ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจสำหรับหญิงสาวที่ชื่อว่า Stephanie Ung หญิงสาวลูกครึ่งอเมริกัน-เอเชียนที่กำลังจะเดินทางจากเมืองกังกุน ประเทศเม็กซิโกไปยังบ้านเกิดที่รัฐจอร์เจียเพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดปีที่ 26 ของเธอ

แต่การเดินทางของเธอกลับต้องสะดุดลงเมื่อทางเจ้าหน้าที่ศุลกากรและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้กักตัวเธอไว้เป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วโมงเพราะพวกเขาคิดว่าเธอตกอยู่ในขบวนการค้ามนุษย์

เธอพยายามอธิบายกับเจ้าหน้าที่ขอให้ปล่อยตัวเธอไปเนื่องจากว่าเธออยากจะไปถึงรัฐจอร์เจียภายในเย็นวันนั้นเพื่อใช้เวลาอยู่กับครอบครัวในวันขอบคุณพระเจ้า แต่เจ้าหน้าที่ก็ได้เพิกเฉยและกล่าวหาว่าเธออยู่ในขบวนการค้ามนุษย์ จนสุดท้ายเธอก็ไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ทันเวลา

 

 

เหตุผลที่เธอทราบจากเจ้าหน้าที่มาว่า เธอโดนเชิญลงจากเครื่องเพราะว่าเธอมีเชื้อสายเอเชียพร้อมกับสาวเอเชียอีก 1 คนบนเครื่องบิน

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางโฆษกของสายการบินเดลตาก็ได้ออกมาอ้างว่า มีผู้โดยสารท่านอื่นคิดว่า Stephanie และผู้หญิงอีกคนไม่ได้ถือพาสปอร์ตไว้ ซึ่งพวกเขาคิดว่าเธออาจจะอยู่ในขบวนการค้ามนุษย์ก็ได้

“พอฉันกับเพื่อนเป็นชาวเอเชียเพียงสองคนบนเครื่อง มันกลับกลายเป็นปัญหาขึ้นมาซะอย่างนั้น” Stephanie  กล่าว

 

 

“สายการบินเดลต้าได้ต่อต้านเรื่องการค้ามนุษย์อย่างเด็ดขาดตั้งแต่ปี 2011 และพนักงานจำนวนหลายพันคนของเราได้รับการฝึกอบรมเพื่อให้สังเกตและป้องกันการค้ามนุษย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงการตรวจสอบเบื้องต้นเท่าที่เป็นไปได้ ล่าสุดได้พบว่าลูกค้าสองรายไม่ได้ถือพาสปอร์ตไว้ ทางเราจึงสงสัยว่าอาจจะเป็นการค้ามนุษย์”

“ทางเดลตาได้ติดต่อเจ้าหน้าที่แล้ว ถึงแม้ว่าหลังจากการสอบสวนแล้วจะพบว่าลูกค้าทั้งสองของเราไม่ได้ตกอยู่ในขบวนการค้ามนุษย์ แต่ทางเราก็ยังยืนยันที่จะฝึกให้ลูกเรือของเราใช้ข้อผิดพลาดนี้ในการปรับปรุงเพื่อความปลอดภัยของลูกค้าทุกคน”

 

และเรื่องราวนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า Stephanie จะทำการฟ้องร้องสายการบินหรือไม่ที่ทำให้เธอเสียเวลาและเสื่อมเสียชื่อเสียง…

 

คลิปวิดีโอสัมภาษณ์ Stephanie โดย 11Alive

 

ที่มา nextshark

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...