สุดยอดการวิจัยที่บอกว่า… คนอื่นตัดสินคุณจากหน้าตายังไง และคุณก็ทำให้ตัวเองดูดีได้ง่ายๆ

ก็เป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ล่ะว่า การมีรูปร่างหน้าตาที่ดูดีนั้น ทำให้มีความได้เปรียบในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือใช้ชีวิต ซึ่งวันนี้ #จ่าสิบเหมียว ก็มีบทความดีๆ ทางวิทยาศาสตร์จาก Princeton University มาฝากกันแหละ

ถึงแม้จะไม่มีหลักการหรือพื้นฐานที่ตายตัว ‘เรามีความรู้สึกประทับใจแรกต่อผู้คนที่เราพบเห็น รวมถึงตัดสินพวกเขาจากสิ่งเหล่านั้น มันเป็นอะไรที่ธรรมชาติสุดๆ และอดที่จะไม่ทำไม่ได้จริงๆ’ Alexander Todorov ศาสตราจารย์ทางด้านจิตวิทยากล่าว

การทดลองของศาสตราจารย์คนนี้นั้น ใช้คอมพิวเตอร์สร้างใบหน้าขึ้นมาในแต่ละรูปแบบ ที่มีทั้งดูดี ดูแล้วรู้สึกอุ่นใจ ดูฉลาด และมีอีกมากมายหลายหน้าเพื่อใช้ในการทดลอง

ถึงผลการทดสอบนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปชมกับสิ่งที่เขาได้เรียนรู้มาบ้าง!!

 

อันดับแรกเลย ในส่วนของคนที่หน้าตาและบุคลิกดี

ส่วนมากแล้วคนที่หน้าตาและรูปร่างดูดีนั้น จะมีแนวโน้มที่ทำคะแนนได้ดีเกือบทุกๆ ด้าน ทั้งความน่าเชื่อถือ ความฉลาด และมีความสามารถ

2

 

ส่วนของคนที่มีผิวพรรณดี หน้าตาเหมือนเด็กหรือดูอ่อนกว่าวัย

คนส่วนมากจะคิดว่าคนที่มีใบหน้าแบบนี้จะมีลักษณะนิสัยที่ซอฟต์ ไร้เดียงสา ซื่อสัตย์ ไม่มีพิษไม่มีภัย ใจดี และอบอุ่น

3

 

แน่นอนในเรื่องนี้ ใบหน้าของผู้หญิงนั้นชนะขาด เพราะจะดูอ่อนกว่าวัยกว่าใบหน้าของผู้ชาย

4

 

การแสดงอารมณ์ทางสีหน้าก็มีผลเช่นกัน…

เช่นใบหน้าของคนที่กำลังโกรธอยู่ก็จะมีคนชื่นชอบน้อยลง ใบหน้าที่ดูน่าเชื่อถือและมั่นใจจะทำให้คนรู้สึกยำเกรงมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยเสริมต่อการตัดสินใจของมนุษย์ทั้งนั้น

5

 

โปรแกรมของศาสตราจารย์จะสร้างใบหน้าของผู้คนออกมาเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตั้งคำถาม และใช้ชาติพันธุ์เป็นตัวช่วยในการวัดผลระหว่างวิจัย

6

 

ชุดภาพนี้ทดสอบเกี่ยวกับความฉลาดและพึ่งพาได้

จากภาพชุดนี้จะเห็นได้ว่าใบหน้าทางด้านขวาจะดูน่าเชื่อถือกว่าด้านซ้ายอย่างเห็นได้ชัด ในกรณีนี้ตัวแปรในความเปลี่ยนแปลงก็คือสีผิวที่เข้มขึ้น ความเข้มในแบบผู้ชาย และหน้าตาโดยรวมที่ดีดูดีขึ้น

7

 

ชุดนี้เกี่ยวกับด้านพลังอำนาจ

จะเห็นได้ว่าใบหน้าทางด้านขวาจะดูมีอำนาจและน่าเชื่อฟังมากกว่า ในกรณีนี้ตัวแปรของความเปลี่ยนแปลงก็คือสีผิวและความเข้มในแบบผู้ชาย

8

 

ใบหน้าชุดนี้เกี่ยวกับบุคลิกภาพที่ดี

จะเห็นได้ชัดๆ เลยว่าใบหน้าทางด้านขวานั้นจะดูมีบุคลิกาพที่ดีและน่าคบหามากกว่า ตัวแปรของความเปลี่ยนแปลงนั้นคือความกว้างของใบหน้าและรอยยิ้ม

9

 

แล้วความชอบเกี่ยวหับหน้าตาล้วนๆ ล่ะ!?

