ตั้งแต่เด็กจนโตเรามักจะได้ยินคำพูดที่ว่า “ควรแต่งกายให้เหมาะสมกับสถานที่” หรือ “ต้องแต่งกายให้ดูดี” ซึ่งเรื่องของการเลือกเสื้อผ้าใส่ในแต่ละวันนั้นแท้จริงแล้วไม่ได้มีผลแค่กับเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก แต่มันยังสามารถส่งผลกับการประสบความสำเร็จของคุณได้อีกด้วย

นั่นคือผลจากการศึกษาของบริษัท Yale สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2014 พวกเขาใช้ผู้เข้าร่วมเพศชายจำนวน 128 คน มีอายุตั้งแต่ 18-32 ปี โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่แต่งตัวค่อนข้างมอมแมม (กางเกงวอร์มขายาว รองเท้าแตะ) กลุ่มที่แต่งตัวแบบทั่วไป และกลุ่มที่แต่งตัวดี

 

 

จากนั้นผู้เข้าร่วมทุกคนจะต้องทำหน้าที่มีส่วนร่วมในการเจรจาการซื้อขายสินค้า เพื่อดูว่าคนจากแต่ละกลุ่มนั้นจะมีความแตกต่างกันในเรื่องของการสร้างรายได้มากน้อยเพียงใด

ผลออกมาว่าคนจากกลุ่มแต่งตัวมอมแมมนั้นคำนวณกำไรได้อยู่ที่ประมาณ 21 ล้านบาท คนจากกลุ่มทั่วไปทำได้ประมาณ 49 ล้านบาท และกลุ่มแต่งตัวดีสามารถทำได้สูงถึง 65 ล้านบาท

ผู้ช่วยในการศึกษาครั้งนี้จึงบอกว่ามันเป็นการแสดงให้เห็นถึงเรื่องของการแต่งตัว สำหรับคนที่แต่งตัวมอมแมมมักจะถูกคนอื่นๆ มองข้าม ในขณะที่คนที่แต่งตัวดีจะสามารถรับรู้ได้ถึงการได้รับความเคารพจากคนรอบข้างที่มากกว่า

 

 

ส่วนอีกหนึ่งการศึกษาก็บอกว่าการแต่งตัวดีช่วยเสริมสร้างลักษณะความเป็นนามธรรมของความคิดได้อีกด้วย โดยจะเกิดความคิดแบบมองภาพรวมเหมือนกับคนที่มีความเป็นผู้นำระดับเจ้าของบริษัท ส่วนคนที่แต่งตัวมอมแมมนั้นจะมัวกังวลในเรื่องรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของตัวเอง

Michael L. Slepian ผู้ช่วยการศึกษาในเรื่องนี้ และเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์แห่งสถาบัน Columbia Business School บอกว่า “คนที่แต่งตัวดีจะช่วยให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีพลังมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณรับรู้ถึงความมีศักยภาพของตัวเอง คุณก็จะไม่จำเป็นต้องไปมุ่งสนใจเรื่องของรายละเอียด”

 

 

แน่นอนว่าการแต่งตัวเรียบง่าย สบายๆ ไม่ใช่เรื่องที่แย่ แต่หลายๆ ครั้งเราต้องไม่ลืมที่จะแต่งตัวให้ออกมาดูดี เพราะอย่าลืมว่ามันคือสิ่งที่คนอื่นๆ จะสามารถรับรู้จากตัวคุณได้เป็นอย่างแรก มันจึงเป็นมากกว่าการทำตามความชอบของตัวเองนั่นเอง

 

ที่มา: businessinsider

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...