ไม่ใช่แค่ชื่อ… เปิดประวัติ Gustave โคตรไอ้เข้ตัวจริง ตำนานที่ยังคงมีลมหายใจถึงทุกวันนี้

นอกจากมนุษย์แล้ว บนโลกนี้ยังเต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์มากมายหลายชนิด ซึ่งก็มีทั้งสัตว์ที่เป็นมิตรและสัตว์ที่เป็นอันตราย และหากจะพูดชื่อสัตว์ที่เป็นอันตรายแล้ว ชื่อของจระเข้ต้องติดมาเป็นอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน เพราะว่ารูปร่างหน้าที่น่ากลัวบวกกับการเป็นสัตว์กินเนื้อของมัน ทำให้ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตใดที่ต้องเข้าใกล้ต่างก็ต้องมีผวากันบ้าง

จระเข้บนโลกนี้มีอยู่มากมายนับพันนับหมื่นตัว แต่ว่ามีจระเข้อยู่ตัวหนึ่งที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นตำนานนักฆ่า และได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญมาแล้วมากมาย และชื่อของมันก็คือ กุสตาฟ (Gustave) นั่นเอง

 

 

กุสตาฟเป็นจระเข้แม่น้ำไนล์ตัวผู้ ซึ่งอาศัยอยู่ที่แม่น้ำรูซิซีในประเทศบุรุนดีในทวีปแอฟริกา ปัจจุบันมันมีอายุกว่า 60 ปีแล้ว อีกทั้งยังมีคนอ้างว่ามันเคยฆ่าคนมาแล้วมากกว่า 300 ชีวิตเลยทีเดียว

ไม่ว่ากี่ปีจะผ่านไปก็ไม่เคยมีใครสามารถจับสัตว์ในตำนานตัวนี้ได้ ทำให้เราคาดเดาไม่ได้ว่ามันมีขนาดเท่าไหร่กันแน่ แต่จากการคาดการณ์ของนักวิทยาศาสตร์บวกกับพยานที่เคยเห็นมันตัวเป็นๆ พวกเขาได้คาดคะเนเอาไว้ว่า เจ้ากุสตาฟอาจมีลำตัวที่ยาวมากถึง 7.5 เมตรและมีน้ำหนักมากกว่า 900 กิโลกรัม

 

 

นั่นจึงทำให้กุสตาฟกลายเป็นจระเข้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เท่าที่เคยมีผู้พบเห็นในทวีปแอฟริกา และจากขนาดของมันในตอนแรกนักวิทยาศาสตร์คาดเอาไว้ว่ามันอาจจะมีอายุมากกว่า 100 ปี แต่จากการสังเกตที่ฟันของมันแล้วทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้วมันมีอายุน้อยกว่านั้นและน่าจะอยู่ราวๆ ที่ 60 ปี และจะสามารถเจริญเติบโตได้มากกว่านี้อีก

แม้ว่ากุสตาฟจะไม่เคยถูกจับได้ แต่ตามร่างกายของมันก็มีร่องรอยของกระสุนหลายนัก อย่างเช่นที่ไหล่ขวาของมันมีก็แผลเป็นที่เกิดมาจากแผลที่ลึกเป็นอย่างมาก แต่ที่มาที่ไปของบาดแผลก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามันบาดเจ็บมาจากสิ่งใด

แต่จากคำบอกเล่าของคนในท้องถิ่น พวกเขาเล่าว่า บาดแผลของกุสตาฟเกิดจากการที่มันพุ่งเข้าไปโจมตีทหาร ที่พยายามจะสังหารมันด้วยการสาดกระสุนปืน AK47 ใส่ และชาวบ้านยังบอกอีกด้วยว่าสิ่งที่ทำให้มันรอดชีวิตมาถึงปัจจุบันนี้ได้ก็เพราะ ‘มันกินกระสุนปืนลงไป’ 

 

สารคดีที่ทำขึ้นเพื่อเจ้ากุสตาฟ

ในภายหลังนักวิทยาศาสตร์ก็ออกมาปฏิเสธคำบอกกล่าวของชาวบ้าน โดยนักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายว่าสิ่งที่ทำให้มันยังมีชีวิตอยู่ก็เพราะขนาดตัวที่ใหญ่และเกล็ดที่หนาของมันทำให้กระสุนไม่สามารถเจาะเข้าไปได้ต่างหาก

นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังบอกอีกว่า ด้วยความที่มันมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักที่เยอะ ทำให้มันไม่สามารถไล่ล่าเหยื่อที่คล่องแคล่วอย่าง ปลา ละมั่ง หรือม้าลายได้ และเพื่อความอยู่รอดบังคับให้มันต้องไปหาสัตว์ที่ค่อนข้างเชื่องช้าอย่าง ฮิปโปโปเตมัส วิลเดอร์บีส และบางครั้งก็รวมถึงมนุษย์แทน

แต่สิ่งที่ทำให้กุสตาฟต่างจากจระเข้ตัวอื่นก็คือ บางครั้งเมื่อมันฆ่ามนุษย์ได้มันจะไม่กิน ทว่ามันจะลากเหยื่อผู้โชคร้ายลงไปในน้ำและปล่อยให้ซากศพนั้นจมน้ำแทน และปล่อยเอาไว้อย่างนั้นโดยไม่กินแต่อย่างใด และก็มีคนกว่า 300 คนตกเป็นเหยื่ออันโอชะให้แก่มันตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา

 

วิดีโออีกอันหนึ่งที่เกี่ยวกับเจ้าจระเข้ในตำนานตัวนี้

 

มีรายงานการพบเห็นเจ้ากุสตาฟครั้งสุดท้ายในเดือนมิถุนายน ปี 2015 เมื่อชาวบ้านบางคนเห็นมันขณะกำลังลากควายตัวผู้ขนาดใหญ่ลงไปในน้ำ ซึ่งจากการคาดคะเนควายตัวนั้นอาจจะมีน้ำหนักมากถึง 1,000 กิโลกรัม

ตำนานจระเข้พันธุ์ดุตัวนี้ ได้กลายเป็นแรงบันดาลให้เกิดภาพยนตร์เรื่อง Primeval ในปี 2007 ขึ้นซึ่งเป็นเรื่องราวของทีมข่าวที่พยายามจะจับจระเข้ขนาดยักษ์ตัวนี้ให้ได้ แต่มันก็เหมือนเรื่องจริงตรงที่ว่าไม่มีใครเคยทำได้สำเร็จนั่นเอง

ด้วยความสามารถรอบด้านของเจ้ากุสตาฟที่เป็นการผสมทักษะต่างๆ อย่างลงตัวทั้งขนาดของมัน การหลบหนีเอาตัวรอด และสัญชาตญาณเพชฌฆาต ทำให้มันกลายเป็นอีกหนึ่งตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ในทวีปแอฟริกาใต้ และบางหมู่บ้านยังเชื่อว่ามันเป็นปิศาจในร่างของจระเข้เลยทีเดียว

 

ที่มา: odditycentral

Comments

Leave a Reply