เมื่อช่วงกลางเดือนเมษายน 2019 เกิดร้ายที่ทำให้วิหารนอเทรอดาม ประเทศฝรั่งเศสซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนาน 850 ปีถูกเพลิงไหม้เสียหายอย่างหนัก

จากการตรวจสอบพบว่าสาเหตุของเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร หลังเจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงและไฟดับลง จึงได้มีการวางแผนซ่อมแซมและฟื้นฟูให้กลับมาสวยงามดังเดิม

 

 

วิหารนอเทรอดามนั้นถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นฝรั่งเศส ซึ่งอยู่คู่ประเทศมานานกว่าหอไอเฟลเสียอีก

ความเสียหายของวิหารเก่าแก่แห่งนี้ ถือว่าสร้างความเสียหายในหลายๆ ด้านทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปะ สถาปัตยกรรม นอกจากนี้มันยังเป็นสถานที่สำคัญในนิยายชื่องดังอย่าง The Hunchback of Notre Dame อีกด้วย

 

 

ท่ามกลางความตื่นตระหนก และเศร้าเสียใจของชาวฝรั่งเศสและคนทั่วโลก เวลาล่วงเลยมาเป็นเวลา 2 เดือนหลังเหตุเพลิงไหม้ การซ่อมแซมวิหารนั้นก็ยังคงไม่เสร็จสิ้น

ไม่เพียงยังซ่อมไม่เสร็จ แต่บางส่วนของวิหารนั้นยังเสี่ยงที่จะถล่มลงมาได้ทุกเมื่ออีกด้วย นับว่าหนทางที่นอเทรอดามจะกลับมาสวยงามพร้อมเปิดให้เข้าชมคงยังอีกยาวไกลทีเดียว

 

 

แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังรัฐบาลฝรั่งเศสประกาศเตือนโอกาสถล่มของบางส่วนของวิหาร ก็มีผู้ศรัทธาและนักบวชจำนวนหนึ่งเข้าไปประกอบพิธีทางศาสนาภายในตัววิหาร

ซึ่งพิธีที่ว่านั้นคือ พิธีสวดรับศีล จัดขึ้นในตัววิหาร และแน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่อันตรายพอควรเลย พวกเขาทุกคนราว 30 คนจึงต้องสวมหมวกนิรภัยขณะประกอบพิธี

 

 

ทางอาร์คบิชอปแห่งปารีส Michel Aupetit ได้กล่าวว่า การที่พวกเขามาประกอบพิธีรับศีลกันในนี้ มันสร้างอารมณ์ความรู้สึกได้มากมาย

“มันเป็นข้อความแห่งความหวังและเป็นคำขอบคุณทุกๆ คนที่รู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับวิหารแห่งนี้” พร้อมกับเสริมว่า “ถึงมันจะรู้สึกแปลกๆ ที่ต้องทำพิธีโดยต้องมีหมวกนิรภัยอยู่บนหัวก็ตาม”

 

 

ตามปกติพิธีเหล่านี้จะมีความขลังและงดงามสะท้อนถึงความเชื่อ วัฒนธรรม และประเพณี การที่ทุกคนต้องสวมหมวกนิรภัยจึงกลายเป็นภาพที่ดูแปลกตาดีเหมือนกัน

ทั้งนี้ในส่วนของการซ่อมแซมวิหารนั้น มีบริษัทดังระดับโลกหลายๆ แห่ง รวมทั้งผู้คนอีกมากมายที่ระดมเงินช่วยเหลือเข้ามาให้ทางวิหารมากมาย

 

อีกไม่นานเราคงจะได้เห็นวิหารนอเทรอดามอันงดงามฟื้นตัวกลับคืนมาแล้วล่ะ

 

ที่มา Mirror และ DW

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...