขึ้นก็ได้ ดังนั้นถ้าหากว่าคุณไม่แน่ใจล่ะก็ การพบแพทย์อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

 

8. เหนื่อยมากไหม เครียดไปหรือเปล่า!?

หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่าเครียดจนหูอื้อใช่ไหมล่ะ การได้ยินของเรานั้นทำงานเหมือนกับเครื่องขยายเสียงในวิทยุนั่นแหละ เมื่อมีบางอย่างที่ผิดพลาดมันจะสั่งให้เราปรับเสียงให้ดังขึ้นนั่นเอง ดังนั้นการพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางแก้ไขจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดนั่นเอง

 

9. เครื่องช่วยฟังอาจจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับคุณ

ถ้าหากว่าคุณไม่พบอาการผิดปรกติใดๆ เลย แต่อาการหูอื้อสุดแสนน่ารำคาญก็ยังคอยรบกวนการได้ยินของคุณล่ะก็ การสวมเครื่องช่วยฟังก็ถือเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยคุณได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ที่มา rd

Comments

Leave a Reply