พาไปรู้จัก “กัลยาณี อร่ามเวชอนันต์” ผู้ให้กำเนิด “ยาบ้า” คนแรกในประเทศไทย…

เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จัก “ยาบ้า” หรือ “ยาม้า” สารเสพติดให้โทษร้ายแรงซึ่งกัดกร่อนสังคมไทยมาอย่างยาวนาน แม้จะมีความพยายามในการกวาดล้างอย่างจริงจัง แต่สุดท้ายยาบ้าชนิดนี้ก็ยังไม่หายไปจากสังคมเสียที

แต่รู้หรือไม่ “ยาบ้า” หรือ “ยาม้า” สูตรที่เราพูดถึงกันอยู่นี้ แท้ที่จริงแล้วถือกำเนิดมาจากประเทศไทยนี่เอง และก็เป็นคนไทยเองนี่แหละที่คิดค้นมันขึ้นมา เรื่องราวจะเป็นยังไง เราไปติดตามกันดีกว่า

 

ba1

 

ถ้าย้อนไปถึงต้นกำเนิดจริงๆ สารแอมเฟตตามีนและเมทแอมเฟตตามีนมีการใช้ในการทำยากระตุ้นสำหรับทหารมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีการใช้ในการกระตุ้นความกล้าหาญและความอดทนของทหารทั้งสองฝ่าย จนหลังสงคราม สารเหล่านี้เริ่มหลุดออกมาใช้งานในคนธรรมดา

 

Sub - German troops marching through occupied Warsaw during World War Two, Poland, circa 1939. (Photo by FPG/Getty Images)

 

ส่วนในประเทศไทย ระยะแรกๆ มีการนำเข้ายาม้าเข้ามาจากต่างประเทศ เพื่อใช้ในการกระตุ้นม้าแข่ง และภายหลัง กลุ่มคนขับรถบรรทุกเริ่มนำยาม้าไปใช้ในระหว่างการทำงาน เพราะช่วยให้กระปี้กระเปร่าและไม่ง่วง

ด้วยเหตุนี้เอง ผู้หญิงคนหนึ่งชื่อว่า “กัลยาณี อร่ามเวชอนันต์” ได้เล็งเห็นถึงผลประโยชน์การจากขายยาม้านี้ เธอจึงส่งลูกชายทั้งสองไปเรียนทางด้านเคมีที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในไต้หวัน จนเมื่อทั้งสองจบการศึกษา พวกเขาก็เริ่มคิดค้นสูตรยาม้าของตนเองขึ้นมา

 

950884-img.rpsxpc.1

 

ต่อมาพวกเขาได้เช่าบ้านหลังหนึ่งในอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี และเปลี่ยนบ้านหลังนั้นให้กลายเป็นฐานผลิตยาของตนเอง

ระยะแรกธุรกิจของพวกเขารุ่งเรืองเป็นอย่างมาก แต่ต่อมา รัฐบาลเริ่มเล็งเห็นว่ายาเสพติดที่พวกเขาผลิตขึ้นมา ส่งผลเสียต่อประเทศชาติเป็นอย่างมาก ทำให้ในปี พ.ศ. 2530 มีการประกาศให้ “ยาม้า” กลายเป็นยาเสพติดต้องห้าม และเปลี่ยนชื่อเป็น “ยาบ้า” นับตั้งแต่ตั้น

 

(เปาบุ้นจิ้น ยาบ้ายี่ห้อแรกของไทย ผลิตโดยครอบครัวกัลยาณี  อร่ามเวชอนันต์)

0001[4]

 

ส่วนครอบครัว “กัลยาณี อร่ามเวชอนันต์” ก็ถูกตำรวจจับหลังจากมีการประกาศได้ไม่นาน รวมทั้งลูกชายทั้งสองและสามีของเธอด้วยเช่นกัน แต่นั่นกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาที่ใหญ่กว่า

หลังจาก กัลยาณีถูกจับ เหล่าคนงานที่เคยทำงานในโรงงานผลิตแห่งนั้น ก็แยกย้ายกันไปสร้างโรงงานของตนเอง จากตอนแรกสร้างรอบๆ กรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่เมื่อตำรวจกวดขันมากขึ้น พวกเขาจึงย้ายฐานการผลิตไปยังชนกลุ่มน้อยรอบๆ ชายแดนประเทศไทย

 

image_32

 

แต่เมื่อเหล่าผู้นำชมกลุ่มน้อยเห็นถึงผลประโยชน์อย่างมหาศาลจากยาบ้าเหล่านี้ พวกเขาจึงขอ (บังคับ) สูตรจากอดีตคนงานเหล่านั้น จนตอนนี้ ชนกลุ่มน้อยแทบทุกกลุ่มบริเวณชายแดน มีสูตรยาบ้าของกัลยาณีอยู่ ซึ่งพวกเขาก็ผลิตและส่งมาขายยังประเทศไทย

โดยชนกลุ่มน้อยเหล่านั้นจ่ายค่าคุ้มครองให้กับทหารพม่า รวมถึงมีกองกำลังของตนเองป้องกันโรงงานอยู่ ทำให้ยังมีการผลิตยาบ้าออกมาจำหน่ายอยู่เรื่อยๆ บางครั้ง โรงงานผลิตยาบ้าตั้งอยู่ห่างจากชายแดนแค่ไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น แต่ทางตำรวจไทย กลับไม่สามารถข้ามไปจับกุมได้

 

558000011283802

 

ที่น่าสนใจคือ ชนกลุ่มน้อยเหล่านั้น แม้จะเป็นคนผลิตยาบ้า แต่พวกเขากลับมีกฎห้ามอย่างเคร่งครัดว่า สมาชิกในกลุ่มต้องไม่เสพยาที่ผลิตเป็นอันขนาด ไม่อย่างนั้นจะได้รับโทษสูงสุดถึงยิงเป้าเลยทีเดียว

 

ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าต้นกำเนิดยาบ้าในไทยก็มาจากคนไทยด้วยกันเอง…

emo9

 

สุดท้ายก็ได้แต่ภาวนาว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถกวาดล้างยาเสพติดให้หมดไปจากประเทศไทยเสียที ไม่อย่างนั้นคงต้องมีผู้เดือดร้อนจากยาชนิดนี้อีกมากมายแน่นอน

ที่มา itv , Wikipedia เรียบเรียง #เหมียวอ๊อดโด้ 

Comments

Leave a Reply