ผู้เชี่ยวชาญเผยทำไม “กลิ่นตด” มันเหม็นไม่เท่ากัน พร้อมแนะนำวิธีผายลม ให้เหม็นน้อยที่สุด

อาการท้องอืดท้องเฟ้อคงจะเป็นปัญหากวนใจหลายๆ คนแน่ เพราะแก๊สที่สะสมอยู่ในกระเพาะอาหารของเรานั้นมันพร้อมจะปะทุออกมาเป็น “ตด” ได้อยู่ตลอดเวลา

ถ้าเกิดมีแต่ลมไม่มีเสียงและกลิ่นก็รอดตัวไป แต่ถ้าบังเอิญมีเสียงออกมาก็อาจะเขินนิดหน่อย หรือถ้าหนักมากมาทั้งกลิ่นทั้งเสียงนี่สิ ไม่ไหวจะเคลียร์จริงๆ

เราก็เลยมีคำแนะนำดีๆ จากผู้เชี่ยวชาญที่จะทำให้การผายลมของเราปราศจาคกลิ่นไม่พึงประสงค์เหล่านั้นมาฝากกันในวันนี้…

 

 

Myron Brand แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารจากสถาบันที่ปรึกษาระบบทางเดินอาหาร Connecticut Gastroenterology Consultants ได้มาเผยเกี่ยวสิ่งที่ทำให้คุณท้องอืดอย่างรุนแรง

คุณหมอบอกว่า “ที่จริงอาการท้องอืดนั้นมาจากการทำงานของแบคทีเรียที่อยู่ภายในกระเพาะอาหารของเรา ซึ่งกลิ่นของลมที่ผายออกมาทุกคนจะแตกต่างกัน แต่กลิ่นที่เหม็นที่รุนแรงนั้นมาจากการหมักของอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตในกระเพาะอาหารของคุณนั่นเอง”

การทานอาหารที่มีประโยชน์และมีเส้นใยเยอะๆ อย่างผักบรอกโคลี กระหล่ำปลี หรือพวกธัญพืชก็เป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับแบคทีเรียในลำไส้ของเรา

นอกจากนี้ยังจะทำให้กลิ่นผายลมของเรานั้นไม่เหม็นมากอีกด้วยและโปรตีนก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร โดยจะทำให้เกิดแก๊สมีเทนขึ้นมานั่นเอง

 

 

แต่สิ่งที่ทำให้ลมจากก้นของเราเหม็นนั้นไม่ใช้ก๊าซมีเทนหรอกนะ แต่มันคือก๊าซกำมะถันต่างหากล่ะ!!

ด็อกเตอร์ Brand ยังเสริมอีกว่า “กลิ่นของการผายลมนั้นจะช่วยเตือนว่าคุณกินอาหารประเภทไหนมากเกินไป บางคนสร้างแก๊สมีเทนขึ้นมามาก หรือบางคนก็สร้างแก๊สไฮโดรเจนซัลเฟสขึ้นมา ซึ่งมันขึ้นอยู่กับอาหารที่คุณทานเข้าไป”

 

Heres Why Some Farts Smell So Much Worse Than Others 31585UNILAD imageoptim Fart web

 

ผู้เชียวขาญยังแนะนำอีกด้วยว่าถ้าหากคุณไม่อยากจะผายลมบ่อยๆ ล่ะก็ควรที่จะเลือกบริโภคอาหารที่มีโปรตีนสูงกว่า เพราะมันจะทำให้เกิดการสร้างแก๊สในกระเพาะอาหารได้น้อยกว่าอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต

 

 

เป็นอย่างไรกันบ้างล่ะ คงจะได้วิธีการเอาไปใช้ดูแลตัวเองกันบ้างแล้วใช่ไหม และนอกจากนี้เรายังมีเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ มาบอกกันด้วยนะ

รู้รึเปล่าว่าโดยปกติแล้วคนเราจะมีการตดโดยเฉลี่ย 10-20 ครั้งต่อวันเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ หากใครเพิ่มเป็นวันละร้อยครั้ง หรือไม่มีการตดสักครั้งเลย แสดงว่าอาจจะมีอะไรผิดปกติก็ได้นะ…!!

ที่มา unilad

Comments

Leave a Reply