ประเทศฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศที่แหล่งน้ำต่างๆ มีสารปนเปื้อนมากที่สุดในโลก และผู้เชี่ยวชาญยังบอกอีกว่า ฟิลิปปินส์เป็นอีกประเทศ (ร่วมกับไทยและเวียดนาม) ที่ขยะพลาสติกกว่า 60 เปอร์เซ็นต์(จากขยะพลาสติกทั้งหมด)ไหลลงสู่ท้องทะเล

และล่าสุด นักวิทยาศาสตร์ก็ได้พบซาก วาฬคูเวียร์ ที่หมู่เกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2019

ส่วนสาเหตุการตายของมันนั้น นักชีววิทยากล่าวว่ามาจากการที่วาฬตัวนี้กลืนขยะพลาสติก เข้าไปเป็นจำนวนมาก ทำให้มันขาดสารอาหารและเกิดภาวะขาดน้ำในที่สุด

 

ภาพของวาฬสายพันธุ์ Cuvier’s beaked ที่เจอในอ่าวบิสเคย์ มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ

 

หลังพบซากของมัน นักชีววิทยาได้ผ่าท้องของมันเพื่อตรวจหาสาเหตุการตาย พวกเขาจึงพบว่ากระเพาะของวาฬมีขยะพลาสติกจำนวนมากถึง 40 กิโลกรัม

ภายในท้องของมันมีทั้งถุงพลาสติกตามห้างสรรพสินค้า, ถุงพลาสติกในการทำเกษตรกรรม และกระสอบข้าวจำนวน 16 ถุง

 

***คำเตือน*** มีภาพชำแหละท้องวาฬ

 

Darrell Blatchley ผู้อำนวยการของพิพิธภัณฑ์กระดูกสัตว์ทะเล ดึงซากพลาสติกออกจากท้องของวาฬ

 

Darrell Blatchley ผู้อำนวยการของพิพิธภัณฑ์ D’Bone ในฟิลิปปินส์ พบว่าตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เขาเจอซากวาฬและโลมาราว 61 ซากในลักษณะเดียวกัน แต่ครั้งนี้ถือว่าเป็นกรณีที่หนักสุดเท่าที่เคยเจอมาเลย

โดยพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวได้โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊ก (ปัจจุบันลบโพสต์ทิ้งแล้ว) ว่า

“มันน่ารังเกียจมาก รัฐบาลควรจะเริ่มทำอะไรบางอย่างได้แล้วกับผู้ที่ทำให้ท้องทะเลและแม่น้ำต้องกลายเป็นที่ทิ้งขยะแบบนี้”

 

 

เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่ฟิลิปปินส์เท่านั้นแต่เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว ยังมีการพบซาก วาฬสเปิร์ม เกยขึ้นมาบนหาดในประเทศอินโดนีเซีย และภายในท้องของมันมีขยะพลาสติกถึง 6 กิโลกรัม

รวมถึงเมื่อหน้าร้อนปี 2018 ที่ผ่านมา ประเทศไทยเองก็พบซากวาฬโดยที่ในท้องมันมีเศษพลาสติกมากกว่า 80 ชิ้น น้ำหนักรวมกันแล้ว 8 กิโลกรัม…

 

นอกจากรัฐบาลที่ต้องเข้ามาแก้แล้ว สิ่งสำคัญกว่าคือการที่เราต้องเริ่มแก้ที่ตัวเราเองด้วย

 

ที่มา: independentfinance.yahooindy100

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...