บางคนอาจหลงลืมประเด็นนี้กันไปแล้ว แต่หากพูดถึงชื่อ “บ้านป่าแหว่ง” หรือ “บ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ” จังหวัดเชียงใหม่ ล่ะก็ หลายๆ คนก็คงจะร้องอ๋อขึ้นมาในทันที

บ้านพักตุลาการแห่งนี้ถือว่าเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างมากเมื่อปีก่อน (2018) หลังจากที่หลายๆ คน โดยเฉพาะชาวเชียงใหม่ ทวงถามขอความเป็นธรรมกับการเข้าไปสร้างบ้านในพื้นที่ป่าดั้งเดิม ทำลายธรรมชาติอันสวยงาม

 

 

ล่าสุดวันนี้ (17 พ.ค. 2019) ประเด็นดังกล่าวก็ถูกดึงกลับมาพูดถึงอีกครั้ง หลังจากที่ “ผู้รับเหมารายย่อย” กว่า 20 รายออกมาร้องเรียนและให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “พวกตนยังไม่ได้รับค่าจ้าง”

หนึ่งในผู้รับเหมารายย่อยที่ได้รับผลกระทบ เขาได้ออกมาให้ข้อมูลกับทางสำนักข่าว Thai PBS ว่าพวกตนถูกเรียกให้มารับงานอีกทอดหนึ่งจาก “บริษัทคู่สัญญาที่ประมูลและได้รับงานจากทางสำนักงานศาลยุติธรรม”

 

 

ผู้รับเหมารายย่อยกว่า 20 รายได้เข้ามาช่วยเหลือจนการสร้างบ้านพักในครั้งนี้แล้วเสร็จตามกรอบเวลา แต่ทว่าหลังจากที่ส่งมอบงานไปแล้ว พวกเขากลับยังคงไม่ได้รับค่าจ้างจากบริษัทคู่สัญญาฯ แม้จะผ่านมากว่า 1 ปีแล้วก็ตาม

แหล่งข่าวกล่าวว่าเบื้องต้นมีผู้ที่ยังไม่ได้รับเงินหลังทำงานแล้วเสร็จ จำนวนตั้งแต่ 10,000-10,000,000 บาท

 

 

แรกสุดนั้น เขาเล่าว่าผู้จัดการบริษัทคู่สัญญาฯ คนหนึ่งได้ทำการแจ้งรายละเอียดค้างจ่ายทั้งหมด และนัดผู้รับเหมาทุกคนให้ไปแสดงตัว รอรับเงิน ในวันที่บริษัทคู่สัญญาฯ มารับเช็คงวดสุดท้ายจากศาลฯ จำนวน 150 ล้านบาท

การให้ผู้รับเหมาทุกรายไปแสดงตัวในครั้งนั้น ผู้จัดการคนดังกล่าวให้เหตุผลว่า “เพื่อแสดงให้ศาลฯ เห็นว่าบริษัทคู่สัญญาฯ ยังไม่ได้จ่ายเงินให้กับผู้รับเหมารายย่อย และกดดันให้มีการจ่ายเงินทันที”

 

 

ในวันนั้น ทางกลุ่มผู้รับเหมาจึงได้เข้าพบกับ “ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง” ที่มาเป็นคนกลางให้กับการพูดคุยร่วมกับทางบริษัทคู่สัญญาฯ

ทางบริษัทคู่สัญญาฯ รับปากกับผู้ใหญ่ท่านนั้นว่าจะจ่ายเงินให้ทุกคนตามสัญญา แจ้งให้กลุ่มผู้รับเหมาไปเปิดบัญชีธนาคารเอกชนแล้วจะโอนเงินไปให้

แต่ผ่านมาแล้วหลายเดือนก็ยังไม่มีเงินโอนเข้ามา พร้อมสอบถามไปยังบริษัทคู่สัญญาฯ ก็ได้คำตอบแค่ว่า “ธนาคารยังไม่ให้เบิกเงินจำนวนดังกล่าว” ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนข้ออ้างมากกว่า

 

 

ไม่ใช่เพียงแค่ผู้รับเหมาเท่านั้น เพราะทางแหล่งข่าวยังบอกว่ามีบริษัทและร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน

พอร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างเหล่านั้นเข้าไปทวงถามกับบริษัทคู่สัญญาฯ ก็ได้เงินค่าจ้างมาแค่ 1 ใน 10 จากทั้งหมด และคำตอบว่า “ที่เหลือเดี๋ยวโอนให้ภายหลัง”

 

 

จากเรื่องราวทั้งหมดนั้นเองที่ทำให้ทางกลุ่มรับเหมาไม่อาจทนนิ่งเฉยอยู่ได้ จำเป็นที่จะต้องเข้าร้องเรียน ร้องขอความเป็นธรรม เพราะผู้รับเหมาบางคนถึงกับต้องกู้หนี้ยืมสิน จำนองบ้าน ขายรถ เพื่อมาลงทุนรับหน้างาน

โดยเบื้องต้น พวกเขาตั้งใจที่จะเดินทางไปรับหนังสือร้องเรียนจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่คืน เนื่องจากไม่มีความคืบหน้า ก่อนที่จะยื่นฟ้องกับศาลอาญาต่อไป

 

 

อย่างไรก็ตาม ประเด็น “บ้านป่าแหว่ง” นั้นก็ยังคงเป็นที่ถูกตั้งคำถามว่า ท้ายที่สุดแล้วจะปล่อยให้มีการอยู่อาศัยในพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพจริงๆ หรือ? และหากมีการย้ายออกไปจะใช้วิธีการใดในการฟื้นฟูธรรมชาติที่เสียหาย?

 

 

ที่มา: thaipbs

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...