Ryan Reynolds ให้สัมภาษณ์ “Deadpool จะเป็นฮีโร่ตัวสุดท้ายที่ผมจะเล่น”

มีอยู่หลายครั้งทีเดียว ที่เรามักจะเห็นนักแสดงคนหนึ่งรับบทเป็นซุปเปอร์ฮีโร่คนหนึ่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรากลับไปเห็นเขาในบทบาทของซุปเปอร์ฮีโร่อีกตัว อย่างเช่น Brandon Routh ที่เคยรับบทเป็น Superman แต่เปลี่ยนมาเป็น The Atom ซีรี่ย์ Legends of Tomorrow แทน หรือ Chris Evans ที่เคยเป็น Human Torch ใน Fantastic 4 แต่ต่อมากลับมารับบทเป็น Captain America แทน

0

 

และกับนักแสดงคนล่าสุดอย่าง Ryan Reynolds ที่ก่อนหน้านี้เคยรับบทเป็น Deadpool มาแล้วใน X-Men Origins: Wolverine และก็โดดไปรับบทเป็น Green Lantern ในหนังฮีโร่ของ DC และกลับมารับบทเป็น Deadpool อีกครั้งในหนังเดี่ยวที่จะฉายในปี 2016 ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนในภาพลักษณ์ของตัวเอง ล่าสุด Reynolds ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า การมารับบท Deadpool ครั้งนี้จะเป็นฮีโร่ตัวสุดท้ายแล้วที่เขาจะเล่น

1

 

Ryan Reynolds ให้สัมภาษณ์ว่าตัวเขารู้ดีว่า ที่ผ่านๆมาถือเป็นโชคร้ายสักหน่อย ที่เขาเลือกเล่นหนังที่ดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนได้ไม่ค่อยดีนัก(รวมถึง X-Men Origins: Wolverine และ Green Lantern ด้วย) ทำให้แฟนๆรู้สึก แย่และค่อนข้างไม่ชอบหนังที่เขาแสดง แต่ความรู้สึกเหล่านั้นจะถูกลบล้างไป หลังจากที่หนัง Deadpool เข้าฉายในปีหน้า ซึ่งเป็นหนังที่แฟนๆคาดหวังว่ามันจะไม่ทำให้พวกเขาผิดหวังนั่นเอง

X-Men Origins: Wolverine

 

ในระหว่างที่ Reynolds ออกเดินสายโปรโมทหนังเรื่องใหม่อย่าง Self/Less เขาก็ถูกนักข่าวจากเว็บไซต์ Huffingtonpost ถามถึงความเป็นไปได้ที่เขาอาจจะมารับบทเป็นซุปเปอร์ฮีโร่คนอื่นๆในอนาคต เขาได้ตอบประเด็นนี้ว่าเขาเองกำลังคิดอยากจะถอดชุดซุปเปอร์ฮีโร่ออกและวางมือจากบทเหล่านี้เหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้ตั้งกฎเกณฑ์ว่าจะไม่กลับมารับบทเป็น Deadpool ในหนังภาคต่อไป แต่อาจต้องขึ้นอยู่กับความสำเร็จของหนังภาคแรกรวมไปถึงเรื่องของรายได้ที่สตูดิโอวางไว้ด้วย

3

 

Reynolds ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมไม่มีความต้องการอยากจะเป็นฮีโร่คนอื่นหลังจากนี้แล้ว หวังว่าเราจะได้กลับมาสร้าง Deadpool อีกครั้ง แม้ในความเป็นจริงมันจะได้เรท R ก็เถอะ แฟนๆต้องช่วยกันแสดงออกว่าพวกเขาสนับสนุนพวกเรา พวกเขาต้องออกมาช่วยกันดูหนังเพื่อให้สตูดิโอสร้างภาคต่อ”

4

 

ดูจากการโต้ตอบของ Reynolds ในสื่อออนไลน์ต่างๆก็พอจะเห็นถึงความตั้งใจและความทุ่มเทของเขาล่ะนะ แอดเหมียวก็ได้แต่หวังว่าหนังเรื่องนี้จะทำให้เขากลับมาเปรี้ยงอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่หนังช่วงหลังๆมานี้ของเขาแป้กเกือบจะทุกเรื่องเลย

ที่มา huffingtonpost