ภาพใบหน้าทางด้านขวาจะดูดีกว่า ตัวแปรหลักๆ แล้วก็คือ ความดูดีของใบหน้าที่เพิ่มมากขึ้น และรอยยิ้มที่กว่างขึ้น

10

 

ความรู้สึกถึงอันตราย

จะเห็นได้ว่าใบหน้าทางด้านขวาดูดุกว่า จริงจังกว่า ตัวแปรก็คือความเข้มแบบเพศชายและใบหน้าที่แสดงอาการโกรธอยู่เนืองๆ

11

 

ใบหน้าที่เกี่ยวกับความเชื่อใจ

จะเห็นได้ว่าใบหน้าทางขวานั้นจะดูซื่อสัตย์กว่า ตัวแปรคือความอ่อนโยนในแบบผู้หญิงและรอยยิ้ม

12

 

และจากการทดสอบโดย Mirella Walker และ Thomas Vetter ที่ University of Basel ก็พบว่า…

แค่เปลี่ยนสีหน้าหรือการแสดงออกทางอารมณ์เพียงเล็กน้อย คุณก็สามารถเพิ่มความรู้สึกนั้นๆ ให้กับคนที่คุณพบเจอได้แล้วล่ะ!!

13

 

ส่วนใบหน้าที่แสดงให้เห็นถึงชาติพันธู์และเชื้อชาติดังที่เคยกล่าวข้างต้นนั้น

ถึงใบหน้าประเภทนี้จะดูน่าเชื่อถือมากกว่า แต่ลึกๆ แล้ว จะทำให้ผู้คนที่พบเห็นรู้สึกเหยียดเชื้อชาติ และเกิดความกลัวต่อชาวต่างประเทศอย่างช่วยไม่ได้…

14

 

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจก็คือ ผู้คนมักจะชอบและมีปฏิกิริยาเชิงบวกต่อผู้คนที่มีใบหน้าเหมือนหรือคล้ายกับตัวเอง!!

15

 

การทดสอบนี้ถือว่าได้ผลดีมาก เพราะให้ผู้ร่วมวิจัยเรทคะแนนของใบหน้าที่จำลองออกมาให้คล้ายกับใบหน้าของตัวเองมากที่สุด ซึ่งผลก็ออกมาตรงกันว่าพวกเขาจะให้คะแนนด้านความเชื่อใจต่อใบหน้าที่เหมือนกับพวกเขามากกว่าใบหน้าอื่นๆ

 

ในส่วนของการตัดสินเบื้องต้นว่าคนไหนหน้าโจร หรือคนไหนมีใบหน้าที่สำนึกผิดต่อความผิดของตัวเอง

16

 

มีความคล้ายคลึงกันระหว่างใบหน้าในชุด A-B และ C-D จากที่เห็น ชุด A-B นั้นจะเห็นได้ว่าใบหน้าทางขวานั้นจะมีความดูหน้าโจรกว่า หรือหน้าดูเป็นอาชญากรมากกว่าอย่างช่วยไม่ได้

และสอดคล้องกับชุด C-D ที่คล้ายๆ กับชุด A-B แต่เหมือนแค่สลับทางซ้ายไปอยู่ทางขวา จะเห็นได้ชัดเลยว่าทางขวาจะเป็นใบหน้าที่รู้สึกสำนึกผิดในสิ่งที่ตนทำมากกว่า

และถึงเราจะพยายามแค่ไหนที่จะบอกว่าเราไม่ตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก เบื้องต้นแล้วรูปร่างหน้าตานี่แหละ ที่เราใช้ตัดสินปฏิสัมพันธ์ในเกือบทุกๆ เรื่องกับคนๆ นั้น ทั้งการออกไปเดทด้วย การจ้างงาน การเอาผิด หรือแม้กระทั่งประสงค์ร้ายต่อคนๆ นั้น!!?

 

พอได้อ่านงานของเขาไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ มันเป็นอะไรที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สิ่งที่เราพอจะทำได้ก็คือมีสติและใช้เวลาเพื่อศึกษาคนๆ นั้นดีกว่านะจ๊ะ

 

เหมือนภาษิตไทยที่ว่า ‘รู้หน้าไม่รู้ใจ’ นั่นแหละ พยายามระลึกถึงข้อนี้กันเอาไว้มากๆ ดีกว่าเนาะ ^^

emo-137

 

ที่มา: BusinessInsider

Comments

Leave a Reply