กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก หลังจากที่มีผลงานวิจัยจาก The Lancet ที่ได้ตีพิมพ์ลงในวารสารการแพทย์ เกี่ยวกับปัญหามลพิษที่คร่าชีวิตผู้คนมากกว่าสงคราม และภัยพิบัติ..!!

โดยข้อมูลส่วนหนึ่งจากงานวิจัย มีการเปิดเผยออกมาว่า เมื่อปี 2015 ผู้คนจำนวน 1 ใน 6 ของประชากรโลก มีสาเหตุต้นตอการเสียชีวิตมาจากปัญหามลพิษที่รวมไปถึงสารพิษตกค้างต่างๆ จากทั้งในอากาศและน้ำ

 

 

จากการสำรวจสถิติทั่วโลกของ The Lancet พบว่าประชากรกว่า 9 ล้านคนทั่วโลกมีสาเหตุการเสียชีวิตมาจากปัญหามลพิษทางอากาศเป็นปัจจัยหลัก เฉลี่ยตัวเลขการเสียชีวิตอยู่ที่ 6.5 ล้านคน และจากมลพิษทางน้ำรองลงมาอีกกว่า 1.8 ล้านคน

จำนวนประชากรกว่า 9 ล้านคนที่เสียชีวิตจากมลพิษนับว่าเป็นสาเหตุหลักที่มากกว่าการเสียชีวิตจากโรคเอดส์ และโรคมาลาเรียรวมกันถึง 3 เท่า และคิดเป็น 15 เท่าของจำนวนผู้เสียชีวิตจากสงครามรวมกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ

 

ภาพแผนที่ชี้ให้เห็นว่า กว่า 92% ของปัญหามลพิษจะส่งผลกับประชากรในประเทศที่กำลังพัฒนามากกว่า

 

ปัญหามลพิษที่ส่งผลกระทบถึงระบบเศรษฐกิจ…

จากการรายงานพบว่าปัญหามลพิษที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่าปัจจัยอื่นๆ ส่งผลเกี่ยวเนื่องกันกับระบบเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ ด้วย

โดยตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้วมีการคำนวนค่าความเสียหายทั้งหมดคิดเป็น 6.2% ของเศรษฐกิจโลกเลยทีเดียว (4.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)

“สิ่งหนึ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงก็คือ ปัญหามลพิษที่ส่งผลกระทบถึงระบบเศรษฐกิจ ประชากรที่อยู่ในสภาพเจ็บป่วย อยู่ในโรงพยาบาล หรือเสียชีวิตต่างมีผลต่อระบบเศรษฐกิจแทบทั้งสิ้น เพราะนั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆ ที่ต้องตามมาไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียโอกาส ฯลฯ” Richard Fuller หัวหน้ากลุ่ม Pure Earth กล่าว

 

ตารางเปรียบเทียบตัวเลขปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร จะเห็นได้ว่าปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาที่ร้ายแรงที่สุด…

 

จากการเปิดเผยข้อมูลจาก The Lancet ดูเหมือนว่าจะทำให้รัฐบาลหลายประเทศทั่วโลกหันมาจริงจังกับปัญหานี้มากขึ้น

ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ Scott Pruitt หัวหน้าสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม (อดีตนักกฎหมายที่ไม่เชื่อว่าโลกร้อนขึ้น) ก็ได้ออกมาประกาศใช้มาตรการควบคุมการปล่อยมลพิษทางอากาศ รวมถึงการนำนโยบายจากยุคของบารัค โอบาม่า กลับมาใช้อีกครั้ง

“ปัญหามลพิษเป็นปัญหาที่เราสามารถเอาชนะได้ คนรุ่นนี้และคนรุ่นหน้าควรค่าที่จะได้อาศัยอยู่ในโลกที่ปราศจากมลภาวะต่างๆ” Scott Pruitt กล่าว

 

 

นับว่าเป็นหนึ่งในงานวิจัยที่สร้างความตื่นตัวให้กับสังคมโลกได้อย่างกว้างขวาง และหลังจากนี้ก็อาจจะถึงเวลาที่เราต้องหันมาพูดถึงปัญหาการใช้พลังงาน และผลกระทบที่อาจถูกบิดเบือนจากรัฐบาลกันแล้ว!?

ที่มา: DW

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

รวมเนื้อหาของเหล่าแมวเหมียวที่ไม่ได้ทำหน้าที่บนแคทดั๊มบ์แล้ว ถึงตัวเค้าจะจากไป แต่ผลงานที่เค้าสร้างไว้จะอยู่ชั่วนิรันดร์