ด้วยอุณหภูมิของประเทศไทยที่ตอนนี้พุ่งสูงไปที่ 30 องศาเซลเซียส ปลายๆ เกือบจะ 40 องศาเซลเซียส ขนาดที่ยังไม่เข้าเดือนเมษาก็ร้อนจนแทบจะละลายกลายเป็นไขมันลงไปกองกับพื้นแล้ว

เนื่องจากความร้อนที่พุ่งสูงจนเราไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร อยากทำแค่เพียงเปิดแอร์ฉ่ำ นอนตีพุงอยู่เฉยๆ แต่มันก็ทำไม่ได้ ด้วยภาระหน้าที่ที่จำเป็นนั้นทำให้เราต้องออกไปเผชิญกับอากาศร้อนตับแตก เหมือนกับว่าชาติที่แล้วไปทำเวรทำกรรมอะไรมา…

 

 

เราเคยสงสัยกันไหมว่า “ทำไมหน้าร้อน เราถึงไม่ค่อยจะอยากกินอะไรมากนัก” เป็นเพราะอะไรที่ทำให้เราอยากกินอาหารน้อยลงในช่วงเวลาฤดูร้อน หรือนี่อาจจะเป็นสัญญานที่ทำให้เราเริ่มต้นลดน้ำหนักกันแน่นะ

#เหมียวบู้บี้ ก็จะมาไขข้อสงสัยนี้ให้ทุกคนได้รู้กัน!!

อ้างอิงจากข้อมูลที่ Ritesh Balri  นักโภชนาการและนักสรีรวิทยา กล่าวไว้ว่า “มีอีกหลายทฤษฎีที่บ่งบอกถึงสาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกหิวน้อยลง เช่น ทฤษฎีเรื่องปริมาณของแสงที่กระตุ้นความหิวของเรา”

 

 

อธิบายง่ายๆ เลยก็คือ เมื่อแสงน้อยลง ร่างกายของเราก็จะเกิดความคิดว่า เราจะไม่ได้รับอาหารอย่างเพียงพอก็เลยต้องรีบตุนอาหารไว้ในร่างกาย เราจึงหิวบ่อยกว่าปกติในฤดูหนาว

(ส่วนหน้าร้อนแดดจ้า ร่างกายก็เลยไม่อยากรับอาหารมากเท่าไหร่)

โดยทั่วไป ร่างกายจะมีกลไกในการขับน้ำออกจากร่างกาย นั่นก็คือขับออกมาในรูปแบบของเหงื่อ เพื่อให้อุณหภูมิในร่างกายอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ส่วนที่ควบคุมระบบนี้นั่นก็คือ ไฮโปทาลามัส ส่วนหนึ่งในสมองของเรานั่นเอง

 

ในขณะที่ไฮโปทาลามัสควบคุณอุณภูมิในร่างกายของเราก็จะให้ความสำคัญกับความหิวน้อยลง และสั่งให้ร่างกายดื่มน้ำมากขึ้น

นอกจากนี้นักโภชนาการยังบอกอีกว่า ดัชนีมวลกายของเราจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เพราะร่างกายต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อการดำรงชีพตามปกติ

และนี่ก็น่าอธิบายได้ว่าทำไมร่างกายของเราถึงไม่ค่อยหิวในฤดูร้อน นี่แหละจุดเริ่มต้นของการลดน้ำหนัก!!

 

ที่มา food.ndtv

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...