หัวข้ออาจจะดูโหดร้ายไปบ้างแต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องจริง เมื่อสื่อต่างชาติอย่างเว็บไซต์ BusinessInsider ได้นำเสนอข้อมูลภาพเปรียบเทียบความแออัดระหว่างวิถีชีวิตของผู้คนในนิวยอร์ก มาเปรียบเทียบกับความแออัดของชุมชนสลัมจากประเทศอื่นๆ

 

นิวยอร์กเป็นเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่มากถึง 27,000 คน/ตารางกิโลเมตร ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่แออัดมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

 

ในขณะที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ มีประชากรอาศัยอยู่มากถึง 107,000 คน/ตารางกิโลเมตร

 

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าประชากรจะเพิ่มขึ้นอีกสองเท่าในปี 2025 ทว่าปัญหาที่ตามมาอาจเป็นเรื่องของระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ที่ไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร

 

การจราจรในเมืองโกลกัตต้าประเทศอินเดีย ก็สามารถบ่งบอกถึงความแออัดของชาวเมืองได้ที่สุด โดยมีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 63,000 คน/ตารางกิโลเมตรเลยทีเดียว

 

ที่พักอาศัยของชาวเมืองที่นี่ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยถูกสุขลักษณะเท่าที่ควร

 

เช่นเดียวกับที่มุมไบ ที่ซึ่งมีประชากรแออัดอยู่มากถึง 73,000 คน/ตารางกิโลเมตรเมตร

 

ด้วยจำนวนคนที่มากบวกกับพื้นที่อาศัยที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้ชาวอินเดียหลายๆ คนต้องอาศัยอยู่ในห้องพักขนาดเล็ก

 

เช่นเดียวกับชาวฮ่องกง สำหรับครอบครัวที่ไม่ได้มีฐานะพวกเขาอาจจำเป็นที่จะต้องอาศัยอยู่ในห้องเช่าขนาดเล็กเพียงแค่ 60 ตารางฟุต โดยมีราคาเช่าสูงถึง 17,000 บาท

 

ถึงขนาดมีคำว่า ‘Cubicle Homes’ ซึ่งเป็นที่พักสำหรับผู้สูงอายุที่ไร้ญาติ พวกเขาจะต้องมาอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างแออัดในที่แห่งนี้

 

ที่เมืองธากา ประเทศบังคลาเทศ ก็มีประชากรมากถึง 73,000 คน/ตารางกิโลเมตร ซึ่งนับว่ามากพอที่ทำให้ชาวเมืองถึงกับกระโดดข้ามรถไฟกันจนเป็นเรื่องธรรมดาได้เลยทีเดียว

 

ใกล้เคียงกับที่เมือง Bnei Brak ประเทศอิสราเอล ซึ่งมีประชากรมากกว่า 70,000 คนอาศัยอยู่ในระยะ 2 กิโลเมตร

 

และแน่นอนว่านี่ก็เป็นอีกเมืองที่เต็มไปด้วยครอบครัวชาวออร์ธอด็อกซ์ ที่ต้องอยู่อาศัยร่วมกันอย่างแออัด

 

ยังมีอีกหลายเมืองจากทั่วโลกที่ประชาชนต้องอยู่กันอย่างแออัด…

ที่มา: BusinessInsider

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

รวมเนื้อหาของเหล่าแมวเหมียวที่ไม่ได้ทำหน้าที่บนแคทดั๊มบ์แล้ว ถึงตัวเค้าจะจากไป แต่ผลงานที่เค้าสร้างไว้จะอยู่ชั่วนิรันดร์