เรื่องราวของ “ชายตาบอดชาวเอเชียคนแรก” ที่สามารถพิชิต “ยอดเขาเอเวอเรสต์” ได้สำเร็จ!!


“ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้” คงเป็นประโยคที่เราได้ยินกันอยู่บ่อยๆ และน่าจะเป็นประโยคที่พูดถึงเรื่องราวของชายคนนี้ได้เป็นอย่างดี

เรากำลังพูดถึง Zhang Hong ชายชาวจีนวัย 46 ปี ที่ล่าสุดเขาได้กลายเป็น “คนตาบอดคนแรกของเอเชียที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์” !!

 

 

Zhang ต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลกอันมืดมิดมาตั้งแต่ตอนที่เขาอายุ 21 ปี หลังจากที่โรคต้อหินได้พรากเอาแสงสว่างจากเขาไป จนปัจจุบันเขาก็ไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้ด้วยดวงตาของตัวเองอีกเลย

แต่ถึงอย่างนั้น Zhang ก็ไม่เคยสิ้นหวังกับสิ่งที่เขาเป็น และในปี 2001 เขาก็ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ให้กับตัวเอง เพราะในปีนั้นมีคนตาบอดพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ได้สำเร็จเป็นคนแรกของโลก!

 

Erik Weihenmayer ชายตาบอดชาวอเมริกัน ผู้พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์

 

Erik คือผู้สร้างประวัติศาสตร์ “คนตาบอดคนแรกของโลกที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์” ซึ่งทางนิตยสาร TIME เคยพูดถึงในสิ่งที่เขาทำเอาไว้ว่า…

“เราไม่มีทางรับรู้ถึงความสำเร็จนี้ได้เหมือนกับสิ่งที่ Erik ต้องเผชิญ เพราะไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่โดดเด่น เป็นสิ่งที่ผลักดันขีดจำกัดของมนุษย์ให้สูงขึ้นไปอีกขั้น”

 

 

เรื่องราวของ Erik ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับ Zhang นับตั้งแต่ตอนนั้น หนุ่มชาวจีนจึงตัดสินใจเริ่มฝึกซ้อมอย่างมุ่งมั่นเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายเดียวกัน

Zhang ได้รับความช่วยเหลือจาก Qiang Zi เพื่อนที่เป็นไกด์ปีนเขา ทำให้ชายตาบอดได้เรียนรู้วิธีการปีนเขาและเรียนรู้ที่จะฝึกฝนมันเป็นเวลาหลายปี

 

 

วันที่ 24 พฤษภาคม 2021 ที่ผ่านมา มันก็ถึงเวลาแล้วที่ Zhang จะได้ทำตามความฝันของตัวเอง และเขาก็ได้เริ่มออกเดินสู่เส้นทางเพื่อพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์

Zhang เริ่มเดินขึ้นไปจากทางฝั่งเนปาล พร้อมกับไกด์ปีนเขาที่มีความเชี่ยวชาญอย่างมากอีก 3 คนที่คอยช่วยนำทางและช่วยให้ชายตาบอดสามารถหลบเลี่ยงอุปสรรคต่างๆ มากมาย

จากความมุ่งมั่นอันแรงกล้า และความไม่ย่อท้อ ทำให้ Zhang สามารถพิชิตยอดเขาสุดท้าทายนี้ได้สำเร็จ โดยเขาใช้เวลาไปทั้งสิ้น 3 วัน ในการเดินขึ้นไปสู่ยอดเขาที่สูงถึง 8,849 เมตร

 

Zhang จึงถือเป็นคนตาบอดคนที่ 3 ของโลก และเป็นคนตาบอดชาวเอเชียคนแรกของโลกที่พิชิตยอดเขานี้ได้

 

Zhang ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Reuters ว่า…

“ตอนนั้นผมยังคงรู้สึกหวาดกลัว เพราะผมไม่สามารถเห็นได้ว่าผมเดินผ่านอะไรไปบ้าง และไม่สามารถที่จะหาจุดศูนย์ถ่วงของร่างกายตัวเองได้ จนบางครั้งก็ทำให้ผมล้มลง

ถึงอย่างนั้นผมก็คิดแต่เพียงว่า เส้นทางอันยากลำบากคือส่วนประกอบหนึ่งของการปีนเขา อุปสรรคและความอันตรายคือสิ่งที่ทำให้การปีนขึ้นไปครั้งนี้มีความหมาย”

 

 

ท้ายที่สุดแล้วเขาก็บอกกับทุกคนว่า…

“ไม่สำคัญว่าคุณจะพิการหรือว่าปกติ ไม่ว่าคุณจะสูญเสียการมองเห็น ไม่มีแขนหรือขา แต่มันไม่เกี่ยวเลยตราบใดที่คุณยังคงมีจิตใจที่เข้มแข็ง คุณจะสามารถทำทุกสิ่งให้สำเร็จได้ แม้ว่าสิ่งนั้นคนอื่นๆ จะมองว่าคุณไม่สามารถทำได้ก็ตาม”

 

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวตะปู

ที่มา: SCMP , Reuters , Unilad


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
เหมียวตะปู

เหมียวปี 1

เลือกประเภทเนื้อหา
เล่าเรื่อง-สอบถาม
ตั้งกระทู้ถาม หรือเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ พร้อมภาพประกอบเนื้อหา
รูปภาพ
โพสต์ภาพน่าสนใจ ทั้งสวยงาม น่ารัก หรือฮาๆ ก็มาได้หมด
จัดอันดับ
บทความจัดอันดับสิ่งต่างๆ สมาชิกสามารถโหวตให้อันไหนขึ้นมาติดท็อปสุดก็ได้
จัดประกวด
คล้ายบทความจัดอันดับ แต่สมาชิกสามารถส่งเรื่องของตัวเอง มาโหวตแข่งกันได้
โพลล์
ทำโพลล์สอบถามความเห็นเพื่อนๆ ว่าคิดยังไงกับแต่ละเรื่องบ้าง?