ปัจจุบันตามห้างสรรพสินค้าหรือร้านสะดวกซื้อในต่างประเทศได้นำเครื่องมือหนึ่งที่เรียกว่า เครื่องจ่ายเงินบริการตัวเอง ให้ลูกค้าสามารถนำของที่ซื้อมาสแกนบาร์โค้ดเองได้ที่เครื่อง เรียกว่าสะดวกสบายๆ รวดเร็วทันใจเรามากกว่าเดิม

ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้มีเพียงแค่ข้อดี เพราะข้อบกพร่องที่ชัดเจนของเครื่องนี้ก็คือ มันสามารถทำให้ลูกค้าโกงราคาของสินค้าได้อย่างง่ายดาย เช่นเดียวกันกับที่เธอคนนี้ได้ทำลงไป

เธอมีชื่อว่า Cheyenne Amber West สาววัย 25 ปีในเมือง Fort Pierce รัฐฟลอริด้า วันหนึ่งเธอไปซื้อของในร้าน Walmart กับแม่ของเธอ และได้ทำการโกงราคาสินค้า ทำให้เธอจ่ายเพียงแค่ 120 บาท แต่กลับได้สินค้าที่มีมูลค่ากว่า 60,000 บาท!!

 

Amber หญิงสาวผู้โกงเงินในร้านสะดวกซื้อ

 

จากการรายงานข่าวในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2017 บอกว่าเธอเข้าร้านมาเลือกหยิบคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จอยเกม และเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกหลายรายการ ก่อนที่จะนำบาร์โค้ดที่ตัวเองเตรียมไว้ติดทับไปกับบาร์โค้ดของสินค้าเหล่านั้นและเดินไปจ่ายเงินที่เครื่องจ่ายเงินบริการตัวเอง

แน่นอนว่าเครื่องไม่สามารถรับรู้ได้ว่าบาร์โค้ดที่มันสแกนอยู่ไม่ตรงกับสินค้านั้นๆ ทำให้ราคาที่ออกมาถูกลงไปเยอะมาก แต่สิ่งที่เธอทำทั้งหมดก็ไม่อาจรอดสายตาของพนักงานรักษาความปลอดภัยไปได้ เธอจึงโดนตรวจสอบในทันที

หลังจากนั้นเธอถูกจับข้อหาลักทรัพย์ตามคดีอาญาและข้อหาขโมยของในร้านค้า โดยเมื่อถามถึงสาเหตุเธอก็ได้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า “ฉันต้องการนำคอมพิวเตอร์นั้นไปให้สามีเพื่อตอบแทนที่เขาซื้อกระเป๋าเงินราคาแพงให้ ส่วนจอยเกมฉันต้องการนำไปฝากลูก ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่ฉันไม่สามารถมีกำลังซื้อได้เอง”

 

 

การสอบปากคำแม่ของเธอที่ไปด้วยกัน Alicia West ได้พูดกับตำรวจว่า “ฉันรู้ว่าลูกฉันทำอะไรแต่ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรหรือช่วยอะไรเธอได้เลย เธอแค่พยายามหาของขวัญไปให้ลูกของเธอเท่านั้นเอง”

จากคดี Amber ได้จ่ายค่าประกันตัวออกมาเป็นจำนวนเงินเกือบ 100,000 บาทและรอเข้ารับการพิจารณาที่ศาลในวันที่ 13 ธันวาคม 2017 ต่อไป

จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยเลสเตอร์พบว่าเครื่องจ่ายเงินบริการตัวเองนั้นมีส่วนทำให้จำนวนคนขโมยของเพิ่มขึ้นมากกว่าแต่ก่อน ความบกพร่องของเจ้าเครื่องนี้ทำให้ทุกคนคิดว่าการโกงหรือขโมยสินค้าเป็นเรื่องที่ง่ายมาก

อีกทั้งมูลค่าของสินค้าที่ถูกขโมยไปยังสูงกว่าราคาของเจ้าเครื่องนี้ถึง 2 เท่า เรียกว่าอาจทำให้ร้านขาดทุนจนเจ๊งได้เลยทีเดียว

 

 

ดอกเตอร์ Emmeline Taylor ผู้ทำการศึกษาเกี่ยวกับเจ้าเครื่องดังกล่าวในออสเตรเลียบอกอีกว่า 1 ใน 3 ของการขโมยของในร้านสะดวกซื้อเกิดขึ้นจากการใช้วิธีชำระเงินด้วยตัวเองผ่านเครื่อง แสดงให้เห็นว่านี่คือความผิดพลาดของเราที่พึ่งพาเครื่องจักรมากจนเกินไป

ที่มา: ladbible , wnep , aol , nypost

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...