5 เมืองร้างมีชื่อจากทั่วโลก พร้อมเหตุผลในอดีตที่ทำให้ผู้คน ยอมทิ้งสถานที่เหล่านี้ไป

ในช่วงเวลาที่ไม่ว่าเราจะมองไปทางไหนก็พบผู้คนได้อยู่เสมอๆ นั้น ในโลกใบนี้ก็ยังคงมีสถานที่หลายแห่งที่ถูกทิ้งร้างไร้ซึ่งผู้คนอยู่ดี แน่นอนว่าสถานที่เหล่านั้นส่วนมากแล้วจะเป็นทะเลภูเขาหรือป่าลึก แต่ในบางครั้งสถานที่ที่ไร้ผู้คนก็อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่เมืองได้เช่นกัน

โดยมากแล้วสถานที่เหล่านี้จะเป็นสถานที่ที่มนุษย์เรามีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้อีกต่อไป และบ่อยครั้งก็จะเป็นเบื้องหลังที่น่าสนใจอย่างไม่น่าเชื่อเลยด้วย ดังเช่นเมืองร้างทั้ง 5 แห่ง ที่เราจะไปชมกันต่อไปนี้

 

1. เมือง Centralia ในรัฐเพนซิลเวเนีย ที่ซึ่งมีเหตุไฟไหม้อย่างต่อเนื่อง

นี่เป็นเมืองที่เดิมทีแล้วมีคนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อปี 1962 กลับเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ขึ้นในเหมืองที่ลึกลงไปใต้ดิน นำไปสู่รอยแตกมากมายเหนือพื้นที่เมือง ตามมาด้วยควันไฟจำนวนมากจนอากาศเป็นพิษและคนส่วนมากต้องออกจากเมืองไป

แถมดูเหมือนว่าไฟที่อยู่ใต้ดินของเมืองก็จะยังลุกไหม้ต่อไปถึงราวๆ 200 ปีเลย

ที่มา smithsonianmag

 

2. เมือง Kolmanskop สถานที่ที่จมอยู่ในทรายแห่งนามิเบีย

Kolmanskop เป็นเมืองที่ในอดีตมีผู้คนอยู่เป็นจำนวนมาก ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 จากการที่มีการพบเหมืองเพชรหลายแห่ง อย่างไรก็ตามสภาพของเมืองที่มีแต่ทรายก็ทำให้เมื่อ แร่เพชรเริ่มที่จะหมดลงในปี 1950 เมืองแห่งนี้ก็เริ่มที่จะสูญสิ้นคุณค่าไป  และแน่นอนว่าในช่วงเวลาเดียวกันคนในเมืองก็ค่อยๆ ลดลงไปด้วย

นั่นทำให้ในท้ายที่สุด ในปัจจุบันสิ่งที่ยังคงหลงเหลือในเมืองแห่งนี้ก็เลยมีเพียงแค่ทราย และบ้านร้างที่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวก็เท่านั้น

ที่มา allthatsinteresting

 

3. Plymouth มอนต์เซอร์รัต “เมืองปอมเปอีแห่งทะเลแคริบเบียน”

Plymouth เดิมทีแล้วเป็นเมืองในแนวหมู่เกาะแอนทิลลิสน้อย ส่วนหนึ่งของหมู่เกาะลีวาร์ด ซึ่งแม้จะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่าไหร่แต่ก็มีคนอาศัยอยู่พอประมาณอย่างไรก็ตามในปี 1997 ภูเขาไฟ Soufrière Hills บนเกาะก็เกิดการปะทุขึ้นจนเมืองต้องจมอยู่ใต้เถ้าภูเขาไฟหนา 152 เซนติเมตร

และตั้งแต่วันนั้นมาจำนวนคนบนเกาะก็น้อยลงไปเรื่อยๆ จนในที่สุดเมือง Plymouth ก็กลายเป็นเมืองร้าง ส่วนประชากรของมอนต์เซอร์รัตเองก็ลดลงจนเหลือเพียงราวๆ 5,000 คนเท่านั้น

ที่มา smithsonianmag

 

4. เกาะ Hashima “เกาะผีสิง” แห่งประเทศญี่ปุ่น

เกาะ Hashima ในอดีตบางครั้งก็ถูกเรียกว่า กุนคันจิมะ (軍艦島) ซึ่งแปลว่าเกาะเรือรบ จากรูปร่างของมัน เดิมทีแล้วนี่เป็นเกาะที่มีคนหลั่งไหลกันเข้ามาอาศัยเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีการพบเหมืองถ่านหินในพื้นที่ อย่างไรก็ตามในช่วงปี 1974 ถ่านหินในเหมืองก็เริ่มหมดลง และคนในเกาะเองก็เริ่มย้ายออกไปจนเกาะแห่งนี้กลายเป็นเกาะร้าง

น่าแปลกเหมือนกันว่าหลังจากที่ที่แห่งนี้กลายเป็นเกาะร้างไป เกาะ Hashima ก็เริ่มที่จะสะสมข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องผีและอาถรรพ์มากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ในปัจจุบันที่แห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่สุดขนหัวลุก ที่แทบไม่มีใครอยากเข้าไปเหยียบอีกต่อไป

ที่มา cnn

 

5. Wittenoom ออสเตรเลีย เมืองพิษแร่ใยหิน

เช่นเดียวกับเมืองหลายๆ เมืองในอดีตเมือง Wittenoom ถูกตั้งขึ้นในยุค 30 เพื่อเป้นที่พักของคนงานเหมืองแร่ (ในที่นี้คือครอซิโดไลท์) อย่างไรก็ตามแทนที่เมืองแห่งนี้จะไร้ผู้คนเพราะในเหมืองไม่มีอะไรให้ขุดแล้วแบบเมืองอื่นๆ เมือง Wittenoom กลับต้องถูกทิ้งร้างเพราะในปี 1966 มีคนงานในเหมืองล้มป่วยแทน

นั่นเพราะการทำเหมืองที่นี่ทำให้เกิดใยหินกระจายไปในอากาศของเมือง ซึ่งหากหายใจเข้าไปเป็นเวลานานจะทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับปอดได้ และจากในงานวิจัยเอง แค่อาศัยอยู่ที่นี่ก็ทำให้ผู้ใหญ่มีโอกาสตายสูงขึ้นตั้งแต่ 20-83% เลย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในปัจจุบันเมืองแห่งนี้จึงแทบจะไม่มีใครอาศัยอยู่อีกต่อไปแล้ว

ที่มา theguardian

 

ที่มา ranker

Comments

Leave a Reply