เคยคิดไหมว่าคนที่เกิดมาในครอบครัวของมหาเศรษฐี หรือทำงานจนประสบความสำเร็จแล้วมีเงินเยอะมาก คงจะได้ชีวิตหรูหราฟูฟ่า ซื้อของแพงๆ มาใช้ได้อย่างสบาย และได้กินอาหารชั้นเลิศทุกมื้อไปตลอดชีวิต

ถ้าใครกำลังคิดว่าคนรวยเป็นแบบนั้นอยู่ล่ะก็ ขอให้ลองมาดูชีวิตของผู้หญิงที่เคยถูกเรียกว่า หญิงที่ร่ำรวยที่สุดในอเมริกาดู แล้วจะเห็นว่าชีวิตคนรวยก็ไม่ได้ฟุ่มเฟือยเสียหมด

 

Henrietta Howland Robinson

 

Henrietta Howland Robinson หรือเรียกสั้นๆ ว่า Hetty เกิดเมื่อปี 1834 ในเมืองนิวเบดฟอร์ด รัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูล Quaker ที่มั่งคั่ง

เนื่องจากแม่ของเธอมีร่างกายที่อ่อนแอ เธอจึงได้คลุกคลีกับพ่อและปู่เสียมากกว่า จึงทำให้เธอมีค่านิยมเกี่ยวกับเงินตั้งแต่เด็ก และยังเรียนวิธีดูตลาดหุ้นเป็นตั้งแต่เล็กด้วย

 

ในช่วงที่เธออายุ 30 ต้นๆ เธอก็เข้าสู่การเป็นนักลงทุนอย่างเต็มตัว โดยเธอมักจะรอกว้านซื้อกิจการที่ย่ำแย่ แล้วรอให้ธุรกิจฟื้นตัว จึงขายต่อในราคาที่สูงกว่ามาก

เธอบอกกับ New York Times ในปี 1905 ว่า “ฉันซื้อธุรกิจตอนที่ไม่มีใครต้องการ และขายต่อตอนราคาขึ้นและเป็นที่ต้องการมากขึ้น”

 

 

เธอแต่งงานกับ Edward Henry Green เมื่ออายุ 33 ปี และมีลูกด้วยกันสองคนชื่อ Ned และ Sylvia ในตอนนั้นเธอกลัวว่าสามีที่ใช้เงินเก่งกว่าเธอจะทำให้เงินเก็บของเธอหร่อยหรอลง เธอจึงใช้เงินแยกกับสามีเสียเลยซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีใครเขาทำกัน

เมื่อสามีของเธอเสียชีวิตลง เธอก็เริ่มใส่ชุดสีดำไว้ทุกข์ให้กับเขาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนทำให้เธอได้รับฉายาว่า The Witch of Wall Street (แม่มดแห่งวอลสตรีท)

แต่ด้วยความตระหนี่ ชุดไว้ทุกข์ของเธอนั้นก็เรียบง่ายเสียจนสำนักข่าว Washington Post เขียนถึงชุดของเธอว่าทำจาก ‘วัสดุที่เรียบง่ายที่สุด’

 

แม้เธอจะร่ำรวยแต่ผู้คนก็บอกกันว่าเธอนั้นงกเสียยิ่งกว่าอะไร ลูกของเธอต้องใส่เสื้อผ้ามือสองเท่านั้น และเมื่อครั้งที่ลูกชายของเธอเกิดอุบัติเหตุจนขาเจ็บ เธอก็ยังพาเขาไปรักษาที่โรงพยาบาลฟรีเลย

แต่พอหมอจำได้ว่าเธอเป็นเศรษฐีแล้วเรียกค่ารักษาจากเธอ เธอก็พาลูกชายออกไปทันที สุดท้ายลูกชายของเธอก็ต้องตัดขาทิ้งไป

 

 

แม้ว่าเธอจะมีเงินจำนวนมากและเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทรถไฟ Louisville & Nashville Railroad แต่ตัวเธอเองก็ไม่ยอมซื้อรถยนต์ส่วนตัวใช้ นอกจากนี้ในตอนแก่เธอยังไปอาศัยอยู่กับลูกชายในอพาร์ทเม้นต์เล็กๆ เท่านั้น

เธอเคยบอกว่า “ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขี้งก แต่ฉันไม่ได้มีเลขาคอยจัดการเงินให้และแนะนำว่าควรทำตัวยังไง ฉันก็เลยดูเหมือนเป็นคนเก็บตัว ใจดำและตระหนี่ จริงๆ แล้วฉันก็แค่อยากใช้ชีวิตในแบบที่สมกับเป็นคนตระกูล Quaker เท่านั้น ดังนั้นฉันเลยแต่งตัวเรียบง่าย และใช้ชีวิตเงียบๆ”

เมื่อเธอเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ เธอจึงจำเป็นต้องย้ายที่อยู่บ่อยๆ เพื่อไม่ให้เป็นที่สนใจของผู้คนหรือโจรที่จะปล้นเธอ นอกจากนี้เธอยังหวาดระแวงคนตลอดเวลา เวลาเธอนอนก็เลยเอากุญแจธนาคารคล้องไว้กับตัวแล้วถือปืนไว้ป้องกันตัวด้วย

 

 

เมื่อปี 1916 ที่เธอเสียชีวิตลงนั้น ลูกชายของเธอให้สัมภาษณ์กับ New York Times ไว้ว่า “แม่ทำตัวออกห่างจากผู้คนเพราะว่ามันเป็นทางออกเดียวที่เธอมี…เมื่อมีคนรู้ว่าคุณมีเงินมาก ก็มีแต่คนมาถามยืมเงินไม่หยุดหย่อนจนเราไม่รู้จะทำยังไง” 

อย่างไรก็ตามลูกสาวและลูกชายของเธอก็ไม่ได้งกเหมือนเธอหรอกนะ พอเธอเสียชีวิตไปลูกชายของเธอก็ใช้แต่ของดีๆ และมีงานอดิเรกเป็นนักสะสมด้วย แล้วพอลูกสาวของเธอเสียชีวิตไปในปี 1961 เธอก็มอบทรัพย์สินทั้งหมดที่มีให้กับองค์กรการกุศลไป

 

ที่มา: thevintagenews

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...